แสดงความเห็น
1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 13, 14, 15
ไปที่หน้า
GO
ชมรมคลังความรู้ นิยาย-ประวัติศาสตร์ ต่างๆ
สมาชิก 90 คน, จำนวนคอมเมนต์ 220
Description
ให้ข้อมูลด้านนิยายเทพเจ้ากรีก - โรมัน หรือประเทศต่างๆ และให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์เรื่องเล่าต่างๆของทุกมุมโลก ซึ่งเป็นชมรมที่ให้สาระแก่เพื่อนชาว SS โดยเพื่อนชาว SS สามารถเสนอหรือบอกกล่าวว่าอยากได้ข้อมูลของประเทศนั้นประวัติของบุคคลสำคัญท่านต่างๆได้ โดยจะมีทีมงานหาข้อมูลโดย จะมี ผม 1.Falcon_Pee V0.1 , 2.ท่านพริกหวาน ,3.ท่านmubmibkung เป็นคนหาข้อมูลมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันคับ ขอฝากชมรมน้องใหม่ด้วยน่ะคับผม

ระเบียบการชมรม

  • สมาชิกที่ต้องการเข้าร่วมชมรมให้กดปุ่ม join ที่อยู่ด้านบนของกระทู้
  • สมาชิกที่เข้าร่วมชมรมเสีย 10 แผล่บครั้งเดียวถาวร(หัวหน้าไม่เสีย)
  • สมาชิกที่เข้าร่วมแล้วเสีย 10 แผล่บจะได้รับการคืนหากหัวหน้ากดปฏิเสธไม่ให้ร่วมกลุ่ม
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
อวาตาร์&ลายเซ็นต์ผิดกฏ
Status:
เข้าร่วม: 25 Sep 2013
ตอบ: 956
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 19, 2013 16:40
เด๋วว่างผมจะแปลประวัติศาสตร์มาให้อ่านกันนะครับ
↓↓↓ ลิ้งบอลสด ↓↓↓
www.facebook.com/yawiisaed
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Sat Oct 19, 2013 16:51
ประวัติ มิยะโมะโตะ มุซะชิยอดนักดาบแห่งยุคเอโดะ
หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ มิยะโมะโตะ มุซะชิ มาก่อน แต่ประวัติของบุคคลเรืองนามผู้นี้เป็นอย่างไร เราลองมาติดตามดูครับ ตามที่ปรากฏในหนังสือชื่อ คัมภีร์ห้าห่วง (, Go Rin No Sho) ซึ่งมิยะโมะโตะ มุซะชิเป็นผู้ที่แต่งขึ้นเอง ในหนังสือระบุไว้ว่าเขาเกิดเมื่อ ค.ศ. 1584 ที่จังหวัดฮาริมะ (, Harima) ในประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเดิมว่าชินเมน มุซะชิ (, Shinmen Musashi) พ่อของมุซะชิชื่อว่าชินเมน มุนิไซ (, Shinmen Munisai) ซึ่งก็เป็นนักดาบที่มีชื่อเสียงด้วยเช่นกัน

ตลอดชีวิตของมุซะชิ เขาได้ต่อสู้มากกว่า 60 ครั้งและไม่เคยแพ้ใครเลย การต่อสู้เริ่มขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อเขามีอายุได้เพียงแค่ 13 ปี เขาต่อสู้กับอาริมะ คิเฮ (Arima Kihei ) ผู้เชี่ยวชาญวิชาดาบสำนักคาชิม่าชินโตริว (, Kashima Shint-ry ผลของการดวลในครั้งนั้นคือมุซะชิได้ฆ่าคู่ต่อสู้ตาย

ในปี 1600 ได้เกิดสงครามระหว่างตระกูลโทโยโทมิ (Toyotomi) กับตระกูลโตกุกาว่า (Tokugawa) ซึ่งมุซะชิก็เข้าร่วมสงครามครั้งนี้ด้วย โดยอยู่ข้างตระกูลโทโยโทมิ ซึ่งต่อมาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ทำให้มุซะชิต้องหลบหนีภัยสงครามไปช่วงหนึ่ง

ต่อมาขณะที่มุซะชิมีอายุได้ 20 - 21 ปี เขาเดินทางไปยังเมืองเกียวโต ซึ่งที่นี่มุซะชิได้ต่อสู้กับสำนักดาบโยชิโอกะซึ่งเป็นสำนักดาบที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองเกียวโต การต่อสู้มีทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งแรกต่อสู้กับโยชิโอกะ เซจูโร่ (Yoshioka Seijr) ครั้งที่ 2 กับโยชิโอกะ เดนชิจิโร่ (Yoshioka Denshichir) ครั้งที่ 3 กับเด็กอายุเพียงแค่ 12 ปีชื่อว่าโยชิโอกะ มาตาชิจิโร่ (Yoshioka Matashichiro) ซึ่งต้องกลายมาเป็นเจ้าสำนักต่อจากเซจูโร่และเดนชิจิโร่ คราวนี้ไม่ใช่เป็นการต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งแต่เป็นการที่สำนักดาบโยชิโอกะรุมมุซะชิคนเดียว ในครั้งนี้มุซะชิได้ฆ่ามาตาชิจิโร่และคนอื่นๆ ไปมากมาย และสำนักดาบโยชิโอกะก็ถูกทำลายลงไป นี่ยังเป็นครั้งแรกที่มุซะชิใช้ดาบสองมือ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นวิชาดาบเฉพาะตัวของเขาที่เรียกว่า นิเทนอิจิริว ()


เคียวโซ่ (, kusarigama)

จิโอะ (:, j)

หลังจากนั้นเขาได้ต่อสู้กับนักสู้ที่มีชื่อเสียงอีกหลายคนเช่น ชิชิโดะ ไบเคน (, Shishido Baiken) ผู้ที่เชี่ยวชาญในวิชาเคียวโซ่ (, kusarigama) มุโซ กอนโนสุเกะ คัทสุโยชิ (, Mus Gonnosuke ผู้ให้กำเนิดวิชาการต่อสู้ด้วยไม้ที่เรียกว่า จิโอะ (:, j) แต่การต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุดก็คือการต่อสู้กับซาซากิ โคจิโร่ ( , Sasaki Kojir ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 1612 ขณะที่มุซะชิมีอายุราว 30 ปี การต่อสู้เกิดขึ้นที่เกาะกันริวจิมะ (, Ganryjima) มุซะชิต่อสู้โดยใช้ดาบไม้ที่เขาเหลาจากไม้พายเรือหักระหว่างที่เขานั่งเรือข้ามทะเลไปเพื่อต่อสู้ มุซะชิไปสาย ปล่อยให้โคจิโร่รอ และเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น มันก็จบลงอย่างรวดเร็ว โดยแน่นอนว่ามุซะชิเป็นฝ่ายชนะ

นอกจากวิชาดาบแล้ว มุซะชิยังสนใจการวาดรูป การแกะไม้และพุทธศาสนา มุซะชิได้เขียนหนังสือไว้หลายเล่มได้แก่
1. กระจกแห่งวิถีกลยุทธ (Hyodokyo)
2. กลยุทธ 35 ข้อ (Hyoho Sanjugo Kajo)
3. กลยุทธ 42 ข้อ (Hyoho Shijuni Kajo)
4. วิถีแห่งการก้าวเดินโดยลำพัง (, Dokkd)
5. คัมภีร์ห้าห่วง (,Go Rin No Sho)

เชื่อกันว่ามุซะชิอาจเสียชีวิตตามธรรมชาติหรือไม่ก็ด้วยโรคมะเร็งในช่องท้องในปี ค.ศ.1645 ขณะมีอายุได้ 61 ปีเขาตายอย่างสงบหลังจากที่เขียนหนังสือเล่มสุดท้ายคือ วิถีแห่งการก้าวเดินโดยลำพัง (, Dokkd) ซึ่งเป็นหลักการ 21 ประการเพื่อเป็นการชี้นำคนรุ่นต่อไป ร่างของมุซะชิถูกฝังอย่างสงบในหมู่บ้านยูเงะ (, Yuge-ch) ซึ่งอยู่ใกล้กับเขาอิวาโตะ (Iwato)



ป้ายอนุสรณ์แสดงความคารวะแด่มิยะโมะโตะ มุซะชิ อักษรจารึกบนป้ายสลักไว้ว่า เซชิน โชคุโด (Seishin Chokudo) หมายความว่า หัวใจที่มุ่งมั่นและหนทางที่เที่ยงแท้ ซึ่งเป็นข้อความเดียวกับที่อยู่บนดาบไม้ของมิยะโมะโตะ มุซะชิด้วยเช่นกัน ป้ายนี้ตั้งอยู่บริเวณที่เชื่อกันว่ามุซะชิเคยอาศัยอยู่ ที่โคคุระ (, kokura)
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Sat Oct 19, 2013 16:51
DekbaD พิมพ์ว่า:
เด๋วว่างผมจะแปลประวัติศาสตร์มาให้อ่านกันนะครับ  


คับท่านจัดเลยคับ
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
เข้าร่วม: 10 Jul 2008
ตอบ: 1603 (บอร์ดเก่า 8372)
ที่อยู่: Anfield
โพสเมื่อ: Sat Oct 19, 2013 17:52
http://www.soccersuck.com/boards/topic/921944

My Locker
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 785 (บอร์ดเก่า 193)
ที่อยู่: Old trafford
โพสเมื่อ: Sat Oct 19, 2013 21:08
มู้ท่าน 22nd แผล่บทิ้งขาดผมเบย

คนส่วนมากคงรุ้จักสามก๊กมากก่าเทพนิยายซะอีก



ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
เข้าร่วม: 10 Jul 2008
ตอบ: 1603 (บอร์ดเก่า 8372)
ที่อยู่: Anfield
โพสเมื่อ: Sun Oct 20, 2013 00:30
mubmibkung พิมพ์ว่า:
มู้ท่าน 22nd แผล่บทิ้งขาดผมเบย

คนส่วนมากคงรุ้จักสามก๊กมากก่าเทพนิยายซะอีก  


อาจเป็นเพราะเกมส์ด้วยมั้งครับ ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์

ทำให้คนรู้จักตัวละครกันมาบ้างแล้ว เพราะผมเองก็มาจากทางนั้นแหละครับ
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Sun Oct 20, 2013 02:24
22nd พิมพ์ว่า:
mubmibkung พิมพ์ว่า:
มู้ท่าน 22nd แผล่บทิ้งขาดผมเบย

คนส่วนมากคงรุ้จักสามก๊กมากก่าเทพนิยายซะอีก  


อาจเป็นเพราะเกมส์ด้วยมั้งครับ ทั้งออฟไลน์ ออนไลน์

ทำให้คนรู้จักตัวละครกันมาบ้างแล้ว เพราะผมเองก็มาจากทางนั้นแหละครับ  


555 แข่งแผล่บซะงั้นของผมก็พอๆก็ท่าน สู้ท่าน 22nd มีได้หุหุ
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7484
ที่อยู่: Ok,bye!
โพสเมื่อ: Sun Oct 20, 2013 13:14
เทพโอซีริส (Osiris) เทพแห่งสันติ ของชาวอียิปต์

ชื่อนี้คือชื่อเทพรุ่นแรกสุดของอียิปต์

เป็นเทพที่ได้ชื่อว่ารังเกียจความรุนแรงจับใจที่สุดองค์หนึ่ง ความรังเกียจเช่นนี้กลายเป็นเรื่องที่น่าลำบากใจจริงๆ

ไม่ช้าไม่นานเมื่อท้าวเธอต้องกลายมาเป็นเทพผู้ปกครองอียิปต์พระองค์พบว่า

ประชากรอันมากมายของพระองค์เวลานั้นเป็นพวกป่าเถื่อนแบบบริสุทธิ์จริงๆ

ทั้งไม่สามรถคิดอ่านอะไรเองได้เนื่องจากความไม่รู้ และยังไร้ศีลธรรมอีกด้วย

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม

โอซิริสก็ยังสามรถโน้มน้าวบรรดาประชาชนเหล่านั้นให้มาเชื่อฟังกฎระเบียบของ

พระองค์ได้

เชื่อไหมว่าพระองค์สอนด้วยวิธีสันติเพียงอย่างเดียวให้รู้ถึงการอยู่ร่วมกัน

อย่างเป็นสุข ตั้งสังคมขึ้น และบริหารสังคมนั้นด้วยวินัยและศีลธรรม

โอซิริสสอนให้มีการเพาะปลูกทั่วไป สอนให้ทำขนมปังเป็นอาหาร

แถมยังสอนให้หมักไวน์และเบียร์เพื่อความสนุกสนานอีกซะด้วย


โอซิริ

สสร้างบ้านแปลงเมือง สร้างวัดวาอารามและมีการสร้างเทวรูปไว้บูชาเป้นรูปแรก

พระองค์สร้างดนตรีไว้เพื่อความเพลิดเพลินและการบูชาภายใต้การปกครองของโอซิ

ริสและมเหสีคือ ไอซิส (Isis)

อียิปต์กลายเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ในโลกโบราณเชียวล่ะ

แล้วตอนนั้นเองที่โอซิริสตั้งใจว่าจะเผยแพร่อารยธรรมของพระองค์ไปทั่วโลก

แต่

เนื่องจากเป็นคนที่เกลียดความรุนแรง

ในการเผยแพร่อารยธรรมในครั้งนี้โอซิริสจึงไม่ได้ใช้กำลังทางทหารเลย

พระองค์ใช้เวทมนตร์ของดนตรีและบทเพลงของพระองค์เท่านั้น

แต่ว่าชาติแล้วชาติเล่าก็ต้อนรับอารยธรรมที่พระองค์นำไปให้

ท้ายที่สุดเมื่อโอซิริสกลับถึงบ้านพระองค์ก็ได้เผยแพร่ความเจริญให้กับส่วน

อื่นๆ ของโลกจนครบ


ส่วนในอียิปต์ตอนที่โอซิริสไม่อยู่

ราชินีไอซิสก็ได้สานต่องานของพระสวามีด้วยการสอนผู้หญิงอียิปต์ในงานปั่น

ด้ายและทอผ้า สอนให้ผู้ชายรักษาคนป่วย ไอซิสคิดค้นการแต่งงาน

ซึ่งทำให้ผู้หญิงและชายจะแบ่งปันความสุขและแรงงานระหว่างกัน

ภายใต้การปกคองที่รุ่งเรืองของโอซิริสและไอซิสโลกของเราน่าจะมีสนติสุขจริงๆ

แต่นั่นจะต้องไม่มีเซท (Set)

น้องชายทรยศของโอซิริสเองซึ่งเป็นผู้ทำให้ยุคทองนี้ล่มสลายลง

ด้วย

นิสัยของมนุษย์เรานี่ละ ใช่ว่าจะมีคนแบบเดียวกันทั้งโลก

ดังนั้นพวกที่มีจิตคิดอิจฉาริษยาจึงเข้าพวกกับเซทกันมากเหมือนกัน

และพวกที่ร้ายๆ แบบนี้ก็พากันหาอุบายมาฆ่าโอซิริสจนสำเร็จ

จักการเอาพระศพยัดลงโลง แล้วเอาไปถ่วงในแม่น้ำไนล์

แต่ว่าโลงพระศพกลับล่องลอบออกไปทางปากแม่น้ำสู่ทะเลจนไปเกยฝั่งที่ฟีเนีย

เซีย

ราชินีไอซิสผู้โศกเศร้าได้พยายามติดตามหาพระศพของพระสวามีจนมาพบและได้ช่วย

ชุบชีวิตของพระองค์ขึ้นมาใหม่

ความผิดพลาดของการที่พระองค์ไม่

ปรารถนาที่จะใช้กำลังรุนแรงนนี่ละทำให้พระองค์พลาดอีกครั้งอย่างจังเบอร์เลย

เมื่อพระองค์ไม่ลงทัณฑ์เซท

กลับปล่อยเอาไว้ให้เป็นเสี้ยนหนามในที่สุดไม่ช้าไม่นานเซทก็วางแผนฆ่า

พระองค์อีกจนได้ คราวนี้สับพระศพแยกออกเป็นส่วนๆ ถึงสิบสี่ชิ้น

กะไม่มีการชุบชีวิตขึ้นได้อีกครั้งโดยเด็ดขาด

แล้วเอาชิ้นส่วนเหล่านี้ไปโปรยทั่วอียิปต์

ร้อนถึงไอซิสผู้โชคร้ายต้องติดตามชิ้นส่วนของพระสวามีตามที่ต่างๆ

นำมาประกอบเป็นรูปร่าง

และคิดค้นเทคนิคการดองศพเพื่อชุบโอซิริสขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง

แต่

ว่าคราวนี้พระองค์กลับได้รับการเลือกให้เป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งความตายนิ

รันดร์ เป็นที่ซึ่งพระองค์จะไม่คืนมาสู่อียิปต์ในรูปของมนุษย์อีกต่อไป

อียิปต์ในความดูแลของพระองค์เหลือเพียงเรื่องของการอำนวยผลแห่งความอุดมของ

ดินและสายน้ำที่เป็นแหล่งก่อกำเนิดชีวิตของแม่น้ำไนล์ แล้วเซทผู้ริษยาล่ะ

หลังจากที่ฆ่าพี่ชายตายจนโอซิริสกลายเป็นเทพแห่งอาณาจักรในความมืดเซทยังไม่

ลดละความริษยาลงเลย ยังคงตามจองล้างด้วยการนำเอาความแห้งแล้ง

และพายุทรายมารบกวนอียิปต์อยู่เนืองๆ

ส่วนไอซิสราชินีหม้าย

ซึ่งแสนจะโสกเศร้ากับการจากไปของพระสวามีก็มีชะตากรรมสุดท้ายที่ไร้ความสุข

เมื่อโอรสของพระองค์กับโอซิริสคือ โฮรัส (Horus) ต้องการจะแก้แค้นเซท

พระนางทรงห้ามด้วยไม่ต้องกานให้เกิดความรุนแรงขึ้นตามนโยบายของพระสวามี

แต่คราวนี้โฮรัสเกิดบันดาลโทสะฟาดดาบตัดศีรษะพระมารดาสิ้นชีพ

พระนางไอซิสหลังจากสิ้นชีพแล้วก็กลายเป็นเทวีที่ช่วยให้คนตายได้ไปพบกับโอซิ

ริส ฉะนั้นคนดีที่กำลังจะตายเห็นจะไม่ต้องกลัวอะไร

เพราะเทพและเทวีคู่นี้จะเป็นผู้นำทางเขาไปนิรันดร์กาล
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
เข้าร่วม: 15 Oct 2013
ตอบ: 6670
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Oct 20, 2013 21:54
ชอบๆ
มีประวัติ มูซาชิ
อย่าลืมประวัติ ฮัตโตริ ฮันโซ
และจะให้ดี แถม ฟูมะ โคะตะโร จะเป็นพระคุณอย่างมาก

My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Sun Oct 20, 2013 22:02
ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคเมจิ
หลังจากที่ พลเรือจัตวาแมทธิว ซี เพอร์รี แห่งกองทัพสหรัฐ ได้นำ เรือรบ Black Ships 4 ลำ มาจอดที่อ่าวโตเกียว ในปี ในปี 1853 เพื่อกดดันรัฐบาลญี่ปุ่นให้เปิดประเทศ และก็มีการทำสนธิสัญญาคานางาว่า เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าซามูไรกลุ่มอื่นๆ ที่มองว่ารัฐบาลบาคุฟุ (รัฐบาลภายใต้การนำของโชกุน) อ่อนแอ เนื่องจากภายหลังการทำสนธิสัญญาครั้งนั้น ชาติตะวันตกอื่นๆ เช่น ประเทศรัสเซีย อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส พากันมาทำสนธิสัญญาหมด ทำให้ซามูไรกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจจึง พยายามเรียกร้องอำนาจคืนให้กับจักรพรรดิ ทางโชกุนก็รวบรวมซามูไรขึ้นอีกกลุ่มเป็นกองกำลังพิเศษเอาไว้รับมือซึ่งก็คือ กลุ่มชินเซ็นกูมินั่นเอง

ชินเซ็นกูมิ ในช่วงแรกเรียกว่า โรชิกูมิ ผู้ก่อตั้งคือ โยชิคาวะ ฮาจิโร่ ซึ่งแท้จริงแล้ว โยชิคาวะเป็นฝ่ายปฏิวัติ ที่แกล้งทำเป็นภักดีต่อ โชกุน ทำให้สมาชิกของกลุ่ม 13 คน จึงแยกตัวออกมาตั้งกลุ่มใหม่ เรียกกันว่า มิบุโรชิ ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้ในช่วงที่ 2

การต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุดคือการต่อสู้ที่ร้านอิเคดะ ครั้งนั้นกลุ่มผู้ปฏิวัติวางแผนเผาเมืองและลักพาตัวองค์จักรพรรดิ โดยมีเป้าหมายล้มล้างรัฐบาลโดยแยกองค์จักรพรรดิออกจากรัฐบาลเสียก่อน เมื่อกลุ่มชินเซ็นเล่วงรู้แผนการจึงเกิดวางแผนบุกสังหาร กลายเป็นสงครามครั้งใหญ่ที่ฝ่ายชินเซ็นกุมิเป็นผู้ชนะ ส่งให้ชื่อของกลุ่มเป็นที่รู้จักในชั่วข้ามคืน มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึง 300 คน และได้มีการจัดระบบการภายในโดยมีคนโด อิซามิเป็นหัวหน้ากลุ่ม และฮิจิกาตะ โทชิโซเป็นรองหัวหน้ากลุ่ม รวมทั้งหัวหน้าหน่วยอีก 10 หน่วย


และปี ค.ศ 1868 ก็เกิดสงครามกลางเมืองโบะชิน ระหว่างฝ่ายโชกุน และ ฝ่ายสนับสนุนจักรพรรดิ และในภายหลัง ภายหลังโชกุนโตกุกาว่าก็ประกาศคืนอำนาจให้แก่องค์จักพรรดิ จนเกิดการปฏิรูปเมจิ

การปฏิรูปเมจิ เหมือนกับการทลายของเขื่อนที่กอปรด้วยพลังและแรงผลักดันสะสมมานับศตวรรษ ต่างชาติเองรู้สึกถึงความรุนแรงและความตื่นตัวที่เกิดจากการปลดปล่อยพลังเหล่านี้ออกมาในฉับพลัน ก่อนจะสิ้นศตวรรษที่ 19 ญี่ปุ่นเข้าร่วมสงครามจีน-ญี่ปุ่น ระหว่างปี ค.ศ.1894-95 ซึ่งลงเอยด้วยชัยชนะของญี่ปุ่น ผลของสงครามคือญี่ปุ่นได้ไต้หวันมาจากจีน


เรื่องเคนชินก็ดำเนินเรื่องหลังจากสงครามกลางเมืองโบะชิน ไปสักประมาณ 10 ปีละมั้ง (ไม่แน่ใจ แค่เดา ๆ )

สิบปีต่อมาญี่ปุ่นประสบชัยชนะอีกครั้งหนึ่งในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ระหว่างปี ค.ศ.1904-05 และยึดได้ซัคคาลินตอนใต้ ซึ่งยกให้รัสเซียเมื่อปี ค.ศ.1875 เพื่อแลกกับเกาะคูริล และทำให้ชาวโลกรับรู้ว่าญี่ปุ่นมีความสนใจในดินแดนแมนจูเรียเป็นพิเศษ หลังจากที่ได้กำจัดอำนาจอื่นๆ ที่จะมามีอิทธิพลเหนือเกาหลีแล้ว ในตอนแรกญี่ปุ่นได้จัดการให้เกาหลีเป็นดินแดนในอารักขา และผนวกเกาหลีในเวลาต่อมาคือในปี ค.ศ.1910

จบแล้วน่ะคับยุคปฎิรูปประเทศญี่ปุ่นซึ่งคราวนีญี่ปุ่นจะเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว ขอบคุณคับเพื่อนๆที่ติดตามอ่านกันถ้าผิดพลาดประการใดเสนอแนะเข้ามากันก็ได้น่ะคับ
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Mon Oct 21, 2013 22:54
สุดยอด 2 นินจาแห่งประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
เมื่อสมาชิกของมาทางเราก็จัดให้คับ



ฮัตโตริ ฮันโซ"

ฮัตโตริ ฮันโซ (ญี่ปุ่น: , อังกฤษ: Hattori Hanz) (ค.ศ. 1542 - 23 ธันวาคม ค.ศ. 1596) บางครั้งรู้จักในชื่อ ฮัตโตริ มาซานาริ (ญี่ปุ่น: ) หรือ ฮัตโตริ มาซาชิเงะ เป็นบุตรของ ฮัตโตริ ยาสึนางะ ที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มนินจาอิงะ แต่ไม่รู้แน่ชัดว่าฮันโซ ฝึกวิชานินจาเมื่อใด ตระกูลเขารับใช้ตระกูลมัทสึไดระ หรือ ที่รู้จักกันในตอนหลังว่าตระกูลโทคุงาวะ

ฮันโซอาจจะเกิด และ เติบโตที่จังหวัดมิคาวะ แต่เขาก็กลับไปเยี่ยมครอบครัวของเขาที่ หมู่บ้านนินจาอิงะบ่อยๆเขาเป็น นักดาบที่คล่องแคล่ว นักวางแผน แล้ว ก็เป็นผู้เชี่ยวด้านการใช้หอก รวมถึง เป็นผู้สำเร็จวิชานินจาขั้นสูงด้วย

หลังโนบุนากะเสียชีวิต ในเวลานั้น อิเอยาสึกับพวกขุนนางของเขาได้ฝึกหนทางของนินจาช่วงสั้นๆ ในระหว่างการหลบหนีการตามล่าจากทหาร ของ อาเคจิ มิทสึฮิเดะ แต่พวกเขาก็ยังไม่ปลอดภัยซะทีเดียว เพราะจังหวัดมิคาวะเป็นจังหวัดใหญ่ทหารของอาเคจิก็ยังคงตามหาพวกเขาอยู่ ในเวลานี้ฮันโซได้เสนอความคิดว่า ควรใช้เส้นทางลัดตัดผ่านหมู่บ้านอิงะไป ซึ่งฮันโซได้ไปเจรจาขอผ่านดู ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี จนอิเอยาสึได้กลับจังหวัดมิคาวะ อย่างปลอดภัย

ฮัตโตริ ฮันโซ มีบุตรชายอายุ 18 ปี ชื่อมาซานาริ เหมือนกันแต่สะกดคนละแบบ มาซานาริรับช่วงฝึกเป็นนินจาต่อจากบิดา แต่ฝึกวิชานินจึตสึไม่สำเร็จ และไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในนินจาของอิงะ และไม่ได้รับการยอมรับจากพวกนินจาด้วย

ฮันโซเสียชีวิตในปี 1596 รวมอายุ 55 ปี เชื่อกันว่าเขาถูก ฟูมะ โคทาโร่ ซึ่งเป็นนินจาของตระกูลโฮโจสังหาร ฮันโตริ ฮันโซ ได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ในสุดยอดนินจา เช่นเดียวกับ ฟูมะ โคทาโร่



ฟูมะ โคทาโร่

โคทาโร่นั้นถูกรับเลี้ยงมาโดยหัวหน้าของตระกูลฟูมะ ตระกูลนี้ถือว่าเป็นตระกูลนินจาระดับชั้นเลิศของยุค และยังเลื่องชื่ออยู่จนทุกวันนี้ เมื่อก่อนนั้นนามสกุลของตระกูลเขียนว่า "" แต่ภายหลังได้ถูกเปลี่ยนไป โคทาโร่นั้นเป็นรุ่นที่ 5 ของตระกูล และรับใช้ โฮโจ อุจิมาซะ และ โฮโจ อุจินาโอะ

ศึกที่กระฉ่อนไปทั่วสำหรับตระกูลฟูมะนั้นก็คือ ศึกใน พ.ศ. 2124 เมื่อทัพของทาเคดะตั้งค่ายอยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำโอเสะงาว่า กับพื้นที่ของโฮโจ ตระกูลฟูมะได้ข้ามแม่น้ำกับหลายครั้งหลายครา และสร้างความปั่นป่วนไปทั่วค่าย

เรื่องที่ว่าเป็นตำนาน
ตำนานของโคทาโร่ได้เกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2139 นินจาชื่อกระฉ่อน ฮัตโตริ ฮันโซ ภายใต้สังกัดของ โตกุกาว่า อิเอยาสุ ได้ไล่ตามโคทาโร่ แต่โคทาโร่ได้ล่อฮันโซเข้าไปติดกับดักจนถึงแก่ความตาย

สิ้นสุดของตระกูล
ใน พ.ศ. 2146 หลังจากตระกูลโฮโจได้แตกสลายมาได้ 13 ปี ในช่วง 13 ปีนั้นตระกูลฟูมะได้ไปเป็นโจรป่า และถูกอิเอยาสุจับในปีนี้ และถูกประหารทั้งตระกูล

ว่ากันว่าตาของโคทาโร่นั้นกลับหัวลงล่าง

ความนิยมในปัจจุบัน

โคทาโร่นั้นได้ถูกนำเอาไปใช้ในหลายแบบ เช่นเกม Sengoku Basara 2 หรือ Samurai Warrior 2

โคทาโร่นั้นได้ถูกเอาไปใช้เป็นตัวละครการ์ตูนบางเรื่องเช่น เคียวตายักษ์ ที่โคทาโร่เป็นเพื่อนสนิทกับ ซารุโทบิ ซาสึเกะ

Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7484
ที่อยู่: Ok,bye!
โพสเมื่อ: Tue Oct 22, 2013 18:39
ชมรมเงียบจังเลย
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
เข้าร่วม: 15 Oct 2013
ตอบ: 6670
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Oct 23, 2013 09:21
ขอบคุณ สำหรับประวัติครับ
เรื่องราวนินจาของญี่ปุ่น จนป่านนี้ก็ยังคงเป็นปริศนา

ทั้งๆที่ ขีดความสามารถไม่ต่างจากหน่วยรบพิเศษในปัจจุบัน
แต่เนื่องด้วยมันถูกใช้งานจรกรรม ก่อการร้าย จึงมองว่าเป็นฝ่ายไม่ได้ เลยไม่ได้รับการยกย่อง
และจำต้องปกปิดฐานะไว้ด้วย เพื่อความปลอดภัยป้องกันโดนการตามล่าล้างแค้น

ทั้งที่จริงๆแล้ว หลายหลักฐานก็ชี้ชัดว่า นินจาก็คือซามูไร ที่ใส่ผ้าคลุมหน้าเพื่อทำภารกิจนั่นเอง
ผมเองชื่นชอบ นินจิตสุเป็นการส่วนตัวน่ะครับ เลยได้เคยอ่านประวัติพวกนี้มาเยอะหน่อย
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Wed Oct 23, 2013 12:59
พี่วิuฯ พิมพ์ว่า:
ขอบคุณ สำหรับประวัติครับ
เรื่องราวนินจาของญี่ปุ่น จนป่านนี้ก็ยังคงเป็นปริศนา

ทั้งๆที่ ขีดความสามารถไม่ต่างจากหน่วยรบพิเศษในปัจจุบัน
แต่เนื่องด้วยมันถูกใช้งานจรกรรม ก่อการร้าย จึงมองว่าเป็นฝ่ายไม่ได้ เลยไม่ได้รับการยกย่อง
และจำต้องปกปิดฐานะไว้ด้วย เพื่อความปลอดภัยป้องกันโดนการตามล่าล้างแค้น

ทั้งที่จริงๆแล้ว หลายหลักฐานก็ชี้ชัดว่า นินจาก็คือซามูไร ที่ใส่ผ้าคลุมหน้าเพื่อทำภารกิจนั่นเอง
ผมเองชื่นชอบ นินจิตสุเป็นการส่วนตัวน่ะครับ เลยได้เคยอ่านประวัติพวกนี้มาเยอะหน่อย
 


คับผมว่านินจาก็เก่งนะคับแต่ไม่ไค้รับการยกย่องในแบบที่ควรจะเป็นเท่าไร
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Wed Oct 23, 2013 13:01
พริกหวาน พิมพ์ว่า:
ชมรมเงียบจังเลย  


หุหุหุว่าวันนี้ผมจะอัพอ่ะคับ เพือนๆสมาชิกรีเควสกันได้นะคับ
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
1, 2, 3, 4, 5, 6 ... 13, 14, 15
ไปที่หน้า
GO
ดูทีวีย้อนหลัง
แสดงความเห็น