เกริ่นก่อนครับ ข้อมูลทั้งหมด ผมหาเอง อ่านเอง เรียงเอง
ผิดถูกตรงไหนขออภัย ใครมีข้อมูลที่ถูกกว่าชี้แจงผมมาได้นะครับ
ถ้าผิดผมจะได้ปรับความเข้าใจใหม่ได้ 55555
********************
FFP LALIGA ล่าสุด
เข้าเรื่อง ไอกฏ FFP ของ Laliga มันออกมาช่วง Covid พอดี
กร่าวคือมันก็เป็นการควบคุมการใช้จ่ายของสโมสรให้อิงตาม Balance
หรือก็คืออิงตามยอดเงินคงเหลือ หลังกำไรหักกับหนี้ทั้งหมดนั่นแหละ
ซึ่งหากสโมสรไหนยอดเงินเป็นลบ(คือมีหนี้เยอะกว่ากำไร)
ก็จะต้องเข้าสู่กฏ 1/3 หรือก็คือใช้เงินได้แค่ 1/3 ของกำไรที่ได้มา
เพื่อป้องกันภาพรวมการเงินของสโมสร ที่เสี่ยงจะพังนั่นเอง
ซึ่งกรณีนี้คือการบังคับใช้เท่านั้น ถ้าไม่ยอมรับ 1/3
ก็จะถูกปรับไปใช้ 1/4 หรือไม่ก็ปรับตกชั้นนั่นเองครับ
สิ่งที่ BARCA พบเจอในปีที่ผ่านมา
ทีนี้คืออย่างที่รู้กัน สโมสรอย่างบาซ่าที่ถูกบริหารผิดๆจากบาโตเมว
พร้อมทั้งซวยเจอโควิด ทำให้หนี้เข้าสู่สโมสรมากมาย
ตอนที่ลาปอร์ต้าเข้ามา ตัวเลขมันโดดไปใกล้ๆแตะ 500ล้านเลยทีเดียว
ทำให้ตัวเลขตรงนั้นมันกระทบกับ กฏด้านบนที่ผมอธิบายไปโดยตรง
และมันเลยทำให้หลังจบ ฤดูกาล 2020/21 บาซ่าต้องเสียเมสซี่ไป
เพราะหากคำนวนภาพรวมตัวเลขทั้งหมด มันไม่เพียงพอต่อ FFP นั่นเอง
แล้วบาซ่าแก้ไขอย่างไรในปีที่ผ่านมา
อย่างที่รู้กันบาซ่าแก้ไขด้วยการปล่อยนักเตะที่ไม่ใช้ออกและค่าเหนื่อยสูง
ซึ่งตอนนี้แก้ไขไปได้เยอะแล้ว จากการปล่อยคูตี้ และปล่อยยืมกรีซมัน
และให้ทางแอตมาดริดรับผิดชอบค่าเหนื่อยตรงนี้ไป
แต่ถามว่าแล้วการเซ็นนักเตะเข้ามาเยอะ ในช่วงปีที่แล้ว
มันกระทบอะไรยังไงบ้าง ทำไมเซ็นมาเยอะ แล้วปีนี้เซ็นเยอะอีก
ก็เริ่มมาจากการทำงบดุลอันชาญฉลาดของลาปอร์ต้าในทางบัญชีนั่นแหละ
ในฤดูกาลที่ผ่านมานั่น บาซ่าพยายามกำจัดงบส่วนเกินออก
เพื่อไม่ให้เอามาคิดในทางบัญชี ซึ่งมันจะทำให้ตัวเลขคงเหลือเยอะขึ้น
เรื่องแรกคือการปล่อยนักเตะออก อันนี้ทุกคนรู้กันว่าปล่อยออก
คือไม่ต้องแบกรับภาระค่าเหนื่อยของนักเตะเหล่านั้น
ข้อสองคือการแปลงสภาพนักเตะที่ไม่ได้ใช้งานให้เป็นค่าเสื่อมทางบัญชี
ค่าเสื่อมคือ ค่าที่คิดมูลค่าสินค้าตามการใช้งานจริง
ตรงนี้มันมีวิธีคิดแต่เอาเป็นว่า ผมผ่านไปละกัน มันจะเข้ทางบัญชีเกิน
ซึ่งส่วนนี้มันเลยทำให้ บาซ่าสามารถแปลงสภาพนักเตะอย่าง
กรีซมัน, อุมติตี้, เนโต้, ปานิช หรือคนอื่นๆที่ปล่อยยืมและไม่ได้ใช้
ให้มูลค่ากลายเป็น 0 ได้ และหากมูลค่ากลายเป็น 0
แน่นอนว่าจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการคิดบัญชีใดๆทั้งสิ้น
หากแต่แค่ ต้องไม่ใช้งานนักเตะเหล่านี้จริงๆเท่านั้น
ซึ่งวิธีการนี้ก็คือวิธีที่บาซ่าทำในฤดูกาลก่อนเช่นกัน เพื่อประครองทีมมา
แแล้ว BARCA จะดำเนินการต่อไปยังไง
หลังจากผ่านการอธิบายคร่าวๆทางบัญชีมา กลับมาสู่ปัจจุบัน
บาซ่าได้กำไรมากขึ้น ทำงบบัญชีให้ดูเรียบร้อยยิ่งขึ้น
ภาพรวม Balance ที่ออกมาจากสโมสรคือ บาซ่ากำไร 5ล้าน
ใช่ครับ 5ล้าน มันคือส่วนที่ หักลบกลบหนี้เรียบร้อยแล้ว
สโมสรมีเงินเหลือ 5 ล้านนั่นเองครับ แต่มันยังไม่พอจะลงทะเบียน+ซื้อตัว
เพราะสโมสรมีหนี้ระยะสั้นที่ต้องตามเคลียร์ นั่นเอง พอเอามาหักลบแล้ว
ทำให้สโมสรยังติดอยู่ในกฏ 1/3 คือใช้จ่ายได้ไม่เต็มที่นั่นเอง
มันเลยนำมาซึ่ง คันโยกทางเศรษฐกิจที่เราเห็นๆกันอยู่ทุกวันนี้ครับ
บาซ่าต้องการรายได้จากส่วนนี้ ซึ่งจะเอามาคิดเป็นรายได้พิเศษ
ไม่ได้เอามาหักลบกลบหนี้ บาซ่าเลยสามารถเอามาใช้ได้เต็มๆ
แต่ต้องได้เงินมาก่อนวันที่ 30มิถุนายน ในวันตัดรอบเท่านั้น
ซึ่งทางสโมสรก็ทำสำเร็จและได้เงินมาร่วมๆ 300กว่าล้านในก้อนแรก
ตลาดรอบนี้จะเป็นอย่างไร
กล่าวคือบาซ่าได้เงินมาแล้ว 300ล้าน(ตีกลมๆ)
เงินจำนวนนี้แหละทั้งหมด สามารถเอามาใช้จ่าย และคิดเพดานค่าเหนื่อยนักเตะได้
คิดง่ายๆคือมีเงิน 300ล้าน เอาไว้ลงทะเบียนนักเตะแหละครับ
ซึ่งการลงทะเบียนตรงนี้ก็จะอ้างอิงจากเงินที่ต้องจ่ายนักเตะในแต่ละปี
เช่น บาซ่าต้องจ่ายเดอยองปีละ 10ล้าน ตัวเลขนี้ก็จะถูกเอาไปรวมในเงินนั้น
โดย ณ ตอนนี้เพดานค่าเหนื่อยบาซ่าทั้งหมด คิดเป็นรายปี
จะต้องจ่ายนักเตะทั้งสิ้น 250ล้าน ตีเป็นเลขกลมๆ
เหลือพื้นที่ว่างให้จับจ่ายใช้สอยอีก 50ล้านเหนาะๆ
เงินจำนวนนี้คือรวมค่าเหนื่อยของสองนักเตะใหม่เข้าไปแล้ว
ยอ่างเคสซีเย่+คริสเตนเซ่น และมันเหลือพื้นที่อีกเยอะมาก
มากพอที่จะถอยเลวาน+ราฟินย่า และลงทะเบียนได้
แต่นั่นคือวิธีการที่ทำโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงนั่นเอง
โดยวิธีการคิดหากมีการซื้อนักเตะเข้ามา จะต้องคิดอีกแบบ
ยกตัวอย่างเช่น ซื้อเลวานมา 40ล้าน เซ็นสัญญา 4ปี ค่าเหนื่อยปีละ 10ล้าน
วิธีคิดคือจะเอาเงินค่าตัว หารด้วยสัญญาทั้งหมด นั่นคือ 40/4 = 10ล้าน
และไปบวกกับ ค่าเหนื่อยต่อปี กรณีนี้ก็คือ 20ล้าน
20ล้านก้อนนี้ก็จะถูกเอาไปคิดคำนวนในเพดานค่าเหนื่อย 300ล้าน
ถ้ารวมของเก่าไปอีกก็ประมาณ 270ล้าน ในส่วนของราฟินย่าก็เช่นกัน
อุปสรรคที่จะต้องเจอคืออะไร
แน่นอนครับตามที่ผมกล่าวไปคือ บาซ่าสามารถทำได้ทุกอย่าง
แต่อย่าลืมว่าเพดานค่าเหนื่อย ณ ปัจจุบัน คือค่าเหนื่อยที่
นักเตะบางคนยอมลดเงินเพื่อช่วยสโมสร ทำให้เพดานมันลงมาเท่านี้
แต่หากมีกรณีเดอยองที่ต้องเพิ่มค่าเหนื่อยขึ้นตามสัญญา
มันก็จะไปกระทบกับภาพรวมตลาดทั้งหมดแน่นอน
ไหนจะมี ปิเก้ อัลลา บุสเก็ตอีก ที่คาราคาซังอยู่นั่นเอง
สรุปภาพรวม
ผมไม่แน่ใจว่าค่าตัวและค่าเหนื่อยของนักเตะที่บาซ่าจะเซ็นเป็นเท่าไหร่บ้าง
แต่พออธิบายตามภาพแบบนี้ คิดว่าคงน่าจะพอที่เซ็น เลวาน+ราฟินย่า
และลงทะเบียนนักเตะทั้งหมดตามนี้ได้ค่อนข้างแน่นอน ในกรณีที่ยึดค่าเหนื่อยปัจจุบัน
หรือหากลงทะเบียนไม่ได้ก็ปล่อยนักเตะคนอื่นออกไปได้เช่นกัน
มันก็จะเพียงพอให้ลงทะเบียนทุกคนที่อยากได้นั่นแหละครับ
เพราะผมคิดว่า พวกซีเนียร์คงยอมช่วยสโมสรตรงส่วนนี้
ยังยอมลดค่าเหนื่อยต่อแล้วเงินค่อยไปเคลียร์กันนอกรอบ
หากแต่การทำเช่นนี้ เพดานค่าเหนื่อยมันจะล้นปริ่มๆพอดี
มันจะเกิดคำถามที่ว่า หากเกิดความเสี่ยงอีกละ
เช่น ผลงานทีมไม่ดี ตกรอบ UCLไว, ผลประกอบการไม่เป็นตามเป้า
แล้วรายได้ภาพรวมทั้งหมดตกลงมา มันจะส่งผลกระทบต่อเพดานตรงนี้นั่นเอง
และหากปีหน้ามันยังกระทบอีก มันจะวนกลับเข้ามาลูปเดิมว่า
สุดท้ายก็ต้องปล่อยยืมนักเตะ หรือไม่ก็ขายออกนั่นเองครับ
มันเลยเป็นที่มาว่าทำไมบาซ่าถึงอยากขายเดอยองออกนัก
เพราะถ้าเดอยองออกไป เพดานตรงนี้จะโล่งขึ้นอีกบาน
อาจจะลดลงไปอีก 30ล้านเลยก็เป็นได้นั่นเอง
รวมถึงถ้าขายเดอยองออกไปได้ เจรจาสัญญาใหม่กับซีเนียร์ได้
ภาพรวมการเงินมันก็จะกลับมาปลอดภัยทันที
แต่หากเกิดกรณีขายเดอยองออกไม่ได้ เดอยองไม่ลดค่าเหนื่อย
การดำเนินการมันจะยากขึ้นมากๆสำหรับบาซ่า
เพราะต้องคำนึงถึงการใช้จ่าย และค่าเหนื่อยภาพรวมของทีม
อาจจะต้องเจรจาสัญญาใหม่กับนักเตะ+ขายนักเตะออกก่อน
ถึงไปลุยเต็มที่กับดีลที่อยากได้เป็นต้นครับ
********************
Source : หลายเจ้าหน่อย เพราะผมอ่านมาหลายอัน และสรุปรวมกัน