“บริษัทไม่เปิดพื้นที่ให้ผมเติบโตในจังหวะของตัวเอง” อ่านเหตุผลลาออกแล้ว HR ถึงกับพูดไม่ออก
รุ่นน้องที่เรียนด้วยกันมาสมัยมหาวิทยาลัย เป็น HR Manager ของบริษัท Start up แห่งหนึ่ง
นั่งกินข้าวกันทีไร ต้องมีเรื่องน้องใหม่ในบริษัทมาระบายให้ฟังทุกที
เขาเล่าให้ฟังว่า
มีน้องใหม่ไฟแรงคนหนึ่ง เพิ่งเรียนจบ
ตอนสัมภาษณ์ดีมาก พูดเก่ง หัวไว หัวหน้าชอบ รับเข้ามาเลย
เริ่มงานวันแรกนัดเวลา 8.30 น. รับปากกันเรียบร้อย
มาสายครับ มาถึง 9.00 น. กระหืดกระหอบมา
“ผมขอโทษครับพี่ ปรับตัวไม่ทันครับ”
ครั้งแรก ก็ไม่คิดอะไร ให้อภัยกันได้อยู่แล้ว
วันต่อ ๆ มา มาถึงบริษัท เก้าโมงครึ่ง สิบโมง บางวันมาเที่ยงเลยก็มี
หัวหน้าเรียกคุย ถามว่าบ้านไกลหรือรถติด
"เปล่าครับพี่ ผมนอนดึก"
"ทำงานดึกเหรอ"
"เปล่าครับ ใช้ชีวิตครับ"
ตอนนั้นพวกเรายังขำกันอยู่
"เด็กรุ่นใหม่มันก็งี้แหละ เดี๋ยวก็ปรับตัวได้เอง"
ไม่กี่วันต่อมา น้องมาขอ Work from Home เพิ่ม
บอกว่าเข้าออฟฟิศแล้วเหนื่อย เสียเวลาเดินทาง ไม่มี Work-Life Balance
HR ก็ตกลงให้ว่า ผ่านโปรเมื่อไร ใช้สิทธิตามนโยบายได้
แต่ยังไม่ทันผ่านโปร
ประชุมเก้าโมง น้องเข้าเก้าโมงสิบห้า
หัวหน้าเตือน
วันต่อมา ประชุมเก้าโมงอีก น้องมาเก้าโมงครึ่ง
หัวหน้าเตือนอีก
น้องไปบ่นกับเพื่อนว่า
"หัวหน้าจุกจิกว่ะ สายแค่ไม่กี่นาทีเอง ไม่ยืดหยุ่นเลย"
ในห้องนั้นมีหกคนครับ
สายสิบนาทีของน้อง รวมแล้วคือหนึ่งชั่วโมงของเวลาทุกคน
เรื่องผลงานก็แทบไม่ต่างกันเลย
นัดส่งงานวันศุกร์ ศุกร์บ่ายงานยังไม่มา
"ขอวันจันทร์ครับพี่"
จันทร์บ่าย
"ใกล้แล้วครับ"
อังคารเช้า หัวหน้าตามอีกรอบ
น้องไปบ่นกับเพื่อน
"พี่เขาตามงานบ่อยมาก กดดันว่ะ เหมือนไม่ไว้ใจเราเลย"
เพื่อนถาม
"แล้วส่งยัง"
"ยัง"
มาถึงตรงนี้ ไม่มีใครพูดว่า "เด็กใหม่ก็งี้แหละ" แล้วครับ
แต่เรื่องที่เด็ดที่สุดที่ได้ฟังมาคือเรื่องนี้
วันหนึ่งน้องแกเดินถามหัวหน้าว่า "ถ้าผมอยากโตเร็ว ๆ ต้องทำยังไงบ้างครับ"
หัวหน้าเลยให้งานชิ้นหนึ่ง ต้องประสานงานรอบทิศ และรับผิดชอบเองตั้งแต่ต้นจนจบ
สองวันต่อมา น้องกลับมาถาม
"งานนี้ผมต้องทำเองทั้งหมดเลยเหรอครับ"
"ใช่"
แล้วก็ไปบ่นกับเพื่อนตามเคย
"ที่นี่งานแม่งหนักว่ะ หัวหน้าให้กูทำคนเดียวเลย มันใช่หรอวะ"
HR เล่าต่อไปว่า น้องเขามาคุยและบ่นอยากได้อะไรมากมายจากบริษัท
เงินเดือน ขอให้ขึ้นเยอะ ๆ โบนัส อยากได้มาก ๆ
ตำแหน่ง ก็อยากได้
แต่งาน ขอให้ลดลงหน่อย มันมากไป
ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ
ความรับผิดชอบเพิ่ม-ไม่อยากรับ
วันเข้าออฟฟิศ-ให้มันน้อย ๆ ไม่ต้องเข้าเลยยิ่งดี
หัวหน้าตามงาน-ไม่อยากให้ตามมากเหมือนไม่ไว้ใจ
ผมว่าสมัยนี้เรามีศัพท์ใหม่ ๆ ไว้ใช้เป็นข้ออ้างเยอะดีนะครับ
หัวหน้าตามงาน เรียกว่า
Micromanage
หัวหน้าเตือนว่างานยังไม่ดีพอ เรียกว่า
ไม่เห็นคุณค่า
หัวหน้าให้งานยาก เรียกว่า
กดดัน
บริษัทให้เข้าออฟฟิศ เรียกว่า
ไม่มี Work-Life Balance
ส่วนตัวเอง จะมาสาย ส่งงานช้า ได้งานยากแล้วถอย
ก็บอกว่า
“บริษัทเรื่องเยอะ จู้จี้จุกจิก โลกเขาไปถึงไหนแล้ว แค่นี้ยังตามไม่ทัน”
หัวหน้าท็อกซิกมีจริงครับ บริษัทที่เอาเปรียบพนักงานก็มีจริง
อยากได้ WFH อยากได้เงินเยอะ อยากโตเร็ว ไม่มีอะไรผิดสักข้อ
แต่อิสระมันได้มาจากความไว้ใจ
ความไว้ใจไม่ได้เริ่มจากเรื่องใหญ่อะไรเลย
มันเริ่มจากนัดเก้าโมง แล้วมาเก้าโมง
นัดส่งงาน ก็ส่งตรงเวลา รับปากอะไรไว้ ก็ทำตามที่รับปาก
ผ่านไปไม่ถึง 3 สัปดาห์
ล่าสุด HR เล่าว่า น้องยื่นใบลาออกแล้ว
HR นัดคุย Exit Interview บ่ายสองโมง
น้องมาบ่ายสาม
และเหตุผลการลาออกที่เขียนไว้ในแบบฟอร์มคือ
“บริษัทนี้ ไม่เปิดพื้นที่ให้ผมเติบโตในจังหวะของตัวเอง”
อ่านแล้วแปลว่าอะไรช่วยกันอธิบายหน่อยสิครับ..
cr.
https://www.facebook.com/share/p/1J6dYkBFQq/
ผมลองเจนภาพ storyboard เล่นๆโดย ChatGPT ฮะ