ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status:
: 2 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 32079
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 02:35
Re: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)
lll4 พิมพ์ว่า:
อย่าไปเถียงเลย พรี่แรปเค้าไม่อัพแพทข้อมูลหรอก ผีมีเจ้าของรวยไหม? มี = จบ แค่นั้นแหละ เค้าไม่อัพแพทข้อมูลหรอก ว่าผีประสบความสำเร็จก่อนมีเจ้าของรวยมาซื้อหุ้น

 

ก้พูดถึงอันนั้นแหละว่า เจ้าของผี กับทีมอื่นๆในลีคที่เป็นทีมใหญ่ๆ มันก้เจ้าของรวยมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว สลับๆกันรวย แต่ต้องรวยมาก่อนนะ
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status:
: 2 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 32079
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 02:39
Re: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)
MarveliuS พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
อะ อันนี้ข้อมูล ไม่รุ้แปะกี่รอบละ



อันนี้แค่ประเด็นเดียวนะ เจ้าของทีมใหญ่อื่นๆ ที่บอกสร้างความสำเร็จขึ้นมา มันขึ้นมาจากการที่เป็นเจ้าของรวยทุ่มเงินจนทีมเป็นทีมต้นๆในลีค

1. ทำไมยอมรับไม่ได้ กับแค่คำว่า สมัยก่อนทีมที่เชียก้รวยมากๆมาก่อน เอาเงินตบทีมอื่นในลีคจนกลายเป็นทีมใหญ่ มาตั้งแต่ช่วง 60 70 80

2. แต่การที่เป็นคนรวยเอาเงินทุ่ม ก้ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จทุกปี เช่น แมนยูก้หล่นไปกลางตารางหลายปีทุกวันนี้ เชลซีก้ลงไปกลางตาราง สเปอไปหนีตกชั้น ทั้งๆที่ทุ่มเงินมากกว่าทีมในลีคในปัจจุบัน หรือเจ้าของแบลคเบิรนก้รวยระดับนึง แจ๊ค เกี่ยวกับเหล็ก แล้วไงต่อ ทุกทีมเริ่มต้นจากการรวยมากๆ

3. ข้อความในchatgpt มันบางทีอ้างอิงมั่ว สุ้คนเขียนไม่ได้มันชัวกว่า (แต่ก้ไม่ถึงอ้างอิงไม่ได้ขนาดนั้น)

4. คำว่ารวย ทุกคนเจ้าของรวยหมดแหละ แต่รวยคนละชั้นอะดิ 100ล้าน กับ 100000ล้าน ก้รวยเหมืนอกัน

5. fact ทำไมไม่เอามา ที่เอาให้อ่าน มีตรงไหนจะแย้งกับตรงนี้ไม่เห็นพิม

-เพราะหลอนไปเองป่าว จิตวิญญาณที่มาจากเงินที่เจ้าของทุ่มมาก่อนหน้านั้นอะหรอ

ยกตัวอย่าง
ของแมนยู เกี่ยวกับเนื้อ ให้กับรร3แสนโรงเรียน(ไทยมี3หมื่นมั้ง) เอาง่ายๆทั้งประเทศ
Spoil
The business rapidly expanded in the 1950s, and in 1961 Edwards's company had contracts worth £393,000 a year and provided meat for 300,000 schools.[2] The following year it was floated on the stock exchange. In the mid-1960s, it employed 1,300 people, had eighty retail outlets and had contracts with Woolworths and authorities in Salford, Manchester and other parts of Lancashire.

ขายหุ้นบางส่วนให้คนนี้ บ นี้ซุปเปอใหญ่อันดับต้นๆของUK
On 5 February 1979, he sold his business to James Gulliver of Argyll Foods for £100,000.[3] The deal also included a 16 per cent stake in Manchester United for Gulliver, who became a vice-president of the club
 


อย่างไรก็ตาม ในบรรดาประธานสโมสรยุค 1963/64 มีบุคคลระดับ "มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ" และเศรษฐีท้องถิ่นที่มีบทบาทโดดเด่นดังนี้:
Spoil
1. Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) — เศรษฐีตัวจริงอันดับ 1 ของลีกธุรกิจ: ผู้ก่อตั้ง Littlewoods (ธุรกิจลอตเตอรี่ฟุตบอล หรือ Football Pools และห้างสรรพสินค้า) ความมั่งคั่ง: ในยุค 1960s John Moores จัดเป็นหนึ่งในผู้บริพัตรที่รวยที่สุดในสหราชอาณาจักร มีมูลค่าทรัพย์สินธุรกิจนับ สิบๆ ล้านปอนด์ (คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ในปัจจุบัน) บทบาท: เข้าดำรงตำแหน่งประธานเอฟเวอร์ตันในปี 1960 และใช้อัดฉีดเงินซื้อนักเตะระดับดาวดังด้วยค่าตัวสถิติประเทศหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เอฟเวอร์ตันในฤดูกาล 1962/63 – 1963/64 ได้รับฉายาว่า "Mersey Millionaires" หรือ "Bank of England Club"

2. Louis Edwards (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)ธุรกิจ: อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และโรงฆ่าสัตว์ (Meat Wholesale) รายใหญ่ในแมนเชสเตอร์ความมั่งคั่ง: เศรษฐีระดับหลายร้อยแสนปอนด์ถึงหลักล้านปอนด์ในยุคนั้นบทบาท: ทยอยสะสมหุ้นแมนฯ ยูไนเต็ดตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 และก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในบอร์ดบริหารเคียงข้าง Matt Busby ช่วยอัดฉีดเงินและสร้างรากฐานยุค George Best, Bobby Charlton และ Denis Law จนคว้าแชมป์ FA Cup ปี 1963

3. Bob Lord (เบิร์นลีย์) — "คริสเตียโน โรนัลโด แห่งวงการเขียงหมู" ธุรกิจ: เครือร้านขายเนื้อสัตว์และโรงงานแปรรูปเนื้อในภาคเหนือ (North-West England) ความมั่งคั่ง: มหาเศรษฐีท้องถิ่น (Local Millionaire)บทบาท: เข้ากุมอำนาจที่เบิร์นลีย์ตั้งแต่ปี 1955 แม้ไม่ได้ร่ำรวยเท่า John Moores แต่ Bob Lord ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานสโมสรที่ทรงอิทธิพลและเผด็จการที่สุดคนหนึ่งในลีก เป็นผู้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและศูนย์ฝึกซ้อมที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษยุคนั้น

4. Eric White & บอร์ดบริหาร (ลิเวอร์พูล)ธุรกิจ: นักธุรกิจและตระกูลท้องถิ่นในเมืองลิเวอร์พูล (ต่อมาตระกูล Moores ฝั่ง David Moores ก็เข้ามามีบทบาทเช่นกัน) ความมั่งคั่ง: ฐานะปานกลาง-ร่ำรวยตามมาตรฐานเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น บทบาท: เป็นยุคที่ลิเวอร์พูลภายใต้ Bill Shankly กำลังผงาดขึ้นมา โดยในฤดูกาล 1963/64 ลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จ แม้บอร์ดไม่ได้ทุ่มเงินมหาศาลเท่าเอฟเวอร์ตันคู่ปรับร่วมเมือง แต่ก็สนับสนุนงบประมาณสร้างทีมอย่างมั่นคง

5. สโมสรลอนดอน (ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, อาร์เซนอล, เชลซี)โครงสร้าง: สโมสรในลอนดอนช่วงปี 1963/64 มักไม่ได้ถือหุ้นใหญ่โดยคนๆ เดียว แต่ปกครองโดย กลุ่มพ่อค้าและขุนนางท้องถิ่น เช่น ตระกูล Hill-Wood (อาร์เซนอล) หรือ Fred Bearman (สเปอร์ส)ความมั่งคั่ง: นายธนาคารและนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับค่อนข้างสูง แต่ละคนไม่ได้อัดฉีดเงินส่วนตัวเข้าสโมสรโดยตรงตามกฎ FA ยุคนั้น สโมสรจึงพึ่งพาเงินรายได้จากตั๋วเข้าชมแฟนบอลในสนามมากกว่า

สรุปภาพรวมทางการเงินปี 1963/64มหาเศรษฐีเบอร์ 1: Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) คือคนเดียวในลีกยุคนั้นที่มีสเกลความร่ำรวยระดับ "Billionaire" (เมื่อเทียบมูลค่าเงินตามเวลา) และใช้โมเดลเศรษฐีใจบุญ (Benevolent Owner) เจ้าแรกๆ ของฟุตบอลอังกฤษ เพดานเงินเดือนถูกยกเลิก: ปี 1961 เพิ่งมีการยกเลิกเพดานค่าจ้างนักเตะ (Maximum Wage £20/สัปดาห์) ทำให้ฤดูกาล 1963/64 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ประธานสโมสรที่มีฐานะร่ำรวยเริ่มแย่งชิงตัวนักเตะด้วยการเสนอค่าจ้างที่สูงขึ้นเรื่อยๆ  





ค่าตัวที่ซื้อ แต่ละตัวบางช่วง
Spoil
อะ เอาหลักฐานมาให้เพิ่มละ จะเชื่อว่าไม่เปย์ก้ตามใจละ ดิ้นไปเรื่อยของจริง
https://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/football-news/man-utd-transfers-top-10-18104871

แพงเกือบสุดในลีค ไม่มีrecordตอนนั้นแต่ถือว่าสูงมาก
Denis Law, £115,000 (1962)
United spent £115,000 to bring former Manchester City man Law back to the north west of England from Torino. The striker went on to score 237 goals for United, more than anyone but Bobby Charlton and Wayne Rooney.


ซื้อตัวแพงสุดในลีค ที่5แสน ปี1978
Gordon McQueen, £495,000 (1978)
Hamburg had signed Kevin Keegan from Liverpool for £500,000 the previous year, but United’s signing of McQueen set a new record for a British buyer. The ex-Leeds defender spent seven years at Old Trafford, where he won the FA Cup in 1982.

https://en.wikipedia.org/wiki/Ray_Wilkins
In 1979, after Chelsea were relegated,[5] Wilkins signed for Manchester United for a fee of £825,000,[6] the highest fee received for a Chelsea player at the time
ซื้อตัว เชลซี ที่เคยขายแพงที่สุด ทั้งๆที่1978 เพิ่งซื้อทำลายสถิติลีคไปที่ 5แสน และแน่นอน 1978ซื้อตัว5แสนแพงสุด ปีนี้8แสนก้คงแพงสุดในลีคเหมือนกัน

https://en.wikipedia.org/wiki/Garry_Birtles
1980 ซื้อตัว 1.25ล้าน ทำลายสถิติตัวเองอีกรอบ

1.5ล้านแพงสุดในลีคอีกแล้ว 1981 อีก3ปี ซื้อตัวที่แพงกว่าสถิติที่ตัวเองทำไว้ 3เท่า
Bryan Robson, £1.5m (1981)
United broke the record three years later when they acquired Robson from West Brom. The midfielder proved to be a bargain at £1.5m, helping the club win two Premier League titles, three FA Cups and the Cup Winners’ Cup.




นี่เอาแค่ตัวหลักๆแพงสุดในทีมนะ ยังมีตัวรองจากนี้(ซึ่งก้แพงเหมือนกันอีก)

เอาแค่ตัวหลัก4ปี ทำลายสถิติลีค4ปีติด แบบนี้ไม่เปย์หรอกมั้ง  




เอาจริงก้ตอบเหมือนเดิม ทำไมมันยอมรับว่าใช้เงินเจ้าของมันยากนักหนา ทั้งๆที่มันเปนเรื่องปกติอของทีมบอล แล้วก้ทุกวงการเลยด้วย แค่มันมีกฏมาช่วงปี 2010 แล้วใช้ไม่ได้ จะบอกให้ซิตี้ผิดก้ผิดไป

แต่จะมาอ้างขนาดว่า ทีมตัวเองไม่ใช้เงินเจ้าของเลย ทั้งๆที่เจ้าของรวยสุดคนนึงในลีคอันนี้ตลก
ยิ่งมีมาขอหลักฐานขอดูว่าเงินมาจากเจ้าของจริง น่าจะถึงขั้นต้องดูใบเซ็นเชคตอนซื้อนักเตะปี70 เลยว่าเซ็นมาจากเจ้าของ มันปญอละ 5555555


ให้คนอ่านคิดเอาเองละกันว่า แมนยู รวมถึงทีมใหญ๋ทีมอื่นๆ ใช้เงินเจ้าของในสมัยก่อนจริงหรือไม่ การที่ใช้ก้ไม่ได้ผิดอะไรด้วย เป็นเรื่องปกติที่ทำกัน  




อยากได้ คำตอบนี้ เพราะหัวกระทู้ ผมพิมพ์ไว้แล้ว ว่า fact และ ข้อมูลผม ไม่สู้ การมโน ของคุณหรอก "แบบนี้ไม่เปย์หรอกมั้ง ซื้อตัวสามปีติดไม่ใช้เงินเจ้าของเลยว่างั้นเถอะ" ไอคำพูดพวกนี้ ที่คุณ พูดออกมา ว่างั้น มั้ง คำพวกนี้ ไม่ใช่ คำยืนยันบริบทนะครับ ในแง่ภาษาไทย มันคือคำ นิบาต คุณแค่ คิดในใจ ว่าต้องแบบนั้น แบบนี้ โดยไม่ได้ มี หลักฐานอะไร มีแค่ สถิติ การทำลายนักเตะค่าตัวแพงสุดของทีมแมนยู สาม ปีติด

ซึ่งมันไม่ได้บ่งชี้เลยว่าเงิน ที่ซื้อ มาจาก เปย์อัดฉีดจากเจ้าของ หรือ การบริหารทีม เงินรางวัลแชมป์ยุโรป เงินรางวัลแชมป์ลีค เงินแฟนบอล ซื้อของที่ระลึก ซึ่ง แมนยู ใช้เงินซื้อนักเตะ โดยไม่ต้องพึ่งเจ้าของได้ ในยุค 60 บัสบี้ เบ๊บ คุณ อาจทรงภูมิ เรื่องซิตี้ แต่ ไร้ความรู้เรื่องแมนยู

อันนี้คุณต้องยอมรับ ก่อน ว่าคุณ แค่ มโน ไม่ใช่ fact หรือ หลักฐานอ้างอิงได้ แบบผม เข้าไจ๊?


ซึ่งเรื่องนี้ ผมคิดว่า คนไม่ยอมรับ และเชื่อ ในข้อมูลในหัวตัวเอง ว่านั่นคือ fact ผมห้ามไม่ได้ เพราะข้อมูลมันอยู่ในหัว ในโลกจินตนาการ และความคิด ของคุณ


แต่ไอเรื่อง ที่คุณใช้ เซลล์สมอง ของคุณ กลั่นกรอง ออกแรงผ่านระบบ แกนประสาท สั่งการ ด้วยสมองส่วนหน้า ให้กล้ามเนื้อ ใช้พลังงาน ในการพิมพ์ ออกมา ด่าทีมอื่น ที่ใช้เงิน ตอนยุค 60+ ว่าเอาเปรียบ แมนซิตี้ และ กีดกัน แมนซิตี้ในยุคปัจจุบัน


การพิมพ์ ชุดข้อความนี้ ในหลายๆกระทู้ เกี่ยวกับแมนซิตี้ ในเว็ปบอร์ด soccersuck จำนวนหลายโพส ในหลายกระทู้ ในเวลาหลายวัน และนำไป qoute โต้แย้ง สมาชิกเว็ปหลายคน (รวมทั้งผม) มันเป็น ข้อมูลที่มั่วนิ่ม เพราะ มีหลักฐาน เป็น fact เชิงประจักษ์ ว่า คุณมันมั่วววววววววววว

และคุณจะปฏิเสธ ความรับผิดชอบไม่ได้ อ้างว่าพิมพ์ผิด สักโพส ก็ยังพอเชื่อ แต่คุณเอาความเชื่อ เป็นตุเป็นตะโพสไปทั่ว ดังนั้น คุณต้องมีสติสัปชัญญะ สมบูรณ์ความในการโพส ดังนั้นผมจึงขอถามคำถามเดิม ที่คุณ หนีที่จะตอบ มา เป็นเวลา กว่า 6 ชั่วโมงกว่า ตั้งแต่ผมเริ่มถามครั้งแรก ในกระทู้เก่าว่า


ยอมรับไง ว่า แมนยู ใช้เงินเจ้าของอัดฉีด ปี 1910

แล้วยอมรับ ยัง ว่าทีมตัวเอง ทำมาก่อน แมนยู เชลซี อาเซน่อล ลิเวอร์พูล และ หลายทีมในลีค

ตอบ แค่ ยอมรับ หรือ ไม่ยอมรับ !!!




ตอบแค่ตรงนี้พอ จะเป็น คนที่ทำผิดพลาด แล้วรู้จัก ยอมรับ

หรือจะเป็นคน ที่ผิดพลาด แล้ว แก้ตัวไปเรื่อยๆ

สิทธิ์ นั้นอยู่ที่คุณ ไม่ใช่ผม คุณเลือก ตอบเอาเอง...


 



ก้ถึงบอกไงให้คนอ่านคิดเอาเองว่าเชื่อแบบไหน

จะเชื่อว่าเจ้าของรวยมากมาก่อน เอาเงินทุ่มมาก่อน เพราะซื้อตัวทำลายสถิติลีค 4ปีติด

หรือจะเชื่อว่าหาเช็คว่าเจ้าของเซ็นไม่ได้ ถือว่าไม่ได้ใช้เงินเจ้าของเลย

หรือเจ้าของจะโดนคนเรียกว่าเป็นทีม moneybag แต่ก้ไม่ได้ใช้เงินเจ้าของเลย ก้แล้วแต่ ให้คนอ่านตีความ ใครจะตีความเข้าข้างตัวเอง ว่าไม่ได้ใช้เงินเจ้าของเลย ใช้แค่เงินคนมาดู แต่ซื้อตัวทำลายสถิติลีค ที่ทีมอื่นใช้เงินเจ้าของมาทุ่ม แล้วแต่เลย จะคิดแบบมนุษเวล1ก้ได้


เหมือนบอกนักการเมืองไม่ผิดถ้าไม่มีเส้นเงินเข้าตัวเองอะ 5555555555555 แต่โลกนี้มีวิธีคิดหลายอย่างนะ ไม่ใช่เดินไปซื้อหมูซื้อผักที่ตลาดแล้วบอกว่า ต้องใช้เงินเจ้าของออกจากสแกนqr codeเจ้าของอะ



แค่ยอมรับว่าเจ้าของรวยใช้ตังเปย์ มันยังหน้าด้านเถียงข้างๆคูๆขนาดนี้เลยหรอวะ สมแล้วเป็นมนุษทำมาหากินเลเวล1 เงินซื้อหมูคือเงินสแกนqrcodeตัวเองเท่านั้น ไม่มีหลักฐานถือว่าไม่ใช่
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 02:57
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
MarveliuS พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
อะ อันนี้ข้อมูล ไม่รุ้แปะกี่รอบละ



อันนี้แค่ประเด็นเดียวนะ เจ้าของทีมใหญ่อื่นๆ ที่บอกสร้างความสำเร็จขึ้นมา มันขึ้นมาจากการที่เป็นเจ้าของรวยทุ่มเงินจนทีมเป็นทีมต้นๆในลีค

1. ทำไมยอมรับไม่ได้ กับแค่คำว่า สมัยก่อนทีมที่เชียก้รวยมากๆมาก่อน เอาเงินตบทีมอื่นในลีคจนกลายเป็นทีมใหญ่ มาตั้งแต่ช่วง 60 70 80

2. แต่การที่เป็นคนรวยเอาเงินทุ่ม ก้ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จทุกปี เช่น แมนยูก้หล่นไปกลางตารางหลายปีทุกวันนี้ เชลซีก้ลงไปกลางตาราง สเปอไปหนีตกชั้น ทั้งๆที่ทุ่มเงินมากกว่าทีมในลีคในปัจจุบัน หรือเจ้าของแบลคเบิรนก้รวยระดับนึง แจ๊ค เกี่ยวกับเหล็ก แล้วไงต่อ ทุกทีมเริ่มต้นจากการรวยมากๆ

3. ข้อความในchatgpt มันบางทีอ้างอิงมั่ว สุ้คนเขียนไม่ได้มันชัวกว่า (แต่ก้ไม่ถึงอ้างอิงไม่ได้ขนาดนั้น)

4. คำว่ารวย ทุกคนเจ้าของรวยหมดแหละ แต่รวยคนละชั้นอะดิ 100ล้าน กับ 100000ล้าน ก้รวยเหมืนอกัน

5. fact ทำไมไม่เอามา ที่เอาให้อ่าน มีตรงไหนจะแย้งกับตรงนี้ไม่เห็นพิม

-เพราะหลอนไปเองป่าว จิตวิญญาณที่มาจากเงินที่เจ้าของทุ่มมาก่อนหน้านั้นอะหรอ

ยกตัวอย่าง
ของแมนยู เกี่ยวกับเนื้อ ให้กับรร3แสนโรงเรียน(ไทยมี3หมื่นมั้ง) เอาง่ายๆทั้งประเทศ
Spoil
The business rapidly expanded in the 1950s, and in 1961 Edwards's company had contracts worth £393,000 a year and provided meat for 300,000 schools.[2] The following year it was floated on the stock exchange. In the mid-1960s, it employed 1,300 people, had eighty retail outlets and had contracts with Woolworths and authorities in Salford, Manchester and other parts of Lancashire.

ขายหุ้นบางส่วนให้คนนี้ บ นี้ซุปเปอใหญ่อันดับต้นๆของUK
On 5 February 1979, he sold his business to James Gulliver of Argyll Foods for £100,000.[3] The deal also included a 16 per cent stake in Manchester United for Gulliver, who became a vice-president of the club
 


อย่างไรก็ตาม ในบรรดาประธานสโมสรยุค 1963/64 มีบุคคลระดับ "มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ" และเศรษฐีท้องถิ่นที่มีบทบาทโดดเด่นดังนี้:
Spoil
1. Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) — เศรษฐีตัวจริงอันดับ 1 ของลีกธุรกิจ: ผู้ก่อตั้ง Littlewoods (ธุรกิจลอตเตอรี่ฟุตบอล หรือ Football Pools และห้างสรรพสินค้า) ความมั่งคั่ง: ในยุค 1960s John Moores จัดเป็นหนึ่งในผู้บริพัตรที่รวยที่สุดในสหราชอาณาจักร มีมูลค่าทรัพย์สินธุรกิจนับ สิบๆ ล้านปอนด์ (คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ในปัจจุบัน) บทบาท: เข้าดำรงตำแหน่งประธานเอฟเวอร์ตันในปี 1960 และใช้อัดฉีดเงินซื้อนักเตะระดับดาวดังด้วยค่าตัวสถิติประเทศหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เอฟเวอร์ตันในฤดูกาล 1962/63 – 1963/64 ได้รับฉายาว่า "Mersey Millionaires" หรือ "Bank of England Club"

2. Louis Edwards (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)ธุรกิจ: อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และโรงฆ่าสัตว์ (Meat Wholesale) รายใหญ่ในแมนเชสเตอร์ความมั่งคั่ง: เศรษฐีระดับหลายร้อยแสนปอนด์ถึงหลักล้านปอนด์ในยุคนั้นบทบาท: ทยอยสะสมหุ้นแมนฯ ยูไนเต็ดตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 และก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในบอร์ดบริหารเคียงข้าง Matt Busby ช่วยอัดฉีดเงินและสร้างรากฐานยุค George Best, Bobby Charlton และ Denis Law จนคว้าแชมป์ FA Cup ปี 1963

3. Bob Lord (เบิร์นลีย์) — "คริสเตียโน โรนัลโด แห่งวงการเขียงหมู" ธุรกิจ: เครือร้านขายเนื้อสัตว์และโรงงานแปรรูปเนื้อในภาคเหนือ (North-West England) ความมั่งคั่ง: มหาเศรษฐีท้องถิ่น (Local Millionaire)บทบาท: เข้ากุมอำนาจที่เบิร์นลีย์ตั้งแต่ปี 1955 แม้ไม่ได้ร่ำรวยเท่า John Moores แต่ Bob Lord ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานสโมสรที่ทรงอิทธิพลและเผด็จการที่สุดคนหนึ่งในลีก เป็นผู้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและศูนย์ฝึกซ้อมที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษยุคนั้น

4. Eric White & บอร์ดบริหาร (ลิเวอร์พูล)ธุรกิจ: นักธุรกิจและตระกูลท้องถิ่นในเมืองลิเวอร์พูล (ต่อมาตระกูล Moores ฝั่ง David Moores ก็เข้ามามีบทบาทเช่นกัน) ความมั่งคั่ง: ฐานะปานกลาง-ร่ำรวยตามมาตรฐานเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น บทบาท: เป็นยุคที่ลิเวอร์พูลภายใต้ Bill Shankly กำลังผงาดขึ้นมา โดยในฤดูกาล 1963/64 ลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จ แม้บอร์ดไม่ได้ทุ่มเงินมหาศาลเท่าเอฟเวอร์ตันคู่ปรับร่วมเมือง แต่ก็สนับสนุนงบประมาณสร้างทีมอย่างมั่นคง

5. สโมสรลอนดอน (ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, อาร์เซนอล, เชลซี)โครงสร้าง: สโมสรในลอนดอนช่วงปี 1963/64 มักไม่ได้ถือหุ้นใหญ่โดยคนๆ เดียว แต่ปกครองโดย กลุ่มพ่อค้าและขุนนางท้องถิ่น เช่น ตระกูล Hill-Wood (อาร์เซนอล) หรือ Fred Bearman (สเปอร์ส)ความมั่งคั่ง: นายธนาคารและนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับค่อนข้างสูง แต่ละคนไม่ได้อัดฉีดเงินส่วนตัวเข้าสโมสรโดยตรงตามกฎ FA ยุคนั้น สโมสรจึงพึ่งพาเงินรายได้จากตั๋วเข้าชมแฟนบอลในสนามมากกว่า

สรุปภาพรวมทางการเงินปี 1963/64มหาเศรษฐีเบอร์ 1: Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) คือคนเดียวในลีกยุคนั้นที่มีสเกลความร่ำรวยระดับ "Billionaire" (เมื่อเทียบมูลค่าเงินตามเวลา) และใช้โมเดลเศรษฐีใจบุญ (Benevolent Owner) เจ้าแรกๆ ของฟุตบอลอังกฤษ เพดานเงินเดือนถูกยกเลิก: ปี 1961 เพิ่งมีการยกเลิกเพดานค่าจ้างนักเตะ (Maximum Wage £20/สัปดาห์) ทำให้ฤดูกาล 1963/64 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ประธานสโมสรที่มีฐานะร่ำรวยเริ่มแย่งชิงตัวนักเตะด้วยการเสนอค่าจ้างที่สูงขึ้นเรื่อยๆ  





ค่าตัวที่ซื้อ แต่ละตัวบางช่วง
Spoil
อะ เอาหลักฐานมาให้เพิ่มละ จะเชื่อว่าไม่เปย์ก้ตามใจละ ดิ้นไปเรื่อยของจริง
https://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/football-news/man-utd-transfers-top-10-18104871

แพงเกือบสุดในลีค ไม่มีrecordตอนนั้นแต่ถือว่าสูงมาก
Denis Law, £115,000 (1962)
United spent £115,000 to bring former Manchester City man Law back to the north west of England from Torino. The striker went on to score 237 goals for United, more than anyone but Bobby Charlton and Wayne Rooney.


ซื้อตัวแพงสุดในลีค ที่5แสน ปี1978
Gordon McQueen, £495,000 (1978)
Hamburg had signed Kevin Keegan from Liverpool for £500,000 the previous year, but United’s signing of McQueen set a new record for a British buyer. The ex-Leeds defender spent seven years at Old Trafford, where he won the FA Cup in 1982.

https://en.wikipedia.org/wiki/Ray_Wilkins
In 1979, after Chelsea were relegated,[5] Wilkins signed for Manchester United for a fee of £825,000,[6] the highest fee received for a Chelsea player at the time
ซื้อตัว เชลซี ที่เคยขายแพงที่สุด ทั้งๆที่1978 เพิ่งซื้อทำลายสถิติลีคไปที่ 5แสน และแน่นอน 1978ซื้อตัว5แสนแพงสุด ปีนี้8แสนก้คงแพงสุดในลีคเหมือนกัน

https://en.wikipedia.org/wiki/Garry_Birtles
1980 ซื้อตัว 1.25ล้าน ทำลายสถิติตัวเองอีกรอบ

1.5ล้านแพงสุดในลีคอีกแล้ว 1981 อีก3ปี ซื้อตัวที่แพงกว่าสถิติที่ตัวเองทำไว้ 3เท่า
Bryan Robson, £1.5m (1981)
United broke the record three years later when they acquired Robson from West Brom. The midfielder proved to be a bargain at £1.5m, helping the club win two Premier League titles, three FA Cups and the Cup Winners’ Cup.




นี่เอาแค่ตัวหลักๆแพงสุดในทีมนะ ยังมีตัวรองจากนี้(ซึ่งก้แพงเหมือนกันอีก)

เอาแค่ตัวหลัก4ปี ทำลายสถิติลีค4ปีติด แบบนี้ไม่เปย์หรอกมั้ง  




เอาจริงก้ตอบเหมือนเดิม ทำไมมันยอมรับว่าใช้เงินเจ้าของมันยากนักหนา ทั้งๆที่มันเปนเรื่องปกติอของทีมบอล แล้วก้ทุกวงการเลยด้วย แค่มันมีกฏมาช่วงปี 2010 แล้วใช้ไม่ได้ จะบอกให้ซิตี้ผิดก้ผิดไป

แต่จะมาอ้างขนาดว่า ทีมตัวเองไม่ใช้เงินเจ้าของเลย ทั้งๆที่เจ้าของรวยสุดคนนึงในลีคอันนี้ตลก
ยิ่งมีมาขอหลักฐานขอดูว่าเงินมาจากเจ้าของจริง น่าจะถึงขั้นต้องดูใบเซ็นเชคตอนซื้อนักเตะปี70 เลยว่าเซ็นมาจากเจ้าของ มันปญอละ 5555555


ให้คนอ่านคิดเอาเองละกันว่า แมนยู รวมถึงทีมใหญ๋ทีมอื่นๆ ใช้เงินเจ้าของในสมัยก่อนจริงหรือไม่ การที่ใช้ก้ไม่ได้ผิดอะไรด้วย เป็นเรื่องปกติที่ทำกัน  




อยากได้ คำตอบนี้ เพราะหัวกระทู้ ผมพิมพ์ไว้แล้ว ว่า fact และ ข้อมูลผม ไม่สู้ การมโน ของคุณหรอก "แบบนี้ไม่เปย์หรอกมั้ง ซื้อตัวสามปีติดไม่ใช้เงินเจ้าของเลยว่างั้นเถอะ" ไอคำพูดพวกนี้ ที่คุณ พูดออกมา ว่างั้น มั้ง คำพวกนี้ ไม่ใช่ คำยืนยันบริบทนะครับ ในแง่ภาษาไทย มันคือคำ นิบาต คุณแค่ คิดในใจ ว่าต้องแบบนั้น แบบนี้ โดยไม่ได้ มี หลักฐานอะไร มีแค่ สถิติ การทำลายนักเตะค่าตัวแพงสุดของทีมแมนยู สาม ปีติด

ซึ่งมันไม่ได้บ่งชี้เลยว่าเงิน ที่ซื้อ มาจาก เปย์อัดฉีดจากเจ้าของ หรือ การบริหารทีม เงินรางวัลแชมป์ยุโรป เงินรางวัลแชมป์ลีค เงินแฟนบอล ซื้อของที่ระลึก ซึ่ง แมนยู ใช้เงินซื้อนักเตะ โดยไม่ต้องพึ่งเจ้าของได้ ในยุค 60 บัสบี้ เบ๊บ คุณ อาจทรงภูมิ เรื่องซิตี้ แต่ ไร้ความรู้เรื่องแมนยู

อันนี้คุณต้องยอมรับ ก่อน ว่าคุณ แค่ มโน ไม่ใช่ fact หรือ หลักฐานอ้างอิงได้ แบบผม เข้าไจ๊?


ซึ่งเรื่องนี้ ผมคิดว่า คนไม่ยอมรับ และเชื่อ ในข้อมูลในหัวตัวเอง ว่านั่นคือ fact ผมห้ามไม่ได้ เพราะข้อมูลมันอยู่ในหัว ในโลกจินตนาการ และความคิด ของคุณ


แต่ไอเรื่อง ที่คุณใช้ เซลล์สมอง ของคุณ กลั่นกรอง ออกแรงผ่านระบบ แกนประสาท สั่งการ ด้วยสมองส่วนหน้า ให้กล้ามเนื้อ ใช้พลังงาน ในการพิมพ์ ออกมา ด่าทีมอื่น ที่ใช้เงิน ตอนยุค 60+ ว่าเอาเปรียบ แมนซิตี้ และ กีดกัน แมนซิตี้ในยุคปัจจุบัน


การพิมพ์ ชุดข้อความนี้ ในหลายๆกระทู้ เกี่ยวกับแมนซิตี้ ในเว็ปบอร์ด soccersuck จำนวนหลายโพส ในหลายกระทู้ ในเวลาหลายวัน และนำไป qoute โต้แย้ง สมาชิกเว็ปหลายคน (รวมทั้งผม) มันเป็น ข้อมูลที่มั่วนิ่ม เพราะ มีหลักฐาน เป็น fact เชิงประจักษ์ ว่า คุณมันมั่วววววววววววว

และคุณจะปฏิเสธ ความรับผิดชอบไม่ได้ อ้างว่าพิมพ์ผิด สักโพส ก็ยังพอเชื่อ แต่คุณเอาความเชื่อ เป็นตุเป็นตะโพสไปทั่ว ดังนั้น คุณต้องมีสติสัปชัญญะ สมบูรณ์ความในการโพส ดังนั้นผมจึงขอถามคำถามเดิม ที่คุณ หนีที่จะตอบ มา เป็นเวลา กว่า 6 ชั่วโมงกว่า ตั้งแต่ผมเริ่มถามครั้งแรก ในกระทู้เก่าว่า


ยอมรับไง ว่า แมนยู ใช้เงินเจ้าของอัดฉีด ปี 1910

แล้วยอมรับ ยัง ว่าทีมตัวเอง ทำมาก่อน แมนยู เชลซี อาเซน่อล ลิเวอร์พูล และ หลายทีมในลีค

ตอบ แค่ ยอมรับ หรือ ไม่ยอมรับ !!!




ตอบแค่ตรงนี้พอ จะเป็น คนที่ทำผิดพลาด แล้วรู้จัก ยอมรับ

หรือจะเป็นคน ที่ผิดพลาด แล้ว แก้ตัวไปเรื่อยๆ

สิทธิ์ นั้นอยู่ที่คุณ ไม่ใช่ผม คุณเลือก ตอบเอาเอง...


 



ก้ถึงบอกไงให้คนอ่านคิดเอาเองว่าเชื่อแบบไหน

จะเชื่อว่าเจ้าของรวยมากมาก่อน เอาเงินทุ่มมาก่อน เพราะซื้อตัวทำลายสถิติลีค 4ปีติด

หรือจะเชื่อว่าหาเช็คว่าเจ้าของเซ็นไม่ได้ ถือว่าไม่ได้ใช้เงินเจ้าของเลย

หรือเจ้าของจะโดนคนเรียกว่าเป็นทีม moneybag แต่ก้ไม่ได้ใช้เงินเจ้าของเลย ก้แล้วแต่ ให้คนอ่านตีความ ใครจะตีความเข้าข้างตัวเอง ว่าไม่ได้ใช้เงินเจ้าของเลย ใช้แค่เงินคนมาดู แต่ซื้อตัวทำลายสถิติลีค ที่ทีมอื่นใช้เงินเจ้าของมาทุ่ม แล้วแต่เลย จะคิดแบบมนุษเวล1ก้ได้


เหมือนบอกนักการเมืองไม่ผิดถ้าไม่มีเส้นเงินเข้าตัวเองอะ 5555555555555 แต่โลกนี้มีวิธีคิดหลายอย่างนะ ไม่ใช่เดินไปซื้อหมูซื้อผักที่ตลาดแล้วบอกว่า ต้องใช้เงินเจ้าของออกจากสแกนqr codeเจ้าของอะ



แค่ยอมรับว่าเจ้าของรวยใช้ตังเปย์ มันยังหน้าด้านเถียงข้างๆคูๆขนาดนี้เลยหรอวะ สมแล้วเป็นมนุษทำมาหากินเลเวล1 เงินซื้อหมูคือเงินสแกนqrcodeตัวเองเท่านั้น ไม่มีหลักฐานถือว่าไม่ใช่  



ก็แมนยู มีหลักฐานไงจ้ะ ว่าใช้เงิน แฟนบอล ในการลงทุน ไม่ได้ มโน หรือ โกงแบบเรือใบสีเทาของคุณไงจั๊ฟพรี่

อังกฤษ ไม่โง่ ขนาดสืบเส้นเงินไม่เป็นหรอกจั๊ฟ แมนซิตี้ 1906 เขายัง สืบจนหาหลักฐานได้เลย ล่าสุดก็ แมนซิตี๋ version 2008 ก็กำลังอับตาจนแล้วนี่ไงจั๊ฟ

แล้วทำไม จะสืบเส้นเงิน หลุยส์ เอ็ดเวิร์ด ไม่ได้ กันเล่า

ก็ยัง โง่งมงายเหมือนเดิม มีแต่ เรื่อง มโน ขอ ดิจิม่อน ฟุตปลิ้นนนน หน่อยจั๊ฟพรี่ ไม่เอา มโนเอง เออเอง ขอหลักฐาน หน่อยฮะ ว่า หลุยส์ เอ็ดเวิร์ด มันเปย์ ยังไง คนอังกฤษ รู้ แฟนแมนยู ที่อังกฤษ รู้ ว่ามันงก ขี้เหนียว ขนาดไหน

มีแฟน แมนซิตี้ เมืองไทย นี่ รู้ดียิ่งกว่า สื่อท้องถิ่น หรือ แฟนบอลเดนตายที่อังกฤษ อีกแหนะ โครตเก่งเลยจั๊ฟ พรี่ ไดโนเศร้า รู้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องจริง 5555555555

นักการเมือง เขาอาจรับเงินสด แต่ ทีมคู่ค้า ในตลาดนักเตะ เขารับ เป็นเช็ค นะครับ พรี่ ไม่มีใคร หิ้วเงินสด ไปซื้อนักเตะหรอก โง่จริง หรือ แกล้งโง่ ครับ เส้นทางการเงิน ถ้าไม่หน้าด้าน ปกปิด เวลา พรีเมียร์ ขอหลักฐาน ก็ให้เขาไปดิ่จั๊ฟ จะได้รู้ว่าเขาตรวจสอบ เส้นทางการเงินได้หรือเปล่า นี่ปกปิด ซ่อนเร้น ทุกอย่าง แล้วยังกล้า มา มโน ในสิ่ง ที่เขาทำอย่างเปิดเผย ในยุค 60 กุจะรั่ว ตรรกะ ห่วยๆ ของ ไดโนเสาร์ นี่มันโหล่ยโท่ย จริงๆ ก็นึกว่าจะเจ๋ง มีแต่ ลมปาก กับ คำเพ้อเจ้อ ที่ไม่มีหลักฐาน มาประกอบสักอย่าง (ดักคอ ไม่ต้องเอามา่นะ ที่บอก หลุยส์ เอ็ดเวิร์ด รวยสุด uk ยุคนั้น) มันไม่มีความหมายเฟ้ยยยยย รวยสุดแต่ไม่เปย์ มันไม่ได้ช่วยให้แมนยู ได้เปรียบทีมอื่นยุคนั้นเลย แถมแมร่ง ยังดูดเงิน จาก ทีมเอาไป บำเรอ ตัวเองด้วย ไอสองพ่อลูก ตระกูล เอ็ดเวิร์ด ถ้าไม่แกล้งโง่จริง ก็คงโง่จริงๆเลย หลักฐาน ผม ขนมาให้เพียบ ไม่ได้ซึมซับเข้าหัวสมอง เลยหรืออย่างไร 55555555555555555555555555555555555
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 03:06
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
แล้วเมื่อไหร่ จะตอบ ที่ผมถามครับพรี่ จะรอ ครบ 24 ชม ก่อนค่อยตอบ หรอ หรืออ่านภาษาไทยไม่ออกหรือไงครับ 555555

อยากเจอว่ะ no.1 soccersuck ตอบซิจ้ะ เวลา ไปแพล่ม กับคนอื่น อ้างได้อ้างดี

พอ มีหลักฐาน มาแย้ง เงียบกริบเลยนะจ้ะ ประเด็นนี้


ไม่เท่าไหร่ นี่หว่า คำถามง่ายๆ ยังไม่กล้าตอบ

(อิอิ หรือตอบไม่ได้ ตอบแล้วมันจะเป็นรอยด่างพร้อย เสียสถิติ no.1 ss หว่า)

ย้ำ เป้นรอบที่ 10 ว่ารอบคำตอบ นี้อยู่นะเห้ยยยยยยยยยยยยยย






0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 03:08
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
lll4 พิมพ์ว่า:
อย่าไปเถียงเลย พรี่แรปเค้าไม่อัพแพทข้อมูลหรอก ผีมีเจ้าของรวยไหม? มี = จบ แค่นั้นแหละ เค้าไม่อัพแพทข้อมูลหรอก ว่าผีประสบความสำเร็จก่อนมีเจ้าของรวยมาซื้อหุ้น

 

ก้พูดถึงอันนั้นแหละว่า เจ้าของผี กับทีมอื่นๆในลีคที่เป็นทีมใหญ่ๆ มันก้เจ้าของรวยมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว สลับๆกันรวย แต่ต้องรวยมาก่อนนะ  



แมนซิ รวยก่อน ใครเพื่อน นะ อิอิ เอาเปรียบทีมอื่นว่ะ แย่ๆ แมนซิ 1906 ฮ่าาาาาาาาาาาาาา
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 03:20
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
จะโชว์เหนือ ก็รีเซิร์จ ข้อมูลแน่นๆหน่อย พรี่ จะมาอ้าง แมนยูรวย เพราะแค่เซิร์จว่า เจ้าของแมนยู ยุค 60 รวยจริงมั้ย ก็หัดเพิ่ม พร้อมท์ เข้าไปเพิ่มหน่อยว่า มันเปย์จริงมั้ย ปลิงหรือเปล่า งกหรือสปอร์ต

ไม่ใช่ ไปเซิร์จได้ว่า เจ้าของแมนยูโครตรวย ก็รีบกระโดดงับข้อมูล ทันที โดยไม่ได้ สืบค้นให้ละเอียด ว่ารวยแต่ปลิง ไม่ใช่ รวยแล้วเปย์

น้องสอน พรี่ก็จำบ้างนะจั๊ฟพรี่ ข้อมูลที่เราจะใช้ไป อ้างอิง สาดใส่ผู้อื่น ตรวจสอบให้รอบคอบ ก่อนพิมพ์ มีสติก่อนแชร์ อย่าทำตัวเป็น มนุษย์ lv1 พูดแต่สิ่ง ที่ใจเราเชื่อ มีคนอย่างคุณเยอะๆ ป่านนี้ เราคงเป็นพวก โลกแบน เชื่อแบบ ไม่สน หลักฐานใดๆ มีเขาจะมี ผลพิสูจน์ อย่างแจ่มชัดแล้ว คุณกำลังเป็น เหมือนพวกมนุษย์โลกแบน นั่นแหละ ที่ศรัทธา กับความเชื่อตัวเอง จนกลายเป็น คำว่า งมงาย

และอยากชี้ จุดแย่ ในความเป็น วิญญูชน ของคุณ

ทำตัวน้ำเต็มแก้ว คนอื่นพูด ไม่เคยรับฟัง

อีโก้ล้นฟ้า ข้อมูลข้า คือ ความจริงแต่เพียงผู้เดียว

ผิดไม่รู้จักยอมรับ ผิด การแก้ไข ไม่เคยมี จมอยู่กับ นิสัยเดิมๆ ของตัวเอง

คนนำเสนออะไร ที่ไม่ตรงใจ แม้เป็นความจริง ก็ไม่ยอมรับ แถ แท่ดๆๆๆ มันไม่เฟี้ยวเลยจั๊ฟ พรี่

จะทำตัว หัวก้าวหน้า คิดใหม่ ทำใหม่ เส้นทางใหม่ หัดเริ่มจาก เลือกทางเดิน สีขาวก่อนนะจั๊ฟ ไม่ใช่ เลือกแต่ทางลัด สีดำ สีเทา เพราะหวง ลาภยศ จอมปลอม ไร้พ่าย ในบอร์ด ทีมที่กุเชียร์เทพสุดในสามโลก มันมีค่าขนาดนั้นเลยหรอ ถึง ยอมรับ ความผิดพลาดแบบ บัดซบ ของตัวเองไม่ได้เลย ถ้ามันหนัก ก็วางลง ซะบ้าง อีโก้ แพ้ บ้าง เพื่อให้เป็นบทเรียน ในการพัฒนา ความเป็นคน ในตัว

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel