ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 8323
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Sep 25, 2026 16:49
[รีวิวสั้น] Resident Evil : ผีโบ๊ะบ๊ะ!!




เพิ่งไปดู Resident Evil มาเมื่อวาน ผมไม่ได้เข้าไปดูเพราะชื่อ Resident Evil แต่ซื้อตั๋วเพราะชื่อผกก. Zach Cregger ที่ก่อนหน้านี้ทำทั้ง Barbarian กับ Weapons



พูดถึงผกก.หนังสยองขวัญ มีอยู่ไม่กี่คนที่ผมพร้อมซื้อตั๋วเข้าโรงโดยไม่ต้องรู้เลยว่าหนังเป็นยังไง ก่อนหน้านี้มีอยู่ 2 คนคือ Sam Raimi กับ James Wan ที่เชื่อมือว่ายังไงก็ได้ของดี แม้แต่ Mike Flanagan ผมก็ยังไม่ได้เชื่อมือขนาดนั้น แต่ Zach Cregger คือคนที่ 3 ที่เข้ามาอยู่ในลิสต์ด้วยหนังแค่ 2 เรื่อง เป็น 2 เรื่องที่โดนใจมาก ๆ

จะว่าไป Resident Evil ถึงจะมีรสมือผกก.ค่อนข้างชัด แต่ก็รู้สึกว่ามันแมสกว่า Barbarian และ Weapons เยอะ ในแง่การเล่าเรื่อง RE ไม่ได้พาเราขึ้นรถไฟเหาะตีลังกาขนาดนั้น ทิศทางของเรื่องพอคาดเดาได้เหมือนหนัง blockbuster ทั่วไป แต่ความแมสนี้ก็ถูกปรุงมาจนกลมกล่อม



RE ภาคนี้ยืมโลกและสถานการณ์เชื้อระบาดใน Raccoon City ของเกม RE2 มาเล่าเรื่องใหม่ ผ่านตัวละครที่ไม่ได้อยู่ในเกม ไม่ได้เอาเนื้อเรื่องของเกมมาทำตรง ๆ ซึ่งก็เป็นจุดที่ทำให้เสียงแตก แฟนเกมส่วนหนึ่งไม่ได้อยากรู้เรื่องของตัวละครใหม่ พวกเขาอยากดูเรื่องของลีออนหรือแคลร์มากกว่า ส่วนตัวผมที่ไม่ใช่แฟนเกม สนใจโลกของ RE มากกว่าอยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหากับการสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมา

จุดดีของหนัง ซึ่งไม่รู้ว่าเกี่ยวกับการตัดสินใจไม่ยึดติดกับตัวละครในเกมหรือเปล่า คือมันเป็นหนังจากเกมที่ให้อารมณ์เหมือนเราเล่นเกมจริง ๆ (ถึงไม่ใช่แฟน แต่ก็เคยเล่น Biohazard ตะหมัยนู้น) หนังหยิบเทคนิคที่เราคุ้นเคยจากเกมมาใช้หลายจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองบุคคลที่ 1 หรือการที่เรามองเห็นสิ่งข้างหน้าได้แค่ระยะไฟฉายส่องถึง รวมถึงอะไรบางอย่างที่หยิบมาล้ออยู่เรื่อย ๆ อย่างบรรดาแม่กุญแจที่ขยันโผล่มาตลอดเรื่อง พี่แซคขยี้แล้วขยี้อีก หรือการที่พระเอกทะเลาะกับ "ปืน" ตลอดทั้งเรื่อง

ส่วนตัวคิดว่า survival horror movie มันควรเป็นแบบนี้ ไม่ใช่หนังที่ผกก.ใช้อวยเมียตัวเองแบบฉบับเมื่อ 20 กว่าปีก่อน



อีกอย่างที่ให้กลิ่นเกมชัดมากคือการออกแบบสถานการณ์ให้เหมือนเรากำลังผ่านไปทีละด่าน หนังเอาด่านแต่ละด่านมาร้อยต่อกัน โดยที่ผกก.ก็เก่งพอจะทำให้แต่ละด่านมีเอกลักษณ์และภาพจำของตัวเอง พร้อมกับค่อย ๆ เพิ่มระดับความระทึกให้หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ

ขอแทรกนิดนึง บางฉากใช้ “เสียง” สร้างความกลัวได้ดีมาก ผมดูโรง Dolby Atmos เลยรู้สึกว่ามันค่อนข้าง impact ใครมีโอกาสลองเลือกโรงที่ระบบเสียงดี ๆ น่าจะช่วยเพิ่มอรรถรสได้อีกเยอะ



อีกจุดที่ชอบคือความระทึกที่สลับกับความตลก ผมอยากเรียกมันว่า jumpscare แบบโบ๊ะบ๊ะ คือมันทั้งกลัวทั้งตลกในเวลาเดียวกัน อย่าให้มีช่อง พี่แซคแกหาทางแกล้งคนดูตลอด แต่ก็เป็นจุดที่คิดว่าบางคนอาจจะรำคาญ อันนี้คงแล้วแต่ความชอบส่วนตัว

ที่เสียดายคือรู้สึกว่าสัตว์ประหลาดในเรื่องมีน้อยไปหน่อย อยากเห็น character design ของสัตว์ประหลาดมากกว่านี้

อ้อ อีกอย่างคือหนังสั้นไปนิด ถ้าไปขอแบ่งเวลาจาก Hope มาได้ซัก 15–20 นาที น่าจะ perfect



สุดท้าย คนที่อยากชมคือพระเอก Austin Abrams ที่เป็นเดอะแบกหนังทั้งเรื่อง เพราะเราตามอีตาไบรอันไปตั้งแต่ต้นจนจบ ผมไปเช็กว่าแกเคยเล่นอะไรมาบ้าง ก็เพิ่งรู้ว่าแกคือไอ้ขี้ยาใน Weapons นั่นเอง ผมจำไม่ได้เลย น่าจะเพราะเรื่องนั้นแกใส่หมวกตลอดเรื่อง แล้วดูผอมกว่านี้มาก แกมีผลงานมาพอสมควรแล้ว แต่ผมเพิ่งมาจำแกได้จากสองเรื่องนี้ ดูจะเข้าทางกับบท loser เป็นพิเศษ เล่นโคตรเนียน



Resident Evil ภาคนี้สมกับที่เขาชมกันนั่นแหละครับ มันเป็นหนังที่บันเทิงจริง ๆ (บันเทิงแบบหนัง blockbuster นะ ไม่ต้องไปพยายามมองหาอะไรลึกซึ้ง) ใครมีเวลาก็แนะนำให้ไปดูครับ

⭐ 8/10



เกร็ดขำๆ

- พี่แซคเป็นสายตลกมาก่อน แกเป็นสมาชิกกลุ่ม The Whitest Kids U’ Know ก่อนจะมาจับหนังสยองขวัญจริงจัง มิน่าจังหวะโบ๊ะบ๊ะถึงแม่นขนาดนี้

- ไบรอันคือตัวแทนคนเล่นเกม แซคบอกว่าคิดตัวละครนี้จากตัวเองและคนเล่นเกมทั่วไป ถ้าจู่ ๆ ถูกโยนเข้าไปอยู่ใน RE จริง ๆ เลยออกมาเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้เก่งการต่อสู้ แค่ต้องหาทางรอดจากฝันร้ายตรงหน้า

- มีการแก้ท่าวิ่งด้วย VFX เพราะดันเหมือน Weapons เกินไป แซคเพิ่งสังเกตตอนตัดต่อว่านักแสดงคนหนึ่งวิ่งแขนแข็งคล้ายเด็กในเรื่องก่อน เลยให้ปรับการเคลื่อนไหวแขน จะได้ไม่ชวนคนดูนึกถึงหนังตัวเองเสียก่อน

- ภาคที่แซคเล่นบ่อยที่สุดคือ RE4 แกเลยหยิบหน้าตาไอเทมรักษาจากเกมมาใส่ในหนังด้วย ใครเป็นแฟนเกมลองส่องดู พี่แกไม่ได้ยืมมาแค่ซอมบี้กับชื่อ Umbrella

- สัตว์ประหลาดบางตัวมีอยู่จริงในกองถ่าย แถมหนักเกือบตัน ทีมสร้างทำหุ่นสัตว์ประหลาดหนักประมาณ 900 กิโลกรัม ใช้คนควบคุมถึง 4 คน แล้วแยกชิ้นส่งไปถ่ายที่ปราก อีตาไบรอันเลยมีของจริงให้วิ่งหนี ไม่ต้องจินตนาการจากลูกเทนนิสอย่างเดียว

- พี่แซคเคยเป็นนักร้องนำด้วย แกเคยอยู่วง Sirhan Sirhan กับสองพี่น้อง Hays และ Ryan Holladay ซึ่งต่อมาก็คือคนทำดนตรีให้ Weapons และ RE ภาคนี้ จากเพื่อนร่วมวงมาเป็นเพื่อนร่วมหลอนกันเฉย

- เสียงหลอนบางอย่างในดนตรีประกอบ จริง ๆ มาจากทรัมเป็ต ทีมดนตรีเอาเสียงมาเล่นย้อนกลับและยืดจนแทบจำต้นทางไม่ได้ ฟังแล้วนึกว่าเสียงสังเคราะห์ ที่ไหนได้ มีคนเป่าทรัมเป็ตให้เรากลัวอยู่เบื้องหลัง


0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
icon-mybid
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Mar 2010
ตอบ: 24938
ที่อยู่: Address
โพสเมื่อ: Fri Sep 25, 2026 16:53
Re: [รีวิวสั้น] Resident Evil : ผีโบ๊ะบ๊ะ!!
ไปเก็บเวฟพอน กับ บาบาเรียนต่อเลย ดีไหม

แต่เสารนี้ขอไปดูชินจังก่อน

โพสต์บน Soccersuck V2
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 8323
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Sep 25, 2026 16:54
Re: [รีวิวสั้น] Resident Evil : ผีโบ๊ะบ๊ะ!!
punya_mio พิมพ์ว่า:
ไปเก็บเวฟพอน กับ บาบาเรียนต่อเลย ดีไหม

แต่เสารนี้ขอไปดูชินจังก่อน

 

ถ้าชอบดู horror แนะนำเลยครับ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
icon-mybid
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel