ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
ดาวซัลโวฟุตบอลโลก
Status: ARSENAL till i die
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Apr 2017
ตอบ: 3958
ที่อยู่: Bigbang/Winner/Treasure/IKON/Blackpink/Somi/ITZY/Nmixx/Taeyeon/BIBI/Zico/Jaypark/Sik-k/Hyuna&Dawn
โพสเมื่อ: Thu Feb 17, 2022 12:04
#Update IT (Thu Feb 17, 2022)


update IT สั้นๆ กันค้าบ
(●'◡'●)╰(*°▽°*)╯✪ ω ✪





กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์
ทดสอบถ่ายภาพแรกจากอวกาศ 258.5 ปีแสง

Spoil

https://blogs.nasa.gov/webb/2022/02/11/photons-received-webb-sees-its-first-star-18-times/

https://www.tnnthailand.com/news/tech/104757/

กระบวนการถ่ายภาพดาวฤกษ์ HD 84406 เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ถ่ายภาพจำนวน 1,560 ภาพ ปริมาณข้อมูล 54 กิกะไบต์ ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 25 ชั่วโมง

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาตามเวลาในสหรัฐอเมริกา นาซาเผยแพร่ภาพถ่ายดาวฤกษ์ HD 84406 ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 258.5 ปีแสง มีตำแหน่งการมองเห็นบนท้องฟ้าบริเวณกลุ่มดาวหมีใหญ่ นาซาเลือกดาวฤกษ์ดวงนี้ทำการทดสอบเนื่องจากมีความสว่างและมองเห็นได้ง่าย ภาพถ่ายภาพนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทดสอบปรับโฟกัสของกระจกปฐมภูมิทั้ง 18 แผ่น และกระจกทุติยภูมิเพื่อสะท้อนภาพเข้าสู่อุปกรณ์กล้อง Near Infrared Camera หรือ NIRCam ที่ติดตั้งอยู่บนกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ แม้จะเป็นเพียงภาพสลัว ๆ ของดาวฤกษ์แต่ก็เป็นสิ่งที่นาซาและทีมงานคาดการณ์เอาไว้



“ทีมงานกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์รู้สึกยินดีกับความสำเร็จในการถ่ายภาพดังกล่าวและกระบวนการทดสอบปรับโฟกัสกำลังเดินหน้าไปต่อไป” ศาสตราจารย์ Marcia Rieke หนึ่งในนักวิจัยที่พัฒนาอุปกรณ์กล้อง NIRCam ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญบนกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์กล่าวเพิ่มเติม

กระบวนการถ่ายภาพดาวฤกษ์ HD 84406 เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยกล้องทำการปรับตำแหน่ง 156 ครั้งไปยังตำแหน่งที่คาดว่าจะเป็นดาวฤกษ์ HD 84406 โดยใช้เซ็นเซอร์ 10 ตัวที่ติดอยู่ในอุปกรณ์กล้อง NIRCam และทำการถ่ายภาพจำนวน 1,560 ภาพ ปริมาณข้อมูล 54 กิกะไบต์ ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 25 ชั่วโมง หลังจากนั้นนำภาพทั้งหมดมาทำการประมวลผลเป็นภาพเดียวขนาดใหญ่มีจำนวนพิกเซลมากกว่า 2 พันล้านพิกเซล



นอกจากอุปกรณ์กล้อง NIRCam กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ยังประกอบด้วยอุปกรณ์สำคัญอีก 3 ตัว คือ NIRSpec อุปกรณ์วิเคราะห์สเปกโตรกราฟช่วยให้สามารถสังเกตการณ์วัตถุหลายร้อยชิ้นพร้อมกัน MIRI อุปกรณ์วิเคราะห์ความยาวคลื่นอินฟราเรดกลางถึงยาวตั้งแต่ 5 ถึง 27 μm และ FGS/NIRISS อุปกรณ์วิเคราะห์และเพิ่มความเสถียรช่วยในการควบคุมทิศทาง ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในขณะบันทึกภาพทางดาราศาสตร์



สำหรับกระบวนการทดสอบปรับโฟกัสในครั้งนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ได้ทำการส่งข้อมูลภาพถ่ายเซลฟี่ตัวเองกลับมายังโลกมองเห็นแผ่นกระจกปฐมภูมิทั้ง 18 แผ่น โดยมีแผ่นกระจก 1 แผ่น มีความสว่างมากที่สุดเนื่องจากกระจกแผ่นดังกล่าวกำลังหันหน้าไปยังตำแหน่งของดาวฤกษ์ HD 84406



นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญขององค์การนาซาและหน่วยงานพันธมิตรอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลังจากนี้กล้องอาจใช้ระยะเวลาในการปรับโฟกัสและเปลี่ยนตำแหน่งของแผ่นกระจกให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องอีกประมาณ 4-5 เดือน จึงจะสามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงตามที่วางแผนเอาไว้ โดยขีดความสามารถของกล้องสามารถถ่ายภาพมองย้อนกลับไปกว่า 13,600 ล้านปีแสง และอาจนำไปสู่การค้นพบใหม่ ๆ ด้านอวกาศอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
 






อีลอน มัสก์อัปเดตยาน Starship
พร้อมเปิดตัวเครื่องยนต์จรวด Raptor 2

Spoil




https://news.trueid.net/detail/P9a25NMXBGoJ

อีลอน มัสก์ผู้ก่อตั้งบริษัท SpaceX จัดงานอัปเดตความคืบหน้าการพัฒนายาน Starship และจรวด Super Heavy บริเวณศูนย์พัฒนาและปล่อยจรวด Starbase บริเวณชายหาดโบคา ชิกา เมืองบราวน์สวิลล์ ตอนใต้สุดของรัฐเท็กซัสติดชายแดนประเทศสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก งานอัปเดตความคืบหน้าเทคโนโลยีของบริษัทในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นหลังจากเว้นว่างไปประมาณ 2 ปี

จรวด Falcon 9 ที่พัฒนาโดยบริษัท SpaceX ประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมและยานอวกาศแล้วกว่า 144 ภารกิจ จรวดสามารถเดินทางกลับมาลงจอดบนโลกได้สำเร็จ 106 เที่ยวบิน นับเป็นจรวดที่มีความทันสมัยและประสบความสำเร็จมากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก



ยาน Starship เป็นก้าวสำคัญของการขนส่งอวกาศ อีลอน มัสก์อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันในแต่ละปีทั่วโลกมีการส่งดาวเทียม ยานอวกาศและทรัพยากรด้านอวกาศต่าง ๆ น้ำหนักรวมกันประมาณ 15,517 ตัน ในขณะที่ยาน Starship 1 ลำ สามารถขนส่งน้ำหนักรวมกันกว่า 15,500 ตัน ต่อปี หากยานสามารถบินขึ้นและลงจอดจำนวน 3 ครั้งภายใน 1 สัปดาห์ หากยาน Starship 1 ลำ สามารถบินขึ้นและลงจอดได้ 3 ครั้ง ต่อวัน จะสามารถขนส่งน้ำหนักรวมกันกว่า 109,500 ตัน ในช่วงเวลา 1 ปี และหากบริษัทสามารถสร้างยาน Starship ได้จำนวน 10 ลำ จะสามารถขนส่งน้ำหนักรวมกันกว่า 1,095,000 ตัน ขึ้นสู่อวกาศ



ยาน Starship ยานอวกาศที่มีขนาดและความทันสมัยมากที่สุดในโลกถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โครงสร้างยานมีขนาดความสูงประมาณ 50 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 9 เมตร น้ำหนักบรรทุกนักบินอวกาศ ดาวเทียมและทรัพยากรอื่น ๆ รวม 100-150 ตัน

ในอนาคตยาน Starship จะได้รับการปรับแต่งเป็นเวอร์ชันต่าง ๆ เพื่อใช้งานในภารกิจที่แตกต่างกัน เช่น Starship Crew สามารถเติมเชื้อเพลิงได้ขณะยานอยู่บนวงโคจรของโลกโดยใช้ยาน Starship Tanker เวอร์ชันบรรทุกเชื้อเพลิงสำหรับเติมเชื้อเพลิงขณะอยู่บนวงโคจรของโลก (Orbital Refilling) ส่วนยาน Starship Cargo เวอร์ชันสำหรับใช้บรรทุกดาวเทียม ยานอวกาศและทรัพยากรอื่น ๆ



เครื่องยนต์จรวด Raptor 2 หรือ Raptor V2 มีพลังขับเคลื่อนประมาณ 230 ตัน เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดถูกพัฒนาขึ้นมาจากเครื่องยนต์จรวด Raptor 1 ที่มีพลังขับเคลื่อนประมาณ 185 ตัน นอกจากนี้เครื่องยนต์จรวด Raptor 2 ยังได้รับการปรับแต่งใหม่ให้สามารถติดตั้งเข้ากับยานอวกาศโดยใช้พื้นที่น้อยลงด้วยการลดจำนวนท่อขนส่งเชื้อเพลิงออกไปบางส่วน สำหรับเชื้อเพลิงที่จรวดรุ่นนี้ใช้เป็นออกซิเจนเหลวและมีเทนที่มีอุณหภูมิติดลบ


จรวด Super Heavy หนึ่งในจรวดทรงพลังมากที่สุดรุ่นหนึ่งเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นมามีขนาดความสูงประมาณ 69 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 9 เมตร อีลอน มัสก์เปิดเผยว่าบริษัทจะมีการเพิ่มเครื่องยนต์จรวด 2 เครื่องยนต์ เพื่อช่วยในการปรับเปลี่ยนทิศทางของจรวดทำให้จรวด Super Heavy มีเครื่องยนต์จรวดเพิ่มขึ้นจาก 29 เครื่องยนต์เป็น 31 เครื่องยนต์ สำหรับจรวด Super Heavy ถูกออกแบบให้สามารถเดินทางกลับโลกหลังจากส่งยาน Starship ขึ้นสู่อวกาศ โดยการใช้แขนหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ดักจับจรวดกลางอากาศเพื่อวางจรวดลงบนแท่นปล่อยจรวดและเติมเชื้อเพลิงรอการใช้งานในภารกิจถัดไป

สำหรับการทดสอบส่งจรวด Super Heavy และยาน Starship ขึ้นสู่อวกาศบริษัทเตรียมแผนการทดสอบเอาไว้ประมาณช่วงเดือนมีนาคมนี้ โดยเป็นภารกิจส่งยาน Starship โคจรรอบโลกแบบไร้นักบินอวกาศก่อนยานจะทำการลงจอดแบบทิ้งตัวลงในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะคาไว อย่างไรก็ตามการทดสอบในครั้งนี้เป็นเพียงการทดสอบขั้นต้น ในภารกิจปกติของยาน Starship การลงจอดบนโลกใช้แขนหุ่นยนต์ดักจับกลางอากาศคล้ายการลงจอดของจรวด Super Heavy



 






Apple ปล่อย iOS 15.3.1 อัปเดตความปลอดภัยที่สำคัญสำหรับ iPhone
Spoil

https://www.flashfly.net/wp/377406

วันนี้ Apple ได้ทำการปล่อย iOS 15.3.1 ออกมาให้ผู้ใช้งานอัปเดต โดยมีรายการอัปเดตความปลอดภัยที่สำคัญสำหรับ iPhone และแก้ไขปัญหาที่อาจทำให้เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์หยุดตอบสนอง
 






ภาพหลุด iPhone SE 3 เครื่องดัมมี่
เผยดีไซน์ด้านหน้าและด้านหลังอย่างชัดเจน

Spoil

https://www.flashfly.net/wp/377402

Dohyun Kim ปล่อยภาพหลุด iPhone SE รุ่นใหม่ในปี 2022 เครื่องดัมมี่ ที่นำมาจากผู้ใช้งาน Weibo ที่ใช้ชื่อ Zealer แสดงให้เห็นการออกแบบของ iPhone SE รุ่นที่ 3 อย่างชัดเจนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ถ้าหาก iPhone SE 3 ได้รับการออกแบบมาเหมือนกับเครื่องดัมมี่ในภาพหลุดนี้ ก็หมายความว่า iPhone SE รุ่นใหม่ในปี 2022 ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ภายนอกเท่าไรนักเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน โดยยังคงมีขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว แต่จะเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน ด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่ A15 Bionic และรองรับ 5G
 






Toshiba มีแผนเปิดตัวฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ความจุ 26TB ในเร็วๆ นี้
และจะออกรุ่นความจุ 40TB ในอีก 5 ปีข้างหน้า

Spoil

https://www.flashfly.net/wp/377809

Toshiba เผยโรดแมปการพัฒนาฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ในอนาคต โดยยืนยันว่าจะเปิดตัวฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ความจุ 26TB ภายในปีงบประมาณ 2022 หรือภายใน 14 เดือน นับจากนี้ และจะขยายพื้นที่ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนคาดว่าจะเปิดตัวรุ่นความจุ 40TB ได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2027

ปัจจุบันฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ความจุสูงสุดของ Toshiba มีขนาด 18TB ซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี FC-MAMR (Flux-Control Microwave-Assisted Magnetic Recording) และใช้จานฮาร์ดดิสก์อะลูมิเนียม 9 แผ่น

แผนระยะสั้นของ Toshiba คือการเปิดตัวฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ความจุ 20TB โดยยังคงใช้เทคโนโลยี FC-MAMR แต่จะเพิ่มจานฮาร์ดดิสก์เป็น 10 แผ่น
 






เผยผลทดสอบ iPhone 13 Pro Max ใช้ชิป A15 Bionic
ยังแรงกว่า Galaxy S22 Ultra ที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 1

Spoil

https://www.flashfly.net/wp/377511

Galaxy S22 Ultra เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่ดีที่สุดของ Samsung ในปัจจุบันนี้ หลังจากเปิดตัวพร้อมกับรุ่นน้องอีก 2 รุ่น Galaxy S22 และ Galaxy S22+ แต่ก็ยังไม่สามารถชนะ iPhone 13 ของ Apple ที่เปิดตัวมานานกว่า 5 เดือน

จากการทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอป Geekbench 5 พบว่า Galaxy S22 Ultra ที่ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 8 Gen 1 ทำคะแนนแบบ multi-core ได้ 3,433 คะแนน ขณะที่ iPhone 13 Pro Max ซึ่งใช้ชิป A15 Bionic ทำได้ 4,647 คะแนน เรียกได้ว่าเร็วกว่า Galaxy S22 Ultra ประมาณ 35% สำหรับประสิทธิภาพของซีพียู

นอกจากนี้ คะแนนจากการวัดประสิทธิภาพด้าน Machine Learning ก็พบว่า iPhone 13 Pro Max ทิ้งห่างคู่แข่งถึง 2 เท่า ด้วย 948 คะแนน ขณะที่ Galaxy S22 Ultra ทำได้ 448 คะแนน
 






George Soros เข้าซื้อ 19.8 ล้านหุ้นในบริษัทผลิตอีวี Rivian
Spoil

https://www.beartai.com/news/car-news/948186

จอร์จ โซรอส (George Soros) นักการเงินและการลงทุนมหาเศรษฐีอันดับ 92 ที่จัดอันดับโดยฟอร์บส์ได้เข้าซื้อหุ้นริเวียน (Rivian) บริษัทเกิดใหม่ด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่จำนวน 19,835,761 หุ้น ด้วยมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญ (32,714 ล้านบาท) ในช่วงสิ้นไตรมาสที่ 4 เมื่อ 31 ธันวาคม ตามเอกสารที่ยื่นต่อ กลต. สหรัฐฯ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเมื่อ 11 ก.พ.

กรกฎาคม 2020 ริเวียนได้ระดมทุน 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (81,785 ล้านบาท) ที่จัดการโดย T. Rowe Price ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเดิมเข้าร่วมด้วย คือ Amazon และกองทุนที่จัดการโดย BlackRock ส่วนผู้เข้าร่วมลงทุนรายใหม่ ได้แก่ Soros Fund Management ของ จอร์จ โซรอส, Coatue, Fidelity Management และ Research Company และ Baron Capital Group ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยให้ริเวียนสามารถผลิต R1T รถกระบะไฟฟ้า, R1S SUV ไฟฟ้าและรถตู้ไฟฟ้าส่งสินค้าของ Amazon ภายในปี 2021

สรุปง่าย ๆ ว่า Soros Fund Management ของ จอร์จ โซรอส ไม่ได้เป็นนักลงทุนหน้าใหม่ในริเวียน เพียงแค่ก่อนหน้านี้เข้าถือหุ้นผ่านกองทุนที่จัดการโดย T. Rowe Price (ทั้งกองทุนถือหุ้นรวมทั้งหมด 17.95%) และล่าสุดโซรอสเห็นโอกาสการเติบโตในริเวียนจึงให้ Soros Fund Management เข้าซื้อหุ้น

ส่วนผู้ถือหุ้นริเวียนที่เหนียวแน่นและโดดเด่นก็คือ Amazon ซึ่งเป็นเจ้าของหุ้นริเวียนอยู่ประมาณ 20% ทั้งนี้ริเวียนจะช่วยสนับสนุนในการผลิตรถตู้ขนส่งสินค้าไฟฟ้ามากกว่า 100,000 คันให้แก่ Amazon

เดือนมกราคม ริเวียนเผยว่าสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ 1,015 คัน และส่งมอบได้ 920 คัน ลดลงจากเป้าหมายในปี 2021 ที่ตั้งไว้ 1,200 คัน เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องห่วงโซ่อุปทาน ส่วนเทสลาผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ทั้งที่ประสบปัญหาห่วงโซ่อุปทานขาดแคลนชิป แต่ยังสามารถทำสถิติส่งมอบรถยนต์ในปี 2021 ได้ 936,172 คัน
 






ดัดแปลงตามสบาย Valve แจกไฟล์ CAD ของ Steam Deck
ใต้สัญญา Creative Commons

Spoil

https://www.blognone.com/node/127139
Valve เผยแพร่ไฟล์ 3D CAD ของเครื่องเกมพกพา Steam Deck ให้ดาวน์โหลดกันภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons เพื่อให้การโมเครื่องหรือการผลิตอุปกรณ์เสริมทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องมาถอดแบบกันภายหลังให้เสียเวลา

ไฟล์สามารถดาวน์โหลดได้จาก GitLab ของ Steam OS และก่อนหน้านี้ Valve ก็เคยโชว์คลิปการแกะเครื่องอย่างเป็นทางการให้ดูกันมาแล้ว

https://gitlab.steamos.cloud/SteamDeck/hardware
 






Intelตั้ง Custom Compute Group ทำชิปบล็อกเชน
ประสิทธิภาพขุดเหมืองดีขึ้น 1000 เท่า

Spoil

https://www.blognone.com/node/127136

อินเทลประกาศตั้งฝ่าย Custom Compute Group พัฒนาชิปสำหรับประมวลบล็อคเชนโดยเฉพาะ โดยระบุว่าบล็อคเชนบางประเภทต้องใช้พลังประมวลผลสูง จึงต้องการพัฒนาโซลูชันที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ชิปเร่งประมวลผลบล็อคเชน (blockchain accelerator) ของอินเทลจะเปิดตัวภายในปีนี้ ตอนนี้มีลูกค้าสั่งซื้อแล้ว 3 รายคือ Argo Blockchain, Block (Square เดิม), GRIID Infrastructure

อินเทลบอกว่าหน่วยวิจัย Intel Labs มีงานวิจัยด้านการเข้ารหัสลับ, เทคนิคการแฮช และการออกแบบวงจรกินไฟต่ำมาก งานวิจัยเหล่านี้จะช่วยให้ชิปของอินเทลมีประสิทธิภาพต่อพลังงานในการขุดเหมืองแบบ SHA-256 ดีขึ้นถึง 1000 เท่าเมื่อเทียบกับจีพียูในตลาด รายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆ จะประกาศในงาน International Solid State Circuit Conference (ISSCC) เดือนนี้
 







Sony เปิดตัว AI แข่งรถในเกมชื่อ Gran Turismo Sophy
ที่เอาชนะนักแข่งเกมระดับแชมป์ได้

Spoil

https://www.blognone.com/node/127104

Sony ร่วมกับ Polyphony Digital ทีมสร้างเกมขับรถ Gran Turismo พัฒนา AI ชื่อ Gran Turismo Sophy พัฒนาโดยใช้ machine learning ที่ทำงานบนโครงข่ายระบบคลาวด์ของ Sony Interactive Entertainment เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่ในเกม

การใช้ machine learning เข้ามาช่วยให้ Sophy เรียนรู้การเลือกระยะเบรก เส้นทางการขับขี่ และระยะที่ควรชะลอความเร็วเพื่อเข้าโค้ง ให้ทำเวลาได้ดีที่สุด และเรียนรู้พฤติกรรมการแข่งกับคู่ต่อสู้ เช่นการบล็อกไม่ให้แซง การหลอก การเบรกและเร่งให้ถูกจังหวะ

Sophy ยังสามารถเอาชนะ Emily Jones นักแข่งระดับโลกผู้เข้ารอบสุดท้ายในงาน FIA Gran Turismo Championships ปี 2020 ได้ในการแข่งแบบ Time Trial และ Emily ยังบอกว่าเจ้า AI Sophy นี่ทำให้เธอได้เห็นเส้นขับขี่ใหม่ในสนามที่เธอไม่เคยลองมาก่อนอีกด้วย

ในอนาคตเราน่าจะได้เห็น AI ขับรถที่โหดและเก่งยิ่งขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยในการเรียนรู้และปรับปรุงเส้นทางการขับขี่ของผู้เล่นระดับโปรในเกมได้อีกขั้น รวมถึงหากสามารถปรับระดับความยากง่ายได้ ผู้เล่นทั่วไปก็อาจได้ปะทะฝีมือกับ AI ขับรถที่สมจริงกว่าเดิมได้ในเกม Gran Turismo เช่นกัน
 






หลุดชื่อ Apple Classical บริการสตรีมเพลงคลาสสิคในเครือ Apple Music
Spoil

https://www.blognone.com/node/127122

เว็บไซต์ 9to5Google ลองแกะไฟล์ APK ของ Apple Music พบการอ้างถึงชื่อ Apple Classical แสดงให้เห็นว่าแอปเปิลจะเปิดบริการย่อยสำหรับสายเพลงคลาสสิคเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะแอปเปิลซื้อกิจการ Primephonic แอปสตรีมเพลงคลาสสิก เมื่อเดือนสิงหาคม 2021 โดยปิดบริการแอพเดิมทันที และประกาศไว้ก่อนแล้วว่าจะผนวกคอนเทนต์ของ Primephonic เข้ามาใน Apple Music

ในไฟล์ APK ตัวเดียวกันนี้ยังมีอัพเดตฟีเจอร์ widget ของ Apple Music บน Android ให้มีขนาดหลากหลายกว่าเดิม และปรับแต่งได้มากขึ้นด้วย

 







Android 13 มาแล้ว ออกรุ่นทดสอบแรก Developer Preview 1
Spoil

https://www.blognone.com/node/127118

กูเกิลเปิดตัว Android 13 Developer Preview 1 เริ่มกระบวนการพัฒนา Android รุ่นใหม่ของปี 2022 (เรายังมี Android 12L สำหรับอุปกรณ์จอใหญ่ ที่จะออกตัวจริงในไตรมาส 1 ด้วย)

ของใหม่ใน Android 13 DP1 ยังเน้นไปที่ฟีเจอร์และ API สำหรับนักพัฒนาก่อนเช่นเคย (ฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้ทั่วไปจะตามมาในช่วง Beta ตามธรรมเนียม) กูเกิลบอกว่าธีมหลักของ Android 13 ยังเป็นเรื่องความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และช่วยให้นักพัฒนาทำงานง่ายขึ้น

● photo picker API เป็นการขยายหน้าจอเลือกไฟล์ (document picker) มายังการเลือกไฟล์รูปและวิดีโอด้วย เป็นมาตรฐานกลางของ OS แล้ว (สักที) โดยกูเกิลจะอัพเดต photo picker API กลับไปให้ถึง Android 11 ด้วย (อัพเดตผ่าน Google Play)
● Quick Settings Placement API เปิด API ให้แอพสามารถปรับแต่ง Quick Settings ได้ทันที โดยผู้ใช้ไม่ต้องเข้า Quick Settings ไปเพิ่มไอคอนเอง
● เพิ่มสิทธิการเข้าถึง NEARBY_WIFI_DEVICES เข้ามาจาก NEARBY_DEVICES สำหรับการแชร์ข้อมูลไปยังอุปกรณ์ใกล้เคียงผ่าน Wi-Fi เดียวกันโดยไม่ต้องขอสิทธิ location
● ระบบธีม Material You รองรับการทำ dynamic color ไปยังไอคอนแล้ว ดังนั้นไอคอนของแอพบนหน้าจอสามารถปรับสีตามภาพพื้นหลังได้อัตโนมัติ (ชุดธีมไอคอนต้องรองรับด้วย)
● รองรับการเลือกภาษาเป็นรายแอพแล้ว แต่ละแอพสามารถตั้งค่าภาษาที่แตกต่างกันได้
● การเรนเดอร์ข้อความบนหน้าจอ สามารถตัดบรรทัดแล้วใส่ขีดกลาง (hyphenation) ได้เร็วขึ้นจากเดิม 200%
● ฝั่งกราฟิกรองรับการทำ programmable shader ด้วยภาษา Android Graphics Shading Language (AGSL) ที่คล้ายกับ OpenGL Shading Language (GLSL)
● ไลบรารีหลักของ Android อัพเกรดให้เข้ากับ OpenJDK 11 LTS
● เพิ่มสัดส่วนของคอมโพเนนต์ของ OS ที่สามารถอัพเดตได้ผ่าน Google Play (Project Mainline) เช่น โมดูล Bluetooth และ Ultrawideband

แผนการออกรุ่นของ Android 13 จะมี Developer Preview 2 รุ่น, Beta 4 รุ่น และออกตัวจริงในช่วงประมาณไตรมาส 3 เหมือนทุกๆ ปี

ตอนนี้ Android 13 DP1 เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วบนอุปกรณ์ตระกูล Pixel โดยเริ่มจาก Pixel 4 ขึ้นไป (Pixel 3 หมดระยะซัพพอร์ตแล้ว) กูเกิลยังแนะนำว่า DP1 ออกมาเพื่อให้นักพัฒนาทดสอบความเข้ากันได้กับแอพเท่านั้น ยังไม่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป ซึ่งจะเริ่มในช่วง Beta
 






ผลสำรวจเผย หูฟังของ Apple ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 1!
Spoil

https://www.beartai.com/news/itnews/947406

อ้างอิงผลสำรวจที่เริ่มต้นในเดือนมกราคม 2021 – ธันวาคม 2021 ของบริษัท Statista (บริษัทสัญชาติเยอรมันที่มีความเชี่ยวชาญในด้านสถิติการตลาดและผู้บริโภค) พบว่า จากการสำรวจชาวอเมริกันในช่วงวัย 18 ถึง 64 ปี จำนวน 4,220 คน หูฟังของ Apple นั้นได้รับความนิยมมากที่สุด!

อ้างอิงผลสำรวจของ Statista พบว่า มี 8 บริษัทผู้ผลิตหูฟังที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยอันดับ 1 ได้แก่ Apple ที่ถูกเลือกจากผู้ทำแบบสอบถามถึง 34.4% ตามมาด้วยหูฟัง Beats by Dre ที่ 15.3% ซึ่งมี Apple เป็นเจ้าของตั้งแต่ปี 2014

จำนวนผู้ที่ใช้หูฟังของ Apple ในแบบสำรวจนั้นนำหน้าแบรนด์หูฟังชั้นนำอย่าง BOSE, Sony, หรือ JBL โดยมี BOSE เป็นอันดับที่ 3 ตามมาด้วย Samsung, JBL และ Sony ที่มีสัดส่วน 12.5%/12.2%/11.4%/11.4% ตามลำดับ

ที่จริงแล้วการที่ Apple ขึ้นครองอันดับหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะมีการวิเคราะห์ว่า Apple ได้รายได้จากการขายหูฟังถึง 20,000 ล้านเหรียญ และในปี 2020 Apple ก็สามารถขาย AirPods ได้กว่า 100 ล้านชิ้น
 






Instagram ปรับปรุงหน้า Your Activity
จัดการข้อมูลโพสต์และกิจกรรมในอดีตได้ง่ายขึ้น

Spoil


https://www.blognone.com/node/127099

Instagram เพิ่มคุณสมบัติใหม่ในหน้า Your Activity ซึ่งอยู่ในส่วนโปรไฟล์ ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูกิจกรรมในอดีตได้ง่ายขึ้น ทั้งโพสต์ที่เคยลง รวมทั้งโพสต์ที่ไปไลค์หรือคอมเมนต์ และสามารถลบกิจกรรมเหล่านั้นแบบชุดใหญ่รวดเดียว (bulk) ได้

ข้อมูลส่วนอื่นที่เดิมแสดงใน Your Activity เช่น เวลาที่ใช้งานในแอป ข้อมูลที่เคยเสิร์ช ลิงก์ที่เคยคลิก ยังคงอยู่ และสามารถลบออกได้เช่นเดียวกัน

Instagram บอกว่าคุณสมบัตินี้ออกมาเพื่อให้ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเยาวชนสามารถรีวิวโพสต์และกิจกรรมในอดีตได้ง่ายขึ้น
 






Garmin เปิดตัวสมาร์ทวอชถึกทน Instinct 2
พร้อมรุ่นชาร์จแบตจากแสงอาทิตย์โดยไม่ต้องเสียบชาร์จไฟ

Spoil

https://www.blognone.com/node/127117

Garmin เปิดตัว Instinct 2 สมาร์ทวอชซีรีส์เน้นกลุ่มถึกทนซีรีส์ใหม่ โดยไฮไลต์สำคัญของรุ่นนี้คือ Instinct 2 Solar นาฬิกาที่ Garmin เคลมว่าเป็น unlimited battery life

สำหรับ Garmin Instinct 2 มีหน้าปัดให้เลือก 2 ขนาด คือ 45 มิลลิเมตรรุ่นมาตรฐาน และ Instinct 2S หน้าปัด 40 มิลลิเมตรสำหรับคนข้อมือเล็ก ซึ่งตัวนาฬิกาใช้กระจกกันรอยขีดข่วน และ Garmin ระบุว่าสมาร์ทวอชรุ่นนี้ผ่านการทดสอบความทนทานระดับกองทัพมาแล้ว จึงทนต่ออุณหภูมิ, กระแสไฟฟ้า และกันน้ำได้มากสุดถึง 100 เมตร

ในด้านฟีเจอร์ของตัวนาฬิกา คือมีระบบติดตามสุขภาพทั้ง VO2 max, การนอนหลับ, ความเครียด, การตั้งครรภ์ และอื่น ๆ พร้อมทั้งระบบ incident detection ที่จะส่งข้อความทั้งชื่อและตำแหน่งไปยังบุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉินทันที รวมถึงรองรับระบบชำระเงิน Garmin Pay ในตัว

ในด้านแบตเตอรี่ Garmin Instinct 2 สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุดถึง 4 สัปดาห์ในโหมดสมาร์ทวอช ส่วน Instinct 2 Solar หน้าปัด 45 มิลลิเมตร Garmin เคลมว่าเป็น unlimited battery life คือไม่ต้องเสียบชาร์จแบตเตอรี่จากไฟบ้าน แต่ตัวนาฬิกาจะชาร์จแบตเตอรี่ด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์แทน โดยจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้ใช้งานจะอยู่ในสถานที่ความสว่าง 50,000 ลักซ์อย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน

Garmin Instinct 2 เริ่มต้นที่ราคา 349.99 ดอลลาร์ หรือราว 11,500 บาท และสามารถใช้โปรแกรม Your Watch, Your Way ของ Garmin ที่สามารถปรับแต่งดีไซน์นาฬิกาได้อย่างอิสระด้วย
 






TAG Heuer เปิดตัวสมาร์ทวอช Connected Calibre E4
ใช้ชิปแรงขึ้น, เพิ่มหน้าปัด 42 มิลลิเมตร

Spoil

https://www.blognone.com/node/127110

TAG Heuer ผู้ผลิตนาฬิกาหรูเปิดตัวสมาร์ทวอชใหม่ Connected Calibre E4 โดยใช้ชิปที่แรงขึ้น, แบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้น และปรับปรุงหน้าจอรวมถึงซอฟต์แวร์อีกเล็กน้อย

สำหรับหน้าปัดของ Connected รุ่นใหม่นี้ TAG Heuer ยังคงมีรุ่นมาตรฐาน 45 มิลลิเมตรที่ออกแบบใหม่ให้ดูเพรียวกว่าเดิม เน้นตัวเม็ดมะยมมากขึ้น โดยหน้าจอใช้คริสตัลแซฟไฟร์ครอบ OLED และมีหน้าปัดใหม่ 42 มิลลิเมตรที่ออกแบบมาตัวเคสและขอบบางกว่า

จุดเด่นของ TAG Heuer Connected Calibre E4 คืออัพเกรดชิปไปใช้ Qualcomm Snapdragon 4100 Plus พร้อม Bluetooth 5.0 ที่ TAG Heuer ระบุว่าจะทำให้ซิงค์ข้อมูลกับสมาร์ทโฟนได้เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 2 เท่า และมีอัลติมิเตอร์เพิ่มเข้ามา

ในด้านแบตเตอรี่ TAG Heuer เคลมว่าหน้าปัดทั้งสองแบบสามารถใช้งานได้ทั้งวันในโหมดปกติ โดยแตกต่างกันตรงที่รุ่น 45 มิลลิเมตรที่แบตเตอรี่ใหญ่กว่าสามารถใช้ติดตามการวิ่ง 1 ชั่วโมง + เดิน 2 ชั่วโมง หรือติดตามการเล่นกอล์ฟ 5 ชั่วโมง ส่วนรุ่น 42 มิลลิเมตรสามารถใช้ติดตามการวิ่งได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ในด้านซอฟต์แวร์ สมาร์ทวอช Connected ใหม่นี้รันด้วย Wear OS 2 แต่ทาง TAG Heuer ระบุว่าจะซัพพอร์ต Wear OS 3 แน่นอน ส่วนแอป Sports ของ TAG Heuer ก็มีอัพเดตเพิ่มคำแนะนำและติดตามการออกกำลังกายสำหรับกอล์ฟ, วิ่ง และว่ายน้ำ

ราคาของ TAG Heuer Connected Calibre E4 สำหรับรุ่น 42 มิลลิเมตรอยู่ที่ 1,800 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น 45 มิลลิเมตรอยู่ที่ 2,050 ดอลลาร์สำหรับรุ่นโลหะสายยาง, 2,250 ดอลลาร์สำหรับรุ่นโลหะสาย bracelet และ 2,550 ดอลลาร์สำหรับรุ่นไทเทเนียม

 






เปิดตัว Nintendo Switch Sports เกมรวมกีฬาภาคต่อของ Wii Sports
สำหรับทุกครอบครัว และจะเตะบอลได้ด้วย

Spoil

https://techxcite.com/web/topic/40815

ตามรายงานระบุว่ามีการยืนยันแล้วว่า Nintendo Switch Sports จะเป็นชื่อเกมที่กำลังจะมาถึงสำหรับ Nintendo Switch ที่จะรวบรวมกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนุก เช่น แบดมินตัน วอลเลย์บอล เทนนิส ฟุตบอล แชมบารา (การต่อสู้ด้วยดาบ) และแน่นอน โบว์ลิ่ง ซึ่งเป็นภาคต่อของ Wii Sports และยังยกฟีเจอร์มาจากภาคแรกด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่สวยงาม ดนตรี และตัวละคร Mii ที่ปรับแต่งได้ และครั้งนี้ผู้เล่นจะใช้ตัวควบคุม Joy-Con สำหรับด้านการเคลื่อนไหว และบางเกมจะต้องใช้สายรัดขาสำหรับการเตะด้วย ว้าว

Nintendo Switch Sports จะสามารถเล่นได้ทั้งแบบออฟไลน์กับเพื่อน หรือจะเล่นออนไลน์กับเพื่อน หรือการจับคู่แบบสุ่มก็ได้เช่นกัน โดยแหล่งข่าวบอกว่าจะมีการวางแผนการอัปเดตสองรายการหลังการเปิดตัว คือ ครั้งแรกทำให้สามารถใช้สายรัดขาเพื่อเล่นฟุตบอลได้ และครั้งที่สองจะเพิ่มกอล์ฟลงในบัญชีรายชื่อกีฬา
ส่วนวันวางจำหน่าย Nintendo Switch Sports ถูกปักธงเอาไว้ในวันที่ 29 เมษายน ซึ่งอยู่ในช่วงเดียวกันกับวันแม่หรือวันพ่อในสหรัฐอเมริกา น่าจะเป็นอีกเกมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว และได้ออกกำลังกายด้วยครับ น่าสนใจจริงๆ
 






หลุดข้อมูล Sony WH-1000XM5 หูฟังบลูทูธรุ่นใหม่
อาจมาพร้อมดีไซน์ใหม่ แบตเยอะขึ้น ชาร์จเร็วขึ้น

Spoil

https://techxcite.com/web/topic/40847

ดูเหมือนว่าตอนนี้ Sony กำลังเตรียมที่จะเปิดตัวหูฟังระดับพรีเมียมรุ่นต่อไป คือ Sony WH-1000XM5 เนื่องจากล่าสุดถูกพบในฐานข้อมูลการรับรองของ FCC เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

Sony WH-1000XM5 จะถูกเปิดตัวในฐานะของรุ่นต่อยอดของรุ่น WH-1000XM4 ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดหูฟังระดับไฮเอนด์ (ภาพด้านล่าง) และตอนนี้ดูเหมือนว่ายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของญี่ปุ่นกำลังเตรียมเปิดตัวรุ่นสืบทอดเร็วๆ นี้ครับ เพราะล่าสุดพบข้อมูลการรับรองของ FCC (เปิดเผยผ่าน NotebookCheck) หมายเลขรุ่น YY2954 แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากเท่าไหร่ครับ บอกเพียงแค่ว่าหูฟังจะมาพร้อมการออกแบบใหม่ เพราะมีการพิมพ์รหัส FCC IC ลงในแถบคาดศีรษะของ WH-1000XM5 ด้วย แตกต่างจาก WH-1000XM4 ที่ไม่มี

นอกจากนี้ฐานข้อมูลของ FCC ยังเปิดเผยว่า Sony WH-1000XM5 จะมีชุดแบตเตอรี่ 3.8V เพิ่มขึ้นจาก 3.7V ใน WH-1000XM4 รองรับการชาร์จแบบ 5V/9V ซึ่งบอกใบ้ว่าหูฟังนั้นรองรับการชาร์จเร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้จากข้อมูลของ The Walkman Blog พบว่ารายการนำเข้าของ YY2954 จะมีวางจำหน่ายทั้งในฮ่องกงและอินเดีย และจากรุ่นสร้างต้นแบบ จะมีสีให้เลือกคือสีดำและสีเงิน

ตอนนี้ยังถือว่าอยู่ในช่วงต้นมากๆ ครับ ดังนั้นใครที่รอ Sony WH-1000XM5 อาจต้องรอสักพักถึงจะเปิดตัวครับ
 






อีลอน มัสก์ บริจาคหุ้น Tesla 5 ล้านหุ้น มูลค่า 185,500 ล้านบาท
ให้สหประชาชาติเพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนอาหารทั่วโลก

Spoil

https://www.beartai.com/news/itnews/951600

เว็บไซต์ MarketWatch ได้รายงานว่า อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla ได้ทำการบริจาคหุ้น Tesla จำนวน 5 ล้านหุ้น เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา ผ่านองค์กรการกุศลที่ไม่เปิดเผยชื่อ ให้แก่โครงการอาหารโลก (WFP: World Food Program) ของสหประชาชาติ (UN: United Nations)

โครงการอาหารโลก และเป็นองค์การของสหประชาชาติที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญด้านมนุษยธรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกเพื่อจัดการปัญหาความหิวโหยทั่วโลกขององค์การสหประชาชาติ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ได้โพสต์บนทวิตเตอร์ว่าจะขายหุ้น Tesla และจะบริจาคเงินมูลค่า 6,000 ล้านเหรียญ ให้โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ ถ้าหากทางองค์กรสามารถอธิบายได้ว่าจะนำเงิน 6,000 ล้านเหรียญ ไปแก้ปัญหาความหิวโหยทั่วโลกได้อย่างไรบ้าง

การบริจาคในครั้งนี้ เกิดขึ้น 4 วันภายหลังจากที่ฝ่ายโครงการอาหารโลกได้แจกแจงรายละเอียดว่าจะนำเงินบริจาคมูลค่า 6,000 ล้านเหรียญ ไปทำอะไรได้บ้างตามที่ อีลอน มัสก์ ได้ร้องขอ


ข้อมูลการบริจาคในครั้งนี้ปรากฏขึ้นในเอกสารที่ Tesla ได้ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (Securities and Exchange Commission) ซึ่งได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2022 ที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีการถ่ายโอนหุ้นระหว่างวันที่ 19 – 29 พฤศจิกายน 2021

สตีฟ ทาราเวลลา โฆษกของโครงการอาหารโลกได้ปฎิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ในกรณีนี้ โดยเขาได้กล่าวเพียงว่า “เพื่อเป็นการเคารพความเป็นส่วนตัวของให้สนับสนุน โครงการอาหารโลก จึงขอปฏิบัติตามแนวทางที่ปฏิบัติเสมอมาโดยไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้บริจาค”

เว็บไซต์ MarketWatch ได้รายงานเสริมว่า การบริจาคครั้งใหญ่นี้ คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการที่มัสก์ได้ดำเนินการขายหุ้น Tesla จำนวนหลายล้านหุ้นเพื่อเตรียมจ่ายภาษีมูลค่ามหาศาล ซึ่งภายหลังจากมีการเปิดเผยการบริจาครั้งใหญ่นี้ไปแล้ว จะทำให้มัสก์ยังคงมีหุ้นอีกประมาณ 2 ล้านหุ้น (คิดเป็นมูลค่า 172.6 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 5,600 ล้านบาท) ที่เขาต้องขาย

การบริจาคในครั้งนี้ คาดว่าจะดำเนินการผ่าน Musk Foundation ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่มัสก์เป็นเจ้าของ โดยองค์กรดังกล่าวได้เริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2002

ในส่วนหุ้น Tesla ที่มัสก์ได้บริจาคไปจำนวน 5,044,000 หุ้นนั้น หากคำนวนจากมูลค่าตลาดที่ปิดตัวลงเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2022 ที่ผ่านมา จะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 4,420 ล้านเหรียญ (ประมาณ 142,900 ล้านบาท) แต่ถ้าหากคำนวนจากมูลค่าเมื่อวันที่ถ่ายโอนหุ้น (19 พฤศจิกายน 2021) จะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 5,740 ล้านเหรียญ (ประมาณ 185,500 ล้านบาท)
 






เปิดตัวภารกิจ Polaris Dawn นักบินอวกาศพลเรือนทำการเดินอวกาศ Spacewalk
Spoil

https://www.tnnthailand.com/news/tech/104943/

เปิดตัวภารกิจ Polaris Dawn การส่งนักบินอวกาศที่เป็นพลเรือน 4 คน ขึ้นสู่อวกาศโคจรรอบโลก ความพิเศษในภารกิจครั้งนี้ คือ นักบินอวกาศจะทำการเดินอวกาศ Spacewalk และจะกลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศที่นักบินอวกาศพลเรือนทำการเดินอวกาศ Spacewalk โดยขึ้นสู่อวกาศด้วยยานอวกาศและชุดอวกาศที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทเอกชน



โครงการ Polaris แบ่งออกเป็น 3 ภารกิจย่อย โดย 2 ภารกิจแรกใช้ยานอวกาศ Crew Dragon และอีก 1 ภารกิจ ใช้ยานอวกาศ Starship ของบริษัท SpaceX เช่นเดียวกัน สำหรับในภารกิจแรก Polaris Dawn ใช้ยาน Crew Dragon ยานจะทำการโคจรรอบโลกประมาณ 5 วัน และนักบินอวกาศจะทำการเดินอวกาศ Spacewalk ประมาณ 1 ครั้ง โดยใช้ชุดอวกาศที่ออกแบบและพัฒนาโดยบริษัท SpaceX รวมไปถึงการทดสอบการสื่อสารด้วยแสงเลเซอร์ของ Starlink ในอวกาศ กำหนดการเดินทางขึ้นสู่อวกาศในภารกิจแรกมีขึ้นช่วงปี 2022 นักบินอวกาศในภารกิจนี้มีด้วยกัน 4 คน ประกอบด้วย

Jared Isaacman ผู้บัญชาการภารกิจและผู้จัดหาเงินทุนสำหรับทำภารกิจ ก่อนหน้านี้เคยเดินทางขึ้นสู่อวกาศไปกับภารกิจ Inspiration4 ในช่วงเดือนกันยายนปี 2021 ที่ผ่านมาพร้อมนักบินอวกาศอีก 3 คน โดยเป็นภารกิจเพื่อการระดมทุนให้กับโรงพยาบาล St. Jude Children's Research Hospital ช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็ง



Scott Poteet อดีตผู้จัดการของภารกิจ Inspiration4 และนักบินอวกาศในภารกิจ Polaris Dawn ก่อนหน้านี้เคยเป็นนักบินในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา นักบินประจำฝูงบินสาธิตทางอากาศของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา USAF Thunderbird นักบินทดสอบเครื่องบินรบมีชั่วโมงบินมากกว่า 3,200 ชั่วโมง บนเครื่องบิน F-16, A-4, T-38, T-37, T-3 และ Alpha Jet ในจำนวนชั่วโมงบินทั้งหมดนี้มี 400 ชั่วโมงบินเป็นการปฏิบัติการรบในสงคราม



Sarah Gillis หัวหน้าวิศวกรของ SpaceX และผู้เชี่ยวชาญภารกิจ เริ่มต้นทำงานกับบริษัท SpaceX ในฐานะนักศึกษาฝึกงานก่อนก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าวิศวกรของบริษัท ในขณะที่ทำงานให้บริษัท SpaceX ทำหน้าที่ฝึกอบรมนักบินอวกาศ SpaceX และนาซา เคยทำหน้าที่เป็นผู้ฝึกนักบินอวกาศในภารกิจ Demo-2 และ Crew-1 รวมไปถึงภารกิจ Inspiration4



Anna Menon เจ้าหน้าที่การแพทย์และวิศวกรปฏิบัติการ Lead Space Operations ของ SpaceX มีประสบการณ์ทำงานในหน้าที่จัดการการปฏิบัติงานของนักบินอวกาศและทำหน้าที่ควบคุมภารกิจในฐานะผู้อำนวยการภารกิจและผู้สื่อสารกับนักบินอวกาศ ผลงานการควบคุมภารกิจ เช่น Demo-2, Crew-1, CRS-22 และ CRS-23 ก่อนร่วมงานกับบริษัท SpaceX เคยทำงานให้กับนาซาประมาณ 7 ปี



ในส่วนของโครงการ Polaris ที่เหลืออีก 2 ภารกิจนั้น รอแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากบริษัท SpaceX อีกครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในการพัฒนายาน Starship ของบริษัท SpaceX ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาบริเวณศูนย์พัฒนาและปล่อยจรวด Starbase บริเวณเมือง Boca-Chica รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
 






เวอร์จิ้นแกแล็กติก (Virgin Galactic) เปิดจองตั๋วเที่ยวบินอวกาศแก่บุคคลทั่วไปในราคา 450,000 เหรียญ (ราว 14,585,850 บาท)
Spoil


⦿ เวอร์จิ้นแกแล็กติก (Virgin Galactic) เปิดจองตั๋วเที่ยวบินอวกาศแก่บุคคลทั่วไปในราคา 450,000 เหรียญ (ราว 14,585,850 บาท)
• เวอร์จิ้นแกแล็กติก บริษัทการบินและท่องเที่ยวอวกาศได้ประกาศเปิดจำหน่ายตั๋วแก่บุคคลทั่วไปในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่ามา ด้วยราคา 450,000 เหรียญ (ราว 14,585,850 บาท) โดยการจองตั๋วจะต้องจ่ายเงินมัดจำเริ่มต้นที่ 150,000 เหรียญ (4,861,650 บาท) และต้องจ่ายให้ครบทั้งหมดก่อนทำการบิน
• ไมเคิล โคลกลาเซียร์ (Michael Colglazier) ซีอีโอของเวอร์จิ้นแกแล็กติกเปิดเผยว่า อวกาศกำลังมีการเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทคาดว่าจะมีลูกค้า 1,000 คนแรกสำหรับการเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในปลายปีนี้ ซึ่งจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งด้วยการเริ่มดำเนินงานแบบปกติธรรมดาและปรับจำนวนเครื่องบินอวกาศ
• ลูกค้าที่ร่วมทริปจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ในการเดินทางไปยังขอบอวกาศเป็นเวลา 90 นาที โดยจะได้นั่งเครื่องบินอวกาศที่ขับเคลื่อนด้วยจรวด พร้อมสัมผัสความเร็วเหนือเสียง 3 เท่าหรือ Mach 3 การพลิกกลับของเครื่องบินอวกาศ เพลิดเพลินกับสภาพไร้น้ำหนักลอยตัวออกนอกที่นั่ง และชื่นชมความงามของโลกจากหน้าต่าง 17 บาน อีกทั้งจะรับรองลูกค้าด้วยที่พักสุดหรูตลอดหลายวันในช่วงของการฝึกอบรมก่อนขึ้นบิน
• ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจอยากจะไปท่องเที่ยวขอบอวกาศสามารถเข้าไปจองได้ที่ www.virgingalactic.com
‣ อ้างอิง https://bit.ly/3I1bOvW
‣ ภาพประกอบ Virgin Galactic

 






Tesla จองลิเทียม 700,000 ตันล่วงหน้า เริ่มส่งมอบปี 2024
Spoil

https://www.blognone.com/node/127211

Tesla ลงนามข้อตกลงกับ Liontown Resources บริษัทขุดเหมืองในออสเตรเลีย จองซื้อลิเทียม (Lithium Spodumene Concentrate) รวม 700,000 ตันตลอดระยะเวลา 5 ปีล่วงหน้าขณะที่เหมืองยังไม่เปิดทำการ

เหมืองของ Liontown ที่จะขุดลิเทียมส่งมอบให้ Tesla นี้อยู่ที่ Kathleen Valley ทางตะวันตกของออสเตรเลีย คาดว่ามีแร่ลิเทียมออกไซด์ (Li20) ถึง 156 ล้านตัน คาดว่าเพียงพอต่อการขุด 23 ปี การส่งมอบปีแรกจะส่งมอบ 100,000 ตัน และปีต่อๆ ไป 150,000 ตัน ส่วนราคาส่งมอบนั้นมีสูตรคำนวณจากราคาตลาด ณ วันส่งมอบ

ตอนนี้เหมือง Kathleen Valley ยังไม่เริ่มก่อสร้าง แต่สัญญาจองซื้อล่วงหน้ากับ Tesla นี้ก็เป็นฉบับที่สองแล้ว โดยฉบับแรกเซ็นกับ LG Energy Solutions ทำให้ตอนนี้กำลังผลิตเกินครึ่งถูกจองไว้ล่วงหน้าเรียบร้อย

 






iPhone ครองตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2021
ถึงแม้จะมีปัญหาด้านการผลิตล่าช้าก็ตาม

Spoil

https://www.flashfly.net/wp/378070

ผลสำรวจจาก Counterpoint เผยว่า iPhone นั้นครองตลาดสมาร์ทโฟนในสหรัฐอเมริกาในปี 2021 ที่ผ่านมา ถึงแม้ในปีที่แล้วจะมีปัญหาด้านการผลิต รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆ ขาดแคลนก็ตาม
จากกราฟของ Counterpoint นั้นแสดงให้เห็นถึงแบรนด์ Apple, Samsung, Lenovo, OnePlus และอื่นๆ ที่ทำตลาดสมาร์ทโฟนในสหรัฐอเมริกา โดย iPhone นั้นมีมีส่วนแบ่งมากที่สุดตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2020 และในทุกไตรมาสตลอดปี 2021 โดยมีเพียงไตรมาสที่ 3 เพียงไตรมาสเดียวที่มีส่วนแบ่งน้อยกว่า 50% แต่ก็ได้ไป 47% ถือว่าเป็นครึ่งนึงของตลาดสมาร์ทโฟนในสหรัฐอเมริกา ส่วนอันดับ 2 ที่ตามมาแบบห่างๆ ก็คือ Samsung
 






Sony LinkBuds เปิดตัวทางการ ราคา 6,990 บาท
เตรียมวางจำหน่ายในไทยเร็วๆ นี้

Spoil

https://www.flashfly.net/wp/378126

Sony LinkBuds มาในดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า ‘วงแหวนเปิด’ ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถฟังเสียงเพลง การโทร และคอนเท้นต์อื่นๆ ได้ตลอดเวลา แต่ก็ยังได้ยินเสียงรอบข้างที่อยู่รอบตัวได้อย่างชัดเจน โดยรู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้สวมใส่อะไรที่หู อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาเพียงข้างละประมาณ 4 กรัม และป้องกันน้ำในระดับ IPX4

Sony LinkBuds ยังมีฟีเจอร์ Wide Area Tap ช่วยเพิ่มความสะดวกในการควบคุมแทนที่จะแตะที่ตัวหูฟัง ก็สามารถสัมผัสที่บริเวณด้านหน้าของหูข้างใดข้างหนึ่งเพื่อควบคุมการเล่นเพลง

Speak-to-Chat เป็นอีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ช่วยให้ผู้สวมใส่ Sony LinkBuds สามารถสนทนาได้อย่างสะดวก โดยเสียงเพลงจะหยุดลงทันทีเมื่อหูฟังพบว่าผู้สวมใส่กำลังพูดคุย และจะเล่นต่อโดยอัตโนมัติ เมื่อการสนทนาจบลง นอกจากนี้ ยังรองรับผู้ช่วยดิจิทัล Google Assistant และ Alexa



Sony LinkBuds มาพร้อมไดรเวอร์วงแหวนขนาด 12 มิลลิเมตร รองรับ Adaptive Volume Control ช่วยปรับเสียงให้เหมาะสมตามสภาพแวดล้อม สามารถฟังเพลงได้นานต่อเนื่อง 5.5 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ส่วนเคสชาร์จช่วยขยายอายุการใช้งานให้นานขึ้นอีก 12 ชั่วโมง และสามารถชาร์จเพียง 10 นาที เพื่อนำไปฟังเพลงได้นาน 90 นาที

นอกจากนี้ Sony LinkBuds ยังใช้วัสดุพลาสติกรีไซเคิลจากชิ้นส่วนรถยนต์ และไม่มีพลาสติกในวัสดุบรรจุภัณฑ์ เพื่อแสดงถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นของ Sony ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
 






Baby Shark จะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เต็มเรื่อง
Spoil

https://www.it24hrs.com/2022/baby-shark-movie-paramount-plus/

Baby Shark ประกาศถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เต็มเรื่อง หลังหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน Baby Shark Doo Doo Doo Doo เพลงนี้ยังเป็นเพลงที่ติดหูอย่างไม่น่าเชื่อของเพลงเด็กที่เป็นวิดีโอ YouTube ที่มีคนดูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จน Paramount ออกประกาศ สร้างภาพยนตร์เต็มเรื่อง มีกำหนดเข้าฉายในปี 2023 นี้

แต่นั่นไม่ใช่ภาพยนตร์เรื่องแรก เพราะเคยสร้างภาพยนตร์มาแล้วในชื่อ Pinkfong and Baby Shark ‘s Space Adventure” ภาพยนตร์ที่ได้รับอิทธิพลจากเพลงไวรัล ซึ่งความยาว 1 ชั่วโมง แต่ฉายแบบจำกัด เมื่อเดือนตุลาคม 2021

สำหรับโปรเจคภาพยนตร์ล่าสุดที่จะฉายในปี 2023 นั้น แทบไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่หนัง Baby Shark (ซึ่งกำหนดให้สร้างร่วมกันโดย Nickelodeon Animation และ Pinkfong Company) น่าจะมีเพลงที่เกือบจะติดอยู่ในหัวของคุณ (หรือลูกของคุณ) ไปตลอดกาล

ทั้งวิดีโอ “Baby Shark” ต้นฉบับดั้งเดิมกลายเป็นวิดีโอ YouTube รายการแรกที่มียอดดูทะลุ 10 พันล้านครั้งเมื่อเดือนมกราคม 2022 และได้แยกออกมาเป็นรายการทีวี ( Baby Shark’s Big Show ) ด้วย

ข่าวประกาศสร้างภาพยนตร์ Baby Shark เกิดขึ้นท่ามกลางการประกาศครั้งใหญ่ของ Paramount Plus รวมถึงซีซันที่สองของ Halo TV และ ซีรีส์ Knuckles ที่นำโดย Idris Elba ซึ่งสร้างจากภาพยนตร์ Sonic the Hedgehog
 






Google Drive เพิ่มฟีเจอร์ฟิลเตอร์ กรองผลการค้นหา ให้เจอแต่ไฟล์ที่ต้องการ
Spoil

https://www.beartai.com/news/itnews/952668

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา กูเกิล (Google) ได้ประกาศทดสอบฟีเจอร์ Search Chips หรือชิปการค้นหาใน Google Drive ที่จะมาช่วยผู้ใช้ในการค้นหาไฟล์ได้ไวขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดวันนี้กูเกิลได้ประกาศเปิดใช้งานฟีเจอร์ Search Chips นี้อย่างเป็นทางการให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้งานได้แล้ว ผู้ใช้จะสามารถกรองไฟล์จากผลการค้นหา เช่น สถานที่เก็บไฟล์ ประเภทของไฟล์ วันที่แก้ไขล่าสุด และป้ายของไฟล์นั้น ๆ โดยจะแสดงอยู่ใต้คำว่า Search results เมื่อผู้ใช้ได้ทำการค้นหาไฟล์

ผู้ใช้ Google Drive สามารถเริ่มใช้งานฟีเจอร์นี้ได้แล้ววันนี้เป็นต้นไป สำหรับลูกค้า Google Workspace รวมถึงผู้ใช้บัญชีกูเกิลด้วยเช่นกัน
 






Instagram เพิ่มฟีเจอร์ Private Story Likes
กดไลค์สตอรี่โดยไม่ส่งข้อความ (DM)

Spoil

https://www.iphonemod.net/intagram-new-feature-private-story-likes.html

Adam Mosseri หัวหน้า Instagram โพสต์ Twitter เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Private Story Likes ที่ผู้ใช้สามารถกดถูกใจหรือกดหัวใจบนสตอรี่ของผู้อื่นได้โดยไม่มีการส่งข้อความ Direct Message ไปยังเจ้าของ Story นั้น โดยจะได้รับเพียงแค่การแจ้งเตือนปกติว่ามีคนมากดถูกใจ

การสร้างฟีเจอร์นี้ขึ้นมามีจุดประสงค์เพื่อความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน Direct Message ซึ่งบางครั้งการเข้าชม Story ของผู้อื่น เราไม่ได้อยากจะส่งข้อความส่วนตัวเพื่อแสดงความรู้สึกไปหาพวกเขา แต่เพียงแค่อาจจะชื่นชอบคอนเทนต์หรือเรื่องราวของพวกเขาเท่านั้น

และการกดไลค์นี้จะไม่นับจำนวนไลค์ด้วย แต่เจ้าของ Story จะเห็นว่ามีใครเข้ามากดไลค์บ้าง ผู้ใช้ทุกคนสามารถใช้งานฟีเจอร์ Private Story Likes ได้แล้ว
 






Netflix ประกาศสร้าง BioShock วิดีโอเกมชื่อดังเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดง
Spoil

https://www.flashfly.net/wp/378065

Netflix ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่ ถูกอ้างว่ามีแผนนำซีรีส์วิดีโอเกม BioShock มาสร้างเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดง หรือ Live Action โดย Hollywood Reporter ยืนยันว่า Netflix ได้วางแผนสร้างมานานเกือบปีแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับผู้เขียนบทหรือผู้สร้างภาพยนตร์

สำหรับเกม BioShock ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 พัฒนาโดย Ken Levine เป็นเกมแนว FPS (First Person Shooter) หรือ เกมยิงแบบใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง มีฉากเป็นเมืองที่อยู่ใต้น้ำ สถานที่ค่อนข้างลึกลับและกลายเป็นที่หลบภัยของพวกมหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจ อีกทั้งยังมี Big Daddy ร่างยักษ์ที่ผู้เล่นยากที่จะหลีกเลี่ยงจากการต่อสู้
 






Mastercard ร่วมกับ รฟม และธนาคารกรุงไทย
นำร่องระบบแตะจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT แบบไร้สัมผัส

Spoil

https://www.flashfly.net/wp/378049

ผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดสามารถชำระเงินค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT ระหว่างการเดินทางได้อย่างราบรื่นไม่สะดุด เพียงแตะบัตรเครดิตหรือบัตรพรีเพดมาสเตอร์การ์ดเพื่อชำระเงินแบบไร้สัมผัสที่ประตูสถานี ไม่ต้องใช้เงินสด ซื้อตั๋วหรือเติมเงินบนบัตร MRT ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ บัตรคอนแทคเลสของมาสเตอร์การ์ดใช้เทคโนโลยี EMV ที่มีความปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ซึ่งปัจจุบันใช้งานกับการขนส่งหลากหลายรูปแบบ ทั้งรถโดยสารสาธารณะและด่านเก็บค่าผ่านทางด่วนทั่วกรุงเทพฯ
 




OM Digital Solutions เปิดตัว OM-1 กล้องเรือธง Micro Four Thirds
รุ่นแรกหลังแยกจาก Olympus

Spoil

https://www.blognone.com/node/127186

OM Digital Solutions (OMDS) เปิดตัวกล้องดิจิทัล OM System OM-1 กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้เซนเซอร์ Micro Four Thirds เรือธง เป็นครั้งแรกแรกภายใต้แบรนด์ตัวเองตั้งแต่ขายธุรกิจกล้องดิจิทัลของ Olympus ให้ JIP

Olympus OM-1 เลือกใช้ชื่อเดียวกับกล้องฟิล์มรุ่นดั้งเดิมของ Olympus ที่เปิดตัวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว (แม้จะเป็น OM System แต่ยังคงใช้แบรนด์ Olympus ต่อไปได้) สเปคของตัวกล้องใช้เซนเซอร์ CMOS ขนาด Micro Four Thirds 20.4 ล้านพิกเซล พร้อมหน่วยประมวลผล TruePic X Dual Quad Core Processor โดยตัวเซนเซอร์จะมีโฟโต้ไดโอต 4 ตัวต่อพิกเซล ทำให้แต่ละพิกเซลสามารถประสานกันทำงานเป็น X-type phase detection autofocus ได้

ตัวกล้องสามารถถ่ายภาพรัวได้มากสุด 10 ภาพต่อวินาทีในโหมดชัตเตอร์กลไก และ 120 ภาพต่อวินาทีในโหมดชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ถ้าใช้โหมด autofocus และ auto-exposure ด้วยจะได้สูงสุดที่ 50 ภาพต่อวินาที

ในด้านวิดีโอ ตัวกล้องสามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ 4K (UHD หรือ DCI) สูงสุด 60 เฟรมต่อวินาที, Full HD (1080p) สูงสุด 240 เฟรมต่อวินาที

ตัวเซนเซอร์กล้องมีกันสั่น 5 แกน สามารถกันสั่นได้สูงสุดถึง 8 สต็อป พร้อมโหมด High-Res Shot ที่สามารถถือกล้องถ่ายภาพได้สูงสุดถึง 50 ล้านพิกเซล หรือ Tripod High-Res Shot ที่เมื่อใช้ร่วมกับขาตั้งกล้องจะถ่ายภาพได้สูงสุด 80 ล้านพิกเซล

ระบบโฟกัสของตัวกล้องใช้ Cross Quad Pixel AF มีจุดออโต้โฟกัสแบบ phase detection 1,053 จุด พร้อมโหมดโฟกัสที่เทรนด้วย AI ทำให้สามารถโฟกัสรถฟอร์มูล่า, มอเตอร์ไซค์, เครื่องบิน, เฮลิคอปเตอร์, รถไฟ, นก รวมถึงสัตว์อื่นอย่างสุนัขและและแมวได้

OM-1 มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ OLED 5.76 ล้านจุด พร้อมรีเฟรชเรทสูงสุด 120 เฟรมต่อวินาที กำลังขยาย 1.65 เท่า (หรือ 0.83 เท่าถ้าเทียบกับฟูลเฟรม) ส่วนจอหลังเป็นแบบปรับหมุนได้ขนาด 3 นิ้ว 1.62 ล้านจุด และมีระบบ Supersonic Wave Filter ที่จะลดฝุ่นจับเซนเซอร์ด้วยการสั่นสูงสุดถึง 3 หมื่นครั้งต่อวินาที

ช่องเสียบการ์ดของ OM-1 รองรับ SD card UHS-II ส่วนตัวบอดี้กล้องมีขนาดกว้าง 135 มิลลิเมตร, สูง 92 มิลลิเมตร และหนา 73 มิลลิเมตร น้ำหนัก 511 กรัม ผ่านมาตรฐาน IP53 ที่สามารถทนฝุ่น, น้ำสาด และอุณหภูมิติดลบได้ต่ำสุด -10 องศาเซลเซีส

OM-1 จะวางจำหน่ายที่ราคาบอดี้อย่างเดียว 2,199 ดอลลาร์ หรือราว 72,000 บาท ส่วนบอดี้พร้อมเลนส์ M.Zuiko Digital ED 12-40mm F2.8 PRO II ที่ราคา 2,799 ดอลลาร์หรือราว 91,000 บาท
 






WIRTUAL แพลตฟอร์ม Exercise to Earn จับมือ Under Armour Thailand
เปิดตัวคอลเลกชันไอเทม NFTs สุดล้ำ ให้แฟน ๆ ที่รักการออกกำลังกายได้สะสม

Spoil

https://www.flashfly.net/wp/378088

WIRTUAL แพลตฟอร์มออกกำลังกายภายใต้แนวคิด “Exercise to Earn” จับมือ Under Armour Thailand (อันเดอร์ อาร์เมอร์ ประเทศไทย) ผู้นำแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำ เปิดตัวคอลเลกชันไอเทม NFTs (Non-fungible Token) สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Under Armour Thailand บนแพลตฟอร์มของ WIRTUAL ที่สามารถนำมาสวมใส่เพื่อเพิ่มพลังให้กับอวตาร์เสมือนจริงของผู้ใช้ได้อีกด้วย ทั้งนี้ Under Armour Thailand ยังได้มีการเพิ่มความพิเศษในกับการเปิดตัวคอลเลกชันดังกล่าวด้วยการใช้ “Emily” เวอร์ชวล อินฟลูเอนเซอร์สาวสุดฟิต จาก WIRTUAL ที่จะมาช่วยโปรโมตคอลเลกชันนี้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

หลังจากการเปิดตัวแพลตฟอร์มออกกำลังกายรูปแบบใหม่ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาและได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและสนใจเทคโนโลยีบล็อกเชน WIRTUAL ร่วมกับ Under Armour Thailand จัดกิจกรรมเอาใจสาวก Under Armour ด้วยกิจกรรมแอร์ดรอปพิเศษเพื่อสุ่มแจกไอเทม NFT พิเศษ จำนวนทั้งหมด 6 รางวัล ไม่ว่าจะเป็น ชุดเสื้อผ้าหลากหลายดีไซน์จาก Under Armour Thailand ทั้งความหายากระดับ Rare และ Epic และรางวัลใหญ่ระดับ Legendary อย่างรองเท้า UA Flow Velocity SE ที่เป็นรองเท้าสายทำความเร็วของทาง Under Armour ทั้งในชีวิตจริงและบนแพลตฟอร์มของ WIRTUAL นั้นยังสามารถเพิ่มศักยภาพพิเศษให้กับอวตาร์ของผู้ใช้อีกด้วย ทั้งหมดอย่างละ 1 รางวัล ให้แก่ผู้โชคดีในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ยิ่งไปกว่านั้น Under Armour Thailand ยังมีแผนในการเพิ่มกิจกรรมสุดท้าทายที่เป็นแคมเปญของ Under Armour Thailand อย่าง All Out Mile และ Combine ร่วมกับ WIRTUAL ให้เหล่าแฟน ๆ ได้คอยติดตามอีกตลอดปี 2565 นี้
 






ผลทดสอบ iPhone 13 Pro Max แบตเตอรี่อึดมากกว่า Galaxy S22 Ultra, Pixel 6 Pro, Xiaomi 12 Pro และ Galaxy S21 Ultra
Spoil

https://www.flashfly.net/wp/378160

ยูทูปเบอร์ Mrwhosetheboss ที่มีผู้ติดตามกว่า 9.9 ล้านคน ได้ทำคลิปวิดีโอทดสอบการใช้งานแบตเตอรี่ (Battery Life) กับสมาร์ทโฟนระดับเรือธงถึง 5 รุ่น ได้แก่ Samsung Galaxy S22 Ultra, iPhone 13 Pro Max, Google Pixel 6 Pro, Xiaomi 12 Pro และมีรุ่นก่อนหน้าอย่าง Galaxy S21 Ultra ด้วย

สำหรับการทดสอบนี้ จะนำสมาร์ทโฟนใหม่แกะกล่องมาทดสอบ เพื่อให้มั่นใจในเรื่องของสุขภาพแบตเตอรี่ว่าเต็ม 100% ทุกรุ่น และทำการเปิดหน้าจอเล่นคลิปวิดีโอไว้ โดยให้มีค่าความสว่างของหน้าจอเท่ากันๆ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เมื่อผ่านไปราวๆ 23 นาที Google Pixel 6 Pro ยังมีแบตเตอรี่เต็ม 100% ในขณะที่ Xiaomi 12 Pro นั้นลดลงไปเหลือ 99% เท่านั้น ส่วนรุ่นอื่นๆ เหลือ 97%

แต่เมื่อเปิดเล่นเกมไปประมาณ 20 นาที ปรากฏว่า iPhone 13 Pro Max นั้นจัดการเรื่องแบตเตอรี่ได้ดีที่สุด ซึ่งความแตกต่างนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นชนิดของหน้าจอ อัตรารีเฟรชเรท และชิปประมวลผล รวมไปถึงซอฟท์แวร์ต่างๆ อีกด้วย

และเมื่อทำการทดสอบเรนเดอร์คลิปวิดีโอด้วย Adobe Premiere Rush ก็แสดงให้เห็นถึงขุมพลังของ A15 Bionic ที่ทำการเรนเดอร์ได้เร็วที่สุด และยังกินพลังงานน้อยอีกด้วย โดยผลทดสอบในคลิปวิดีโอ แบตเตอรี่แทบจะไม่ลดลงเลย

หลังจากนั้นก็ได้ทำการทดสอบดาวน์โหลดเกม, เล่นเกม, เปิดเว็บไซต์ต่างๆ จนแบตเตอรี่หมดไป โดยมีการเรียงลำดับดังนี้


สรุปผลทดสอบ
อันดับ 5: Google Pixel 6 Pro อยู่ได้นาน 7 ชั่วโมง 6 นาที
อันดับ 4: Xiaomi 12 Pro อยู่ได้นาน 7 ชั่วโมง 34 นาที
อันดับ 3: Samsung Galaxy S22 Ultra อยู่ได้นาน 8 ชั่วโมง 8 นาที
อันดับ 2: Samsung Galaxy S21 Ultra อยู่ได้นาน 8 ชั่วโมง 15 นาที
อันดับ 1: iPhone 13 Pro Max อยู่ได้นาน 10 ชั่วโมง 27 นาที


อย่างที่ได้กล่าวไปด้านบนว่า อายุแบตเตอรี่นั้นมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นชนิดของหน้าจอ ขนาดหน้าจอ อัตรารีเฟรชเรท และชิปประมวลผล รวมไปถึงซอฟท์แวร์ต่างๆ ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่มีความแตกต่างกัน และในสมาร์ทโฟน Android หลายๆ รุ่นก็ใส่ฟีเจอร์ชาร์จเร็วมาให้เพื่อใช้งานชาร์จแบบฉุกเฉินอีกด้วย ส่วน iPhone 13 Pro Max นั้นชาร์จเร็ว 20W หากมีการชาร์จฉุกเฉินก็จะแพ้ให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ อยู่

ดังนั้นการเลือกใช้งานสมาร์ทโฟนก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคนมากกว่าด้วย การทดสอบในคลิปวิดีโอเป็นการใช้งานต่อเนื่อง หากเป็นการใช้งานจริงจะมีการพักเครื่องเป็นบางช่วงบางจังหวะอย่างแน่นอน ทำให้การพกพาออกไปใช้งานข้างนอกนานขึ้นกว่าผลทดสอบ (ถ้าไม่เล่นเกมต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงนะ)

 






พาชม 7 เทคโนโลยีมีแนวโน้มมาแรงและน่าติดตามในปี 2022
Spoil

https://www.iphonemod.net/7-trends-of-technology-in-2022.html


1. Metaverse: เส้นทางใหม่ในการเชื่อมต่อกับผู้คน
แนวคิดของ Metaverse ก็คือ การใช้ Virtual Reality (VR) ได้ในชีวิตประจำวันของผู้คน พูดง่าย ๆ ก็คือ โลกเสมือนที่ถูกสร้างขึ้น ให้ผู้คนได้เข้ามาทำกิจกรรรมร่วมกันได้ เช่น การสวมใส่ชุดหูฟัง VR Headset เพื่อการเรียน เล่นเกม พบปะ ช้อปปิ้ง พูดคุยหรือทำงาน โดยจำลองสภาพแวดล้อมตามเหตุการณ์จริง ๆ ด้วยกราฟิก 3 มิติ
เราอาจจะคุ้น ๆ กับคำว่า Metaverse จากที่ Facebook ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta ในปี 2021 โดยมีจุดมุ่งเน้นให้บริษัทเป็นโลกแห่ง Metaverse

Facebook ประกาศว่าจะลงทุนมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ในเทคโนโลยีนี้ ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้ Facebook เป็นโซเชียลรูปแบบใหม่ที่คนสามารถพบปะ พูดคุย หรือช้อปปิ้งสินค้าได้แบบเสมือนจริงก็ได้ น่าติดตามเลยดีเดียว



2. VR และ AR: อุปกรณ์ที่จะพาเราเข้าสู่โลกความจริงเสมือน
เราพูดถึงเรื่องโลกเสมือนจริง Metaverse กันในข้อแรกกันไปแล้ว แน่นอนว่าอุปกรณ์เสริมความจริงเสมือน AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการเข้าร่วมโลกเสมือนจริงมากขึ้น
ในปัจจุบันเราจะเห็นการใช้แว่นตาพร้อมชุดหูฟัง VR และ AR (AR/VR Headset) สำหรับการเล่นเกมและออกกำลังกายเป็นส่วนใหญ่ ที่ผ่านมาก็มีการเปิดตัวมามากหมายหลายยี่ห้อ แต่ที่ได้รับความนิยมและเห็นอยู่บ่อย ๆ ก็น่าจะเป็น Oculus Quest 2 ที่เป็นแว่นตาพร้อมชุดหูฟังไร้สาย มาพร้อม Touch Controller ในการควบคุมทิศทาง โดยเมื่อปีที่ผ่านมาจำหน่ายได้ถึง 10 ล้านเครื่อง

นอกจากนี้ เราก็ยังได้เห็นข่าวลือว่า Apple อาจจะเปิดตัวอุปกรณ์แว่นตาพร้อมชุดหูฟัง VR และ AR ในปีนี้หรือปีหน้า เพื่อก้าวเข้าสู่โลกแห่ง Metaverse เหมือนกับหลายบริษัทใหญ่



3. Wi-Fi 6E: สัญญาณที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น
ปัจจุบันเรามาตรฐาน Wi-Fi ที่เราใช้ WiFi 6 ที่ใช้คลื่นความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมากลุ่มมาตรฐานอุตสาหกรรม Wi-Fi Alliance ก็ได้ประกาศ Wi-Fi 6E ที่ใช้คลื่น 6GHz มีความกว้างของสัญญาณมากกว่า Wi-Fi 6 แก้ปัญหาช่องสัญญาณไม่เพียงพอและทำให้ประสิทธิภาพการส่งข้อมูลดีขึ้น ปลอดภัย และเร็วขึ้นกว่าเดิม

ตอนนี้ Wi-Fi 6E ยังคงใช้งานได้เฉพาะในประเทศสหรัฐเท่านั้น เนื่องจากการใช้งาน Wi-Fi 6E นั้นจะต้องมีเราต์เตอร์และอุปกรณ์ที่รองรับ แต่ก็ไม่แน่ว่าปีนี้เราอาจจะได้เห็นการอนุมัติให้เปิดขายอุปกรณ์เราต์เตอร์ รวมถึงการเปิดตัวของอุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่รองรับ Wi-Fi 6E ด้วย อาจจะเป็น iPhone รุ่นใหม่ในปีนี้ก็ได้



4. Matter สำหรับ Smart Home
Matter เป็นโปรโตคอลใหม่สำหรับอุปกรณ์ Smart Home และ IoT (Internet of Thing) สามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้ ให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คือ ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์ Apple, Amazon หรือ Google ร่วมกันได้ โดยผ่านการับรอง Matter Certificate

ซึ่งเป็นข้อดีมาก ๆ สำหรับผู้บริโภคที่สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ Smart Home แต่ละหมวดหมู่ของแต่ละบริษัทได้ และสามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งหมด ทำให้การใช้ชีวิตในบ้านด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ สะดวกมากขึ้น ในปีนี้ก็คาดว่าหลาย ๆ บ้านก็น่าจะเริ่มใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นแบบ Smart Home มากขึ้น



5. Foldable Devices: อุปกรณ์ที่พับได้
เราอาจจะเคยเห็นแบรนด์มือถือหลายค่ายเปิดตัวสมาร์ตโฟนที่พับหน้าจอได้กันมาแล้ว ที่เด่น ๆ เลยก็น่าจะเป็น Galaxy Fold และ Galaxy Flip จาก Samsung ที่ผ่านมาเราได้เห็นการพัฒนาเทคโนโลโลยีการพับจอที่พัฒนาดีขึ้นเรื่อย ๆ ในปีนี้ก็อาจจะได้เห็นอุปกรณ์เหล่านี้เปิดตัวมากขึ้น

มีการวิเคราะห์ว่า ตลาดของอุปกรณ์ที่มีจอแสดงผลพับได้นั้นจะเพิ่มขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ และคาดว่าจะเติบโตถึง 500% ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่สมาร์ตโฟนเท่านั้น อาจจะมีการเริ่มใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ด้วย เช่น คอมพิวเตอร์, Home Assistant และอื่น ๆ ใครที่ชอบอุปกรณ์แบบพับได้ก็รอติดตามกันได้เลย

ส่วนฝั่งของ Apple นั้น มีข่าวลือว่ากำลังทดสอบตัวต้นแบบ iPhone จอพับอยู่ แต่ยังไม่มั่นใจในเทคโนโลยีว่าจะเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ และยังคงมองการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีของมือถือจอพับต่อไป หากพร้อมเมื่อไหร่ก็จะโดดเข้ามาในตลาดทันที แต่บางข่าวลือก็เผยว่า Apple อาจเปิดตัว iPhone รุ่นจอพับในปี 2023 เป็นต้นไป



6. Ultra-Wideband: เทคโนโลยีที่น่าจะได้รับความนิยมมากขึ้น
Ultra-Wideband (UWB) เป็นเทคโนโลยีที่รับส่งข้อมูลด้วยความถี่ต่ำ ส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ได้แม่นยำ เห็นได้ชุดเจนจากอุปกรณ์ติดตาม AirTag ที่ทำงานร่วมกับ iPhone ที่มีชิป U1 ในการติดตามและค้นหาสิ่งของโดยต้องอาศัย Wi-Fi หรือ Bluetooth ช่วยค้นหาสิ่งของที่ติด AirTag ได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ เรายังได้เห็นการนำเทคโนโลยี Ultra-Wideband ไปใช้กับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันด้วย อย่างการใช้ปลดล็อครถยนต์ ด้วยการที่ผู้ใ้เดินเข้าไปใกล้ ๆ รถ โดยไม่ต้องนำ iPhone ออกจากกระเป๋า เทคโนโลยี Ultra-Wideband ก็จะช่วยปลดล็อครถยนต์อย่างอัจฉริยะ

ในปีนี้คาดว่าเราจะได้เห็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Ultra-Wideband มากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์จากบริษัทต่าง ๆ ก็เริ่มใส่ชิปที่มีเทคโนโลยี Ultra-Wideband เข้าไปแล้ว การใช้ชีวิตร่วมกับเทคโนโลยีของเราก็จะง่ายขึ้น



7. Immersive Entertainment: ความบันเทิงที่เต็มอิ่ม
ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราคงเห็นแล้วว่าอุตสาหกรรมบันเทิงได้พัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้ใช้ได้ดื่มด่ำกับความบันเทิงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง อย่างเช่น Doby Atmos ที่ช่วยในเรื่องของเสียง ผู้ใช้จะได้ยินเสียงรอบทิศทาง ราวกับว่าเสียงคนหรือเสียงวัตถุจากสื่อที่ได้ยินนั้นโอบล้อมอยู่รอบตัว เพิ่มอรรถรสในการรับความบันเทิงมากขึ้น

และในปีนี้ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ากระแสของโลกเสมือนจริงนั้นได้รับความนิยมมากขึ้น มีแนวโน้มว่าอุตสาหกรรมบันเทิงก็จะเริ่มใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ AR/VR เข้ามาสร้างความสุขในการรับชมสื่อมากขึ้น ทั้งด้านภาพยนตร์ การฟังเพลง รวมถึงการนำมาใช้ในวงการเกมด้วย

ซึ่ง Sony ได้ประกาศแล้วว่า บริษัทกำลังพัฒนาชุดหูฟัง VR ใหม่สำหรับ PlayStation 5 และ XBox แน่นอนว่าในปีนี้เราอาจจะได้เห็นวงการเกมนิยมเล่นเกมในมิติของโลกเสมือนจริงมากขึ้น

 






ฉลามผี : นักวิทยาศาสตร์พบลูกปลาน้ำลึกหายากในนิวซีแลนด์
Spoil

https://www.bbc.com/thai/international-60399631

ทีมนักวิทยาศาสตร์ในนิวซีแลนด์ค้นพบลูกปลาคิเมียรา (chimaera) หรือที่รู้จักกันในนามของ "ฉลามผี" (ghost shark) สัตว์น้ำลึกลับใต้ทะเลลึกที่น้อยคนจะรู้จัก

ฉลามผี เป็นปลาที่พบเห็นได้ยาก และโอกาสจะได้พบเจอลูกปลาชนิดนี้ยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก โดยลูกปลาที่พบเป็นฉลามผีที่เพิ่งฟักออกจากไข่ และจับได้ในทะเลลึกประมาณ 1.2 กม. ใกล้กับเกาะใต้ของนิวซีแลนด์

ดร.บริต ฟานุชชี นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยน้ำและบรรยากาศแห่งชาตินิวซีแลนด์ ระบุว่า การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้เรามีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับชีวิตในวัยเยาว์ของปลาหายากชนิดนี้ ซึ่งจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากปลาที่โตเต็มวัย

"ลูกปลาอาจมีถิ่นที่อยู่ที่แตกต่างออกไป…พวกมันยังกินอาหารต่างชนิดกัน อีกทั้งยังมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างไปจากปลาโตเต็มวัยด้วย"

ดร.ฟานุชชี ระบุว่า การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญจากการใช้อวนจับปลาเพื่อศึกษาประชากรสัตว์น้ำนอกชายฝั่งนิวซีแลนด์

เธอกล่าวกับบีบีซีว่า "ตามปกติสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกมักพบเห็นได้ยากอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉลามผีที่มักใช้ชีวิตอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ดังนั้นเราจึงไม่ได้พบเห็นพวกมันบ่อยนัก"

ทีมนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ลูกปลาตัวนี้เพิ่งฟักออกจากไข่ เพราะในท้องยังเต็มไปด้วยไข่แดง

หลังจากปฏิสนธิ ตัวอ่อนของฉลามผีจะพัฒนาอยู่ในเปลือกหุ้มไข่ที่แม่ปลาวางไว้ก้นทะเล และพวกมันจะกินไข่แดงที่อยู่ในไข่จนกว่าจะพร้อมฟักตัวออกมา

ดร.ฟานุชชี ระบุว่า ขั้นตอนแรกหลังจากการค้นพบครั้งนี้ คือการค้นหาว่าลูกฉลามผีตัวนี้เป็นชนิดพันธุ์อะไร โดยการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ และตรวจสอบทางพันธุกรรม ตลอดจนการวัดขนาดตัว และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะต่าง ๆ ของปลา

ฉลามผี เป็นปลากระดูกอ่อน จึงทำให้มีรูปลักษณ์ที่แปลกตา และบอบบาง พวกมันไม่ใช่ปลาฉลามที่เราพบเห็นได้ทั่วไป แต่เป็นญาติห่าง ๆ ของปลาฉลาม และปลากระเบน โดยมีวิวัฒนาการที่แยกตัวออกมาจากฉลามเมื่อ 400 ล้านปีที่แล้ว

ฉลามผีมีอยู่หลายชนิดพันธุ์ และส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึก แต่ก็มีบางชนิดที่ชอบอยู่บริเวณน้ำตื้นตามแนวชายฝั่งด้วย
 






เหล็กที่แก่นโลกชั้นในสุดอยู่ในสถานะ "ซูเปอร์ไอออนิก" ไม่ใช่ทั้งของแข็งหรือของเหลว
Spoil

https://www.bbc.com/thai/international-60392661

ลึกลงไปใต้ชั้นของเปลือกโลก เนื้อโลก และแก่นโลกชั้นนอกที่เป็นโลหะหลอมเหลว ยังคงมีแก่นโลกชั้นใน (inner core) ที่เป็นของแข็งทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,220 กิโลเมตรอยู่อีกด้วย แต่ผลการศึกษาล่าสุดโดยทีมนักวิทยาศาสตร์จีนชี้ว่า เหล็กที่อยู่ในโครงสร้างโลกชั้นนี้กลับอยู่ในสถานะพิเศษที่ไม่ได้เป็นทั้งของแข็งหรือของเหลว

รายงานวิจัยที่จัดทำโดยสถาบันธรณีเคมีซึ่งอยู่ในสังกัดของสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (IGCAS) ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าแก่นโลกชั้นในไม่ได้เป็นของแข็งทั้งหมด แต่มีเหล็กอัลลอยในสถานะ "ซูเปอร์ไอออนิก" (superionic state) ปะปนอยู่ด้วย

ผลการศึกษาดังกล่าวมาจากการสังเกตคลื่นแผ่นดินไหว ซึ่งหักเหเบี่ยงเบนทิศทางและเปลี่ยนแปลงความเร็วจนช้าลง ขณะเคลื่อนผ่านแก่นชั้นในของโลก รวมทั้งข้อมูลจากการสร้างแบบจำลองคอมพิวเตอร์ก็ยืนยันว่า แก่นชั้นในมีความหนาแน่นต่ำกว่าจะเป็นเหล็กแข็งล้วน แต่มีแร่ธาตุน้ำหนักเบาผสมอยู่จนทำให้เนื้อของมันนิ่มกว่าที่ควร

ศาสตราจารย์เหอ หยู ผู้นำทีมวิจัยอธิบายว่า แร่ธาตุน้ำหนักเบาภายในแก่นโลกชั้นในนั้น น่าจะเป็นโลหะผสมอย่างเหล็กอัลลอย ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นอะตอมของเหล็ก, คาร์บอน, ไฮโดรเจน, และออกซิเจนเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกัน โดยเหล็กอัลลอยซึ่งอยู่ภายใต้อุณหภูมิและความดันสูงแบบสุดขั้วนั้น ไม่ได้อยู่ในสถานะของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ เหมือนกับสสารทั่วไป แต่อยู่ในสถานะกึ่งกลางระหว่างของแข็งและของเหลวซึ่งก็คือซูเปอร์ไอออนิกนั่นเอง

ภายใต้สถานะซูเปอร์ไอออนิก อะตอมเหล็กจะก่อตัวเป็นผลึกตาข่ายแบบของแข็ง ในขณะที่อะตอมของคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน เคลื่อนที่ไปมาภายในโมเลกุลอัลลอยอย่างอิสระเหมือนกับของเหลว โดยค่าสัมประสิทธิ์การแพร่ (diffusion coefficient) ของอะตอมธาตุเบาทั้งสามชนิด อยู่ในระดับเดียวกับเหล็กหลอมเหลว

"มันแปลกมากทีเดียว การที่อะตอมของเหล็กแข็งตัว ไม่ได้ส่งผลจำกัดหรือเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ไหลเวียนของอะตอมธาตุเบา พวกมันยังคงเป็นตัวการพาความร้อนภายในแก่นโลกชั้นในได้อย่างต่อเนื่อง" ศ.เหอ กล่าว

การค้นพบครั้งนี้ช่วยไขปริศนาที่ว่า เหตุใดแก่นโลกชั้นในจึงมีความหนาแน่นต่ำและนิ่มกว่าที่ก้อนเหล็กแข็งล้วนควรจะเป็น แต่อย่างไรก็ตาม ทีมผู้วิจัยยังไม่สามารถตอบคำถามที่ว่า เหตุใดแก่นโลกชั้นในจึงไม่เป็นเนื้อเดียวกันอย่างสม่ำเสมอทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
 






พบฟอสซิลจระเข้โบราณชนิดใหม่ที่กินไดโนเสาร์เป็นอาหารในออสเตรเลีย
Spoil

https://www.bbc.com/thai/international-60386328

ทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอสซิลของจระเข้โบราณชนิดใหม่ที่กินไดโนเสาร์เป็นอาหารในออสเตรเลีย ถือเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่บ่งชี้ว่า จระเข้ยุคดึกดำบรรพ์ในพื้นที่แถบนี้กินไดโนเสาร์เป็นอาหาร

พิพิธภัณฑ์ออสเตรเลียน เอจ ออฟ ไดโนซอร์ส (Australian Age of Dinosaurs) ผู้ค้นพบครั้งนี้ระบุว่า ฟอสซิลจระเข้โบราณที่ชื่อ Confractosuchus sauroktonos มีความยาวประมาณ 2.5 เมตร และคาดว่าจะเคยมีชีวิตอยู่ในยุคครีเทเชียส โดยมีอายุเก่าแก่กว่า 95 ล้านปี

การตรวจสอบด้านในท้องของจระเข้น้ำจืดชนิดนี้ นักวิทยาศาสตร์พบซากของไดโนเสาร์ออร์นิโธพอดวัยรุ่น น้ำหนักประมาณ 1.7 กก. ซึ่งพวกเขาระบุว่านี่เป็นสิ่งที่ "ค้นพบได้ยากมาก"

ฟอสซิลนี้ถูกค้นพบครั้งแรกที่ฟาร์มเลี้ยงแกะในรัฐควีนส์แลนด์ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลียเมื่อปี 2010 และนักบรรพชีวินวิทยาต้องใช้เวลาในการศึกษาถึง 6 ปี โดยใช้การเอกซเรย์ และการทำซีที สแกน ในการตรวจหาตำแหน่งของกระดูก เนื่องจากฟอสซิลมีความเปราะบางมาก และฝังตัวอยู่ในหินทรายแป้ง (siltstone)

นอกจากนี้ เทคโนโลยี 3 มิติยังช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์ชนิดนี้เพิ่มขึ้น เช่น พบว่าหัวกะโหลกของจระเข้อยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์ และช่วยให้ทราบขนาดตัวของมัน

ดร.แมตต์ ไวต์ ผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์ออสเตรเลียน เอจ ออฟ ไดโนซอร์ส ระบุว่า การค้นพบฟอสซิลจระเข้โบราณและอาหารมื้อสุดท้ายของมันช่วยให้ "เบาะแสเรื่องความสัมพันธ์และพฤติกรรมของสัตว์" ที่เคยอาศัยอยู่ในออสเตรเลียเมื่อหลายล้านปีก่อน
 






แพทย์จีนฝึกฝนสกีนาน 4 ปี เพื่อเฝ้าสนามโอลิมปิก
เตรียมพร้อมรักษานักกีฬาที่บาดเจ็บ

Spoil


⦿ พร้อมพุ่งตัว! แพทย์จีนฝึกฝนสกีนาน 4 ปี เพื่อเฝ้าสนามโอลิมปิก เตรียมพร้อมรักษานักกีฬาที่บาดเจ็บ
• สำนักข่าวจิจิ เพรส (Jiji Press) ของญี่ปุ่น รายงานว่าแพทย์กลุ่มหนึ่งได้รับการฝึกอบรมพิเศษด้านทักษะการเล่นสกีในจีนตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรักษาพยาบาลระหว่างการแข่งขัน “ปักกิ่งเกมส์” หรือโอลิมปิกฤดูหนาว 2022
• สำนักข่าวฯ รายงานเกี่ยวกับทีมแพทย์สกีว่า แพทย์จีนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ชั้นยอดที่ได้รับมอบหมายให้รักษานักกีฬาที่บาดเจ็บระหว่างการแข่งขันฯ ไถลลงเนินสกีที่สูงชัน พร้อมสะพายถุงอุปกรณ์การแพทย์ที่หนักบนหลังอย่างไม่เป็นอุปสรรค
• ทีมแพทย์ประกอบด้วยแพทย์ประมาณ 40 คน เป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการฝึกอบรมพิเศษเพื่อช่วยเหลือนักกีฬาสกี โดยพวกเขาพกพาเครื่องมือสื่อสาร 5G และกระเป๋าพยาบาลที่บรรจุอุปกรณ์รักษาการบาดเจ็บ อาทิ อุปกรณ์ใส่ท่อช่วยหายใจ สายรัดห้ามเลือด เฝือก เข็มฉีดยา ออกซิเจน และเครื่องกระตุ้นหัวใจ
• ทีมแพทย์สกี ซึ่งรับการฝึกอบรมนาน 4-5 สัปดาห์ต่อปี ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ได้เรียนรู้เทคนิคขั้นสูงหลายอย่าง เช่น วิธีลงจากขอบหน้าผาสูงชันอย่างปลอดภัย และการใช้ตะปูยึดส่วนที่เป็นน้ำแข็ง
• อนึ่ง หลี่ชิวจวิน สมาชิกทีมแพทย์ กล่าวว่าพวกเขาเตรียมพร้อมรับคำสั่ง ณ ส่วนที่อันตรายที่สุดของสนามแข่งขัน และเตรียมพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา
‣ อ้างอิงและภาพประกอบ https://bit.ly/3HOTXYJ

 






แอปสตรีมมิงเพลงจ่ายส่วนแบ่งให้ศิลปินยังไงกันนะ ฟัง 1 ครั้ง ศิลปินได้เงินเท่าไหร่?
Spoil

https://www.sanook.com/hitech/1551305/



Spotify จ่ายส่วนแบ่งศิลปินอย่างไร

สำหรับ Spotify ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งยอดฮิตที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักกันดี นั้นมีระบบการจ่ายส่วนแบ่งสู่ศิลปินที่เรียกว่า “สตรีมแชร์ (stream share)”

ซึ่งทาง Spotify จะนำยอดสตรีมทั้งหมดในหนึ่งเดือนของประเทศนั้น ๆ มาหาว่าสตรีมเหล่านั้นมีสัดส่วนเท่าใด สตรีมแชร์จึงจะเป็นตัวกำหนดรายได้ของศิลปิน เหมือนกับการแบ่งพาย

สมมติว่าเดือนที่แล้วมียอดสตรีมรวม 1,000,000 ครั้ง และศิลปินรายหนึ่งมียอดสตรีม 100,000 ครั้ง จากยอดสตรีมรวม ศิลปินรายนั้นก็จะได้รับส่วนแบ่งเงินเป็น 10% ของรายได้ที่หักเปอร์เซ็นต์ส่วนหนึ่งไปสู่ Spotify แล้ว โดยจากข้อมูลปัจจุบัน ปี 2022 จะมีการหักรายได้ไปสู่ Spotify จำนวน 30 เปอร์เซ็นต์

โดยหากศิลปินสังกัดอยู่ในบริษัท กระบวนการแบ่งเงินก็จะมากขึ้น ทางต้นสังกัดของศิลปินจะได้รับเงินส่วนแบ่งจำนวน 70 เปอร์เซ็นต์นั้นไปแบ่งให้ศิลปินด้วยกระบวนการที่ทางต้นสังกัดและศิลปินได้ตกลงกันไว้ในสัญญา จึงจะออกมาเป็นส่วนแบ่งเงินที่แท้จริงแก่ศิลปิน


Tidal จ่ายส่วนแบ่งศิลปินอย่างไร

ในขณะที่ทาง Tidal หนึ่งในผู้ให้บริการสตรีมเพลงสำหรับผู้รักในรายละเอียดของเสียงเพลง ที่ยังคงโดดเด่นในเรื่องการให้บริการสตรีมเพลงแบบ ‘Hi-Res audio’ ได้อธิบายถึงการจ่ายเงินส่วนแบ่งให้ศิลปินไว้ว่า ทาง Tidal จะแบ่งเงินไปสู่ศิลปินโดยการนำยอดเงินจาก ‘ผู้สมัครสมาชิก’ ทั้งหมดไปรวมกันอยู่ใน ‘เงินส่วนกลาง’ ก่อนจะดูยอดเข้าฟังของศิลปินแต่ละคนต่อเดือน ว่ามียอดเป็นอย่างไร สามารถแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ออกมาได้กี่เปอร์เซ็นต์ จึงจะสามารถนำมาคำนวณเป็นยอดเงินที่ทางผู้ให้บริการจะจ่ายแก่ตัวศิลปินได้ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะคล้ายกับที่ Spotify ทำ

แต่ล่าสุด Tidal เริ่มปรับการจ่ายเงินส่วนแบ่งแก่ศิลปิน ด้วยหลักการ 2 ประการ เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการจ่ายเงินส่วนแบ่งที่สูงขึ้นให้แก่ศิลปิน ในปี 2022 ดังนี้

▶ การจ่ายเงินสู่ศิลปินโดยตรง เป็นวิธีการใหม่ให้แฟน ๆ สามารถสนับสนุนศิลปินคนโปรด สำหรับผู้สมัครสมาชิกแบบ HiFi Plus โดยศิลปินที่มียอดสตรีมจากสมาชิก HiFi Plus มากที่สุดเพียงคนเดียว ที่จะได้รับส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์จากผู้สมัคร Tidal คนนั้นๆ

▶ Fan-Centered Royalties เป็นแนวทางที่ยุติธรรมและโปร่งใสมากขึ้น แฟน ๆ จะมีบทบาทที่สำคัญยิ่งขึ้นต่อความสำเร็จของศิลปิน โดยจะแบ่งยอดสตรีมที่ได้รับจากแฟน ๆ ที่สมัครสมาชิกแบบ HiFi Plus ออกจากผู้สมัครสมาชิกแบบธรรมดา ทำให้เงินส่วนแบ่งของศิลปินสูงขึ้นเมื่อได้รับการสตรีมจากผู้ใช้ HiFi Plus





● ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นกระบวนการจัดสรรส่วนแบ่งรายได้ของทั้งสองผู้ให้บริการสตรีมมิ่งนั้นมีความคล้ายคลึงกัน แตกต่างเพียงส่วนรายละเอียดเบื้องลึกเท่านั้น จึงพอจะสรุปภาพรวมได้ว่า กระบวนการแบ่งจ่ายเงินสู่ศิลปินนั้นจะต้องนำเงินรวมทั้งหมดที่ทางผู้ให้บริการสตรีมเพลงได้รับ ทั้งจากการสมัครสมาชิก และจากโฆษณา มาหารแบ่งออกเป็นเปอร์เซ็นต์ตามยอดสรีม แล้วจ่ายให้ทางศิลปิน/บริษัทต้นสังกัดนั่นเอง

การฟัง 1 ครั้ง แอปสตรีมเพลงจ่ายให้ศิลปินเท่านั้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อลองพยายามเทียบยอดสตรีม 1 ครั้ง ต่อจำนวนเงินที่ทางผู้ให้บริการสตรีมมิ่งแต่ละรายจะจ่าย ก็จะได้ออกมาประมาณนี้


จะเห็นได้ว่าทาง Tidal นั้นมีการจ่ายส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ให้ศิลปินในจำนวนที่มากที่สุด แต่ด้วยจำนวนผู้ใช้งาน (ประมาณ 3 ล้านคน) ที่น้อยกว่าผู้ให้บริการรายอื่น ทำให้ยอดเงินที่ได้รับจากผู้ใช้งานนั้นน้อยลงไปด้วย ในขณะที่ทาง Spotify นั้นถูกนับเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยส่วนแบ่ง 32% ของผู้ใช้บริการสตรีมมิ่ง จึงทำให้แม้ทางแพลตฟอร์มจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ศิลปินไม่มาก แต่ก็มีโอกาสที่ยอดสตรีมจะสูงกว่า จนทำให้รายได้ที่ศิลปินจะได้รับมีมากกว่าอยู่ดี ศิลปินส่วนใหญ่จึงยังคงเผยแพร่ผลงานผ่านแฟลตฟอร์มนี้เป็นจำนวนมาก

ส่วนทาง Apple Music ที่มีส่วนแบ่งการตลาดรองลงมาเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการสตรีมมิง 16 เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ในจำนวนเงินที่น่าคบหามาก เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้งาน และจำนวนเงินที่ทางแพลตฟอร์มจะจ่าย

สำหรับ Amazon Music นั้นมีจำนวนผู้ใช้งานถึง 13 เปอร์เซ็นต์ และมีอัตราการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในจำนวนไม่มากไม่น้อยเมื่อเทียบกับรายอื่น จึงนับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่กึ่งกลาง ยังคงน่าคบหาสำหรับศิลปิน

นอกจากนี้ คุณผู้อ่านคงเห็นได้ชัดเลยว่าอัตราการจ่ายค่าลิขสิทธิ์สำหรับ YouTube Music และ Deezer นั้นน้อยนิดมาก แต่ความแตกต่างนั้นก็ยังมีอยู่ เพราะทาง YouTube Music มีผู้ใช้งานจำนวนมากถึง 50 ล้านคน เนื่องจากผู้คนจำนวนมากได้รู้จัก YouTube Music ผ่าน YouTube ที่มียอดผู้ใช้งานมากกว่า 2,000 ล้านคน ดังนั้น แม้จะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ต่อการสตรีม 1 ครั้งในราคาไม่มาก แต่จำนวนผู้เข้าสตรีมก็มีจำนวนมาก เงินที่ศิลปินจะได้รับจึงอาจจะไม่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับ Deezer เนื่องด้วยทาง Deezer นั้นมีจำนวนผู้ใช้งานเพียงประมาณ 16 ล้านคน และยังมีอัตราการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ที่ต่ำมากที่สุดอีก

ทั้งนี้ ตัวเลขที่ออกมานั้นเป็นเพียงข้อมูลเฉลี่ยคร่าว ๆ ของแต่ละผู้ให้บริการสตรีมมิงเท่านั้น ไม่ได้ลงลึกที่อัตราค่าลิขสิทธิ์ที่แตกต่างกันไปสำหรับสมาชิกในรูปแบบที่แตกต่างกัน หรือปัจจัยอื่น ๆ อีก ดังนั้น เมื่อต้องแบ่งจ่ายค่าลิขสิทธิ์สู่ศิลปิน ราคาที่ศิลปินได้รับจึงอาจมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่ทางเราได้กล่าวมา

 






3 next-gen helmet designs that could curb concussions in the NFL
Spoil

https://www.digitaltrends.com/health-fitness/nfl-helmet-challenge-winners-technology/?utm_source=twitter&utm_medium=social&utm_content=socialorg_healthfitness


For decades, the appearance of football helmets hasn’t changed much. The technology within them, however, is constantly being upgraded to make the game safer for athletes. After the links between chronic traumatic encephalopathy (CTE) and football head injuries became clear, the NFL turned an eye to helmet design.

CONTENTS
Kollide’s hyper-personalized head protection
Impressio’s melon-saving molecular crystals
Xenith’s variable-stiffness safety stack
In 2019, the NFL launched its Helmet Challenge, which would award grants to innovators who developed helmets that outperformed the current helmets on the field in protecting players from head injuries. The first prototypes were submitted in July 2021, and the league spent months subjecting them to a variety of abuses in the lab to see how they held up.

In 2021 alone, between the preseason and the regular season, the NFL saw 187 concussions. But the three winners of the Helmet Challenge are hoping to change that. Kollide, Impressio, and Xenith were awarded grants for their innovative helmets which combine sophisticated technology with sleek design and emphasis on player comfort. Here’s a rundown of each:

 






All-time most expensive Super Bowl ads as of January 2021































กระทู้เก่า ปี2022


January
Spoil


◦ Tue Feb 01, 2022
http://www.soccersuck.com/boards/topic/2110187
◦ Fri Feb 04, 2022
http://www.soccersuck.com/boards/topic/2111286
◦ Thu Feb 10, 2022
http://www.soccersuck.com/boards/topic/2113257

[/b]
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status: มนุษย์ค้างคาว
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 3251
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 17, 2022 12:11
[RE: #Update IT (Thu Feb 17, 2022)]
ปักไว้ก่อน ค่อยมาอ่าน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
เชียร์ไทย ดูมาดริด,ลิเวอร์พูล เป็นงานรอง งานหลักอยู่สมาคม Reboot 18+
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 May 2007
ตอบ: 768
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 17, 2022 12:17
[RE: #Update IT (Thu Feb 17, 2022)]
ถ้าใกล้ๆ ตัวผม
ชอบ update ใหม่ของ ig นะ
เวลาลงสตอรี แล้วมีคนกด like แล้วเด้งโนติ ขึ้นมาเป็น dm นี้ จะสร้างงานหลายรอบแล้วเหมือนกัน

ส่วนข่าวล่างๆ บางอัน ไม่น่าใช่ it แหะ แต่ก็น่ารักดีครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
BVB
ออนไลน์
ดาวซัลโวฟุตบอลโลก
Status: ARSENAL till i die
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Apr 2017
ตอบ: 3958
ที่อยู่: Bigbang/Winner/Treasure/IKON/Blackpink/Somi/ITZY/Nmixx/Taeyeon/BIBI/Zico/Jaypark/Sik-k/Hyuna&Dawn
โพสเมื่อ: Thu Feb 17, 2022 12:19
[RE: #Update IT (Thu Feb 17, 2022)]
ReNJi พิมพ์ว่า:
ถ้าใกล้ๆ ตัวผม
ชอบ update ใหม่ของ ig นะ
เวลาลงสตอรี แล้วมีคนกด like แล้วเด้งโนติ ขึ้นมาเป็น dm นี้ จะสร้างงานหลายรอบแล้วเหมือนกัน

ส่วนข่าวล่างๆ บางอัน ไม่น่าใช่ it แหะ แต่ก็น่ารักดีครับ  


ผมจะแปะข่าวอื่นๆมาให้เล็กน้อยครับ แก้เลี่ยน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
OTY
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 5151
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 17, 2022 13:34
[RE: #Update IT (Thu Feb 17, 2022)]
ไซบีเลียน ไอ้หมาเกรียน เดินชิวเลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 1771
ที่อยู่: Near Bangkok
โพสเมื่อ: Thu Feb 17, 2022 14:05
[RE: #Update IT (Thu Feb 17, 2022)]
ฮาช๊อคโกแล๊ตด้วย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel