แสดงความเห็น
1, 2, 3, 4 ... 13, 14, 15
ไปที่หน้า
GO
ชมรมคลังความรู้ นิยาย-ประวัติศาสตร์ ต่างๆ
สมาชิก 90 คน, จำนวนคอมเมนต์ 220
Description
ให้ข้อมูลด้านนิยายเทพเจ้ากรีก - โรมัน หรือประเทศต่างๆ และให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์เรื่องเล่าต่างๆของทุกมุมโลก ซึ่งเป็นชมรมที่ให้สาระแก่เพื่อนชาว SS โดยเพื่อนชาว SS สามารถเสนอหรือบอกกล่าวว่าอยากได้ข้อมูลของประเทศนั้นประวัติของบุคคลสำคัญท่านต่างๆได้ โดยจะมีทีมงานหาข้อมูลโดย จะมี ผม 1.Falcon_Pee V0.1 , 2.ท่านพริกหวาน ,3.ท่านmubmibkung เป็นคนหาข้อมูลมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันคับ ขอฝากชมรมน้องใหม่ด้วยน่ะคับผม

ระเบียบการชมรม

  • สมาชิกที่ต้องการเข้าร่วมชมรมให้กดปุ่ม join ที่อยู่ด้านบนของกระทู้
  • สมาชิกที่เข้าร่วมชมรมเสีย 10 แผล่บครั้งเดียวถาวร(หัวหน้าไม่เสีย)
  • สมาชิกที่เข้าร่วมแล้วเสีย 10 แผล่บจะได้รับการคืนหากหัวหน้ากดปฏิเสธไม่ให้ร่วมกลุ่ม
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 10147 (บอร์ดเก่า 11731)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 16:06
เพิ่งกด join ตะกี้ รับเร็วโคตร !!!
S t r e t f o r d E n d
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 16:08
SuperMonkey พิมพ์ว่า:
เพิ่งกด join ตะกี้ รับเร็วโคตร !!!  


เอ้าท่านเราบริการทุกระดับประทับใจอยุ่แล้วอิอิ
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 16:26
ญี่ปุ่นได้รับเอาตัวอักษรแบบจีนซึ่งมีรากฐานมาจากอักษรภาพมาใช้ และโดยผ่านทางสื่อตัวอักษรนี้เอง ชาวญี่ปุ่นได้เรียนความรู้เบื้องต้นทางการแพทย์ การใช้ปฏิทินและดาราศาสตร์ ตลอดจนปรัชญาของลัทธิขงจื๊อ ศาสนาพุทธได้เข้ามาในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.538 จากประเทศอินเดียโดยผ่านทางจีนและเกาหลี ผู้ปกครองประเทศญี่ปุ่นได้ถือระบบการปกครองของจีนเป็นแนวทางในการสร้างระบบการปกครองของตน

เมืองหลวงถาวรแห่งแรกของญี่ปุ่นได้รับการสถาปนาขึ้นที่เมืองนาราในตอนต้นศตวรรษที่ 8 เป็นเวลานานกว่า 70 ปี คือตั้งแต่ ค.ศ.710 ถึง ค.ศ.784 พระราชวงศ์อิมพีเรียลของญี่ปุ่นประทับอยู่ที่เมืองนาราโดยตลอดและขยายอำนาจไปทั่วประเทศทีละน้อย ก่อนหน้านั้นได้มีการย้ายเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ประทับบ่อยครั้งภายในเขตแดนที่ในปัจจุบันคือเมืองนารา เกียวโต และโอซากา

เมืองหลวงใหม่ซึ่งเลียนแบบเมืองหลวงของประเทศจีนในสมัยนั้น ได้รับการสถาปนาที่เมืองเกียวโตเมื่อปี ค.ศ.794 และได้เป็นที่ประทับของพระราชวงศ์เป็นเวลานานเกือบ 1,000 ปี การย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองเกียวโต นับเป็นจุดเริ่มต้นของสมัยเฮอันซึ่งดำรงอยู่ต่อมาจนถึง ค.ศ.1192 และเป็นสมัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสมัยหนึ่งของการพัฒนาทางด้านศิลปะในประเทศญี่ปุ่น การติดต่อกับประเทศจีนหยุดชะงักลงในช่วงปลายศตวรรษที่ 9 และอารยธรรมญี่ปุ่นเริ่มที่จะมีลักษณะและรูปแบบเป็นของตนเอง

สิ่งเหล่านี้นับเป็นกระบวนการของการผสมกลมกลืนและการปรับเปลี่ยน โดยที่สิ่งต่างๆ ซึ่งญี่ปุ่นรับมาจากภายนอกค่อยๆ กลายเป็นรูปแบบของญี่ปุ่นไปโดยปริยาย ตัวอย่างที่เห็นได้โดยทั่วไปของกระบวนการนี้ คือการพัฒนาของตัวอักษรญี่ปุ่นในสมัยเฮอัน ความซับซ้อนของการเขียนของจีนทำให้นักเขียนและพระคิดค้นรูปพยางค์ขึ้นสองระบบโดยยึดรูปแบบอย่างของจีน ภายในกลางสมัยเฮอัน ได้มีการปรับปรุงพยัญชนะที่เรียกกันว่า คานะ (kana) และนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง นับเป็นการเปิดทางให้แก่งานเขียนที่มีรูปแบบเป็นของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายแทนถ้อยคำสำนวนที่ยืมมาจากภาษาจีน

ชีวิตในเมืองหลวงเป็นชีวิตที่หรูหราและสะดวกสบาย ขณะที่ราชสำนักใช้เวลาทั้งหมดไปกับศิลปะและความสุขทางสังคม อำนาจที่เคยมีเหนือกลุ่มที่มีอิทธิพลทางการทหารในหัวเมืองต่างๆ ก็เริ่มจะคลอนแคลน อำนาจในการควบคุมอาณาจักรอย่างมีประสิทธิภาพได้หลุดมือไป และได้กลายเป็นสิ่งล่อใจสำหรับสองตระกูลทหารที่เป็นปรปักษ์ต่อกัน ได้แก่ ตระกูล มินะโมะโตะและไทระ ซึ่งเป็นตระกูลที่สืบทอดเชื้อสายมาจากจักรพรรดิองค์ก่อนๆทั้งสองตระกูล ตระกูลมินะโมะโตะและไทระได้ต่อสู้ในการรบที่โด่งดังที่สุด และมีความรุนแรงมากในยุคกลางอันวุ่นวายสับสนของญี่ปุ่น ในที่สุดตระกูลมินะโมะโตะเป็นฝ่ายชนะสงคราม โดยได้ทำลายล้างตระกูลไทระจนพินาศในศึกดันโนอุระ (Battle of Dannoura) อันเกริกก้องและเลื่องลือ ในการรบกันที่ทะเลอินแลนด์ใน ค.ศ.1185


วัดโฮริวจิ สิ่งก่อสร้างซึ่งทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และยังได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีคริสต์ราช 1993 ถูกสร้างโดยโชโทกุไทฉิตั้งอยุ่ในเมืองนารา
แก้ไขล่าสุดโดย Falcon_pee V 0.1 เมื่อ Thu Oct 17, 2013 16:39, ทั้งหมด 1 ครั้ง
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 785 (บอร์ดเก่า 193)
ที่อยู่: Old trafford
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 16:27
ผลัดกันอยุ่คับ 555+ อ่อ ท่านมาใหม่แนะนำตัวทีนะคับ ทางผมจะทำดาต้าให้



ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
เข้าร่วม: 09 Jan 2011
ตอบ: 9863 (บอร์ดเก่า 1296)
ที่อยู่: darkside
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 16:34
มาเสพประวัติศาสตร์

lolopopo_13 รายงานตัวฮ้าฟฟ






แก้ไขล่าสุดโดย lolopopo_13 เมื่อ Thu Oct 17, 2013 16:34, ทั้งหมด 1 ครั้ง
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 16:41
lolopopo_13 พิมพ์ว่า:
มาเสพประวัติศาสตร์

lolopopo_13 รายงานตัวฮ้าฟฟ






 


คับยินดีต้อนรับคับกระผม
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
เข้าร่วม: 10 Jul 2008
ตอบ: 1603 (บอร์ดเก่า 8372)
ที่อยู่: Anfield
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 17:14
"ยอดคนต้องลิโป้ ยอดม้าต้องเซ็กเธาว์"




นักอ่านหลายๆท่านอาจจะได้ทราบแล้วว่า ฝีมือลิโป้นั้น ไม่เป็นสองรองใคร
เพียงแต่อาจเป็นเพราะความเขลาของลิโป้ (บ้างก็ว่าไม่ได้เป็นคนเขลาแต่เพราะเป็นคนใจร้อน ขาดสติ)จึงไม่สามารถทำการใหญ่ได้


ตัวละครลิโป้นั้นได้โผล่ครั้งแรกตอนต้นเรื่อง
ในขณะที่ตั๋งโต๊ะได้เรียกเหล่าขุนนางมาประชุมเพื่อดูความเกรงขามของอำนาจตน
ในที่ประชุมมิไม่ใครกล้าต่อต้านเลยซักคน คงมีแต่เต็งหงวนที่กล้าท้าทายอำนาจของตั๋งโต๊ะ



เนื่องจากเต็งหงวนนั้นมีลูกบุญธรรมชื่อลิโป้ ที่คอยติดตามเต็งหงวนตลอดเวลา
ลิยูสะดุดจากับลิโป้เข้าอย่างจัง เพราะลิโป้มีร่างกายสูงใหญ่ น่าเกรงขาม สมเป็นทหารเอก
ลิยูกลัวว่าลิโป้นั้นจะเป็นภัยต่อตน จึงได้เสนอแผนการแก่ตั๋งโต๊ะ ให้ซื้อลิโป้ด้วยม้าเซ็กเธาว์ เงินทอง ยศฐาบรรดาศักดิ์
ลิโป้เป็นคนโลภเมื่อเจอสิ่งดึงดูดใจ จึงยอมตัดคอเต็งหงวนผู้ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของตน ไปสวามิภักดิ์ต่อตั๋งโต๊ะ และนับถือกันเป็นพ่อ-ลูก
*มีเรื่องที่ผมยังไม่แน่ใจคือ เดิมลิยูเป็นคนบ้านเดียวกันรู้จักกับลิโป้อยู่แล้ว จึงหว่านล้อมลิโป้ได้ไม่ยาก




เมื่อครั้งกองทัพ 18 หัวเมืองรวบรวมตัวกับต่อต้านตั๋งโต๊ะ ลิโป้จึงได้สู้กับ 3 พี่น้องแห่งสวนท้อ
เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย เข้ารุมลิโป้คนเดียว นับว่าลิโป้นั้นสุดยอดมากที่รับเมืองยอดฝีมือทั้ง 3 คนได้




ขุนนางอ้องอุ้นไม่พอใจในตัวทรราชตั๋งโต๊ะ จึงได้วางแผนผลาญความสำพันธ์ระหว่างลิโป้กับตั๋งโต๊ะด้วยอุบายนางงาม
โดยใช้แม่นางเตียวเสี้ยนผู้ที่มีโฉมงามคอยยุยงหว่านเสน่ห์ให้ลิโป้กับตั๋งโต๊ะแตกคอกัน
จนในที่สุดลิโป้ได้ฆ่าตั๋งโต๊ะซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมคนที่สอง
*ว่ากันว่าแม่นางเตียวเสี้ยนนั้น ไม่ได้มีตัวตนอยู่ในประวัติศาสตร์จริง ลิโป้กับตั๋งโต๊ะ ผิดใจกันเอง
แต่ยังมีบางแหล่งบอกว่าเตียวเสี้ยนนั้นมีตัวตนจริง และไม่ได้อยู่ในอุบายของอ้องอุ้น เป็นแค่สาวรับใช้ในจวนของตั๋งโต๊ะ





ลิโป้ได้ไปเข้าร่วมกับอ้องอุ้น(หนึ่งในคนที่ลิโป้นับเป็นพ่อ)
แต่แล้วก็เสียทีให้แก่ลิฉุย กุยกี เตียวเจ หวนเตียว ที่เป็นลูกน้องเก่าของตั๋งโต๊ะ
จนลิโป้ต้องเร่ร่อนหนีไป จากนั้นก็ไปขอเข้ากับอ้วนสุด แต่อ้วนสุดไม่รับอยู่ด้วย ลิโป้จึงไปขออยู่ด้วยอ้วนเสี้ยว
แต่ลิโป้ก็กำเริบฆ่าทหารอ้วนเสี้ยวไปหลายคน อ้วนเสี้ยวจึงโกรธตามฆ่าลิโป้ ลิโป้จึงหนีไปอยู่กับเตียวเมี่ยว
จนได้พบกัยตันก๋ง ลิโป้ได้ยกทัพไปตีเมืองกุนจิ๋วที่โจโฉครองอยู่ทำให้โจโฉโกรธเป็นอันมาก ลิโป้จึงโดนโจโฉหมายหัว



ลิโป้เสียทีโจโฉจนต้องมาอาศัยกับเล่าปี่ เตียวหุยไม่ชอบใจลิโป้ ถึงลิโป้แม้จะเป็นคนเก่ง
แต่ก็เป็นคนหยาบช้า ขาดคุณธรรม และไร้สติปัญญา เป็นคนที่เลี้ยงไว้ไม่ได้
เป็นบุคคลที่เตียวหุยด่าว่าเป็น "ไอ้ลูกสามพ่อ"


ความดีงามสำคัญของลิโป้
คือ การเสี่ยงเกาทัณฑ์ห้ามทัพ ไม่ให้กองทัพของอ้วนสุด 50,000 นายที่นำมาโดยกิเหลง บุกตีเล่าปี่ที่เมืองชีจิ๋ว
โดยให้ทั้งสองฝ่ายตกลงยินยอมว่า หากลิโป้ยิงเกาทัณฑ์ในระยะ 5 เส้น (ประมาณ 200 เมตร) ถูกปลายทวน ก็ให้ถือว่าเป็นมติสวรรค์ ทั้งสองฝ่ายต้องเลิกรบกันไป
*เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าลิโป้ได้ช่วยเล่าปี่ไว้ เพราะทัพของเล่าปี่ไม่สามารถต้านทัพของกิเหลงได้แน่นอน



จุดจบของลิโป้
โจโฉทดน้ำและเข้าล้อมเมืองแห้ฝือ ลิโป้ก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ที่ลอยไปลอยมาอยู่เหนือปัญหา
ไร้ความรับผิดชอบ วัน ๆ เอาแต่เสพสุรา แล้วอ้างว่าจะกลัวอะไรกับน้ำท่วม ม้าเซ็กเธาว์มีกำลังมาก
ข้ามแม่น้ำได้ดั่งควบบนบก แล้วก็ผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของทหารและพลเมือง
จุดจบของคนแบบลิโป้ ไม่ได้ตายเพราะไร้ฝีมือ แต่ตายเพราะ "ศรัทธาเสื่อม"
เขาตายเพราะคนสนิทมิตรสหายใกล้ตัว ถูกลูกน้องขโมยม้าเซ็กเธาว์กับทวนคู่ใจ แล้วจับเขามัดส่งให้กับโจโฉ ประหารชีวิต
*ตรงนี้มีบางแหล่งบอกไว้ว่า จริงๆแล้วลิโป้ยอมมอบตัวแก่โจโฉเอง ไม่ได้ถูกลูกน้องหักหลัง รักษาชีวิตลูกน้องเพื่อแลกกับหัวของตน



ถึงคราวประหารลิโป้ ลิโป้ขอลดตนสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ ว่าอย่าประหารตนเลย เพราะตนสามารถเป็นกำลังให้โจโฉได้
ซึ่งขณะนั้นเล่าปี่ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย โจโฉจึงถามเล่าปี่ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง
เล่าปี่ตอบสั้นๆว่า "ท่านลืมเหตุกาณ์ของเต็งหงวนกับตั๋งโต๊ะแล้วหรือ?"(ทั้งสองเป็นพ่อบุญธรรมที่โดนลิโป้สังหารกับมือ)
โจโฉจึงตัดสินใจประหารลิโป้ดีกว่าจะเก็บไว้เป็นหอกข้างแคร่





ลิโป้โกรธเล่าปี่มาก เพราะตนเคยช่วยเล่าปี่จากเงื้อมมือของกิเหลงมาแล้ว แต่กลับสั่งให้โจโฉประหารตนซะ
ขณะที่ลิโป้ถูกทหารลากตัวไปได้แต่ร้องว่า "เล่าปี่คนทรยศ"






เครดิตเนื้อหา
http://isamkok.blogspot.com/2011/12/blog-post.html
http://samkok911.blogspot.com/2013/06/Among-Men-Taksin.html
เพิ่มเติมเสริมแต่งนิดหน่อย - 22nd-
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
เข้าร่วม: 10 Jul 2008
ตอบ: 1603 (บอร์ดเก่า 8372)
ที่อยู่: Anfield
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 17:15
ถ้าท่านใดเห็นว่าผ่านแล้วจะเอาไปโพสท์ก็โพสเลยนะครับ
ผมไม่อยากโพสท์เอง
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 17:32
22nd พิมพ์ว่า:
ถ้าท่านใดเห็นว่าผ่านแล้วจะเอาไปโพสท์ก็โพสเลยนะครับ
ผมไม่อยากโพสท์เอง  


เนื้อหาแน่นรูปเฉียบดีท่าน
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 785 (บอร์ดเก่า 193)
ที่อยู่: Old trafford
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 17:32
22nd พิมพ์ว่า:
ถ้าท่านใดเห็นว่าผ่านแล้วจะเอาไปโพสท์ก็โพสเลยนะครับ
ผมไม่อยากโพสท์เอง  


ผมโครตชอบเลย ลิโป้อะ ขวดละสิบ ดื่มทีคึกทั้งวัน



ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
เข้าร่วม: 10 Jul 2008
ตอบ: 1603 (บอร์ดเก่า 8372)
ที่อยู่: Anfield
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 17:33
mubmibkung พิมพ์ว่า:
22nd พิมพ์ว่า:
ถ้าท่านใดเห็นว่าผ่านแล้วจะเอาไปโพสท์ก็โพสเลยนะครับ
ผมไม่อยากโพสท์เอง  


ผมโครตชอบเลย ลิโป้อะ ขวดละสิบ ดื่มทีคึกทั้งวัน  


ไม่ใช่ละ อันนั่นลิเวอร์พูล
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
เข้าร่วม: 12 Jul 2009
ตอบ: 1928 (บอร์ดเก่า 1938)
ที่อยู่: ณ ที่แห่งหนึ่งบนโลกใบนี้
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 17:55
Falcon_pee V 0.1 พิมพ์ว่า:
ญี่ปุ่นได้รับเอาตัวอักษรแบบจีนซึ่งมีรากฐานมาจากอักษรภาพมาใช้ และโดยผ่านทางสื่อตัวอักษรนี้เอง ชาวญี่ปุ่นได้เรียนความรู้เบื้องต้นทางการแพทย์ การใช้ปฏิทินและดาราศาสตร์ ตลอดจนปรัชญาของลัทธิขงจื๊อ ศาสนาพุทธได้เข้ามาในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.538 จากประเทศอินเดียโดยผ่านทางจีนและเกาหลี ผู้ปกครองประเทศญี่ปุ่นได้ถือระบบการปกครองของจีนเป็นแนวทางในการสร้างระบบการปกครองของตน

เมืองหลวงถาวรแห่งแรกของญี่ปุ่นได้รับการสถาปนาขึ้นที่เมืองนาราในตอนต้นศตวรรษที่ 8 เป็นเวลานานกว่า 70 ปี คือตั้งแต่ ค.ศ.710 ถึง ค.ศ.784 พระราชวงศ์อิมพีเรียลของญี่ปุ่นประทับอยู่ที่เมืองนาราโดยตลอดและขยายอำนาจไปทั่วประเทศทีละน้อย ก่อนหน้านั้นได้มีการย้ายเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ประทับบ่อยครั้งภายในเขตแดนที่ในปัจจุบันคือเมืองนารา เกียวโต และโอซากา

เมืองหลวงใหม่ซึ่งเลียนแบบเมืองหลวงของประเทศจีนในสมัยนั้น ได้รับการสถาปนาที่เมืองเกียวโตเมื่อปี ค.ศ.794 และได้เป็นที่ประทับของพระราชวงศ์เป็นเวลานานเกือบ 1,000 ปี การย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองเกียวโต นับเป็นจุดเริ่มต้นของสมัยเฮอันซึ่งดำรงอยู่ต่อมาจนถึง ค.ศ.1192 และเป็นสมัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสมัยหนึ่งของการพัฒนาทางด้านศิลปะในประเทศญี่ปุ่น การติดต่อกับประเทศจีนหยุดชะงักลงในช่วงปลายศตวรรษที่ 9 และอารยธรรมญี่ปุ่นเริ่มที่จะมีลักษณะและรูปแบบเป็นของตนเอง

สิ่งเหล่านี้นับเป็นกระบวนการของการผสมกลมกลืนและการปรับเปลี่ยน โดยที่สิ่งต่างๆ ซึ่งญี่ปุ่นรับมาจากภายนอกค่อยๆ กลายเป็นรูปแบบของญี่ปุ่นไปโดยปริยาย ตัวอย่างที่เห็นได้โดยทั่วไปของกระบวนการนี้ คือการพัฒนาของตัวอักษรญี่ปุ่นในสมัยเฮอัน ความซับซ้อนของการเขียนของจีนทำให้นักเขียนและพระคิดค้นรูปพยางค์ขึ้นสองระบบโดยยึดรูปแบบอย่างของจีน ภายในกลางสมัยเฮอัน ได้มีการปรับปรุงพยัญชนะที่เรียกกันว่า คานะ (kana) และนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง นับเป็นการเปิดทางให้แก่งานเขียนที่มีรูปแบบเป็นของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายแทนถ้อยคำสำนวนที่ยืมมาจากภาษาจีน

ชีวิตในเมืองหลวงเป็นชีวิตที่หรูหราและสะดวกสบาย ขณะที่ราชสำนักใช้เวลาทั้งหมดไปกับศิลปะและความสุขทางสังคม อำนาจที่เคยมีเหนือกลุ่มที่มีอิทธิพลทางการทหารในหัวเมืองต่างๆ ก็เริ่มจะคลอนแคลน อำนาจในการควบคุมอาณาจักรอย่างมีประสิทธิภาพได้หลุดมือไป และได้กลายเป็นสิ่งล่อใจสำหรับสองตระกูลทหารที่เป็นปรปักษ์ต่อกัน ได้แก่ ตระกูล มินะโมะโตะและไทระ ซึ่งเป็นตระกูลที่สืบทอดเชื้อสายมาจากจักรพรรดิองค์ก่อนๆทั้งสองตระกูล ตระกูลมินะโมะโตะและไทระได้ต่อสู้ในการรบที่โด่งดังที่สุด และมีความรุนแรงมากในยุคกลางอันวุ่นวายสับสนของญี่ปุ่น ในที่สุดตระกูลมินะโมะโตะเป็นฝ่ายชนะสงคราม โดยได้ทำลายล้างตระกูลไทระจนพินาศในศึกดันโนอุระ (Battle of Dannoura) อันเกริกก้องและเลื่องลือ ในการรบกันที่ทะเลอินแลนด์ใน ค.ศ.1185


วัดโฮริวจิ สิ่งก่อสร้างซึ่งทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และยังได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีคริสต์ราช 1993 ถูกสร้างโดยโชโทกุไทฉิตั้งอยุ่ในเมืองนารา  


แก้นิดนะครับ

ในรูปมันวัด โทไดจิ(Todaiji) เด้อ ไม่ใช่ โฮริวจิ(Horyuji)

วัดโฮริวจิ อยู่ นารา เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ในรูปนะครับ

"If you think this has a happy ending, you haven't been paying attention."

ชมรม Backpacker มาร่วมแจมกันได้นะจ๊ะ

http://www.soccersuck.com/clubs/detail/57
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 785 (บอร์ดเก่า 193)
ที่อยู่: Old trafford
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 17:55
22nd พิมพ์ว่า:
mubmibkung พิมพ์ว่า:
22nd พิมพ์ว่า:
ถ้าท่านใดเห็นว่าผ่านแล้วจะเอาไปโพสท์ก็โพสเลยนะครับ
ผมไม่อยากโพสท์เอง  


ผมโครตชอบเลย ลิโป้อะ ขวดละสิบ ดื่มทีคึกทั้งวัน  


ไม่ใช่ละ อันนั่นลิเวอร์พูล  


ออกทะเลไปละ



ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
เข้าร่วม: 03 Nov 2010
ตอบ: 2197 (บอร์ดเก่า 2265)
ที่อยู่: ณ เวลาที่หิมะไม่ตกในประเทศไทย
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 18:45
อ้วนสุดสุด พิมพ์ว่า:
Falcon_pee V 0.1 พิมพ์ว่า:
ญี่ปุ่นได้รับเอาตัวอักษรแบบจีนซึ่งมีรากฐานมาจากอักษรภาพมาใช้ และโดยผ่านทางสื่อตัวอักษรนี้เอง ชาวญี่ปุ่นได้เรียนความรู้เบื้องต้นทางการแพทย์ การใช้ปฏิทินและดาราศาสตร์ ตลอดจนปรัชญาของลัทธิขงจื๊อ ศาสนาพุทธได้เข้ามาในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.538 จากประเทศอินเดียโดยผ่านทางจีนและเกาหลี ผู้ปกครองประเทศญี่ปุ่นได้ถือระบบการปกครองของจีนเป็นแนวทางในการสร้างระบบการปกครองของตน

เมืองหลวงถาวรแห่งแรกของญี่ปุ่นได้รับการสถาปนาขึ้นที่เมืองนาราในตอนต้นศตวรรษที่ 8 เป็นเวลานานกว่า 70 ปี คือตั้งแต่ ค.ศ.710 ถึง ค.ศ.784 พระราชวงศ์อิมพีเรียลของญี่ปุ่นประทับอยู่ที่เมืองนาราโดยตลอดและขยายอำนาจไปทั่วประเทศทีละน้อย ก่อนหน้านั้นได้มีการย้ายเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ประทับบ่อยครั้งภายในเขตแดนที่ในปัจจุบันคือเมืองนารา เกียวโต และโอซากา

เมืองหลวงใหม่ซึ่งเลียนแบบเมืองหลวงของประเทศจีนในสมัยนั้น ได้รับการสถาปนาที่เมืองเกียวโตเมื่อปี ค.ศ.794 และได้เป็นที่ประทับของพระราชวงศ์เป็นเวลานานเกือบ 1,000 ปี การย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองเกียวโต นับเป็นจุดเริ่มต้นของสมัยเฮอันซึ่งดำรงอยู่ต่อมาจนถึง ค.ศ.1192 และเป็นสมัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสมัยหนึ่งของการพัฒนาทางด้านศิลปะในประเทศญี่ปุ่น การติดต่อกับประเทศจีนหยุดชะงักลงในช่วงปลายศตวรรษที่ 9 และอารยธรรมญี่ปุ่นเริ่มที่จะมีลักษณะและรูปแบบเป็นของตนเอง

สิ่งเหล่านี้นับเป็นกระบวนการของการผสมกลมกลืนและการปรับเปลี่ยน โดยที่สิ่งต่างๆ ซึ่งญี่ปุ่นรับมาจากภายนอกค่อยๆ กลายเป็นรูปแบบของญี่ปุ่นไปโดยปริยาย ตัวอย่างที่เห็นได้โดยทั่วไปของกระบวนการนี้ คือการพัฒนาของตัวอักษรญี่ปุ่นในสมัยเฮอัน ความซับซ้อนของการเขียนของจีนทำให้นักเขียนและพระคิดค้นรูปพยางค์ขึ้นสองระบบโดยยึดรูปแบบอย่างของจีน ภายในกลางสมัยเฮอัน ได้มีการปรับปรุงพยัญชนะที่เรียกกันว่า คานะ (kana) และนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง นับเป็นการเปิดทางให้แก่งานเขียนที่มีรูปแบบเป็นของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายแทนถ้อยคำสำนวนที่ยืมมาจากภาษาจีน

ชีวิตในเมืองหลวงเป็นชีวิตที่หรูหราและสะดวกสบาย ขณะที่ราชสำนักใช้เวลาทั้งหมดไปกับศิลปะและความสุขทางสังคม อำนาจที่เคยมีเหนือกลุ่มที่มีอิทธิพลทางการทหารในหัวเมืองต่างๆ ก็เริ่มจะคลอนแคลน อำนาจในการควบคุมอาณาจักรอย่างมีประสิทธิภาพได้หลุดมือไป และได้กลายเป็นสิ่งล่อใจสำหรับสองตระกูลทหารที่เป็นปรปักษ์ต่อกัน ได้แก่ ตระกูล มินะโมะโตะและไทระ ซึ่งเป็นตระกูลที่สืบทอดเชื้อสายมาจากจักรพรรดิองค์ก่อนๆทั้งสองตระกูล ตระกูลมินะโมะโตะและไทระได้ต่อสู้ในการรบที่โด่งดังที่สุด และมีความรุนแรงมากในยุคกลางอันวุ่นวายสับสนของญี่ปุ่น ในที่สุดตระกูลมินะโมะโตะเป็นฝ่ายชนะสงคราม โดยได้ทำลายล้างตระกูลไทระจนพินาศในศึกดันโนอุระ (Battle of Dannoura) อันเกริกก้องและเลื่องลือ ในการรบกันที่ทะเลอินแลนด์ใน ค.ศ.1185


วัดโฮริวจิ สิ่งก่อสร้างซึ่งทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และยังได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีคริสต์ราช 1993 ถูกสร้างโดยโชโทกุไทฉิตั้งอยุ่ในเมืองนารา  


แก้นิดนะครับ

ในรูปมันวัด โทไดจิ(Todaiji) เด้อ ไม่ใช่ โฮริวจิ(Horyuji)

วัดโฮริวจิ อยู่ นารา เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ในรูปนะครับ

 


เหรอคับโทษทีคับพอดีผมไม่ค่อยเซียนเรื่องญี่ปุ่นเราเท่าไร ยังไงก็ขอบคุณด้วยคับที่แก้ไขให้



รูปนี้น่าจะใช่วัดโฮริวจิน่ะคับ
แก้ไขล่าสุดโดย Falcon_pee V 0.1 เมื่อ Thu Oct 17, 2013 18:51, ทั้งหมด 1 ครั้ง
Rain & man Utd


ชมรมคลังความรู้ประวัติศาสตร์ - นิยายทั่วทุกมุมโลก คับผม
http://www.soccersuck.com/clubs/detail/64
ยังคงเลือกที่จะตามหาส่วนหนึ่งของหัวใจที่หลงลืม ไว้กับใครบางคน
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
เข้าร่วม: 12 Jul 2009
ตอบ: 1928 (บอร์ดเก่า 1938)
ที่อยู่: ณ ที่แห่งหนึ่งบนโลกใบนี้
โพสเมื่อ: Thu Oct 17, 2013 19:14
Falcon_pee V 0.1 พิมพ์ว่า:
อ้วนสุดสุด พิมพ์ว่า:
Falcon_pee V 0.1 พิมพ์ว่า:
ญี่ปุ่นได้รับเอาตัวอักษรแบบจีนซึ่งมีรากฐานมาจากอักษรภาพมาใช้ และโดยผ่านทางสื่อตัวอักษรนี้เอง ชาวญี่ปุ่นได้เรียนความรู้เบื้องต้นทางการแพทย์ การใช้ปฏิทินและดาราศาสตร์ ตลอดจนปรัชญาของลัทธิขงจื๊อ ศาสนาพุทธได้เข้ามาในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.538 จากประเทศอินเดียโดยผ่านทางจีนและเกาหลี ผู้ปกครองประเทศญี่ปุ่นได้ถือระบบการปกครองของจีนเป็นแนวทางในการสร้างระบบการปกครองของตน

เมืองหลวงถาวรแห่งแรกของญี่ปุ่นได้รับการสถาปนาขึ้นที่เมืองนาราในตอนต้นศตวรรษที่ 8 เป็นเวลานานกว่า 70 ปี คือตั้งแต่ ค.ศ.710 ถึง ค.ศ.784 พระราชวงศ์อิมพีเรียลของญี่ปุ่นประทับอยู่ที่เมืองนาราโดยตลอดและขยายอำนาจไปทั่วประเทศทีละน้อย ก่อนหน้านั้นได้มีการย้ายเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ประทับบ่อยครั้งภายในเขตแดนที่ในปัจจุบันคือเมืองนารา เกียวโต และโอซากา

เมืองหลวงใหม่ซึ่งเลียนแบบเมืองหลวงของประเทศจีนในสมัยนั้น ได้รับการสถาปนาที่เมืองเกียวโตเมื่อปี ค.ศ.794 และได้เป็นที่ประทับของพระราชวงศ์เป็นเวลานานเกือบ 1,000 ปี การย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองเกียวโต นับเป็นจุดเริ่มต้นของสมัยเฮอันซึ่งดำรงอยู่ต่อมาจนถึง ค.ศ.1192 และเป็นสมัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสมัยหนึ่งของการพัฒนาทางด้านศิลปะในประเทศญี่ปุ่น การติดต่อกับประเทศจีนหยุดชะงักลงในช่วงปลายศตวรรษที่ 9 และอารยธรรมญี่ปุ่นเริ่มที่จะมีลักษณะและรูปแบบเป็นของตนเอง

สิ่งเหล่านี้นับเป็นกระบวนการของการผสมกลมกลืนและการปรับเปลี่ยน โดยที่สิ่งต่างๆ ซึ่งญี่ปุ่นรับมาจากภายนอกค่อยๆ กลายเป็นรูปแบบของญี่ปุ่นไปโดยปริยาย ตัวอย่างที่เห็นได้โดยทั่วไปของกระบวนการนี้ คือการพัฒนาของตัวอักษรญี่ปุ่นในสมัยเฮอัน ความซับซ้อนของการเขียนของจีนทำให้นักเขียนและพระคิดค้นรูปพยางค์ขึ้นสองระบบโดยยึดรูปแบบอย่างของจีน ภายในกลางสมัยเฮอัน ได้มีการปรับปรุงพยัญชนะที่เรียกกันว่า คานะ (kana) และนำมาใช้กันอย่างกว้างขวาง นับเป็นการเปิดทางให้แก่งานเขียนที่มีรูปแบบเป็นของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายแทนถ้อยคำสำนวนที่ยืมมาจากภาษาจีน

ชีวิตในเมืองหลวงเป็นชีวิตที่หรูหราและสะดวกสบาย ขณะที่ราชสำนักใช้เวลาทั้งหมดไปกับศิลปะและความสุขทางสังคม อำนาจที่เคยมีเหนือกลุ่มที่มีอิทธิพลทางการทหารในหัวเมืองต่างๆ ก็เริ่มจะคลอนแคลน อำนาจในการควบคุมอาณาจักรอย่างมีประสิทธิภาพได้หลุดมือไป และได้กลายเป็นสิ่งล่อใจสำหรับสองตระกูลทหารที่เป็นปรปักษ์ต่อกัน ได้แก่ ตระกูล มินะโมะโตะและไทระ ซึ่งเป็นตระกูลที่สืบทอดเชื้อสายมาจากจักรพรรดิองค์ก่อนๆทั้งสองตระกูล ตระกูลมินะโมะโตะและไทระได้ต่อสู้ในการรบที่โด่งดังที่สุด และมีความรุนแรงมากในยุคกลางอันวุ่นวายสับสนของญี่ปุ่น ในที่สุดตระกูลมินะโมะโตะเป็นฝ่ายชนะสงคราม โดยได้ทำลายล้างตระกูลไทระจนพินาศในศึกดันโนอุระ (Battle of Dannoura) อันเกริกก้องและเลื่องลือ ในการรบกันที่ทะเลอินแลนด์ใน ค.ศ.1185


วัดโฮริวจิ สิ่งก่อสร้างซึ่งทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และยังได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีคริสต์ราช 1993 ถูกสร้างโดยโชโทกุไทฉิตั้งอยุ่ในเมืองนารา  


แก้นิดนะครับ

ในรูปมันวัด โทไดจิ(Todaiji) เด้อ ไม่ใช่ โฮริวจิ(Horyuji)

วัดโฮริวจิ อยู่ นารา เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ในรูปนะครับ

 


เหรอคับโทษทีคับพอดีผมไม่ค่อยเซียนเรื่องญี่ปุ่นเราเท่าไร ยังไงก็ขอบคุณด้วยคับที่แก้ไขให้



รูปนี้น่าจะใช่วัดโฮริวจิน่ะคับ  


แบ่งปันๆครับ อย่าซีเรียส ถ้าข้อมูลผมผิดก็แก้ได้นะครับ

คนชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ช่วงยุคเซนโกคุนี่ ต้องมาเยือน คันไซนะ เกียวโต โอซาก้า แหล่งรวมคนสำคัญทั้งนั้น

สำหรับผม ผมชอบ Toyotomi Hideyoshi มากๆครับ

ทำได้อย่างไรจากคนชั้นล่าง ก้าวข้ามมาถึงจุดที่เรียกได้ว่า กุมอำนาจของประเทศจนได้

มันน่าศึกษายิ่งนัก



"If you think this has a happy ending, you haven't been paying attention."

ชมรม Backpacker มาร่วมแจมกันได้นะจ๊ะ

http://www.soccersuck.com/clubs/detail/57
My Locker
1, 2, 3, 4 ... 13, 14, 15
ไปที่หน้า
GO
ดูทีวีย้อนหลัง
แสดงความเห็น