isoon วิเคราะห์กลยุทธ์ที่ซิตี้จะใช้สู้กลับ
สรุปง่ายๆ
- ทางที่ซิตี้จะชนะ PL ได้ คือต้องให้คนที่ใหญ่กว่า PL ตัดสิน นั่นคือ "ศาล"
- ซิตี้เลยจะหาทางลากคดีนี้ไปขึ้นศาลให้ได้ แต่ทำยังไง...
- ซิตี้อ้างว่าเงินอัดฉีดเป็นเงินของรัฐบาล UAE ไม่ใช่เงินเจ้าของอัดเข้าทีมเอง พูดง่ายๆ UAE อยากสปอน
- ซิตี้เคยเสนอข้อมูลนี้ให้ PL แล้ว แต่กรรมการอิสระไม่เชื่อ
- ซิตี้เลยจะใช้เหตุผลว่า กรรมการอิสระตัดสินโดยอคติ เพื่อลากไปให้ศาลเป็นคนตัดสินแทน
- PL ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าชีคมันซูรู้เห็นกับรัฐบาล UAE จึงจะจบเรื่องได้โดยไม่ต้องไปถึงศาล ซึ่งต้องรอดูว่า PL จะมีหลักฐานตรงนี้มั้ย แต่ดูแล้วยากอยู่ มันคงไม่ทิ้งหลักฐานอะไรแบบนั้นไว้
- อีกนัยนึง การที่ PL จะไปตรวจสอบรัฐบาล UAE มันจะกลายเป็นการแสดงความไม่เชื่อถือ "รัฐบาลประเทศหนึ่ง" ซึ่งมันจะเลยเถิดเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเลย
ต้องรอดูว่า PL จะแก้เกมยังไง
ส่ในอันนี้ให้ chatgpt มันไปหาข้อมูลอธิบายให้ละเอียดขึ้น
Spoil
กลยุทธ์ที่แมนฯ ซิตี้อาจใช้สู้คดี 115 ข้อกล่าวหา
พูดง่าย ๆ คือ ซิตี้ต้องพยายามล้มคำตัดสินของคณะกรรมการอิสระให้ได้ก่อน ตอนนี้สโมสรบอกว่าจะอุทธรณ์ โดยอ้างว่าคำตัดสินมีข้อผิดพลาดสำคัญทั้งด้านข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และไม่น่าเชื่อถือ
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ เงินที่ใช้จ่ายค่าสปอนเซอร์มาจากไหน ฝั่งซิตี้เคยอธิบายว่า สปอนเซอร์เป็นผู้จ่ายเงินจริง แต่อาจได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอาบูดาบีเพื่อชำระค่าสัญญา ไม่ใช่ชีคมันซูร์หรือกลุ่ม ADUG อัดเงินเข้าทีมโดยตรง แต่คณะกรรมการอิสระไม่รับคำอธิบายนี้ และเห็นว่าเป็นการปกปิดแหล่งเงินทุน
รายงานข่าวคาดว่า ในชั้นอุทธรณ์ซิตี้อาจย้ำว่า การที่รัฐบาลช่วยสปอนเซอร์จ่ายเงิน ไม่ได้แปลว่าเจ้าของสโมสรเป็นคนจ่ายเงินแทน และอาจโต้แย้งว่าข้อตกลงนั้นไม่ใช่สัญญาปลอมตามที่คณะกรรมการวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแนวทางที่สื่อคาดการณ์ ยังไม่ใช่รายละเอียดการอุทธรณ์ที่เปิดเผยครบถ้วน
ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องคณะกรรมการไม่เป็นกลาง ซิตี้ส่งสัญญาณว่าจะท้าทายกระบวนการและความน่าเชื่อถือของคำตัดสิน แต่ขั้นต่อไปคือ อุทธรณ์ตามระบบของพรีเมียร์ลีกต่อ Appeal Board ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ ไม่ใช่การขึ้นศาลทันที หากผลอุทธรณ์ไม่เป็นผล ซิตี้อาจหาทางท้าทายทางกฎหมายต่อไปได้ แต่เส้นทางนั้นยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้
ดังนั้น จุดชี้ขาดคือ Appeal Board จะเห็นด้วยหรือไม่ว่า คณะกรรมการชุดแรกตีความหลักฐานและกฎผิดพลาด ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาจกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองหรือกระแสข่าวได้ แต่ยังไม่ใช่เหตุผลทางกฎหมายที่ทำให้คดีต้องไปขึ้นศาลเอง