Re: คิดว่าทุกประเทศควรมีนิวเคลียร์ได้ปะ
ไม่มีใครคุมก็ถูกแล้วหนิ มันคุมกันด้วยทฤษฎี MAD ตั้งแต่สงครามเย็นแล้ว
โลกที่ 1 ใช้การแชร์ความรู้กันบางส่วน (อเมริกาก็ทำอังกฤษแสบเกิน ขอความรู้เขาสมัย Tube Alloys เสร็จดันไม่ยอมให้ความรู้เขาต่ออีก)
โลกที่ 2 ก็คล้ายกัน แต่ด้วย Sino-soviet Split ก็เลยทำให้จีนเสร็จช้าลงไปหน่อย ส่วนจีนก็แชร์กับเกาหลีเหนืออีกทีนึง
ถ้าจะให้มีกันทั้งโลก ก็ต้องตั้งคำถามว่ามันถูกเหมือนบั้งไฟรึเปล่า? ถ้าไม่ได้ถูกระดับนั้นก็นึกไม่ออกว่าจะมีไว้ประดับกองทัพทำไม
การใช้งานจริงๆก็ลำบาก ขนาดอเมริกาหรือรัสเซียเองเอาไปถล่มที่อื่นก็ไม่เคยใช้อาวุธนิวเคลียร์ กลับมาวิจัยและพัฒนาอาวุธแบบ conventional อย่าง MOAB และ FOAB
MOAB ที่หย่อนที่อัฟกานิสถานตอนทรัมป์สมัยแรก จริงๆถ้าตอนนั้นเอานิวเคลียร์ลูกเล็กไปหย่อนก็ไม่เป็นประเด็นด้วยซ้ำเพราะทั้งรัสเซียและอเมริกาเองก็ตั้งเป็น state opponents ทั้งคู่ ถึงแม้จะมีการเซ็นสนธิสัญญา NPT ก็ไม่ได้แปลว่าจะใช้ไม่ได้ และ MOAB เองก็ไม่ใช่ระเบิดทะลวงบังเกอร์ ฉะนั้นสามารถสลับไปใช้ระเบิดนิวเคลียร์ได้สบายๆ แต่ทำไมกลับไม่ใช้?
และจริงๆก็มีสนธิสัญญาอีกพอสมควรทั้งสนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ (Treaty on the Prohibition of Nuclear Weapons) และ สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear-Weapon-Free Zone Treaty) ซึ่งพวกนี้ถ้ามองผิวเผินก็อาจจะคิดว่าอเมริกาคุม แต่จริงๆแล้วก็เซ็นเพื่อให้อุ่นใจว่าในโซนใกล้ๆบ้านตัวเองไม่มีใครจะเอามาครอบครองไว้
ของพวกนี้แอบไม่ได้ง่ายหรอก แร่ยูเรเนี่ยมก็เป็นแร่ควบคุมการส่งออก มีการจับตาอยู่ทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ เพราะถ้ามันหลุดหายไปแล้วดันไปอยู่กับคนที่ไม่ใช่สองขั้วนี้ ทฤษฎี MAD ที่คุมความเรียบร้อยของโลกมันก็พังทลายลง แล้วเราก็จะได้เจอ Nuclear Winter ไปอีกหลายสิบปีแทน
สรุปคือมันไม่ได้ใช้งานกันง่ายขนาดนั้น อย่าลืมว่ามันยังอยู่ในกลุ่ม NBC ที่โดนควบคุมหนักกว่าระเบิดธรรมดาทั่วไปอีก (แม้แต่ Thermobaric อย่าง MOAB ยังไม่โดนควบคุมเลย)
และทฤษฎี MAD มันก็ยังใช้งานได้อยู่ เรามีเรื่องกับเขมรอยู่งี้ สมมติเรามีอาวุธนิวเคลียร์ ด้วยสามัญสำนึกของมนุษย์ทั่วไปถึงแม้ว่าเราจะอยากเอาไปลงพนมเปญขนาดไหน ก็ต้องคิดด้วยว่าทางเขมรสามารถทำได้แบบเดียวกันกับกรุงเทพฯ และผลกระทบจาก Fallout ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายที่บ้านใกล้กันขนาดนี้
ฉะนั้นนั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไม "อาวุธนิวเคลียร์" ถึงไม่ควรมีในทุกประเทศ มันไม่ใช่อาวุธวิเศษขนาดนั้น อเมริกาหรือรัสเซียเองที่เป็นประเทศลำดับต้นๆในการค้นพบและใช้ทดสอบ
ก็ยังไม่เคยเอาระเบิดพวกนี้มาใช้งานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มันไม่ใช่แค่เรื่องสนธิสัญญากระดาษพวกนั้นหรือ MAD อย่างเดียว แต่ความไม่สะดวกและผลกระทบที่จะตามมามันเกินไปกว่าที่เขาจะคาดเดากันได้ อย่าง B83 ที่ใช้ในกองทัพอเมริกาตอนนี้ Yield มันอยู่ที่ 1200kt ขณะที่ Fat Man อยู่ที่แค่ 21kt
ลองเอาไปเล่นดูก็ได้
https://nuclearsecrecy.com/nukemap/ น่าจะพอเห็นภาพว่าละลายไปได้ขนาดไหน
พูดเรื่องอาวุธนิวเคลียร์นี่บอกตามตรงว่าโลกมันยังก้าวไม่พ้นสงครามเย็นอยู่ดีนั่นแหละ