ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 22:53
ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)
เนื่องจาก คุณ ไดโนเสาร์ เริ่ม ตะแบบ แถ แท่ดๆๆๆ หนี คำถามผม ไปเล่น ทู้นู้น ทู้นี้ ผม ขอวิงวอน มาตอบคำถามผมหน่อยครับ




ใน ฐานะ ผู้ที่ถูกพาดพิง และด่า ว่า ผมโง่ ด้วยเหตุผล ที่อ้างว่า เจ้าของทีมแมนยูรวย ตั้งแต่ยุค 60

ผมนำ หลักฐาน จากฐานข้อมูล สำนักข่าวต่างๆ ที่พูดถึงประวัติ หลุยส์ เอ็ดเวิร์ด ว่า รวยจริง แต่ขี้เหนียว มาสำแดง เป็น fact ให้คุณอ่าน แต่คุณไม่ยอมรับ อ้างแค่ว่า เจ้าของรวย แมนยูซื้อตัวแพง สามปีติด โดยไม่สนใจ fact เกี่ยวกับ ข้อมูล รายได้ จากแฟนบอลแมนยู การได้แชมป์ การได้ไปถ้วยยุโรป และได้แชมป์ มาคำนวนเลย (ไม่น่าเชื่อ อัจริยะ ขั้นเทพ อย่าง ท่าน ไดโนเสาร์ มองข้าม ตัวแปรทุกอย่าง ที่แมนยู ทำได้ แต่เลือมองแต่ ไอ หลุยส์รวยแมนยู แกไม่รอดแน่ๆ ใช้เงิน เจ้าของทีม ตั้งแต่ยุค 60 ไง ถึงได้เปรียบทีมอื่น)

ซึ่ง ผม และ แฟนคลับ ท่าน ไดโนเสาร์ บางคน ยังเอือม ระอา ที่ท่านไดโนเสาร์ ตาบอดชั่วคราว จนไม่เห็น สิ่งที่ผม หา fact และ ซอส จาก bbc espn telegraph สื่อต่างๆ มาคุณก็ไม่รับฟัง

ดังนั้น ผมจะถือว่า ความคิดมโนเพ้อฝัน ว่าแมนยู เอาเปรียบ ตั้งแต่ยุค 60 เป็นดั่ง ท่านว่าก็ได้









มีอีกหลาย กระทู้ ที่คุณไป นำเสนอชุดข้อมูลว่า แมนยู อาเซน่อล เชลซี ลิเวอร์พูล และทีมอื่นๆ เอาเปรียบแมนซิ ตั้งแต่ยุค 60+ ว่า มีเจ้าของรวย เปย์สร้างราก ฐาน ให้ทีมแล้ว ปัจจุบัน เลยมากีดกันแมนซิตี้






แล้วนี่คืออะไรครับ แมนซิตี้ เคยมีเจ้าของรวย แหกกฏ ตั้งแต่ปี 1906 เปย์แล้วต่อยอดไม่ได้ ก็ยอมรับผิด ชิ่งหนี
และแมนยู ก็ทำตามปี 1910 แล้วก็โดนลงโทษ แล้วปรับปรุง แก้ไข รับผิด ทุกประการ


ดังนั้น ผมเลยถาม ว่า ไอที่ไป แพล่มๆ หลายกระทู้ ว่า ทีมอื่นเอาเปรียบ เคยศึกษาประวัติ ทีมตัวเองมั้ยครับ ว่า เจ้าของรวยอัดฉีด ก่อนทีมอื่นอีก เป็นเจ้าแรกเลย ทำไมมีหน้า ไปต่อว่าคนอื่น เอาเปรียบตอนยุค 60

ผมถามว่า ยอมรับ มั้ย ว่าแมนซิ มีเจ้าของรวยก่อน แล้วต่อยอดไม่ได้ ก่อน ทีมอื่น ในยุค 60

กลับหนีคำตอบผมตลอด ทำไมกันละครับ ผมก็ยังถามคำถามเดิม ตามรูปข้างล่าง ตอบให้ชื่นใจหน่อยครับ

คุณจะ ยอมรับมั้ย ว่าแมนซิ คือ ผู้นำเทรน ตั้งแต่ 1906 แล้ว แต่เสือก ต่อยอดไม่ได้เอง

ถ้ายอมรับ ก็รบกวน ขอโทษ สมาชิกในเว็ป หลายๆคน ที่คุณ อวดเป็นผู้รู้(ไม่จริง) ไปไล่ หาว่าทีมอื่น กีดกัน แมนซิตี้ ไม่ให้ใช้เงิน ด้วยนะครับ มันน่าละอาย ไปเหลา ไว้เยอะหลายโพส สุดท้าย ทีมตัวเองทำตั้งแต่ยุค 1906 นู่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน เลย


หรือถ้าจะไม่ยอมรับ เดวผม หา fact เรื่องการโกง ของแมนซิตี้ มาถามคุณต่อ ว่าโกง รุ่นบุกเบิก จนถึงปัจจุบัน(สงสัยอยู่ใน DNA) จะไม่ปรับปรุง จริยธรรม ของทีมหน่อยหรอครับ


ดังนั้น ยังรอ คำตอบอยู่นะครับ แรปเตอร์ no.1 ในทุกมิติควอนตัม และ มัลติเวิร์ส








3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 22:57
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
ที่ผมเอามา เป็น fact นะครับ ถ้าคุณ จูเรนเจอร์ อยากจะแก้ต่าง หา ข้อมูลมาหักล้างได้ครับ

ไม่ต้องไป ไล่ลบ คอมเม้น ที่พลาดนะครับ ผมแคปเก็บไว้เยอะแล้ว มีไทม์สแตมป์อยู่ ครบ อิอิ กำ


พูดเหมือนรู้ทุกเรื่อง แต่รู้ไม่จริงสักเรื่อง เห้อ...
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Oct 2019
ตอบ: 1226
ที่อยู่: กรุงเทพ
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 23:01
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
แก้ไขล่าสุดโดย The promised เมื่อ Fri Oct 02, 2026 23:04, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Oct 2019
ตอบ: 1226
ที่อยู่: กรุงเทพ
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 23:02
ซ้ำ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
แก้ไขล่าสุดโดย The promised เมื่อ Fri Oct 02, 2026 23:04, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 23:06
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
เนี่ย ถามง่ายๆ ว่ายอมรับ มั้ย ว่า แมนซิ เป็นผู้นำเทรน ตั้งแต่ 1906 ไม่มาตอบสักที

หรือ กลัวอาย เพื่อนสมาชิก หลายๆโพส ที่ไปไล่กล่าวหา ว่าทีมอื่นเอาเปรียบแมนซิตี้ ตั้งแต่ ยุค 60

พอเห็นซิตี้ กำลังจะได้ดี(จากการโกง) ก็รวมหัว กีดกัน 555555555


ปั๊ดโถ่เอ้ย ความจริง ทำมาก่อน เพื่อน แต่ต่อยอดไม่ได้เอง ผู้มีความรู้ท่วมล้น นายแบก เรือใบสีเทา งัดข้อมูลมาไฝว้ ไปทั่ว ที่ไหนได้ มั่วอร่อย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status:
: 2 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 32079
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 23:08
Re: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)
ก้แล้วแต่คนจะเชื่อไม่เชื่อ


แมนยู ลิเวอ รวมถึงเอฟ เจ้าของรวยที่สุดในลีค รวยมากกว่าคนอื่นเยอะ

มีการซื้อตัวทำลายสถิติลีคไปมา


ก้แล้วแต่คนจะเชื่อว่าจะใช้เงินเจ้าของมั้ย


ซึ่งพิมมาตลอดว่าการใช้เงินเจ้าของไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ทีมไหนก้ทำ วงการไหนก้ทำ ต้องเอาหลักฐานมาอีกรอบมั้ย
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 23:10
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
ก้แล้วแต่คนจะเชื่อไม่เชื่อ


แมนยู ลิเวอ รวมถึงเอฟ เจ้าของรวยที่สุดในลีค รวยมากกว่าคนอื่นเยอะ

มีการซื้อตัวทำลายสถิติลีคไปมา


ก้แล้วแต่คนจะเชื่อว่าจะใช้เงินเจ้าของมั้ย


ซึ่งพิมมาตลอดว่าการใช้เงินเจ้าของไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ทีมไหนก้ทำ วงการไหนก้ทำ ต้องเอาหลักฐานมาอีกรอบมั้ย  



มาแล้วก็ตอบ ซิครับ ขอแค่ ยอมรับ หรือ ไม่ยอมรับ แถอีกแล้วเนี่ย หรือต้อง ให้ผม ตั้งกระทู้ อัญเชิญ มาตอบ

เสียหน้านิดหน่อยเอง ว่าเข้าพรวด โชว์ภูมิ แต่พลาด มันยากอะไร แต่ก็เจ็บนิดๆแหละ ผมดักไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะตอบ ทางไหน เตรียม พร็อพ ไว้โพสต่อแล้ว 555 ตอบหน่อยเร็ว อยากแคป
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 23:11
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
fact ผมมี ข้อมูลผมพร้อม หลักฐานผมแน่น แคปไว้เยอะ อยากบวก ด้วย รอ คำตอบ เรื่อง ยอมรับได้ยัง ว่าแมนซิ เคยรวยก่อน ทีมอื่น อิอิ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status:
: 2 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 32079
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 23:14
Re: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)
อะ อันนี้ข้อมูล ไม่รุ้แปะกี่รอบละ



อันนี้แค่ประเด็นเดียวนะ เจ้าของทีมใหญ่อื่นๆ ที่บอกสร้างความสำเร็จขึ้นมา มันขึ้นมาจากการที่เป็นเจ้าของรวยทุ่มเงินจนทีมเป็นทีมต้นๆในลีค

1. ทำไมยอมรับไม่ได้ กับแค่คำว่า สมัยก่อนทีมที่เชียก้รวยมากๆมาก่อน เอาเงินตบทีมอื่นในลีคจนกลายเป็นทีมใหญ่ มาตั้งแต่ช่วง 60 70 80

2. แต่การที่เป็นคนรวยเอาเงินทุ่ม ก้ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จทุกปี เช่น แมนยูก้หล่นไปกลางตารางหลายปีทุกวันนี้ เชลซีก้ลงไปกลางตาราง สเปอไปหนีตกชั้น ทั้งๆที่ทุ่มเงินมากกว่าทีมในลีคในปัจจุบัน หรือเจ้าของแบลคเบิรนก้รวยระดับนึง แจ๊ค เกี่ยวกับเหล็ก แล้วไงต่อ ทุกทีมเริ่มต้นจากการรวยมากๆ

3. ข้อความในchatgpt มันบางทีอ้างอิงมั่ว สุ้คนเขียนไม่ได้มันชัวกว่า (แต่ก้ไม่ถึงอ้างอิงไม่ได้ขนาดนั้น)

4. คำว่ารวย ทุกคนเจ้าของรวยหมดแหละ แต่รวยคนละชั้นอะดิ 100ล้าน กับ 100000ล้าน ก้รวยเหมืนอกัน

5. fact ทำไมไม่เอามา ที่เอาให้อ่าน มีตรงไหนจะแย้งกับตรงนี้ไม่เห็นพิม

-เพราะหลอนไปเองป่าว จิตวิญญาณที่มาจากเงินที่เจ้าของทุ่มมาก่อนหน้านั้นอะหรอ

ยกตัวอย่าง
ของแมนยู เกี่ยวกับเนื้อ ให้กับรร3แสนโรงเรียน(ไทยมี3หมื่นมั้ง) เอาง่ายๆทั้งประเทศ
Spoil
The business rapidly expanded in the 1950s, and in 1961 Edwards's company had contracts worth £393,000 a year and provided meat for 300,000 schools.[2] The following year it was floated on the stock exchange. In the mid-1960s, it employed 1,300 people, had eighty retail outlets and had contracts with Woolworths and authorities in Salford, Manchester and other parts of Lancashire.

ขายหุ้นบางส่วนให้คนนี้ บ นี้ซุปเปอใหญ่อันดับต้นๆของUK
On 5 February 1979, he sold his business to James Gulliver of Argyll Foods for £100,000.[3] The deal also included a 16 per cent stake in Manchester United for Gulliver, who became a vice-president of the club
 


อย่างไรก็ตาม ในบรรดาประธานสโมสรยุค 1963/64 มีบุคคลระดับ "มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ" และเศรษฐีท้องถิ่นที่มีบทบาทโดดเด่นดังนี้:
Spoil
1. Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) — เศรษฐีตัวจริงอันดับ 1 ของลีกธุรกิจ: ผู้ก่อตั้ง Littlewoods (ธุรกิจลอตเตอรี่ฟุตบอล หรือ Football Pools และห้างสรรพสินค้า) ความมั่งคั่ง: ในยุค 1960s John Moores จัดเป็นหนึ่งในผู้บริพัตรที่รวยที่สุดในสหราชอาณาจักร มีมูลค่าทรัพย์สินธุรกิจนับ สิบๆ ล้านปอนด์ (คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ในปัจจุบัน) บทบาท: เข้าดำรงตำแหน่งประธานเอฟเวอร์ตันในปี 1960 และใช้อัดฉีดเงินซื้อนักเตะระดับดาวดังด้วยค่าตัวสถิติประเทศหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เอฟเวอร์ตันในฤดูกาล 1962/63 – 1963/64 ได้รับฉายาว่า "Mersey Millionaires" หรือ "Bank of England Club"

2. Louis Edwards (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)ธุรกิจ: อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และโรงฆ่าสัตว์ (Meat Wholesale) รายใหญ่ในแมนเชสเตอร์ความมั่งคั่ง: เศรษฐีระดับหลายร้อยแสนปอนด์ถึงหลักล้านปอนด์ในยุคนั้นบทบาท: ทยอยสะสมหุ้นแมนฯ ยูไนเต็ดตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 และก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในบอร์ดบริหารเคียงข้าง Matt Busby ช่วยอัดฉีดเงินและสร้างรากฐานยุค George Best, Bobby Charlton และ Denis Law จนคว้าแชมป์ FA Cup ปี 1963

3. Bob Lord (เบิร์นลีย์) — "คริสเตียโน โรนัลโด แห่งวงการเขียงหมู" ธุรกิจ: เครือร้านขายเนื้อสัตว์และโรงงานแปรรูปเนื้อในภาคเหนือ (North-West England) ความมั่งคั่ง: มหาเศรษฐีท้องถิ่น (Local Millionaire)บทบาท: เข้ากุมอำนาจที่เบิร์นลีย์ตั้งแต่ปี 1955 แม้ไม่ได้ร่ำรวยเท่า John Moores แต่ Bob Lord ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานสโมสรที่ทรงอิทธิพลและเผด็จการที่สุดคนหนึ่งในลีก เป็นผู้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและศูนย์ฝึกซ้อมที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษยุคนั้น

4. Eric White & บอร์ดบริหาร (ลิเวอร์พูล)ธุรกิจ: นักธุรกิจและตระกูลท้องถิ่นในเมืองลิเวอร์พูล (ต่อมาตระกูล Moores ฝั่ง David Moores ก็เข้ามามีบทบาทเช่นกัน) ความมั่งคั่ง: ฐานะปานกลาง-ร่ำรวยตามมาตรฐานเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น บทบาท: เป็นยุคที่ลิเวอร์พูลภายใต้ Bill Shankly กำลังผงาดขึ้นมา โดยในฤดูกาล 1963/64 ลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จ แม้บอร์ดไม่ได้ทุ่มเงินมหาศาลเท่าเอฟเวอร์ตันคู่ปรับร่วมเมือง แต่ก็สนับสนุนงบประมาณสร้างทีมอย่างมั่นคง

5. สโมสรลอนดอน (ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, อาร์เซนอล, เชลซี)โครงสร้าง: สโมสรในลอนดอนช่วงปี 1963/64 มักไม่ได้ถือหุ้นใหญ่โดยคนๆ เดียว แต่ปกครองโดย กลุ่มพ่อค้าและขุนนางท้องถิ่น เช่น ตระกูล Hill-Wood (อาร์เซนอล) หรือ Fred Bearman (สเปอร์ส)ความมั่งคั่ง: นายธนาคารและนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับค่อนข้างสูง แต่ละคนไม่ได้อัดฉีดเงินส่วนตัวเข้าสโมสรโดยตรงตามกฎ FA ยุคนั้น สโมสรจึงพึ่งพาเงินรายได้จากตั๋วเข้าชมแฟนบอลในสนามมากกว่า

สรุปภาพรวมทางการเงินปี 1963/64มหาเศรษฐีเบอร์ 1: Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) คือคนเดียวในลีกยุคนั้นที่มีสเกลความร่ำรวยระดับ "Billionaire" (เมื่อเทียบมูลค่าเงินตามเวลา) และใช้โมเดลเศรษฐีใจบุญ (Benevolent Owner) เจ้าแรกๆ ของฟุตบอลอังกฤษ เพดานเงินเดือนถูกยกเลิก: ปี 1961 เพิ่งมีการยกเลิกเพดานค่าจ้างนักเตะ (Maximum Wage £20/สัปดาห์) ทำให้ฤดูกาล 1963/64 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ประธานสโมสรที่มีฐานะร่ำรวยเริ่มแย่งชิงตัวนักเตะด้วยการเสนอค่าจ้างที่สูงขึ้นเรื่อยๆ  





ค่าตัวที่ซื้อ แต่ละตัวบางช่วง
Spoil
อะ เอาหลักฐานมาให้เพิ่มละ จะเชื่อว่าไม่เปย์ก้ตามใจละ ดิ้นไปเรื่อยของจริง
https://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/football-news/man-utd-transfers-top-10-18104871

แพงเกือบสุดในลีค ไม่มีrecordตอนนั้นแต่ถือว่าสูงมาก
Denis Law, £115,000 (1962)
United spent £115,000 to bring former Manchester City man Law back to the north west of England from Torino. The striker went on to score 237 goals for United, more than anyone but Bobby Charlton and Wayne Rooney.


ซื้อตัวแพงสุดในลีค ที่5แสน ปี1978
Gordon McQueen, £495,000 (1978)
Hamburg had signed Kevin Keegan from Liverpool for £500,000 the previous year, but United’s signing of McQueen set a new record for a British buyer. The ex-Leeds defender spent seven years at Old Trafford, where he won the FA Cup in 1982.

https://en.wikipedia.org/wiki/Ray_Wilkins
In 1979, after Chelsea were relegated,[5] Wilkins signed for Manchester United for a fee of £825,000,[6] the highest fee received for a Chelsea player at the time
ซื้อตัว เชลซี ที่เคยขายแพงที่สุด ทั้งๆที่1978 เพิ่งซื้อทำลายสถิติลีคไปที่ 5แสน และแน่นอน 1978ซื้อตัว5แสนแพงสุด ปีนี้8แสนก้คงแพงสุดในลีคเหมือนกัน

https://en.wikipedia.org/wiki/Garry_Birtles
1980 ซื้อตัว 1.25ล้าน ทำลายสถิติตัวเองอีกรอบ

1.5ล้านแพงสุดในลีคอีกแล้ว 1981 อีก3ปี ซื้อตัวที่แพงกว่าสถิติที่ตัวเองทำไว้ 3เท่า
Bryan Robson, £1.5m (1981)
United broke the record three years later when they acquired Robson from West Brom. The midfielder proved to be a bargain at £1.5m, helping the club win two Premier League titles, three FA Cups and the Cup Winners’ Cup.




นี่เอาแค่ตัวหลักๆแพงสุดในทีมนะ ยังมีตัวรองจากนี้(ซึ่งก้แพงเหมือนกันอีก)

เอาแค่ตัวหลัก4ปี ทำลายสถิติลีค4ปีติด แบบนี้ไม่เปย์หรอกมั้ง  




เอาจริงก้ตอบเหมือนเดิม ทำไมมันยอมรับว่าใช้เงินเจ้าของมันยากนักหนา ทั้งๆที่มันเปนเรื่องปกติอของทีมบอล แล้วก้ทุกวงการเลยด้วย แค่มันมีกฏมาช่วงปี 2010 แล้วใช้ไม่ได้ จะบอกให้ซิตี้ผิดก้ผิดไป

แต่จะมาอ้างขนาดว่า ทีมตัวเองไม่ใช้เงินเจ้าของเลย ทั้งๆที่เจ้าของรวยสุดคนนึงในลีคอันนี้ตลก
ยิ่งมีมาขอหลักฐานขอดูว่าเงินมาจากเจ้าของจริง น่าจะถึงขั้นต้องดูใบเซ็นเชคตอนซื้อนักเตะปี70 เลยว่าเซ็นมาจากเจ้าของ มันปญอละ 5555555


ให้คนอ่านคิดเอาเองละกันว่า แมนยู รวมถึงทีมใหญ๋ทีมอื่นๆ ใช้เงินเจ้าของในสมัยก่อนจริงหรือไม่ การที่ใช้ก้ไม่ได้ผิดอะไรด้วย เป็นเรื่องปกติที่ทำกัน
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 23:23
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
อะ อันนี้ข้อมูล ไม่รุ้แปะกี่รอบละ



อันนี้แค่ประเด็นเดียวนะ เจ้าของทีมใหญ่อื่นๆ ที่บอกสร้างความสำเร็จขึ้นมา มันขึ้นมาจากการที่เป็นเจ้าของรวยทุ่มเงินจนทีมเป็นทีมต้นๆในลีค

1. ทำไมยอมรับไม่ได้ กับแค่คำว่า สมัยก่อนทีมที่เชียก้รวยมากๆมาก่อน เอาเงินตบทีมอื่นในลีคจนกลายเป็นทีมใหญ่ มาตั้งแต่ช่วง 60 70 80

2. แต่การที่เป็นคนรวยเอาเงินทุ่ม ก้ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จทุกปี เช่น แมนยูก้หล่นไปกลางตารางหลายปีทุกวันนี้ เชลซีก้ลงไปกลางตาราง สเปอไปหนีตกชั้น ทั้งๆที่ทุ่มเงินมากกว่าทีมในลีคในปัจจุบัน หรือเจ้าของแบลคเบิรนก้รวยระดับนึง แจ๊ค เกี่ยวกับเหล็ก แล้วไงต่อ ทุกทีมเริ่มต้นจากการรวยมากๆ

3. ข้อความในchatgpt มันบางทีอ้างอิงมั่ว สุ้คนเขียนไม่ได้มันชัวกว่า (แต่ก้ไม่ถึงอ้างอิงไม่ได้ขนาดนั้น)

4. คำว่ารวย ทุกคนเจ้าของรวยหมดแหละ แต่รวยคนละชั้นอะดิ 100ล้าน กับ 100000ล้าน ก้รวยเหมืนอกัน

5. fact ทำไมไม่เอามา ที่เอาให้อ่าน มีตรงไหนจะแย้งกับตรงนี้ไม่เห็นพิม

-เพราะหลอนไปเองป่าว จิตวิญญาณที่มาจากเงินที่เจ้าของทุ่มมาก่อนหน้านั้นอะหรอ

ยกตัวอย่าง
ของแมนยู เกี่ยวกับเนื้อ ให้กับรร3แสนโรงเรียน(ไทยมี3หมื่นมั้ง) เอาง่ายๆทั้งประเทศ
Spoil
The business rapidly expanded in the 1950s, and in 1961 Edwards's company had contracts worth £393,000 a year and provided meat for 300,000 schools.[2] The following year it was floated on the stock exchange. In the mid-1960s, it employed 1,300 people, had eighty retail outlets and had contracts with Woolworths and authorities in Salford, Manchester and other parts of Lancashire.

ขายหุ้นบางส่วนให้คนนี้ บ นี้ซุปเปอใหญ่อันดับต้นๆของUK
On 5 February 1979, he sold his business to James Gulliver of Argyll Foods for £100,000.[3] The deal also included a 16 per cent stake in Manchester United for Gulliver, who became a vice-president of the club
 


อย่างไรก็ตาม ในบรรดาประธานสโมสรยุค 1963/64 มีบุคคลระดับ "มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ" และเศรษฐีท้องถิ่นที่มีบทบาทโดดเด่นดังนี้:
Spoil
1. Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) — เศรษฐีตัวจริงอันดับ 1 ของลีกธุรกิจ: ผู้ก่อตั้ง Littlewoods (ธุรกิจลอตเตอรี่ฟุตบอล หรือ Football Pools และห้างสรรพสินค้า) ความมั่งคั่ง: ในยุค 1960s John Moores จัดเป็นหนึ่งในผู้บริพัตรที่รวยที่สุดในสหราชอาณาจักร มีมูลค่าทรัพย์สินธุรกิจนับ สิบๆ ล้านปอนด์ (คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ในปัจจุบัน) บทบาท: เข้าดำรงตำแหน่งประธานเอฟเวอร์ตันในปี 1960 และใช้อัดฉีดเงินซื้อนักเตะระดับดาวดังด้วยค่าตัวสถิติประเทศหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เอฟเวอร์ตันในฤดูกาล 1962/63 – 1963/64 ได้รับฉายาว่า "Mersey Millionaires" หรือ "Bank of England Club"

2. Louis Edwards (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)ธุรกิจ: อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และโรงฆ่าสัตว์ (Meat Wholesale) รายใหญ่ในแมนเชสเตอร์ความมั่งคั่ง: เศรษฐีระดับหลายร้อยแสนปอนด์ถึงหลักล้านปอนด์ในยุคนั้นบทบาท: ทยอยสะสมหุ้นแมนฯ ยูไนเต็ดตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 และก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในบอร์ดบริหารเคียงข้าง Matt Busby ช่วยอัดฉีดเงินและสร้างรากฐานยุค George Best, Bobby Charlton และ Denis Law จนคว้าแชมป์ FA Cup ปี 1963

3. Bob Lord (เบิร์นลีย์) — "คริสเตียโน โรนัลโด แห่งวงการเขียงหมู" ธุรกิจ: เครือร้านขายเนื้อสัตว์และโรงงานแปรรูปเนื้อในภาคเหนือ (North-West England) ความมั่งคั่ง: มหาเศรษฐีท้องถิ่น (Local Millionaire)บทบาท: เข้ากุมอำนาจที่เบิร์นลีย์ตั้งแต่ปี 1955 แม้ไม่ได้ร่ำรวยเท่า John Moores แต่ Bob Lord ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานสโมสรที่ทรงอิทธิพลและเผด็จการที่สุดคนหนึ่งในลีก เป็นผู้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและศูนย์ฝึกซ้อมที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษยุคนั้น

4. Eric White & บอร์ดบริหาร (ลิเวอร์พูล)ธุรกิจ: นักธุรกิจและตระกูลท้องถิ่นในเมืองลิเวอร์พูล (ต่อมาตระกูล Moores ฝั่ง David Moores ก็เข้ามามีบทบาทเช่นกัน) ความมั่งคั่ง: ฐานะปานกลาง-ร่ำรวยตามมาตรฐานเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น บทบาท: เป็นยุคที่ลิเวอร์พูลภายใต้ Bill Shankly กำลังผงาดขึ้นมา โดยในฤดูกาล 1963/64 ลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จ แม้บอร์ดไม่ได้ทุ่มเงินมหาศาลเท่าเอฟเวอร์ตันคู่ปรับร่วมเมือง แต่ก็สนับสนุนงบประมาณสร้างทีมอย่างมั่นคง

5. สโมสรลอนดอน (ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, อาร์เซนอล, เชลซี)โครงสร้าง: สโมสรในลอนดอนช่วงปี 1963/64 มักไม่ได้ถือหุ้นใหญ่โดยคนๆ เดียว แต่ปกครองโดย กลุ่มพ่อค้าและขุนนางท้องถิ่น เช่น ตระกูล Hill-Wood (อาร์เซนอล) หรือ Fred Bearman (สเปอร์ส)ความมั่งคั่ง: นายธนาคารและนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับค่อนข้างสูง แต่ละคนไม่ได้อัดฉีดเงินส่วนตัวเข้าสโมสรโดยตรงตามกฎ FA ยุคนั้น สโมสรจึงพึ่งพาเงินรายได้จากตั๋วเข้าชมแฟนบอลในสนามมากกว่า

สรุปภาพรวมทางการเงินปี 1963/64มหาเศรษฐีเบอร์ 1: Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) คือคนเดียวในลีกยุคนั้นที่มีสเกลความร่ำรวยระดับ "Billionaire" (เมื่อเทียบมูลค่าเงินตามเวลา) และใช้โมเดลเศรษฐีใจบุญ (Benevolent Owner) เจ้าแรกๆ ของฟุตบอลอังกฤษ เพดานเงินเดือนถูกยกเลิก: ปี 1961 เพิ่งมีการยกเลิกเพดานค่าจ้างนักเตะ (Maximum Wage £20/สัปดาห์) ทำให้ฤดูกาล 1963/64 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ประธานสโมสรที่มีฐานะร่ำรวยเริ่มแย่งชิงตัวนักเตะด้วยการเสนอค่าจ้างที่สูงขึ้นเรื่อยๆ  





ค่าตัวที่ซื้อ แต่ละตัวบางช่วง
Spoil
อะ เอาหลักฐานมาให้เพิ่มละ จะเชื่อว่าไม่เปย์ก้ตามใจละ ดิ้นไปเรื่อยของจริง
https://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/football-news/man-utd-transfers-top-10-18104871

แพงเกือบสุดในลีค ไม่มีrecordตอนนั้นแต่ถือว่าสูงมาก
Denis Law, £115,000 (1962)
United spent £115,000 to bring former Manchester City man Law back to the north west of England from Torino. The striker went on to score 237 goals for United, more than anyone but Bobby Charlton and Wayne Rooney.


ซื้อตัวแพงสุดในลีค ที่5แสน ปี1978
Gordon McQueen, £495,000 (1978)
Hamburg had signed Kevin Keegan from Liverpool for £500,000 the previous year, but United’s signing of McQueen set a new record for a British buyer. The ex-Leeds defender spent seven years at Old Trafford, where he won the FA Cup in 1982.

https://en.wikipedia.org/wiki/Ray_Wilkins
In 1979, after Chelsea were relegated,[5] Wilkins signed for Manchester United for a fee of £825,000,[6] the highest fee received for a Chelsea player at the time
ซื้อตัว เชลซี ที่เคยขายแพงที่สุด ทั้งๆที่1978 เพิ่งซื้อทำลายสถิติลีคไปที่ 5แสน และแน่นอน 1978ซื้อตัว5แสนแพงสุด ปีนี้8แสนก้คงแพงสุดในลีคเหมือนกัน

https://en.wikipedia.org/wiki/Garry_Birtles
1980 ซื้อตัว 1.25ล้าน ทำลายสถิติตัวเองอีกรอบ

1.5ล้านแพงสุดในลีคอีกแล้ว 1981 อีก3ปี ซื้อตัวที่แพงกว่าสถิติที่ตัวเองทำไว้ 3เท่า
Bryan Robson, £1.5m (1981)
United broke the record three years later when they acquired Robson from West Brom. The midfielder proved to be a bargain at £1.5m, helping the club win two Premier League titles, three FA Cups and the Cup Winners’ Cup.




นี่เอาแค่ตัวหลักๆแพงสุดในทีมนะ ยังมีตัวรองจากนี้(ซึ่งก้แพงเหมือนกันอีก)

เอาแค่ตัวหลัก4ปี ทำลายสถิติลีค4ปีติด แบบนี้ไม่เปย์หรอกมั้ง  




เอาจริงก้ตอบเหมือนเดิม ทำไมมันยอมรับว่าใช้เงินเจ้าของมันยากนักหนา ทั้งๆที่มันเปนเรื่องปกติอของทีมบอล แล้วก้ทุกวงการเลยด้วย แค่มันมีกฏมาช่วงปี 2010 แล้วใช้ไม่ได้ จะบอกให้ซิตี้ผิดก้ผิดไป

แต่จะมาอ้างขนาดว่า ทีมตัวเองไม่ใช้เงินเจ้าของเลย ทั้งๆที่เจ้าของรวยสุดคนนึงในลีคอันนี้ตลก
ยิ่งมีมาขอหลักฐานขอดูว่าเงินมาจากเจ้าของจริง น่าจะถึงขั้นต้องดูใบเซ็นเชคตอนซื้อนักเตะปี70 เลยว่าเซ็นมาจากเจ้าของ มันปญอละ 5555555


ให้คนอ่านคิดเอาเองละกันว่า แมนยู รวมถึงทีมใหญ๋ทีมอื่นๆ ใช้เงินเจ้าของในสมัยก่อนจริงหรือไม่ การที่ใช้ก้ไม่ได้ผิดอะไรด้วย เป็นเรื่องปกติที่ทำกัน  




อยากได้ คำตอบนี้ เพราะหัวกระทู้ ผมพิมพ์ไว้แล้ว ว่า fact และ ข้อมูลผม ไม่สู้ การมโน ของคุณหรอก "แบบนี้ไม่เปย์หรอกมั้ง ซื้อตัวสามปีติดไม่ใช้เงินเจ้าของเลยว่างั้นเถอะ" ไอคำพูดพวกนี้ ที่คุณ พูดออกมา ว่างั้น มั้ง คำพวกนี้ ไม่ใช่ คำยืนยันบริบทนะครับ ในแง่ภาษาไทย มันคือคำ นิบาต คุณแค่ คิดในใจ ว่าต้องแบบนั้น แบบนี้ โดยไม่ได้ มี หลักฐานอะไร มีแค่ สถิติ การทำลายนักเตะค่าตัวแพงสุดของทีมแมนยู สาม ปีติด

ซึ่งมันไม่ได้บ่งชี้เลยว่าเงิน ที่ซื้อ มาจาก เปย์อัดฉีดจากเจ้าของ หรือ การบริหารทีม เงินรางวัลแชมป์ยุโรป เงินรางวัลแชมป์ลีค เงินแฟนบอล ซื้อของที่ระลึก ซึ่ง แมนยู ใช้เงินซื้อนักเตะ โดยไม่ต้องพึ่งเจ้าของได้ ในยุค 60 บัสบี้ เบ๊บ คุณ อาจทรงภูมิ เรื่องซิตี้ แต่ ไร้ความรู้เรื่องแมนยู

อันนี้คุณต้องยอมรับ ก่อน ว่าคุณ แค่ มโน ไม่ใช่ fact หรือ หลักฐานอ้างอิงได้ แบบผม เข้าไจ๊?


ซึ่งเรื่องนี้ ผมคิดว่า คนไม่ยอมรับ และเชื่อ ในข้อมูลในหัวตัวเอง ว่านั่นคือ fact ผมห้ามไม่ได้ เพราะข้อมูลมันอยู่ในหัว ในโลกจินตนาการ และความคิด ของคุณ


แต่ไอเรื่อง ที่คุณใช้ เซลล์สมอง ของคุณ กลั่นกรอง ออกแรงผ่านระบบ แกนประสาท สั่งการ ด้วยสมองส่วนหน้า ให้กล้ามเนื้อ ใช้พลังงาน ในการพิมพ์ ออกมา ด่าทีมอื่น ที่ใช้เงิน ตอนยุค 60+ ว่าเอาเปรียบ แมนซิตี้ และ กีดกัน แมนซิตี้ในยุคปัจจุบัน


การพิมพ์ ชุดข้อความนี้ ในหลายๆกระทู้ เกี่ยวกับแมนซิตี้ ในเว็ปบอร์ด soccersuck จำนวนหลายโพส ในหลายกระทู้ ในเวลาหลายวัน และนำไป qoute โต้แย้ง สมาชิกเว็ปหลายคน (รวมทั้งผม) มันเป็น ข้อมูลที่มั่วนิ่ม เพราะ มีหลักฐาน เป็น fact เชิงประจักษ์ ว่า คุณมันมั่วววววววววววว

และคุณจะปฏิเสธ ความรับผิดชอบไม่ได้ อ้างว่าพิมพ์ผิด สักโพส ก็ยังพอเชื่อ แต่คุณเอาความเชื่อ เป็นตุเป็นตะโพสไปทั่ว ดังนั้น คุณต้องมีสติสัปชัญญะ สมบูรณ์ความในการโพส ดังนั้นผมจึงขอถามคำถามเดิม ที่คุณ หนีที่จะตอบ มา เป็นเวลา กว่า 6 ชั่วโมงกว่า ตั้งแต่ผมเริ่มถามครั้งแรก ในกระทู้เก่าว่า


ยอมรับไง ว่า แมนยู ใช้เงินเจ้าของอัดฉีด ปี 1910

แล้วยอมรับ ยัง ว่าทีมตัวเอง ทำมาก่อน แมนยู เชลซี อาเซน่อล ลิเวอร์พูล และ หลายทีมในลีค

ตอบ แค่ ยอมรับ หรือ ไม่ยอมรับ !!!




ตอบแค่ตรงนี้พอ จะเป็น คนที่ทำผิดพลาด แล้วรู้จัก ยอมรับ

หรือจะเป็นคน ที่ผิดพลาด แล้ว แก้ตัวไปเรื่อยๆ

สิทธิ์ นั้นอยู่ที่คุณ ไม่ใช่ผม คุณเลือก ตอบเอาเอง...


1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Aug 2007
ตอบ: 778
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 02, 2026 23:35
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]



รบกวนแหกตาดูนะครับ กระทู้เก่า ผมก็เอามาให้ดูหลายอย่าง คุณไม่เชื่อสักอย่าง เชื่อแต่ มโนคติ ในหัว ว่าแมนยู แมร่งรวยแต่ชาติปางก่อน เอาเปรียบชิบ


https://www.theguardian.com/football/1999/oct/07/newsstory.sport6


https://www.granadaland.org/paul-greengrass-on-the-investigation-into-louis-edwards-that-became-a-world-in-action/





อะ เอาทั้ง เจมิไน กับ ซอส แหล่งข่าว สื่อสิ่งพิมพ์ จากอังกฤษให้ อ่าน รอบนี้ เป็นรอบที่ 4 แล้ว นับรวมจากกระทู้เก่า แหกตาอ่านได้บ้างหรือยังงงงงงงงงงงง !!!!!!!


fact มี ซอส มี ให้ตลอด แต่ไม่เคยจะอ่าน จริงๆ คุณต้องเป็นฝ่ายหาหลักฐาน มาแสดง ให้ผม และ สมาชิกคนอื่นๆดู ถึงจะถูก เพราะ ระบบศาลไทย ใช้ระบบ กล่าวหา คุณต้อง หาหลักฐาน มาแสดงซิ ว่าแมนยู มีเจ้าของ รวย สปอร์ต ใจดี UK เปย์ไม่อั้น ตอน 60

ไม่ใช่ ต้องให้ จำเลย แฟนแมนยู อย่างผม นั่งหาข้อมูล ความขี้งก ระยำใจ ของเจ้าของ ทีมยุคนั้น มาแสดง เห้อ...

ขอบคุณผมบ้างก็ได้นะ หาข้อมูล มาใส่สมอง ของคุณให้ขนาดนี้ จะเรียกผม อาจารย์ก็ได้นะ ประสิทธิ์ประสาท วิชาความรู้ให้ขนาดนี้แล้ว

ปล, อย่าลืมตอบ ยอมรับ หรือ ไม่ยอมรับ ถามมาจะเข้า ชั่วโมงที่ 7 ละ ละอายนิดๆ เจ็บหน่อยๆ ยอมรับมาเหอะ อิอิ

ปล. แก้ไข ตรงเพิ่ม img ลิ้ง url รูปภาพ ข้อมูล จาก เจมิไน



แก้ไขล่าสุดโดย MarveliuS เมื่อ Fri Oct 02, 2026 23:36, ทั้งหมด 1 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 09 Sep 2013
ตอบ: 17329
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 00:51
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
อย่าไปเถียงเลย พรี่แรปเค้าไม่อัพแพทข้อมูลหรอก ผีมีเจ้าของรวยไหม? มี = จบ แค่นั้นแหละ เค้าไม่อัพแพทข้อมูลหรอก ว่าผีประสบความสำเร็จก่อนมีเจ้าของรวยมาซื้อหุ้น

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Aug 2022
ตอบ: 3905
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 01:15
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
เถียงกันไปจนถึงร้อยกว่าปีก่อนเลยหรอวะ

พวกท่านแม่งสุดจัด5555 กุล่ะอย่างชอบss คุยกันด้วยเหตุผล ถกกันด้วยfact55555

แม่งไปรีเสิชเชี่ยไรมาแข่งกันเนี่ย
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Oct 2019
ตอบ: 5633
ที่อยู่: Bangkok
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 01:44
[RE: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)]
ไก่จิ๊กโก๋. พิมพ์ว่า:
เถียงกันไปจนถึงร้อยกว่าปีก่อนเลยหรอวะ

พวกท่านแม่งสุดจัด5555 กุล่ะอย่างชอบss คุยกันด้วยเหตุผล ถกกันด้วยfact55555

แม่งไปรีเสิชเชี่ยไรมาแข่งกันเนี่ย  


ตอนแรกแวบๆ ว่าประมาณ 50 ปี ตอนนี้ย้อนไป 120 ปีแล้ว

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2016
ตอบ: 9432
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Oct 03, 2026 02:01
Re: ขออนุญาต ใช้คาถา อัญเชิญ คุณ ไดโนเสาร์ ชี้แจงหน่อย (ขออภัยแฟนทีมอื่นดีๆ ไม่ต้องเข้ามาอ่านก็ได้ครับ)
1906 นี่ความรู้ใหม่เลย
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel