อะแซหวุ่นกี้ เสือเฒ่าของเรานี้ ไม่อยากใจร้อนมาเลยอยากส่งกองกำลังออกไปตีหยังเชิงทัพพระเจ้ากรุงธนดู โดยจะส่งไปเพียงหลักพัน และหนุนไปอีกพัน โดยทัพหน้านี้จะเอากำลังผสมมอญและทหารจากเมืองขึ้น ประมาณให้เป็นหน่วยการตายไปลองดู แต่เจ้าปลัดศึกนี้บอกไม่เอาแบบนี้ไม่เวิค เราต้องยกกองทัพทั้งหมดนี้ตีเข้าไปทีเดียวให้มันจบๆไปเลย
เพราะปลัดศึกท่านนี้เคยมาตีสยามครั้งเสียกรุงทางเส้นทางนี้กับมังมหานรธาแล้ว มันจึงมันใจเลนนี้มาก ป่าทางนี้ขอให้บอก
แต่อะแซหวุ่นกี้ เองยังใหม่มากกับทางใต้นี้ แต่ แต่ ... สุดท้ายปลัดศึกก็ยอมถ่อยก้าวหนึ่งยอมให้มีการตีหยังเชิงก่อน มีข้อแม้ว่ามันต้องเป็นแม่ทัพ อะแซหวุ่นกี้ก็บอกไม่ต้องเดียวให้พวกหัวหน้าพวกทหารมอญนี้ คุมทัพไป ตายจะได้ไม่เสียดาย ไอ้เจ้าปลัดศึกก็งอลดิครับแบบนี้ ไม่ได้ดังใจสักอย่าง ก็เลยหนีกลับเลย ยกกองทัพกลับด้วย ประกาศเลยว่าคงรวมปารตี้กันไม่ได้หรอกแบบนี้

)
ไปอยู่กรุงธนซึ่งเป็นทางตกท้องช้าง เดินทัพก็ยากดีไม่ดีพาหลงทางกันทั้งกองอีก GPS ก็ไม่มี ถามทางไทยก็จะบอกมั่วอีก สรุปธนบุรีนี้เป็นภัยต่อทั้ง2ฝ่าย

... พอครับเดียวยาว
ถูกใช้ครั้งพระเจ้ากรุงหงสามาตีเอากรุงศรีอยุธยาได้ครั้งแรก นั้นคือเส้นทาง ก. อะแซหวุ่นกี้ ก็เดินทัพตามทางสีน้ำเงินไปเลย ตีไล่จากตาก กำแพง สุโขทัย พอมาถึงพิษณุโลก นี้จะเป็นศึกหนักอีกครั้งสำหรับ อะแซหวุ่นกี้ เพราะแม่ทัพที่ต้อง dual ด้วย จะเป็นแม่ทัพหนุ่มมากสกิลอย่าง พระยาจักรี นั้นเอง....