Re: จุดเปลี่ยนแต่ละสโมสร?
MopKung พิมพ์ว่า:
Barcelonistwo พิมพ์ว่า:
หงส์น่าจะต้องย้อนไป 2010 ที่รอดจากล้มละลายหวุดหวิดครับ
ผมน่าจะยังไม่ได้ดูบอลตอนนั้น
ปี 2007 ลิเวอร์พูลถูกซื้อโดย Tom Hicks และ George Gillett ด้วยมูลค่าราว 219 ล้านปอนด์ แต่ปัญหาคือการซื้อครั้งนั้นใช้เงินกู้จำนวนมาก และภาระหนี้ถูกผลักมาอยู่กับบริษัทที่ถือครองสโมสร ทำให้รายได้ของลิเวอร์พูลส่วนหนึ่งต้องถูกนำไปจ่ายดอกเบี้ยแทนที่จะลงทุนกับทีมและสนามใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปหนี้จึงพอกขึ้นเรื่อย ๆ จนปี 2010 บริษัทแม่มีหนี้รวมราว 350 ล้านปอนด์ และเริ่มมีปัญหาในการหาเงินมา refinance หนี้เดิม
เจ้าหนี้รายสำคัญคือ Royal Bank of Scotland (RBS) ซึ่งไม่ต้องการต่ออายุหนี้ให้ Hicks และ Gillett อีก และกำหนดให้ขายสโมสรเพื่อชำระหนี้ จึงมีการแต่งตั้ง Martin Broughton เป็นประธานสโมสรเพื่อดูแลกระบวนการขายโดยเฉพาะ จนเดือนตุลาคม 2010 บอร์ดตกลงรับข้อเสนอประมาณ 300 ล้านปอนด์จาก New England Sports Ventures (NESV) กลุ่มของ John W. Henry แต่ Hicks และ Gillett เห็นว่าราคาต่ำเกินไป จึงพยายามเปลี่ยนกรรมการและขัดขวางการขาย
เรื่องจึงไปถึงศาล กลายเป็นสถานการณ์ประหลาดที่ “บอร์ดบริหารและธนาคารเจ้าหนี้ของ Liverpool ต้องต่อสู้ทางกฎหมายกับเจ้าของ Liverpool เอง” วันที่ 13 ตุลาคม ศาลอังกฤษตัดสินว่า Hicks และ Gillett ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนบอร์ดเพื่อหยุดการขาย เปิดทางให้ดีล NESV เดินหน้าต่อ แต่เจ้าของเดิมยังไปขอคำสั่งศาลใน Texas เพื่อหยุดดีลอีกครั้ง ทำให้ช่วงไม่กี่วันนั้นอนาคตของสโมสรแขวนอยู่กับการต่อสู้ทางกฎหมายทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
การบอกว่า Liverpool ตอนนั้น “ใกล้ล้มละลาย” จึงไม่ใช่คำพูดเกินจริง เพราะวันที่ 15 ตุลาคมคือเส้นตายสำคัญของหนี้ประมาณ 237 ล้านปอนด์ที่เกี่ยวข้องกับ RBS และ Wells Fargo หากขายสโมสรไม่สำเร็จและ Hicks–Gillett หาเงินมา refinance ไม่ได้ RBS สามารถดำเนินการกับบริษัทเพื่อเรียกคืนหนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ administration ได้ และสำหรับสโมสรฟุตบอลในเวลานั้น administration ยังอาจหมายถึงการถูกหัก 9 คะแนนอีกด้วย
สถานการณ์ยิ่งน่ากลัวเพราะปัญหาไม่ได้มีแค่นอกสนาม ฤดูกาล 2010/11 ลิเวอร์พูลภายใต้ Roy Hodgson ออกสตาร์ตอย่างย่ำแย่ ถึงขั้นอยู่ในโซนตกชั้นช่วงต้นเดือนตุลาคม ถ้าสโมสรเข้าสู่ administration และถูกหักคะแนนในจังหวะนั้น วิกฤตทางการเงินอาจกลายเป็นวิกฤตในสนามเต็มรูปแบบได้ทันที
สุดท้ายวันที่ 15 ตุลาคม 2010 การขายให้ NESV สำเร็จในราคา 300 ล้านปอนด์ และหนี้จากการซื้อกิจการของ Hicks–Gillett ส่วนใหญ่ถูกจัดการออกไป NESV ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Fenway Sports Group (FSG) จึงไม่ได้เพียงเข้ามาเป็นเจ้าของใหม่ แต่การเทกโอเวอร์ครั้งนั้นเกิดขึ้นแทบจะตรงกับเส้นตายของหนี้พอดี วิกฤตปี 2010 จึงไม่ใช่เรื่องของ “Liverpool ทำทีมฟุตบอลจนเจ๊ง” แต่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า สโมสรที่มีรายได้และฐานแฟนมหาศาลก็สามารถถูกพาไปถึงขอบเหวได้ หากเจ้าของซื้อกิจการด้วยหนี้และวางโครงสร้างทางการเงินผิดพลาด
ให้ chatgpt สรุปให้ครับ
ตอนนั้นแฟนหงส์ทั่วโลกรวมตัวกันทำแคมเปญไล่เจ้าของ แล้วก็ลุ้นกันชม.ต่อชม.ว่าจะขายทีมสำเร็จทันเส้นตายหรือเปล่า