แสดงความเห็น
1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 13, 14, 15
ไปที่หน้า
GO
ชมรมคลังความรู้ นิยาย-ประวัติศาสตร์ ต่างๆ
สมาชิก 90 คน, จำนวนคอมเมนต์ 220
Description
ให้ข้อมูลด้านนิยายเทพเจ้ากรีก - โรมัน หรือประเทศต่างๆ และให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์เรื่องเล่าต่างๆของทุกมุมโลก ซึ่งเป็นชมรมที่ให้สาระแก่เพื่อนชาว SS โดยเพื่อนชาว SS สามารถเสนอหรือบอกกล่าวว่าอยากได้ข้อมูลของประเทศนั้นประวัติของบุคคลสำคัญท่านต่างๆได้ โดยจะมีทีมงานหาข้อมูลโดย จะมี ผม 1.Falcon_Pee V0.1 , 2.ท่านพริกหวาน ,3.ท่านmubmibkung เป็นคนหาข้อมูลมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันคับ ขอฝากชมรมน้องใหม่ด้วยน่ะคับผม

ระเบียบการชมรม

  • สมาชิกที่ต้องการเข้าร่วมชมรมให้กดปุ่ม join ที่อยู่ด้านบนของกระทู้
  • สมาชิกที่เข้าร่วมชมรมเสีย 10 แผล่บครั้งเดียวถาวร(หัวหน้าไม่เสีย)
  • สมาชิกที่เข้าร่วมแล้วเสีย 10 แผล่บจะได้รับการคืนหากหัวหน้ากดปฏิเสธไม่ให้ร่วมกลุ่ม
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
เข้าร่วม: 12 Jul 2009
ตอบ: 1928 (บอร์ดเก่า 1938)
ที่อยู่: ณ ที่แห่งหนึ่งบนโลกใบนี้
โพสเมื่อ: Wed Oct 23, 2013 13:05
Falcon_pee V 0.1 พิมพ์ว่า:
พริกหวาน พิมพ์ว่า:
ชมรมเงียบจังเลย  


หุหุหุว่าวันนี้ผมจะอัพอ่ะคับ เพือนๆสมาชิกรีเควสกันได้นะคับ  


มาร่วมด้วยช่วยกันชมครับ
"If you think this has a happy ending, you haven't been paying attention."

ชมรม Backpacker มาร่วมแจมกันได้นะจ๊ะ

http://www.soccersuck.com/clubs/detail/57
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Wed Oct 23, 2013 17:31
อ้วนสุดสุด พิมพ์ว่า:
Falcon_pee V 0.1 พิมพ์ว่า:
พริกหวาน พิมพ์ว่า:
ชมรมเงียบจังเลย  


หุหุหุว่าวันนี้ผมจะอัพอ่ะคับ เพือนๆสมาชิกรีเควสกันได้นะคับ  


มาร่วมด้วยช่วยกันชมครับ  


ขอบคุณคับท่าน
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Thu Oct 24, 2013 10:05
Calico Jack โจรสลัดผู้พิชิต
เพื่อนๆสมาชิกหลายคนคงจะรุ้ว่าโจรสลัดคืออะไรแต่จะมีใครรู้บ้างว่าจริงๆแล้วโจรสลัดที่มีชื่อเสียงก็มีอยุ่บ้างเช่น แจ็ค สแปโร่ เอ๊ย คาลิโก แจ็ค ก็มีชื่อเสียงที่โด่งดัง เช่นกัน

ประวัติ

John Rackham โจรสลัดหนุ่มที่ปฏิบัติการอยู่ในแถบทะเลแคริเบียนและทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกาในยุคโจรสลัด เขามีฉายาว่า Calico Jack แม้ว่าเขาจะมีชื่อเสียงมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เหยื่อของเขามักจะเป็นชาวประมงและพวกพ่อค้าอาวุธ แต่เหตุที่ทำให้เขาเป็นที่จดจำนั่นก็เพราะสองโจรสลัดสาวข้างกายของเขา Anne Bonny และ Mary Read นั่นเอง และในปี 1720 เขาถูกทางการจับกุมตัวได้และถูกประหารชีวิต แม้ว่าจะมีประวัติเกี่ยวกับชีวิตก่อนที่เขาจะมาเป็นโจรสลัดน้อยมาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่รู้แน่ชัดนั่นก็คือ เขาเป็นชาวอังกฤษ




จาก John Rackham กลายมาเป็น Calico Jack

ฉายา Calico Jack นั้นมาจากเสื้อผ้าที่เขามักสวมใส่ ผ้าดิบมีลวดลาย (Calico) เป็นผ้าสีอ่อน เขากลายมาเป็นโจรสลัดในช่วงที่พวกโจรสลัดกำลังเฟื่องฟูในแถบทะเลแคริเบียนและเมือง Nassau ที่ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นเมืองหลวงของเหล่าโจรสลัด เขาเคยอยู่ภายใต้โจรสลัดผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอีกคนหนึ่ง นามว่า Charles Vane ในช่วงต้นปี 1718 และภายหลังก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารฝ่ายพลาธิการ (Quartermaster) และเมื่อผู้ว่าการ Woodes Rogers เดินทางมาถึงในเดือนกรกฎาคม ปี 1718 เพื่อนำเอาสารพระราชทานอภัยโทษให้แก่เหล่าโจรสลัด Rackham กลับปฏิเสธ และเลือกที่จะเข้าร่วมกับกองเรือโจรสลัดของ Charles Vane แม้ว่าจะได้รับแรงกดดันจากผู้ว่าการคนใหม่แต่เขาก็หาได้สนใจไม่


คำบัญชาการแรกของ Rackham


ในปี 1718 Rackham กับลูกเรืออีกกว่า 90 ชีวิตได้ล่องเรือไปกับ Charles Vane พวกเขาปะทะกับเรือรบฝรั่งเศส (Man of War) ซึ่งเป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่และมีอาวุธหนัก เรือลำนี้มีขนาดใหญ่กว่าเรือ Sloop ของ Vane ถึง 2 เท่า เขาจึงตัดสินใจสั่งถอนกำลัง แต่ว่าโจรสลัดส่วนใหญ่ซึ่งนำโดย Rackham มีความต้องการจะเข้าสู้รบเพื่อยึดเรือลำนั้น การนี้ Rackham จึงเสนอให้มีการโหวตหาเสียงสนับสนุน จากทั้งหมด 90 เสียงมีเพียง 15 เสียงเท่านั้นที่สนับสนุน Charles Vane และด้วยเพราะเหตุนี้ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 1718 ลูกเรือจึงถอดตำแหน่งกัปตันเรือของ Charles Vane ออกและแต่งตั้งให้ Calico Jack เป็นกัปตันเรือคนใหม่แทน Rackham จึงมอบเรือ Sloop และลูกเรืออีก 15 คน ให้ Charles Vane ไป เป็นอันจบเส้นทางของสองโจรสลัดนับแต่นั้นมา

ยึดเรือสินค้า Kingston

ในเดือนธันวาคมปีเดียวกันนั้น Rackham และลูกเรือยึดเรือสินค้า Kingston เอาไว้ได้ เรือ Kingston เป็นเรือสินค้าที่มีมูลค่ามาก แต่โชคร้ายที่เหตุการณ์ทั้งหมดดันไปเกิดขึ้นอยู่ในเขตการดูแลที่ท่าเรือ Port Royal ซึ่งมีนักล่าหัวโจรสลัดอยู่ที่นั่นด้วย พวกเขาจึงออกตามล่า Rackham และลูกเรือ และในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1719 พวกเขาไล่ตาม Rackham ไปจนถึง Cuba ที่เกาะ New Caledonia (Isle of Pines) ซึ่งมีเรือ Kingston และเรือของ Rackham ทอดสมออยู่ที่ท่าเรือพอดี และในระหว่างที่เขากับลูกเรือกำลังหนีการไล่ล่าเข้าไปในป่านั้น ทั้งเรือและรางวัลทั้งหมดที่เขาได้มาก็ถูกนำเอาไปจนหมด


ธงโจรสลัดของ Rackham

ขโมยเรือ Sloop

มีเรื่องเล่าของ Cpt. Charles Johson เกี่ยวกับปฏิบัติการขโมยเรือ Sloop ของ Rackham เอาไว้ว่า Rackham และลูกเรือต่างก็อยู่ที่คิวบาในตอนนั้น มีเรือรบสัญชาติสเปนมากับเรือ sloop สัญชาติอังกฤษที่พวกเขายึดไว้มาทอดสมออยู่ที่ชายหาดในตอนนั้นพอดี เรือรบสเปนมองเห็นพวกโจรสลัดแล้วแต่ในเวลาที่น้ำลงแบบนี้พวกเขาไม่สามารถออกเรือได้ พวกเขาจึงทอดสมอเอาไว้ที่ท่าเรือแล้วรอจนรุ่งเช้าค่อยออกเรือ แต่ในคืนนั้นเอง Rackham และลูกเรือจึงพากันภายเรือเข้ามาที่เรือ Sloop ที่ถูกยึด พร้อมกับจัดการกับยามเฝ้าเรือชาวสเปน พอรุ่งเช้าวันต่อมา พวกเรือรบสเปนกะจะระเบิดทำลายเรือเก่าของ Rackham ทิ้งแต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว Rackham กับลูกเรือมายึดเอาเรือไปหมดและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

กลับสู่ Nassau

Rackham และลูกเรือตัดสินใจเดินทางกลับไปที่ Nassau ที่ซึ่งพวกเขาเคยอยู่ พวกเขาเข้าพบกับผู้ว่าการ Woodes Rogers และขอรับพระราชทานอภัยโทษ โดยอ้างว่าพวกเขาถูก Charles Vane บังคับให้ต้องเป็นโจรสลัด ผู้ว่าการ Rogers เกลียด Vane เป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงหลงเชื่อและมอบสารพระราชทานอภัยโทษให้ Rackham และลูกเรือ

การพบกันของ Rackham และ Anne Bonny


ในขณะที่ Rackham อยู่ที่ท่าเรือ เขาก็เร่ิมติดต่อกับ Anne Bonny ซึ่งในขณะนั้นเธอยังเป็นภรรยาสาวสุดสวยของ James Bonny อดีตโจรสลัดผู้ซึ่งเปลี่ยนข้างมาอยู่กับฝ่ายรัฐบาล เมื่อสามีของเธอ James Bonny รู้เรื่องเข้าจึงเอาเรื่องไปบอกผู้ว่าการ Rogers ผู้ว่าการจึงสั่งให้โบยเธอในข้อหาคบชู้ Rackham จึงเสนอขอซื้อตัว Anne แต่ว่า Anne ปฏิสธไปเพราะว่าเธอไม่อยากรู้สึกเหมือนกับว่าเธอถูกขายอย่างกับสัตว์ ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่และลูกเรือของ Rackham จึงหนีออกไปใช้ชีวิตด้วยกันในทะเล ทิ้งการพระราชทานอภัยโทษไว้เบื้องหลัง และขโมยเรือ Sloop ของ John Ham ออกมา ร่องเรืออยู่ในแคริเบียนเป็นเวลา 2 เดือน Rackham ได้เข้ายึดเรือโจรสลัดอื่น ๆ มามากมายและได้ลูกเรือจากเรือโจรสลัดอื่น ๆ มาเป็นลูกเรือของตนเอง ในที่สุด Anne ก็ตั้งท้องทั้งคู่จึงไปตั้งรกรากที่คิวบาและเธอก็คลอดลูกคนแรกของ Rackham ที่นั่น

หลังจากนั้นก็ได้กลับมาออกเรืออีกครั้งและเธอก็ได้พบกับ Mary Read ที่แต่งตัวเป็นชาย ไม่มีใครรู้เพศที่แท้จริงของเธอ Rackham ต้อนรับเชื้อเชิญ Mary ให้มาเป็นลูกเรือของเขา Anne ก็เริ่มรู้สึกถูกชะตากับ Mary ทำให้ Mary ต้องยอมเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา Rackham หึงหวงในความสัมพันธ์ที่มากเกินไประหว่าง Anne และ Mary เขาจึงขู่จะฆ่า Mary ทำให้ Anne ต้องรีบเปิดเผยความลับของ Mary ก่อนที่เธอจะถูกฆ่าจริง ๆ และเมื่อ Rackham ได้รู้ความจริงก็เห็นชอบว่าจะให้เธอได้เข้าร่วมกับกองเรือของเขาด้วย

การถูกจับกุมของ Rackham

ในปลายเดือนตุลาคม ปี 1720 Rackham และลูกเรือถูกตามล่าโดย นักล่าหัวโจรสลัด Cpt. Jonathan Barnet ในขณะที่กำลังเปลี่ยนกระสุนปืนใหญ่ เรือของ Rackham ก็ใช้การไม่ได้ หากอ้างอิงตามหน้าประวัติศาสตร์พบว่า พวกลูกเรือชายต่างพากันหลบซ่อนอยู่ที่ใต้ท้องเรือ ในขณะที่ Mary Read และ Anne Bonny สู้กับทหารอยู่บนดาดฟ้าเรือ ในที่สุด Rackham และลูกเรือทั้งหมดก็ถูกจับ และถูกส่งไปยัง Jamaica เพื่อรอการประหาร

Rackham และลูกเรือถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอที่ Port Royal ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 1720 มีเรื่องเล่าว่า Anne Bonny ได้รับอนุญาตให้พบหน้า Rackham เป็นครั้งสุดท้ายเธอพูดกับเขาว่า ฉันเสียใจที่เห็นท่านต้องมาอยู่ในสภาพนี้ แต่หากท่านได้ต่อสู้เยี่ยงบุรุษในวันนั้น ท่านคงไม่ต้องมาถูกแขวนคอเยี่ยงสุนัขอย่างนี้ ทั้ง Anne และ Mary ได้รับการละเว้นโทษชั่วคราวเนื่องจากทั้งสองกำลังตั้งครรภ์ Mary เสียชีวิตเนื่องจากป่วยหลังจากคลอดลูก ส่วนเรื่องของ Anne นั้นไม่ได้ถูกบันทึกไว้แน่ชัด ศพของ Rackham ถูกแขวนประจารเอาไว้ที่เกาะเล็ก ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีชื่อว่า Rackhams Cay

Rackham ไม่ได้เป็นโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่อย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ รางวัลใหญ่รางวัลเดียวจากการเป็นโจรสลัดที่เขาได้มาคือการยึดเรือ Kingston เขาไม่ได้เป็นโจรสลัดที่ทำให้ทะเลแคริเบียนสั่นสะเทือนได้อย่างโจรสลัดในตำนานเช่น Blackbeard , Edward Low , Black Bart หรือแม้กระทั่งผู้ฝึกสอนของเขา Charles Vane

สิ่งที่ทำให้เขาได้รับการจดจำนั่นก็เพราะสองโจรสลัดสาวเคียงข้างกายของเขาอย่าง Anne Bonny และ Mary Read ก็คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินจริงไปนักหากจะพูดว่า เขาโด่งดังได้ก็เพราะสองหญิงสาวที่อยู่ข้างกายเขานั่นเอง

และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Rackham เป็นตำนานได้นั่นคือ สัญลักษณ์บนธงโจรสลัดของเขานั่นเอง โดยทั่วไปแล้วธงโจรสลัดจะมีเพียงแค่สีดำกับสีแดงบนธง โดยอาจจะมีสัญลักษณ์สีแดงหรือสีขาวเท่านั้น แต่ว่าธงของ Rackham เป็นธงพื้นดำ มีรูปกะโหลกและมีดาบสองอันไขว้อยู่บนธง ทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของโจรสลัดที่โด่งดังในปัจจุบัน (ธงโจรสลัดลักษณะคล้าย ๆ ธงของ Rackham เรียกว่า Jolly Roger มีโจรสลัดอีกหลายคนที่ใช้ธงลักษณะนี้)

ปล.โจรสลัดที่มีชื่อเสียง


คาเลโก แจ็ก
จอลลี โรเจอร์
เอ็ดเวิร์ด อิงก์แลนด์
เคราดำ
เคราแดง หรือ เฮย์เรดดิน บาร์บารอสซา
กำเหลง
จาง เป๋าจ่าย
เจิ้ง เฉิงกง


Cr~: About.com , wikipedia , Assassins creed Under The Black flag tumblr
http://krezeegamer.wordpress.com/2013/07/16/calico-jack-โจรสลัดผู้พิชิต/
แก้ไขล่าสุดโดย Falcon_pee V 0.1 เมื่อ Fri Nov 01, 2013 20:42, ทั้งหมด 1 ครั้ง
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7484
ที่อยู่: Ok,bye!
โพสเมื่อ: Thu Oct 24, 2013 21:14
เทวีไอซิส
สั้นๆนะครับวันนี้

คำว่า ไอซิส เป็นชื่อภาษากรีก เรียกกันว่า เทวีเอเซ็ท หรืออีเซ็ท ชาวกรีกนับถือเทวีไอซิส เทียบเท่ากับเทวีดีมีเทอร์ เทวีแห่งโลก และเทวีเฮรา รวมทั้งเทวีเซเลน เทวีแห่งดวงจันทร์ กล่าวกันว่านอกจากเทวีไอซิสจะได้รับการยกย่องเป็นเทวีที่มีชื่อเสียงที่สุดแล้ว เกียรติคุณของพระนางสะพัดไปทั่วทุกสารทิศ ตลอดจนดินแดนต่างๆ ของจักรวรรดิโรมัน

เทวีไอซิสได้รับการยกย่องว่าเป็นแบบอย่างของสัตรีที่มีความจงรักภักดี และซื่อสัตย์ต่อพระสวามีอย่างแท้จริง บทบาทสำคัญที่แสดงถึงความซื่อสัตย์ของเทวีไอซิสก็คือ เสด็จตามหาพระศพของฟาโรห์โอซิริสพระสวามีตามเมืองต่างๆ จนกระทั่งพบว่าต้นไม้ที่ห่อหุ้มโลงพระศพฟาโรห์โอซิริสนั้น กษัตริย์บีบล๊อสได้รับสั่งให้ช่างนำไปแกะสลักเป็นเสาประดับไว้ในท้องพระโรง ราชินีไอซิสทรงใช้อุบายจนสามารถนำโลงพระศพฟาโรห์โอซิริสเสด็จกลับไปยังเกาะเชมมิส ต่อมาเจ้าชายเซ็ตเสด็จไปยังเกาะเชมมิสโดยบังเอิญและได้พบหีบพระศพฟาโรห์โอซิริสอีก จึงรับสั่งนำพระศพฉีกออกเป็น 14 ชิ้น แล้วไปทิ้งกระจัดกระจาย จากนั้นพระนางก็ได้ตามหาชิ้นส่วนจนครบและได้ประกอบเข้าด้วยกันชโลมด้วยน้ำมันหอมแล้วได้ทำพิธีพันผ้าศพขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นการทำมัมมี่พระศพฟาโรห์โอซิริสเพื่อรักษาพระศพซึ่งหมายถึงชีวิตอมตะชั่วนิรันดร์ เป็นไปตามความเชื่อของชาวไอยคุปต์ที่ว่า ชีวิตอมตะสำหรับวิญญาณผู้ล่วงลับไปแล้วจะอยู่ยืนนานเพียงใดขึ้นอยู่กับการรักษาพระศพมิให้เน่าเปื่อยเท่านั้นเอง

พระนางไอซิสเป็นผู้ที่มีอำนาจเวทมนตร์สูงสุดเหนือบรรดาเทพเจ้าและเทวีไอยคุปต์ทั้งปวง ซึ่งได้รับอำนาจและคาถาสืบทอดมาจากพระนามลับของเทพเจ้ารา จากภาพเขียนสีตามผนังวิหาร เทวาลัย หลายแห่งจะพบว่ามีภาพเทวีไอซิสทรงสวมสัญลักษณ์แปลกๆ ไว้บนพระเศียรเสมอ ประชาชนชาวไอยคุปต์เคารพบูชาเทวีไอซิสมากขึ้นๆ จนกระทั่งถึงสมัยราชวงศ์ฟาโรห์ที่ 30 แม้ว่าช่วงนี้ไม่มีวิหารเซ่นไหว้โดยเฉพาะแต่ตามวิหารหรือเทวาลัยทุกแห่งบนแผ่นดินไอยคุปต์ จะสร้างห้องพิเศษจารึกพระนามไว้เป็นที่เคารพบูชาเป็นพิเศษ นี่คือบารมีอันยิ่งใหญ่ที่แผ่ไพศาลไปทั่วอาณาจักรอย่างแท้จริง




Cr.http://www.oknation.net/blog/print.php?id=794363

เมื่อไหร่จะสอบเสร็จ เห้อๆๆ
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Fri Oct 25, 2013 09:15
สู้ๆคับท่าน
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 785 (บอร์ดเก่า 193)
ที่อยู่: Old trafford
โพสเมื่อ: Fri Oct 25, 2013 09:24
คาเลโก แจ็ก
จอลลี โรเจอร์
เอ็ดเวิร์ด อิงก์แลนด์
เคราดำ
เคราแดง หรือ เฮย์เรดดิน บาร์บารอสซา
กำเหลง
จาง เป๋าจ่าย
เจิ้ง เฉิงกง


แจ็ค สแปโรว์

ปล.แว้บมาดูแปบ ก่อนไปงาน แหะๆๆๆ
แก้ไขล่าสุดโดย mubmibkung เมื่อ Fri Oct 25, 2013 09:25, ทั้งหมด 1 ครั้ง



ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Fri Oct 25, 2013 11:06
mubmibkung พิมพ์ว่า:
คาเลโก แจ็ก
จอลลี โรเจอร์
เอ็ดเวิร์ด อิงก์แลนด์
เคราดำ
เคราแดง หรือ เฮย์เรดดิน บาร์บารอสซา
กำเหลง
จาง เป๋าจ่าย
เจิ้ง เฉิงกง


แจ็ค สแปโรว์

ปล.แว้บมาดูแปบ ก่อนไปงาน แหะๆๆๆ  



5555 ว่าจะอัพแหละท่าน
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Fri Oct 25, 2013 11:26
Edward Blackbeard Thatch จอมจำนานโจรสลัดเคราดำ ตอนที่ 1
สำหรับเรื่องราวความเป็นมาและตำนานของ Blackbeard นั้นมันยาวมากเลยคับ อันที่จริง Blackbeard มีชื่อว่า Edward Teach บางที่บอกว่าชื่อ Edward Thatch แต่เนื่องด้วยทาง Ubisoft บอกว่าในเกม Assassins creed IV จะขอใช้ชื่อ Blackbeard ว่า Edward Thatch ดังนั้น เจ้าของบล็อกจะขอใช้ชื่อ Thatch ตาม Ubisoft ล่ะกันน่ะคับ


Assassins creed IV Black flag concept art

Edward Thatch เป็นที่รู้จักกันดีในนามว่า เคราดำ (Blackbeard) เขาเป็นโจรสลัดสัญชาติอังกฤษที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว เขากระทำการเป็นโจรสลัดอยู่ในแถบทะเล West indies และทางทะเลฝั่งตะวันออกของประเทศอาณานิคมอเมริกา แม้ว่าเรื่องราวเบื้องหลังของเขาจะมีเพียงน้อยนิด แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าเขาน่าจะเกิดที่เมือง Bristol ประเทศอังกฤษ เขาอาจจะเคยเป็นกะลาสีเรือในช่วงสงคราม Queens Anne ก่อนที่จะย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่เกาะ New Providence ประเทศบาฮามาส์ ที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของ Cpt. Benjamin Hornigold เขาเคยถูกว่าจ้างให้เป็นลูกเรือของ Hornigold ในช่วงปี 1716 หลังจากนั้น Hornigold ก็แต่งตั้งให้เขาเป็นกัปตันเรือ sloop ลำหนึ่งที่ยึดมาได้ ทั้งสองก็ได้กระทำการเป็นโจรสลัดร่วมกัน ตัวเลขของรางวัลที่ได้ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยพวกเขาได้เรือให้มาอยู่ภายใต้การบัญชาการเพิ่มขึ้นอีก 2 ลำ ลำหนึ่งเคยเป็นของ Stede Bonnet แต่ว่าในช่วงปลายปี 1717 Hornigold ก็เลิกเป็นโจรลัด



หมวกติดไฟ เอาไว้ขู่ศัตรู ให้ตัวเองดูน่ากลัว

Thatch ยึดเรือสินค้าสัญชาติฝรั่งเศสได้ลำหนึ่งและเปลี่ยนชื่อเรือลำนั้นเป็นชื่อ Queen Annes Revenge และติดตั้งปืนใหญ่ 40 กระบอก ทำให้เขากลายเป็นโจรสลัดที่มีชื่อเสียงกระจรกระจายไปทั่ว ฉายาของเขาได้มาจาก หนวดเส้นหนาสีดำสนิทของเขาที่ดูแล้วน่าเกรงขาม มีรายงานว่าเขาได้เชื่อมสายไฟเอาไว้ใต้หมวกของเขาเอาไว้ใช้ขู่ศัตรูด้วย เขารวบรวมพรรคพวกโจรสลัดและปิดท่าเรือ Charleston เอาไว้ หลังจากประสบความสำเร็จ เขาได้พาเรือ Queen Annes Revenge ไปรอบ ๆ สันทรายใกล้ ๆ Beaufort,North Carolina เขาก็แยกตัวกับ Stede Bonnet และไปตั้งรกรากที่เมือง Bath ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้ขอรับพระราชทานอภัยโทษ แต่ว่าหลังจากรับสารได้ไม่ได้เขาก็กลับไปออกเรืออีก และนั่นทำให้ผู้ว่าการของ Virginia ท่านผู้ว่าการ Alexander Spotswood ทราบเรื่องเข้า ท่านผู้ว่าการจึงสั่งให้จัดเตรียมกำลังทหารเพื่อออกตามล่าโจรสลัดรายนี้เสีย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 1718 ในระหว่างการสู้รบอันโหดร้ายนั้น Thatch และลูกเรือส่วนใหญ่ถูกฆ่าตายโดยกองกำลังที่ถูกส่งมาเพียงจำนวนไม่มากภายใต้การนำโดย เรือเอก(Lt.) Robert Maynard

ด้วยความมีไหวพริบและความเป็นผู้นำ Thatch หลีกเลี่ยงการใช้กำลังในการบังคับขู่เข็ญ ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ที่เขาแสดงให้เหล่าเชลยที่เขาจับกุมตัวมาได้เห็น ในทางตรงกันข้าม ภาพลักษณ์ของเขาในปัจจุบันดูจะเป็นโจรสลัดที่โหดเหี้ยมและเผด็จการ แต่แท้จริงแล้วเขาบัญชาการเรือโดยการถามความเห็นจากลูกเรือก่อน และไม่มีรายงานว่าเขาทำร้ายหรือฆ่าตัวประกันทิ้งเลย เขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลังในการเขียนเรื่องราวของเหล่าโจรสลัดมากมาย

เรื่องราวชีวิตก่อนหน้านี้

เหมือน ๆ กับโจรสลัดรายอื่น ๆ ไม่มีบันทึกที่กล่าวถึงชีวิตก่อนหน้านี้ของเขามากนัก มีความเชื่อว่าเขาน่าจะเสียชีวิตในช่วงอายุ 35 ถึง 40 ปี หากเป็นเช่นนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่าเขาน่าจะเกิดในช่วงปี 1680 จากบันทึกในปัจจุบันเขามักจะถูกเรียกว่า Blackbeard หรือ Edward Thatch หรือ Edward Teach ซึ่งชื่อหลังสุดเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันในปัจจุบัน แต่ก็มีการสะกดนามสกุลของเขาหลาย ๆ แบบไม่ว่าจะเป็น Thatch , Thach , Thache ,Thack , Tack , Thatche และ Theace แต่มีแหล่งข้อมูลแหล่งหนึ่งอ้างว่านามสกุลของเขาน่าจะเป็น Drummond แต่ก็ไม่มีข้อมูลมายืนยันว่าเป็นจริงหรือไม่ โจรสลัดส่วนใหญ่มักจะใช้ชื่อที่ตั้งขึ้นเองในระหว่างออกกระทำการเป็นโจรสลัด เพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องเสื่อมเสีย นั่นทำให้นามสกุลจริง ๆ ของเขาไม่เป็นที่รู้จัก

นักประพันธ์ที่ชื่อ Robert Lee กล่าวว่า เป็นไปได้ว่า Thatch อาจจะเกิดในครอบครัวของผู้มีฐานะร่ำรวย เขาอาจจะมาถึงที่แคริเบียนตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 แล้วก็ได้ โดยอาจโดยสารมากับเรือสินค้า (เป็นไปได้ว่าเป็นเรือค้าทาส) แต่ว่ามีนักประพันธ์ที่อยู่ในศตวรรษที่ 18 Charles Johnson (ซึ่งมีบางคนเชื่อว่าแท้จริงแล้ว ผู้ที่ใช้นามปากนี้คือ Daniel Defoe) อ้างว่า Thatch อาจจะเป็นนักเดินเรือที่ทำการอยู่แถบ Jamaica ในช่วงสงคราม Queens Anne และนั่นทำให้เขาประกาศศักดาถึงความกล้าหาญและความไม่เกรงกลัวใคร และในช่วงระหว่างเกิดสงครามเขาก็ร่วมในสมรภูมิด้วย แต่ว่าก็ยังไม่มีบันทึกเกี่ยวกับชีวิตก่อนที่เขาจะมาเป็นโจรสลัดที่แน่ชัดอยู่ดี


เกาะ New Providence


จากประวัติศาสตร์การล่าอาณานิคม การค้า และโจรสลัด มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายในช่วงศตวรรษที่ 17 ถึง 18 ที่หมู่เกาะ West Indies เริ่มจาก Henry Jennings นักเดินเรือและเหล่าผู้ติดตามของเขาผันตัวเองไปเป็นโจรสลัด ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 โดยใช้เกาะ New Providence ที่ห่างไกลผู้คนเป็นฐานสำหรับปฏิบัติการของพวกเขา เกาะนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากช่องแคบฟลอริดาเท่าใดนักและยังเป็นสถานที่ที่มีการเดินเรือชุกชุม ซึ่งช่องทางเดินเรือนี้เต็มไปด้วยเรือสินค้าจากยุโรปที่ข้ามผ่านแอตแลนติก ท่าเรือ New Providence จึงเหมาะแก่การเป็นจุดแวะพักของเรือกว่าร้อยลำ และทะเลตรงนี้ก็ตื้นเกินไปทำให้เรือรบหลวงไม่อาจจะเดินเรือมาสำรวจที่นี่ได้ จากเกาะที่ไม่มีผู้คนอาศัยกลายเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในที่สุด นักประพันธ์คนหนึ่งนามว่า George Woodbury ได้บรรยายถึงเกาะนี้เอาไว้ว่า เกาะแห่งนี้หาใช่บ้าน แต่เป็นเพียงที่พักแรมชั่วคราวและเป็นสถานที่สำหรับผ่อนคลาย ให้กับนักเดินทางที่มาแล้วก็จากไป แล้วต่อด้วย ที่แห่งนี้เป็นสถานที่อยู่ถาวรสำหรับพวกโจรสลัด พวกนักค้าขาย และพวกผู้ที่ติดสอยห้อยตามมา ส่วนคนอื่น ๆ นั้นเข้ามาแล้วก็จากไป กฏหมายไม่อาจใช้ได้กับที่นี่ สำหรับเหล่าโจรสลัดแล้วที่ New Providence เปรียบเสมือนสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของพวกเขาเลยทีเดียว

ภายใต้บัญชาการของ Hornigold

Edward Thatch ดูจะมีความสุขกับการใช้ประโยชน์จากเกาะนี้ อาจจะเป็นช่วงสั้น ๆ หลังจากการลงนามในสนธิสัญญาอูเทรคต์ เขาย้ายจาก Jamaica ไปอยู่ที่นั่น กับพรรคพวกนักเดินเรือและกลายมาเป็นโจรสลัด และกระทำการละเมิดกฏหมาย อาจเป็นไปได้ว่าเขาเข้าร่วมเป็นลูกเรือของ Cpt. Benjamin Hornigold ในช่วงปี 1716 และในปีเดียวกันนั้นเอง Hornigold ก็แต่งตั้งให้ Thatch เป็นผู้บัญชาการเรือ sloop ลำหนึ่งของเขา ในช่วงต้นปี 1717 Hornigold และ Thatch ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเรือ sloop คนละลำกัน ก็เริ่มออกเดินทางออกจากแผ่นดินใหญ่ พวกเขายึดเรือลำหนึ่งที่บรรทุกแป้งหนักถึง 120 บาเรลที่กำลังจะไป Havana มาได้และหลังจากนั้นพวกเขาก็ยึดเรือที่มีไวน์กว่า 100 บาเรลที่ออกมาจากท่าเรือ Bermuda มาได้อีก หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็หยุดทำการเดินเรือ พวกเขาออกเดินเรือจาก Madeira ไปยังเมือง Charleston,South Carolina

เมื่อเหล้าเข้าปากก็ทำให้คนขาดสติ เขาและลูกน้องผู้ซึ่งทำหน้าที่คอยดูแลจัดสรรสิ่งต่าง ๆ บนเรือ William Howard เริ่มมีปัญหาในการควบคุมลูกเรือของพวกเขาบ้างแล้ว หลังจากที่ได้ทดลองลิ้มรสของไวน์ Madeira พวกลูกเรือต้องการไวน์เพิ่มอีก ในวันที่ 29 กันยายน ใกล้ ๆ กับ Cape Charles พวกเขาก็ไปขโมยไวน์ Madeira มาจากเรือ Betty แห่ง Virginia มาอีก ก่อนจะจมเรือทิ้งไปพร้อมกับของที่เหลืออยู่ในเรือ

พบกับ Stede Bonnet

ช่วงเวลาที่ Thatch ออกเดินเรือไปกับ Hornigold นั้นถูกเปิดเผยมาก่อนที่ประวัติก่อนหน้านี้ของเขาจะถูกค้นพบเสียอีก อย่างเช่นที่มีบันทึกว่า เขาเป็นโจรสลัดที่มีลูกเรือที่อยู่ภายใต้บัญชาการของเขาเป็นจำนวนมาก และมีรายงานจาก Cpt. Mathew Munthe หน่วยราดตระเวณต่อต้านการกระทำผิดกฏหมายแห่ง North Carolina ได้บรรยายไว้ว่า Thatch มีลูกเรือในบัญชาการเพิ่มขึ้นประมาณ 70 คน ในเดือนกันยายน Edward Thatch และ Benjamin Hornigold ก็ได้พบกับ Stede Bonnet เจ้าของที่ดินและนายทหารผู้มาจากตระกูลร่ำรวยที่ผันตัวเองมาเป็นโจรสลัด ลูกเรือกว่า 70 ชีวิตของ Bonnet ไม่ต้องการอยู่ภายใต้บัญชาการของเขาอีกต่อไปแล้ว และด้วยคำยินยอมของ Bonnet เขาจึงให้ Thatch มาบัญชาการเรือ Revenge แทน ดังนั้นกองเรือโจรสลัดของ Thatch จึงประกอบไปด้วยเรือ 3 ลำแล้วได้แก่ เรือ Revenge จาก Bonnet เรือ sloop ลำเก่าของ Thatch และเรือ sloop ที่ชื่อว่า Ranger ของ Hornigold ในเดือนตุลาคมพวกเขาก็ยึดเรือได้เพิ่มอีก โดยมีเรือ 2 ลำคือเรือ Robert จาก Philadelphia และ Good Intent จาก Dublin ซึ่งทั้งสองลำถูกยึดในวันที่ 22 ตุลาคม 1717

แยกทางกับ Hornigold

ด้วยความที่เป็นนักเดินเรือชาวอังกฤษมาก่อน Hornigold จึงเลือกจะโจมตีเฉพาะเรือที่เป็นศัตรูกับอังกฤษเท่านั้น แต่ในสายตาของลูกเรือของเขาแล้ว เรือสินค้าอังกฤษมีแต่ของมีราคาแพงกลับเดินทางผ่านไปได้อย่างง่ายดายเป็นจำนวนมาก โดยไม่สะทกสะท้านอะไรเลย จนถึงจุด ๆ หนึ่งในปลายปี 1717 Hornigold จึงถูกปลดจากตำแหน่งกัปตันเรือ ส่วนสถานภาพของ Thatch นั้นไม่มีใครรู้ หลังจากนั้น Hornigold ก

Cr.http://krezeegamer.wordpress.com/2013/08/26/edward-blackbeard-thatch-โจรสลัดเคราดำ-ตอนที/
แก้ไขล่าสุดโดย Falcon_pee V 0.1 เมื่อ Fri Nov 01, 2013 20:27, ทั้งหมด 1 ครั้ง
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 948
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 25, 2013 18:13
ดีครับทุกท่าน เข้ามาอ่านอยู่บ่อยๆ แผล่บพอเลยได้เข้ากลุ่มสักที
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Fri Oct 25, 2013 19:26
KilyGonzalez พิมพ์ว่า:
ดีครับทุกท่าน เข้ามาอ่านอยู่บ่อยๆ แผล่บพอเลยได้เข้ากลุ่มสักที  



ดีคับท่านชมรมยินดีต้อนรับคับ ผมชื่อพีร์คับหรือในวงการเรียกเรนคับท่าน
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 948
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 25, 2013 23:43
Falcon_pee V 0.1 พิมพ์ว่า:
KilyGonzalez พิมพ์ว่า:
ดีครับทุกท่าน เข้ามาอ่านอยู่บ่อยๆ แผล่บพอเลยได้เข้ากลุ่มสักที  



ดีคับท่านชมรมยินดีต้อนรับคับ ผมชื่อพีร์คับหรือในวงการเรียกเรนคับท่าน  


ดีครับพีร์
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Sat Oct 26, 2013 00:53
KilyGonzalez พิมพ์ว่า:
Falcon_pee V 0.1 พิมพ์ว่า:
KilyGonzalez พิมพ์ว่า:
ดีครับทุกท่าน เข้ามาอ่านอยู่บ่อยๆ แผล่บพอเลยได้เข้ากลุ่มสักที  



ดีคับท่านชมรมยินดีต้อนรับคับ ผมชื่อพีร์คับหรือในวงการเรียกเรนคับท่าน  


ดีครับพีร์  


ดีคับฝากชมรมด้วยน่ะคับท่าน มาโพสมารีเควสกันได้น่ะคับ
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7484
ที่อยู่: Ok,bye!
โพสเมื่อ: Sat Oct 26, 2013 11:20
สอบเสร็จแล้ว

ดันป่วยต่อ icon9 icon9 icon9

เดี๋ยวเย็นๆมาโพสสักเรื่อง
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
เข้าร่วม: 12 Jul 2009
ตอบ: 1928 (บอร์ดเก่า 1938)
ที่อยู่: ณ ที่แห่งหนึ่งบนโลกใบนี้
โพสเมื่อ: Sat Oct 26, 2013 12:48
ถ้ามีแบบแต่งนิยายประจำชมรมก็ดีนะครับ ผมว่า มันน่าจะเข้ากันได้กับ theme ของชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์แบบนี้

แต่แบบเอาคนใน SS แล้วอ้างอิงกับคนในประวัติศาสตร์

น่าสนุกนะ

"If you think this has a happy ending, you haven't been paying attention."

ชมรม Backpacker มาร่วมแจมกันได้นะจ๊ะ

http://www.soccersuck.com/clubs/detail/57
My Locker
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 948
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 26, 2013 18:57
อ้วนสุดสุด พิมพ์ว่า:
ถ้ามีแบบแต่งนิยายประจำชมรมก็ดีนะครับ ผมว่า มันน่าจะเข้ากันได้กับ theme ของชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์แบบนี้

แต่แบบเอาคนใน SS แล้วอ้างอิงกับคนในประวัติศาสตร์

น่าสนุกนะ

 


เอาโทชิเป็นพระเอก นางเอกเป็นหลุย
My Locker
1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 13, 14, 15
ไปที่หน้า
GO
ดูทีวีย้อนหลัง
แสดงความเห็น