ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Oct 2010
ตอบ: 12616
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:05
[RE: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้]
bibimbub พิมพ์ว่า:
LoversMoon พิมพ์ว่า:
มั่วอีกแล้ว อ้างลิเวอร์พูล แมนยูทุ่มยับๆ บ้าบอ คนที่ซื้อสโมสรฟุตบอล รวยทุกคนน่ะใช่ แต่รวยไม่ถึง 1 ในพันของแมนซิตี้ นิวคาสเซิ่ล หรืออับบราฮัมโมวิช

ยังเอาประวัติเจ้าของหงส์มาอ้างอิงมั่วๆอีก ใครที่ทุ่มซื้อแพงๆ ยุคเดวิด มัวร์ สแตน คอลลิมอร์ ซื้อได้แค่นั้น ส่วนที่บอกเจ้าของทุ่มจนคว้าแชมป์ ucl 2005 นักเตะชุดตัวจริงนั้น ฮูเปีย 2 ล้าน บารอส 5 ล้าน แพงสุดน่าจะซิสเซ่ 13 ล้าน เอาอะไรมาทุ่ม

ตอบคำถามเรื่องทำอย่างไร ถึงจะขึ้นมาเป็นทีมใหญ่ ก็ทำแบบแมนซิตี้ เชลซีปัจจุบันไงครับ
1. พัฒนา infrastructure ของสโมสร ศูนย์ฝึกใหม่ ทันสมัย เพิ่มความจุสนาม
2. พัฒนาเยาวชน ดึงเยาวชนเก่งๆทั่วประเทศมาตั้งแต่ 8-14 ปี ทุ่มเงินดึงตัว แบบเชลซีกับแมนซิตี้ทำ
3. พัฒนาการตลาดของทีมแบบที่แมนยูทุ่มงบสร้าง store สร้างพันธมิตรการค้า ขยายตลาดแฟนบอลไปเรื่อยๆ

ทั้ง 2 ข้อแรกกฎ PSR อนุญาตให้ทำได้ด้วยเงินเจ้าของ ไม่นับในส่วนที่ห้ามขาดทุน เมื่อสนามใหญ่ขึ้น รายได้มากขึ้นก็เอามาซื้อนักเตะได้อย่างถูกต้อง
ส่วนข้อ 2 เมื่อได้ดาวรุ่งเก่งๆมา อีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะมีดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่เต็มทีม ตัวไหนไม่ใช้ก็ทำเงินได้มหาศาล

สุดท้ายถ้าผ่านมา 5-10 ปี ทีมก็จะเลื่อนระดับจาก C เป็น B+ ถึง A แต่มันไม่เร็วแบบการทุ่มเงินแหวกกฎ แต่มันมีทางและมันยั่งยื่นกับสโมสร ได้ศูนย์ฝึก ได้สนาม ได้ mega store ได้การตลาด ได้ดาวรุ่ง พวกนี้คือความยั่งยืนที่พรีเมียร์ลีกคาดหวัง แม้เจ้าของจะไม่อยู่ในอนาคต

หวังว่าจะได้อ่านและเลิกอ้างอิงมั่วๆครับ  


ผมว่าหลังPSR ในทางทฤษฏีวิธีนี้ก็เป็นไปได้มากสุด แต่ข้อจำกัดก็น่าจะมีเพราะไม่มีทีมนอกbig6ทำได้เลยซักทีมเดียว ขนาดในbig6ด้วยกันยังทำยาก วิธีนี้มันต้องใช้เครือข่ายหนักมากๆ เลสเตอแค่ลงทุนทำfacilityยังแทบจะล้มเลย ขนาดได้ไปยุโรปหลายรอบในช่วงนั้น

แต่ถ้าซิตี้โดนปรับตกชั้นจริง อาจได้เห็นพลังเด็กอคาเดมี่ของซิตี้เลื่อนชั้นขี้นมากันเอง แต่สถานะซิตี้ตอนนี้ต่อให้ตกชั้นคงไม่ได้มองเป็นทีมเล็กอีกแล้ว อย่างมากก็คงเหมือนยูเว่ที่มีระบบหลังบ้านดีกว่า

ส่วนลิเวอร์ตอน2005 สำหรับผมนับเป็นทีมใหญ่อยู่แล้ว มีแฟนบอลทั่วโลกเคยได้แชมป์มากมาย คนละสถานะกับทีมขนาดกลางที่อยากจะเป็นทีมใหญ่ ทีมที่เป็นทีมใหญ่อยู่แล้วต่อให้ทุ่มน้อยก็ยังได้เปรียบทีมเล็กอยู่ดี  

เลสเตอร์เจ้าของไม่รวยครับ การทำศูนย์ฝึกใหม่ ร้อยกว่าล้านใช้เงินสโมสรครับ ส่วนแมนซิตี้ใช้เงินเจ้าของสร้าง infrastructure เป็นแค่เศษเงินเขาเลยครับ ถ้าเจ้าของเลสเตอร์รวยแบบโรมัน หรือ ชีค ผมว่าไม่มีทางตกชั้นเลย

คือที่ผมอ้างอิงลิเวอร์พูล 2005 เพราะจขกท.พยายามบอกว่าเจ้าของลิเวอร์พูลก็รวยมากและทุ่มไม่ต่างกัน… รวยจากธุรกิจนม ให้เงินลิเวอร์พูลจริงแต่ให้ไม่เยอะเลย ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์เดวิด มัวร์ก่อนขายสโมสร เขาบอกว่าสโมสรยุคนี้ (ณ ตอนนั้น)ต้องการเจ้าของที่มีเงินอัดฉีด แต่เขาไม่มี อยากสร้างสนาม สร้างศูนย์ฝึกใหม่ก็ไม่มีเงิน เลยต้องขายสโมสรทั้งที่ไม่อยากขาย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: Chu! Kawaikute gomen
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 58215
ที่อยู่: Fox River State Penitentiary. Joliet , Illinois.
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:05
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
bibimbub พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
มันไม่น่าจะมีอะไรเข้าใจยากเลยนะ ในอดีตกฎกติกาเป็นแบบนึง ซึ่งแต่ละทีมอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน แต่ละทีมก็บริหารแตกต่างกันไป เจ้าของบางทีมทุ่มทุนมาก เจ้าของบางทีมขี้เหนียว ก็ว่ากันไป

ส่วนหลังๆมันมีปัญหาจนอาจทำให้ลีคพัง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารทีมกันใหม่

ถามว่าทำยังไงทีมเล็กจะสู้ทีมใหญ่ได้ ตอนนี้เลย ทันที มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆทำค่อยๆพัฒนากันไป แค่นั้น

ในอดีตที่กฎกติกาก็เหมือนกันหมดทุกทีม ทีมใหญ่หลายทีมในปัจจุบันเค้าบริหารเค้าวางรากฐานกันมาเป็นหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น ก็ต้องให้เครดิตเค้าตรงนี้ด้วย ไม่ใช่อยากสร้างทีมเล็กทีมนึงให้ยิ่งใหญ่เท่าทีมใหญ่ปัจจจุบันที่ใช้เวลาสร้างกันมาหลายสิบปี ทำยังไง ใช้เงินฟาดเลยสิจบ การแข่งขันแบบนี้มันแฟร์กับทีมที่ใหญ่อยู่แล้ว กับทีมเล็กที่ยังไม่มีเจ้าของรวยๆมาซื้อเหรอ  

อธิบาย ค่อยทำ คือทำยังไง ? ถ้ามีกฏนี้อยุ่อีก100ปีไม่มีทีมไหนขึ้นมาได้เลย ยังคิดว่ากฏนี้แฟรมั้ย  


ไม่สิ อย่าเพิ่งไปอีก 100 ปี ตอบมาก่อน ที่ผมพิมพ์ไว้น่ะ อ่ะ สมมุติฮัลล์เลื่อนชั้นขึ้นมา มีเจ้าของทีมมาซื้อทันทีพร้อมทุ่มงบซื้อตัว 500 ล้าน สร้างสนามอีก 700 ล้าน กับโคเวนทรียังเป็นเจ้าของทีมเดิมไม่มีงบสู้ แบบนี้แฟร์เหรอ  


แล้วตอนก่อนมีPSRเขาทำกันยังไงล่ะครับ? PSRออกแบบมาเพื่อกันฮัลทุ่มห้าร้อยล้านหรอครับ?

ผมว่าประเด็นตอนนี้เรากำลังบิดเบือนจุดประสงค์ของกฏอยู่ กฏนี้มันไม่ได้ทำมาเพื่อความแฟร์ ตัวมันนี่แหละไม่แฟร์ แต่มีแค่เพราะกันทีมฟุตบอลของคนในเมืองล้มลายเพราะเศรษฐีมากู้เงินทำทีมบอลเล่น จะบอกว่าคนทำผิดกฏนี้โกงแบบล็อกผลบอลมันก็ไม่ใช่ อย่างมากก็ควรโดนว่าแค่แบบพ่อแม่ติลูกที่ใช้เงินเกินตัว แต่สุดท้ายตั้งตัวอยู่ได้ก็ถือว่าดีไป  

ถ้าจะมองว่าการที่ทีมนึงใช้งินเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัด แต่อีกทีมไม่ใช่ คือความแฟร์ ก็ตามนั้น เอาเป็นว่าผมเห็นด้วยกับกฎ ถ้าท่านหรือใครที่ไม่เห็นด้วยกับกฎก็ตามนั้นเลยนะฮะ แล้วแต่เลย
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Apr 2010
ตอบ: 2560
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:13
[RE: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้]
ทีมเล็กได้เปรียบตรงที่ซื้อได้ราคาถูกกว่าทีมใหญ่อยู่แล้วเพราะงั้นต้องสร้างทีมโดยใช้ data driven พยายามทำศูนย์ฝึกและเทรนนิงให้ดีเน้นซื้อถูกแล้วใช้ระบบเดียวกันทั้งทีมเยาวชนและทีมใหญ่พยายามทำผลงานให้ดีเน้นไปถ้วยยุโรปให้ได้ เพื่อหารายได้เพิ่ม แต่ค่าเหนื่อยต้องไม่เพิ่มตามเพื่อรักษา cost structure

ส่วนตัวจะกฏไหนก้ไม่แฟร์ร้อยเปอเซนต์หรอก ถ้าไม่เอากฏนี้ก้แปลว่าทีมที่ไม่มีเจ้าของรวยๆก้เสียเปรียบอยุ่ดี เพราะงั้นการใช้เท่าที่หามาได้มันก้เป็นการตั้งใจที่จะเริ่มมีการควบคุมไม่ใช่ปล่อยเละเทะไปเลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: Chu! Kawaikute gomen
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 58215
ที่อยู่: Fox River State Penitentiary. Joliet , Illinois.
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:14
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
มันไม่น่าจะมีอะไรเข้าใจยากเลยนะ ในอดีตกฎกติกาเป็นแบบนึง ซึ่งแต่ละทีมอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน แต่ละทีมก็บริหารแตกต่างกันไป เจ้าของบางทีมทุ่มทุนมาก เจ้าของบางทีมขี้เหนียว ก็ว่ากันไป

ส่วนหลังๆมันมีปัญหาจนอาจทำให้ลีคพัง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารทีมกันใหม่

ถามว่าทำยังไงทีมเล็กจะสู้ทีมใหญ่ได้ ตอนนี้เลย ทันที มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆทำค่อยๆพัฒนากันไป แค่นั้น

ในอดีตที่กฎกติกาก็เหมือนกันหมดทุกทีม ทีมใหญ่หลายทีมในปัจจุบันเค้าบริหารเค้าวางรากฐานกันมาเป็นหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น ก็ต้องให้เครดิตเค้าตรงนี้ด้วย ไม่ใช่อยากสร้างทีมเล็กทีมนึงให้ยิ่งใหญ่เท่าทีมใหญ่ปัจจจุบันที่ใช้เวลาสร้างกันมาหลายสิบปี ทำยังไง ใช้เงินฟาดเลยสิจบ การแข่งขันแบบนี้มันแฟร์กับทีมที่ใหญ่อยู่แล้ว กับทีมเล็กที่ยังไม่มีเจ้าของรวยๆมาซื้อเหรอ  

อธิบาย ค่อยทำ คือทำยังไง ? ถ้ามีกฏนี้อยุ่อีก100ปีไม่มีทีมไหนขึ้นมาได้เลย ยังคิดว่ากฏนี้แฟรมั้ย  


ไม่สิ อย่าเพิ่งไปอีก 100 ปี ตอบมาก่อน ที่ผมพิมพ์ไว้น่ะ อ่ะ สมมุติฮัลล์เลื่อนชั้นขึ้นมา มีเจ้าของทีมมาซื้อทันทีพร้อมทุ่มงบซื้อตัว 500 ล้าน สร้างสนามอีก 700 ล้าน กับโคเวนทรียังเป็นเจ้าของทีมเดิมไม่มีงบสู้ แบบนี้แฟร์เหรอ  


ก้เป็นเหมือนกับ ลิเวอ น่อล แมนยูในอดีตไง แฟร์มั้ยละ

เอาไว้ให้อ่านแล้วแต่ละคนเจ้าของรวยระดับtop ประเทศ มันก้รวยกว่าเจ้าของในลีคคนอื่นไง มันก้เลยกลายเป็นทีมใหญ่แบบทุกวันนี้

งั้นย้อนถาม แมนยู ลิเวอ น่อล หรือเชลซี สมัยก่อนทำแบบวูฟที่บอกเนี่ย แฟร์มั้ย  


ก็พิมพ์บอกตั้งแต่แรกแล้ว ว่าในอดีต กฎกติกามันเป็นแบบนั้น เท่าเทียมกันทุกทีม มันแล้วแต่ทีมไหนบริหารยังไง ยังจะถามอีกน้อ

แล้วที่ยกตัวอย่าง ฮัลล์ ไม่ใช่วูฟ อ่านดีๆฮะ
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2022
ตอบ: 2095
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:19
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
Spoil
sukiojenny พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
มันไม่น่าจะมีอะไรเข้าใจยากเลยนะ ในอดีตกฎกติกาเป็นแบบนึง ซึ่งแต่ละทีมอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน แต่ละทีมก็บริหารแตกต่างกันไป เจ้าของบางทีมทุ่มทุนมาก เจ้าของบางทีมขี้เหนียว ก็ว่ากันไป

ส่วนหลังๆมันมีปัญหาจนอาจทำให้ลีคพัง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารทีมกันใหม่

ถามว่าทำยังไงทีมเล็กจะสู้ทีมใหญ่ได้ ตอนนี้เลย ทันที มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆทำค่อยๆพัฒนากันไป แค่นั้น

ในอดีตที่กฎกติกาก็เหมือนกันหมดทุกทีม ทีมใหญ่หลายทีมในปัจจุบันเค้าบริหารเค้าวางรากฐานกันมาเป็นหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น ก็ต้องให้เครดิตเค้าตรงนี้ด้วย ไม่ใช่อยากสร้างทีมเล็กทีมนึงให้ยิ่งใหญ่เท่าทีมใหญ่ปัจจจุบันที่ใช้เวลาสร้างกันมาหลายสิบปี ทำยังไง ใช้เงินฟาดเลยสิจบ การแข่งขันแบบนี้มันแฟร์กับทีมที่ใหญ่อยู่แล้ว กับทีมเล็กที่ยังไม่มีเจ้าของรวยๆมาซื้อเหรอ  

อธิบาย ค่อยทำ คือทำยังไง ? ถ้ามีกฏนี้อยุ่อีก100ปีไม่มีทีมไหนขึ้นมาได้เลย ยังคิดว่ากฏนี้แฟรมั้ย  


ไม่สิ อย่าเพิ่งไปอีก 100 ปี ตอบมาก่อน ที่ผมพิมพ์ไว้น่ะ อ่ะ สมมุติฮัลล์เลื่อนชั้นขึ้นมา มีเจ้าของทีมมาซื้อทันทีพร้อมทุ่มงบซื้อตัว 500 ล้าน สร้างสนามอีก 700 ล้าน กับโคเวนทรียังเป็นเจ้าของทีมเดิมไม่มีงบสู้ แบบนี้แฟร์เหรอ  


แล้วตอนก่อนมีPSRเขาทำกันยังไงล่ะครับ? PSRออกแบบมาเพื่อกันฮัลทุ่มห้าร้อยล้านหรอครับ?

ผมว่าประเด็นตอนนี้เรากำลังบิดเบือนจุดประสงค์ของกฏอยู่ กฏนี้มันไม่ได้ทำมาเพื่อความแฟร์ ตัวมันนี่แหละไม่แฟร์ แต่มีแค่เพราะกันทีมฟุตบอลของคนในเมืองล้มลายเพราะเศรษฐีมากู้เงินทำทีมบอลเล่น จะบอกว่าคนทำผิดกฏนี้โกงแบบล็อกผลบอลมันก็ไม่ใช่ อย่างมากก็ควรโดนว่าแค่แบบพ่อแม่ติลูกที่ใช้เงินเกินตัว แต่สุดท้ายตั้งตัวอยู่ได้ก็ถือว่าดีไป  

ถ้าจะมองว่าการที่ทีมนึงใช้งินเท่าไหร่ก็ได้ไม่จำกัด แต่อีกทีมไม่ใช่ คือความแฟร์ ก็ตามนั้น เอาเป็นว่าผมเห็นด้วยกับกฎ ถ้าท่านหรือใครที่ไม่เห็นด้วยกับกฎก็ตามนั้นเลยนะฮะ แล้วแต่เลย  

 


อันนั้นมันอีกเรื่องครับ ที่มีคนนึงทำตามกฏแต่อีกคนนึงไม่ทำมันก็ไม่แฟร์อยู่แล้ว แต่ถ้าจะบอกว่ากฏนี้มีแล้วแฟร์ขี้น กันฮัลทุ่มห้าร้อยล้าน อันนี้ผมไม่เห็นด้วย
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Oct 2010
ตอบ: 12616
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:21
[RE: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้]
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
LoversMoon พิมพ์ว่า:
มั่วอีกแล้ว อ้างลิเวอร์พูล แมนยูทุ่มยับๆ บ้าบอ คนที่ซื้อสโมสรฟุตบอล รวยทุกคนน่ะใช่ แต่รวยไม่ถึง 1 ในพันของแมนซิตี้ นิวคาสเซิ่ล หรืออับบราฮัมโมวิช

ยังเอาประวัติเจ้าของหงส์มาอ้างอิงมั่วๆอีก ใครที่ทุ่มซื้อแพงๆ ยุคเดวิด มัวร์ สแตน คอลลิมอร์ ซื้อได้แค่นั้น ส่วนที่บอกเจ้าของทุ่มจนคว้าแชมป์ ucl 2005 นักเตะชุดตัวจริงนั้น ฮูเปีย 2 ล้าน บารอส 5 ล้าน แพงสุดน่าจะซิสเซ่ 13 ล้าน เอาอะไรมาทุ่ม

ตอบคำถามเรื่องทำอย่างไร ถึงจะขึ้นมาเป็นทีมใหญ่ ก็ทำแบบแมนซิตี้ เชลซีปัจจุบันไงครับ
1. พัฒนา infrastructure ของสโมสร ศูนย์ฝึกใหม่ ทันสมัย เพิ่มความจุสนาม
2. พัฒนาเยาวชน ดึงเยาวชนเก่งๆทั่วประเทศมาตั้งแต่ 8-14 ปี ทุ่มเงินดึงตัว แบบเชลซีกับแมนซิตี้ทำ
3. พัฒนาการตลาดของทีมแบบที่แมนยูทุ่มงบสร้าง store สร้างพันธมิตรการค้า ขยายตลาดแฟนบอลไปเรื่อยๆ

ทั้ง 2 ข้อแรกกฎ PSR อนุญาตให้ทำได้ด้วยเงินเจ้าของ ไม่นับในส่วนที่ห้ามขาดทุน เมื่อสนามใหญ่ขึ้น รายได้มากขึ้นก็เอามาซื้อนักเตะได้อย่างถูกต้อง
ส่วนข้อ 2 เมื่อได้ดาวรุ่งเก่งๆมา อีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะมีดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่เต็มทีม ตัวไหนไม่ใช้ก็ทำเงินได้มหาศาล

สุดท้ายถ้าผ่านมา 5-10 ปี ทีมก็จะเลื่อนระดับจาก C เป็น B+ ถึง A แต่มันไม่เร็วแบบการทุ่มเงินแหวกกฎ แต่มันมีทางและมันยั่งยื่นกับสโมสร ได้ศูนย์ฝึก ได้สนาม ได้ mega store ได้การตลาด ได้ดาวรุ่ง พวกนี้คือความยั่งยืนที่พรีเมียร์ลีกคาดหวัง แม้เจ้าของจะไม่อยู่ในอนาคต

หวังว่าจะได้อ่านและเลิกอ้างอิงมั่วๆครับ  


เอาเงินตอนนั้นมาเทียบกับตอนนี้ไม่ได้ดิ ตอนนั้นเจ้าของแมนยู ลิเวอ ก้คืออาจจะรวยกว่าคนอื่นในลีค 100เท่าเหมือนกับ ชีครวยกว่าเจ้าของทีมอื่นตอนนี้เมหือนกัน

ประวัติเจ้าของลิเวอมันแน่นอนอยุ่แล้ว ก้รวยมาตั้งแต่สมัยก่อน ทำให้ตอนนี้มีแฟนบอลทั่วโลกเยอะ รายรับเยอะ แล้วตอช่วงปัจจุบันจะบอกมีเงินน้อยมันมไ่ใช่ ตีความผิดหมดละ ถ้าลิเวอมันจนป่านนี้อาจจะแค่อยุ่ระดับเดียวกับ โบโร่ด้วยซ้ำ ไม่มีโอกาสไปUCL หรือดึงคล๊อปมา คุยกันคนละเรื่องละ

ส่วนที่ตอบทำไงให้เจริญ แล้วอิงแมนซิกับเชลซี ก้สองทีมนี้มันอัดฉีดเลยทำได้ไง ถ้าไม่อัดฉีดจะมีการทำได้หรอ?
1. เลสเตอทำแล้ว พังไม่เปนท่า
2. พัฒนาเยาวชน ลองเทียบเปนฟอเรส พัฒนามาแล้วไง สมมติได้เก่งๆ1คน ปีหน้าก้โดนซื้อตัวละ หรืออย่างวิลล่าไง แจ๊คกรีลิช แล้วไงต่อ?
3. ขยายฐาน ถ้าทีมไม่ขึ้นมาเป็นนทีมใหญ่ ใครจะมาเปนสปอนเซอเยอะๆ หรือมีแฟนบอลเชีย เอางี้ไปดูแฟนบอลยุคใหม่ 1000คนในไทย จะมีซัก1คนมั้ย เชีย เบรนฟอท ไรงี้  

“ประวัติเจ้าของลิเวอมันแน่นอนอยุ่แล้ว ก้รวยมาตั้งแต่สมัยก่อน ทำให้ตอนนี้มีแฟนบอลทั่วโลกเยอะ รายรับเยอะ” ข้อความของคุณแสดงว่าคุณไม่รู้ประวัติของลิเวอร์พูลไงครับ ผมถึงบอกว่าคุณอ้างมั่ว

ที่ลิเวอร์พูลมีแฟนบอลทั่วโลกไม่ใช่เพราะรวย แต่ตอนนั้นอยู่ดิวิชั่น 2 และบังเอิญฟลุ๊คเลือกบิล แชงค์ลี่มาเป็ผู้จัดการทีม ปู่บิลมาเปลี่ยนวัฒนธรมมสโมสรหมด ทำทีม 3 ปีถึงได้เลื่อนชั่น และคว้าแชมป์หลายรายการ ทั้งในประเทศและยุโรป ทำให้มีแฟนบอลเพิ่ม รายได้เพิ่มขึ้น สมัยปู่บิลเคยบอกพลาดได้นักเตะตำนานหลายคนเพราะให้ค่าเหนื่อยไม่ได้

ส่วนแมนยูที่ยิ่งใหญ่ทุกวันนี้ เพราะตอนตกต่ำเลือกเซอร์บัสบี้กับอเล็ก เฟอร์กูสันมาคุมทีม ทีมถึงผงาดยิ่งใหญ่สุดๆ

จะเห็นว่าทั้งลิเวอร์พูลแมนยูที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นแค่ความโชคดีบวกเก่งที่เจ้าของทีมเลือกผู้จัดการทีมถูก ไม่งั้นป่านนี้คงเป็นได้แค่สโมสรตจว.แบบลีดส์ เซา์แธมปตัน

แต่ต้องยอมรับว่ายุคนี้ แค่คุณเลือกโค้ชถูกหรือฟลุ๊คแบบ 2 ทีมนั้นก็ใช่ว่าจะสร้างให้ทีมใหญ่ได้ เพราะยุค 70-90 แต่ละสโมสรไม่ได้ต่างกันแบบตอนนี้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2022
ตอบ: 2095
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:23
Spoil
LoversMoon พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
LoversMoon พิมพ์ว่า:
มั่วอีกแล้ว อ้างลิเวอร์พูล แมนยูทุ่มยับๆ บ้าบอ คนที่ซื้อสโมสรฟุตบอล รวยทุกคนน่ะใช่ แต่รวยไม่ถึง 1 ในพันของแมนซิตี้ นิวคาสเซิ่ล หรืออับบราฮัมโมวิช

ยังเอาประวัติเจ้าของหงส์มาอ้างอิงมั่วๆอีก ใครที่ทุ่มซื้อแพงๆ ยุคเดวิด มัวร์ สแตน คอลลิมอร์ ซื้อได้แค่นั้น ส่วนที่บอกเจ้าของทุ่มจนคว้าแชมป์ ucl 2005 นักเตะชุดตัวจริงนั้น ฮูเปีย 2 ล้าน บารอส 5 ล้าน แพงสุดน่าจะซิสเซ่ 13 ล้าน เอาอะไรมาทุ่ม

ตอบคำถามเรื่องทำอย่างไร ถึงจะขึ้นมาเป็นทีมใหญ่ ก็ทำแบบแมนซิตี้ เชลซีปัจจุบันไงครับ
1. พัฒนา infrastructure ของสโมสร ศูนย์ฝึกใหม่ ทันสมัย เพิ่มความจุสนาม
2. พัฒนาเยาวชน ดึงเยาวชนเก่งๆทั่วประเทศมาตั้งแต่ 8-14 ปี ทุ่มเงินดึงตัว แบบเชลซีกับแมนซิตี้ทำ
3. พัฒนาการตลาดของทีมแบบที่แมนยูทุ่มงบสร้าง store สร้างพันธมิตรการค้า ขยายตลาดแฟนบอลไปเรื่อยๆ

ทั้ง 2 ข้อแรกกฎ PSR อนุญาตให้ทำได้ด้วยเงินเจ้าของ ไม่นับในส่วนที่ห้ามขาดทุน เมื่อสนามใหญ่ขึ้น รายได้มากขึ้นก็เอามาซื้อนักเตะได้อย่างถูกต้อง
ส่วนข้อ 2 เมื่อได้ดาวรุ่งเก่งๆมา อีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะมีดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่เต็มทีม ตัวไหนไม่ใช้ก็ทำเงินได้มหาศาล

สุดท้ายถ้าผ่านมา 5-10 ปี ทีมก็จะเลื่อนระดับจาก C เป็น B+ ถึง A แต่มันไม่เร็วแบบการทุ่มเงินแหวกกฎ แต่มันมีทางและมันยั่งยื่นกับสโมสร ได้ศูนย์ฝึก ได้สนาม ได้ mega store ได้การตลาด ได้ดาวรุ่ง พวกนี้คือความยั่งยืนที่พรีเมียร์ลีกคาดหวัง แม้เจ้าของจะไม่อยู่ในอนาคต

หวังว่าจะได้อ่านและเลิกอ้างอิงมั่วๆครับ  


ผมว่าหลังPSR ในทางทฤษฏีวิธีนี้ก็เป็นไปได้มากสุด แต่ข้อจำกัดก็น่าจะมีเพราะไม่มีทีมนอกbig6ทำได้เลยซักทีมเดียว ขนาดในbig6ด้วยกันยังทำยาก วิธีนี้มันต้องใช้เครือข่ายหนักมากๆ เลสเตอแค่ลงทุนทำfacilityยังแทบจะล้มเลย ขนาดได้ไปยุโรปหลายรอบในช่วงนั้น

แต่ถ้าซิตี้โดนปรับตกชั้นจริง อาจได้เห็นพลังเด็กอคาเดมี่ของซิตี้เลื่อนชั้นขี้นมากันเอง แต่สถานะซิตี้ตอนนี้ต่อให้ตกชั้นคงไม่ได้มองเป็นทีมเล็กอีกแล้ว อย่างมากก็คงเหมือนยูเว่ที่มีระบบหลังบ้านดีกว่า

ส่วนลิเวอร์ตอน2005 สำหรับผมนับเป็นทีมใหญ่อยู่แล้ว มีแฟนบอลทั่วโลกเคยได้แชมป์มากมาย คนละสถานะกับทีมขนาดกลางที่อยากจะเป็นทีมใหญ่ ทีมที่เป็นทีมใหญ่อยู่แล้วต่อให้ทุ่มน้อยก็ยังได้เปรียบทีมเล็กอยู่ดี  

เลสเตอร์เจ้าของไม่รวยครับ การทำศูนย์ฝึกใหม่ ร้อยกว่าล้านใช้เงินสโมสรครับ ส่วนแมนซิตี้ใช้เงินเจ้าของสร้าง infrastructure เป็นแค่เศษเงินเขาเลยครับ ถ้าเจ้าของเลสเตอร์รวยแบบโรมัน หรือ ชีค ผมว่าไม่มีทางตกชั้นเลย

คือที่ผมอ้างอิงลิเวอร์พูล 2005 เพราะจขกท.พยายามบอกว่าเจ้าของลิเวอร์พูลก็รวยมากและทุ่มไม่ต่างกัน… รวยจากธุรกิจนม ให้เงินลิเวอร์พูลจริงแต่ให้ไม่เยอะเลย ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์เดวิด มัวร์ก่อนขายสโมสร เขาบอกว่าสโมสรยุคนี้ (ณ ตอนนั้น)ต้องการเจ้าของที่มีเงินอัดฉีด แต่เขาไม่มี อยากสร้างสนาม สร้างศูนย์ฝึกใหม่ก็ไม่มีเงิน เลยต้องขายสโมสรทั้งที่ไม่อยากขาย  

 

เรื่องแรกผมเข้าใจที่ท่านจะสื่อละ แต่มันคงยากเพราะท่านชีคแต่ละคนดูใจร้อน มันเลยไม่เคยมีคนทำเป็นรูปธรรมให้เห็นเลย
ส่วนเรื่อง2005 มันก็ยังไม่ใช่ประเด็นของมู้นี้อยู่ดี เพราะประเด็นคือ การที่ทีมเล็กจะกลายเป็นทีมใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มจากเจ้าของทีม ซึ่ง2005ลิเวอพูลไม่ใช่ทีมเล็กแล้ว ถึงจะร้างแชมป์แต่ก็เป็นทีมใหญ่อยู่ดี
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
แก้ไขล่าสุดโดย bibimbub เมื่อ Sat Sep 26, 2026 13:24, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Sep 2008
ตอบ: 3401
ที่อยู่: โรงละครแห่งความฝัน
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:25
[RE: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้]
ยากครับดู ลาลีก้า กับ บุนเดสได้มันมีทีมใหญ่มาสู้ทีมใหญ่ทีมใหญ่เดิมไหมละ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Oct 2010
ตอบ: 12616
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:36
[RE: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้]
bibimbub พิมพ์ว่า:
Spoil
LoversMoon พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
LoversMoon พิมพ์ว่า:
มั่วอีกแล้ว อ้างลิเวอร์พูล แมนยูทุ่มยับๆ บ้าบอ คนที่ซื้อสโมสรฟุตบอล รวยทุกคนน่ะใช่ แต่รวยไม่ถึง 1 ในพันของแมนซิตี้ นิวคาสเซิ่ล หรืออับบราฮัมโมวิช

ยังเอาประวัติเจ้าของหงส์มาอ้างอิงมั่วๆอีก ใครที่ทุ่มซื้อแพงๆ ยุคเดวิด มัวร์ สแตน คอลลิมอร์ ซื้อได้แค่นั้น ส่วนที่บอกเจ้าของทุ่มจนคว้าแชมป์ ucl 2005 นักเตะชุดตัวจริงนั้น ฮูเปีย 2 ล้าน บารอส 5 ล้าน แพงสุดน่าจะซิสเซ่ 13 ล้าน เอาอะไรมาทุ่ม

ตอบคำถามเรื่องทำอย่างไร ถึงจะขึ้นมาเป็นทีมใหญ่ ก็ทำแบบแมนซิตี้ เชลซีปัจจุบันไงครับ
1. พัฒนา infrastructure ของสโมสร ศูนย์ฝึกใหม่ ทันสมัย เพิ่มความจุสนาม
2. พัฒนาเยาวชน ดึงเยาวชนเก่งๆทั่วประเทศมาตั้งแต่ 8-14 ปี ทุ่มเงินดึงตัว แบบเชลซีกับแมนซิตี้ทำ
3. พัฒนาการตลาดของทีมแบบที่แมนยูทุ่มงบสร้าง store สร้างพันธมิตรการค้า ขยายตลาดแฟนบอลไปเรื่อยๆ

ทั้ง 2 ข้อแรกกฎ PSR อนุญาตให้ทำได้ด้วยเงินเจ้าของ ไม่นับในส่วนที่ห้ามขาดทุน เมื่อสนามใหญ่ขึ้น รายได้มากขึ้นก็เอามาซื้อนักเตะได้อย่างถูกต้อง
ส่วนข้อ 2 เมื่อได้ดาวรุ่งเก่งๆมา อีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะมีดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่เต็มทีม ตัวไหนไม่ใช้ก็ทำเงินได้มหาศาล

สุดท้ายถ้าผ่านมา 5-10 ปี ทีมก็จะเลื่อนระดับจาก C เป็น B+ ถึง A แต่มันไม่เร็วแบบการทุ่มเงินแหวกกฎ แต่มันมีทางและมันยั่งยื่นกับสโมสร ได้ศูนย์ฝึก ได้สนาม ได้ mega store ได้การตลาด ได้ดาวรุ่ง พวกนี้คือความยั่งยืนที่พรีเมียร์ลีกคาดหวัง แม้เจ้าของจะไม่อยู่ในอนาคต

หวังว่าจะได้อ่านและเลิกอ้างอิงมั่วๆครับ  


ผมว่าหลังPSR ในทางทฤษฏีวิธีนี้ก็เป็นไปได้มากสุด แต่ข้อจำกัดก็น่าจะมีเพราะไม่มีทีมนอกbig6ทำได้เลยซักทีมเดียว ขนาดในbig6ด้วยกันยังทำยาก วิธีนี้มันต้องใช้เครือข่ายหนักมากๆ เลสเตอแค่ลงทุนทำfacilityยังแทบจะล้มเลย ขนาดได้ไปยุโรปหลายรอบในช่วงนั้น

แต่ถ้าซิตี้โดนปรับตกชั้นจริง อาจได้เห็นพลังเด็กอคาเดมี่ของซิตี้เลื่อนชั้นขี้นมากันเอง แต่สถานะซิตี้ตอนนี้ต่อให้ตกชั้นคงไม่ได้มองเป็นทีมเล็กอีกแล้ว อย่างมากก็คงเหมือนยูเว่ที่มีระบบหลังบ้านดีกว่า

ส่วนลิเวอร์ตอน2005 สำหรับผมนับเป็นทีมใหญ่อยู่แล้ว มีแฟนบอลทั่วโลกเคยได้แชมป์มากมาย คนละสถานะกับทีมขนาดกลางที่อยากจะเป็นทีมใหญ่ ทีมที่เป็นทีมใหญ่อยู่แล้วต่อให้ทุ่มน้อยก็ยังได้เปรียบทีมเล็กอยู่ดี  

เลสเตอร์เจ้าของไม่รวยครับ การทำศูนย์ฝึกใหม่ ร้อยกว่าล้านใช้เงินสโมสรครับ ส่วนแมนซิตี้ใช้เงินเจ้าของสร้าง infrastructure เป็นแค่เศษเงินเขาเลยครับ ถ้าเจ้าของเลสเตอร์รวยแบบโรมัน หรือ ชีค ผมว่าไม่มีทางตกชั้นเลย

คือที่ผมอ้างอิงลิเวอร์พูล 2005 เพราะจขกท.พยายามบอกว่าเจ้าของลิเวอร์พูลก็รวยมากและทุ่มไม่ต่างกัน… รวยจากธุรกิจนม ให้เงินลิเวอร์พูลจริงแต่ให้ไม่เยอะเลย ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์เดวิด มัวร์ก่อนขายสโมสร เขาบอกว่าสโมสรยุคนี้ (ณ ตอนนั้น)ต้องการเจ้าของที่มีเงินอัดฉีด แต่เขาไม่มี อยากสร้างสนาม สร้างศูนย์ฝึกใหม่ก็ไม่มีเงิน เลยต้องขายสโมสรทั้งที่ไม่อยากขาย  

 

เรื่องแรกผมเข้าใจที่ท่านจะสื่อละ แต่มันคงยากเพราะท่านชีคแต่ละคนดูใจร้อน มันเลยไม่เคยมีคนทำเป็นรูปธรรมให้เห็นเลย
ส่วนเรื่อง2005 มันก็ยังไม่ใช่ประเด็นของมู้นี้อยู่ดี เพราะประเด็นคือ การที่ทีมเล็กจะกลายเป็นทีมใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มจากเจ้าของทีม ซึ่ง2005ลิเวอพูลไม่ใช่ทีมเล็กแล้ว ถึงจะร้างแชมป์แต่ก็เป็นทีมใหญ่อยู่ดี  

จุดสำคัญคือ ลดความใจร้อนของเจ้าของนี่แหละครับ

จริงๆแมนยูลิเวอร์พูลไม่ใช่อยู่ดีๆก็ยิ่งใหญ่นะครับ สมัยก่อนทีมใหญ่กว่าเช่น ลีดส์ ฮัดเดิ่ลฟิล์
ลิเวอร์พูลตกชั้นและได้โค้ชดีอย่างบิล แชงลีย์ มาคุม 3 ปีกว่าจะลื่อนชั้น 8 ปีถึงได้แชมป์ ค่อยเปลี่ยนจากทีมเกรด c+ มาเป็น a
ส่วนแมนยู เซอร์บัสบี้ 6 ปีถึงได้แชมป์ ถ้าวันนั้นบัสบี้เลือกคุมแมนซิตี้ ทีมที่ยิ่งใหญ่สุดตอนนี้อาจจะเป็นแมนซิตี้

ยิ่งรากฐานแน่น ยิ่งยั่งยืน
ยิ่งอยู่กับสโมสรนาน ยิ่งผูกพัน
ผมว่านี่คือสิ่งที่กฎ PSR ต้องการ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 31798
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:43
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
sukiojenny พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
มันไม่น่าจะมีอะไรเข้าใจยากเลยนะ ในอดีตกฎกติกาเป็นแบบนึง ซึ่งแต่ละทีมอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน แต่ละทีมก็บริหารแตกต่างกันไป เจ้าของบางทีมทุ่มทุนมาก เจ้าของบางทีมขี้เหนียว ก็ว่ากันไป

ส่วนหลังๆมันมีปัญหาจนอาจทำให้ลีคพัง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารทีมกันใหม่

ถามว่าทำยังไงทีมเล็กจะสู้ทีมใหญ่ได้ ตอนนี้เลย ทันที มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆทำค่อยๆพัฒนากันไป แค่นั้น

ในอดีตที่กฎกติกาก็เหมือนกันหมดทุกทีม ทีมใหญ่หลายทีมในปัจจุบันเค้าบริหารเค้าวางรากฐานกันมาเป็นหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น ก็ต้องให้เครดิตเค้าตรงนี้ด้วย ไม่ใช่อยากสร้างทีมเล็กทีมนึงให้ยิ่งใหญ่เท่าทีมใหญ่ปัจจจุบันที่ใช้เวลาสร้างกันมาหลายสิบปี ทำยังไง ใช้เงินฟาดเลยสิจบ การแข่งขันแบบนี้มันแฟร์กับทีมที่ใหญ่อยู่แล้ว กับทีมเล็กที่ยังไม่มีเจ้าของรวยๆมาซื้อเหรอ  

อธิบาย ค่อยทำ คือทำยังไง ? ถ้ามีกฏนี้อยุ่อีก100ปีไม่มีทีมไหนขึ้นมาได้เลย ยังคิดว่ากฏนี้แฟรมั้ย  


ไม่สิ อย่าเพิ่งไปอีก 100 ปี ตอบมาก่อน ที่ผมพิมพ์ไว้น่ะ อ่ะ สมมุติฮัลล์เลื่อนชั้นขึ้นมา มีเจ้าของทีมมาซื้อทันทีพร้อมทุ่มงบซื้อตัว 500 ล้าน สร้างสนามอีก 700 ล้าน กับโคเวนทรียังเป็นเจ้าของทีมเดิมไม่มีงบสู้ แบบนี้แฟร์เหรอ  


ก้เป็นเหมือนกับ ลิเวอ น่อล แมนยูในอดีตไง แฟร์มั้ยละ

เอาไว้ให้อ่านแล้วแต่ละคนเจ้าของรวยระดับtop ประเทศ มันก้รวยกว่าเจ้าของในลีคคนอื่นไง มันก้เลยกลายเป็นทีมใหญ่แบบทุกวันนี้

งั้นย้อนถาม แมนยู ลิเวอ น่อล หรือเชลซี สมัยก่อนทำแบบวูฟที่บอกเนี่ย แฟร์มั้ย  


ก็พิมพ์บอกตั้งแต่แรกแล้ว ว่าในอดีต กฎกติกามันเป็นแบบนั้น เท่าเทียมกันทุกทีม มันแล้วแต่ทีมไหนบริหารยังไง ยังจะถามอีกน้อ

แล้วที่ยกตัวอย่าง ฮัลล์ ไม่ใช่วูฟ อ่านดีๆฮะ  

ก้ใช้คำว่าฮัล วูฟ เบรนฟอท อะไรก้ได้ไง ไม่ต้องตามตัวอย่างเลย ยกมากี่สิบทีมก้ได้ โบโร่ เบอมิงแฮม


ก้ถึงถามแล้ว แบบนี้มันแฟร์มัน การกระทำเหมือนกัน แค่ต่างปี กับเอากฏที่ห่วยแตกมาครอบไว้
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 31798
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:54
LoversMoon พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
LoversMoon พิมพ์ว่า:
มั่วอีกแล้ว อ้างลิเวอร์พูล แมนยูทุ่มยับๆ บ้าบอ คนที่ซื้อสโมสรฟุตบอล รวยทุกคนน่ะใช่ แต่รวยไม่ถึง 1 ในพันของแมนซิตี้ นิวคาสเซิ่ล หรืออับบราฮัมโมวิช

ยังเอาประวัติเจ้าของหงส์มาอ้างอิงมั่วๆอีก ใครที่ทุ่มซื้อแพงๆ ยุคเดวิด มัวร์ สแตน คอลลิมอร์ ซื้อได้แค่นั้น ส่วนที่บอกเจ้าของทุ่มจนคว้าแชมป์ ucl 2005 นักเตะชุดตัวจริงนั้น ฮูเปีย 2 ล้าน บารอส 5 ล้าน แพงสุดน่าจะซิสเซ่ 13 ล้าน เอาอะไรมาทุ่ม

ตอบคำถามเรื่องทำอย่างไร ถึงจะขึ้นมาเป็นทีมใหญ่ ก็ทำแบบแมนซิตี้ เชลซีปัจจุบันไงครับ
1. พัฒนา infrastructure ของสโมสร ศูนย์ฝึกใหม่ ทันสมัย เพิ่มความจุสนาม
2. พัฒนาเยาวชน ดึงเยาวชนเก่งๆทั่วประเทศมาตั้งแต่ 8-14 ปี ทุ่มเงินดึงตัว แบบเชลซีกับแมนซิตี้ทำ
3. พัฒนาการตลาดของทีมแบบที่แมนยูทุ่มงบสร้าง store สร้างพันธมิตรการค้า ขยายตลาดแฟนบอลไปเรื่อยๆ

ทั้ง 2 ข้อแรกกฎ PSR อนุญาตให้ทำได้ด้วยเงินเจ้าของ ไม่นับในส่วนที่ห้ามขาดทุน เมื่อสนามใหญ่ขึ้น รายได้มากขึ้นก็เอามาซื้อนักเตะได้อย่างถูกต้อง
ส่วนข้อ 2 เมื่อได้ดาวรุ่งเก่งๆมา อีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะมีดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่เต็มทีม ตัวไหนไม่ใช้ก็ทำเงินได้มหาศาล

สุดท้ายถ้าผ่านมา 5-10 ปี ทีมก็จะเลื่อนระดับจาก C เป็น B+ ถึง A แต่มันไม่เร็วแบบการทุ่มเงินแหวกกฎ แต่มันมีทางและมันยั่งยื่นกับสโมสร ได้ศูนย์ฝึก ได้สนาม ได้ mega store ได้การตลาด ได้ดาวรุ่ง พวกนี้คือความยั่งยืนที่พรีเมียร์ลีกคาดหวัง แม้เจ้าของจะไม่อยู่ในอนาคต

หวังว่าจะได้อ่านและเลิกอ้างอิงมั่วๆครับ  


เอาเงินตอนนั้นมาเทียบกับตอนนี้ไม่ได้ดิ ตอนนั้นเจ้าของแมนยู ลิเวอ ก้คืออาจจะรวยกว่าคนอื่นในลีค 100เท่าเหมือนกับ ชีครวยกว่าเจ้าของทีมอื่นตอนนี้เมหือนกัน

ประวัติเจ้าของลิเวอมันแน่นอนอยุ่แล้ว ก้รวยมาตั้งแต่สมัยก่อน ทำให้ตอนนี้มีแฟนบอลทั่วโลกเยอะ รายรับเยอะ แล้วตอช่วงปัจจุบันจะบอกมีเงินน้อยมันมไ่ใช่ ตีความผิดหมดละ ถ้าลิเวอมันจนป่านนี้อาจจะแค่อยุ่ระดับเดียวกับ โบโร่ด้วยซ้ำ ไม่มีโอกาสไปUCL หรือดึงคล๊อปมา คุยกันคนละเรื่องละ

ส่วนที่ตอบทำไงให้เจริญ แล้วอิงแมนซิกับเชลซี ก้สองทีมนี้มันอัดฉีดเลยทำได้ไง ถ้าไม่อัดฉีดจะมีการทำได้หรอ?
1. เลสเตอทำแล้ว พังไม่เปนท่า
2. พัฒนาเยาวชน ลองเทียบเปนฟอเรส พัฒนามาแล้วไง สมมติได้เก่งๆ1คน ปีหน้าก้โดนซื้อตัวละ หรืออย่างวิลล่าไง แจ๊คกรีลิช แล้วไงต่อ?
3. ขยายฐาน ถ้าทีมไม่ขึ้นมาเป็นนทีมใหญ่ ใครจะมาเปนสปอนเซอเยอะๆ หรือมีแฟนบอลเชีย เอางี้ไปดูแฟนบอลยุคใหม่ 1000คนในไทย จะมีซัก1คนมั้ย เชีย เบรนฟอท ไรงี้  

“ประวัติเจ้าของลิเวอมันแน่นอนอยุ่แล้ว ก้รวยมาตั้งแต่สมัยก่อน ทำให้ตอนนี้มีแฟนบอลทั่วโลกเยอะ รายรับเยอะ” ข้อความของคุณแสดงว่าคุณไม่รู้ประวัติของลิเวอร์พูลไงครับ ผมถึงบอกว่าคุณอ้างมั่ว

ที่ลิเวอร์พูลมีแฟนบอลทั่วโลกไม่ใช่เพราะรวย แต่ตอนนั้นอยู่ดิวิชั่น 2 และบังเอิญฟลุ๊คเลือกบิล แชงค์ลี่มาเป็ผู้จัดการทีม ปู่บิลมาเปลี่ยนวัฒนธรมมสโมสรหมด ทำทีม 3 ปีถึงได้เลื่อนชั่น และคว้าแชมป์หลายรายการ ทั้งในประเทศและยุโรป ทำให้มีแฟนบอลเพิ่ม รายได้เพิ่มขึ้น สมัยปู่บิลเคยบอกพลาดได้นักเตะตำนานหลายคนเพราะให้ค่าเหนื่อยไม่ได้

ส่วนแมนยูที่ยิ่งใหญ่ทุกวันนี้ เพราะตอนตกต่ำเลือกเซอร์บัสบี้กับอเล็ก เฟอร์กูสันมาคุมทีม ทีมถึงผงาดยิ่งใหญ่สุดๆ

จะเห็นว่าทั้งลิเวอร์พูลแมนยูที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นแค่ความโชคดีบวกเก่งที่เจ้าของทีมเลือกผู้จัดการทีมถูก ไม่งั้นป่านนี้คงเป็นได้แค่สโมสรตจว.แบบลีดส์ เซา์แธมปตัน

แต่ต้องยอมรับว่ายุคนี้ แค่คุณเลือกโค้ชถูกหรือฟลุ๊คแบบ 2 ทีมนั้นก็ใช่ว่าจะสร้างให้ทีมใหญ่ได้ เพราะยุค 70-90 แต่ละสโมสรไม่ได้ต่างกันแบบตอนนี้  


ไม่จริง เพราะเจ้าของรวยถึงพลาดแล้วก้ยังลุกขึ้นมาได้สบายๆต่างหาก

เอาปีไปเทียบก้ได้ ลิเวอขึ้นมาช่วงไหนใครเปนเจ้าของ แมนยูด้วย

Liverpool ที่บอกคือ 1960+++ อยุ่ในช่วงที่เจ้าของรวยที่สุดคนนึงของลีค

แมนยูก้เช่นกัน

ถ้าไม่มีเจา้ของรวย ที่บอกฟลุ้ค อาจจะอยุ่ดิวิชั่นสามก้ได้ แต่พอรวยก้เลือกโค้ชได้ เลือกนักเตะได้ งงตรงไหน



Spoil
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาประธานสโมสรยุค 1963/64 มีบุคคลระดับ "มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ" และเศรษฐีท้องถิ่นที่มีบทบาทโดดเด่นดังนี้:
1. Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) — เศรษฐีตัวจริงอันดับ 1 ของลีกธุรกิจ: ผู้ก่อตั้ง Littlewoods (ธุรกิจลอตเตอรี่ฟุตบอล หรือ Football Pools และห้างสรรพสินค้า) ความมั่งคั่ง: ในยุค 1960s John Moores จัดเป็นหนึ่งในผู้บริพัตรที่รวยที่สุดในสหราชอาณาจักร มีมูลค่าทรัพย์สินธุรกิจนับ สิบๆ ล้านปอนด์ (คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ในปัจจุบัน) บทบาท: เข้าดำรงตำแหน่งประธานเอฟเวอร์ตันในปี 1960 และใช้อัดฉีดเงินซื้อนักเตะระดับดาวดังด้วยค่าตัวสถิติประเทศหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เอฟเวอร์ตันในฤดูกาล 1962/63 – 1963/64 ได้รับฉายาว่า "Mersey Millionaires" หรือ "Bank of England Club"

2. Louis Edwards (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)ธุรกิจ: อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์และโรงฆ่าสัตว์ (Meat Wholesale) รายใหญ่ในแมนเชสเตอร์ความมั่งคั่ง: เศรษฐีระดับหลายร้อยแสนปอนด์ถึงหลักล้านปอนด์ในยุคนั้นบทบาท: ทยอยสะสมหุ้นแมนฯ ยูไนเต็ดตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 และก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในบอร์ดบริหารเคียงข้าง Matt Busby ช่วยอัดฉีดเงินและสร้างรากฐานยุค George Best, Bobby Charlton และ Denis Law จนคว้าแชมป์ FA Cup ปี 1963

3. Bob Lord (เบิร์นลีย์) — "คริสเตียโน โรนัลโด แห่งวงการเขียงหมู" ธุรกิจ: เครือร้านขายเนื้อสัตว์และโรงงานแปรรูปเนื้อในภาคเหนือ (North-West England) ความมั่งคั่ง: มหาเศรษฐีท้องถิ่น (Local Millionaire)บทบาท: เข้ากุมอำนาจที่เบิร์นลีย์ตั้งแต่ปี 1955 แม้ไม่ได้ร่ำรวยเท่า John Moores แต่ Bob Lord ขึ้นชื่อว่าเป็นประธานสโมสรที่ทรงอิทธิพลและเผด็จการที่สุดคนหนึ่งในลีก เป็นผู้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและศูนย์ฝึกซ้อมที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษยุคนั้น

4. Eric White & บอร์ดบริหาร (ลิเวอร์พูล)ธุรกิจ: นักธุรกิจและตระกูลท้องถิ่นในเมืองลิเวอร์พูล (ต่อมาตระกูล Moores ฝั่ง David Moores ก็เข้ามามีบทบาทเช่นกัน) ความมั่งคั่ง: ฐานะปานกลาง-ร่ำรวยตามมาตรฐานเจ้าของธุรกิจท้องถิ่น บทบาท: เป็นยุคที่ลิเวอร์พูลภายใต้ Bill Shankly กำลังผงาดขึ้นมา โดยในฤดูกาล 1963/64 ลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ดิวิชัน 1 ได้สำเร็จ แม้บอร์ดไม่ได้ทุ่มเงินมหาศาลเท่าเอฟเวอร์ตันคู่ปรับร่วมเมือง แต่ก็สนับสนุนงบประมาณสร้างทีมอย่างมั่นคง

5. สโมสรลอนดอน (ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, อาร์เซนอล, เชลซี)โครงสร้าง: สโมสรในลอนดอนช่วงปี 1963/64 มักไม่ได้ถือหุ้นใหญ่โดยคนๆ เดียว แต่ปกครองโดย กลุ่มพ่อค้าและขุนนางท้องถิ่น เช่น ตระกูล Hill-Wood (อาร์เซนอล) หรือ Fred Bearman (สเปอร์ส)ความมั่งคั่ง: นายธนาคารและนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับค่อนข้างสูง แต่ละคนไม่ได้อัดฉีดเงินส่วนตัวเข้าสโมสรโดยตรงตามกฎ FA ยุคนั้น สโมสรจึงพึ่งพาเงินรายได้จากตั๋วเข้าชมแฟนบอลในสนามมากกว่า

สรุปภาพรวมทางการเงินปี 1963/64มหาเศรษฐีเบอร์ 1: Sir John Moores (เอฟเวอร์ตัน) คือคนเดียวในลีกยุคนั้นที่มีสเกลความร่ำรวยระดับ "Billionaire" (เมื่อเทียบมูลค่าเงินตามเวลา) และใช้โมเดลเศรษฐีใจบุญ (Benevolent Owner) เจ้าแรกๆ ของฟุตบอลอังกฤษ เพดานเงินเดือนถูกยกเลิก: ปี 1961 เพิ่งมีการยกเลิกเพดานค่าจ้างนักเตะ (Maximum Wage £20/สัปดาห์) ทำให้ฤดูกาล 1963/64 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ประธานสโมสรที่มีฐานะร่ำรวยเริ่มแย่งชิงตัวนักเตะด้วยการเสนอค่าจ้างที่สูงขึ้นเรื่อยๆ  



จบมั้ย ก้เจ้าของรวย ทุ่มเงินยับๆ ทุ่มหลังจากช่วงปี 1961 ที่ปลดล้อคเพดาน ถึงทำให้ทุ่มได้ แล้วก้ทุ่มจนเปนแชมปลีค งงตรงไหนอีกมั้ย

อ้างอิงจาก:
จุดสำคัญคือ ลดความใจร้อนของเจ้าของนี่แหละครับ

จริงๆแมนยูลิเวอร์พูลไม่ใช่อยู่ดีๆก็ยิ่งใหญ่นะครับ สมัยก่อนทีมใหญ่กว่าเช่น ลีดส์ ฮัดเดิ่ลฟิล์
ลิเวอร์พูลตกชั้นและได้โค้ชดีอย่างบิล แชงลีย์ มาคุม 3 ปีกว่าจะลื่อนชั้น 8 ปีถึงได้แชมป์ ค่อยเปลี่ยนจากทีมเกรด c+ มาเป็น a
ส่วนแมนยู เซอร์บัสบี้ 6 ปีถึงได้แชมป์ ถ้าวันนั้นบัสบี้เลือกคุมแมนซิตี้ ทีมที่ยิ่งใหญ่สุดตอนนี้อาจจะเป็นแมนซิตี้

ยิ่งรากฐานแน่น ยิ่งยั่งยืน
ยิ่งอยู่กับสโมสรนาน ยิ่งผูกพัน
ผมว่านี่คือสิ่งที่กฎ PSR ต้องการ  


เอาข้อมูลมายันแล้วนะว่าไม่จริง แมนยู ลิเวอ ไม่ได้อยุ่ดีๆก้ยิ่งใหญ่ แต่เพราะเจ้าของรวยเลยยิ่งใหญ่ได้ ถ้าไม่รวย ตกชั้นอาจจะตกไปเลยขึ้นชั้นไม่ได้แล้ว
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
แก้ไขล่าสุดโดย a.Raptor v.10 เมื่อ Sat Sep 26, 2026 13:59, ทั้งหมด 1 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออนไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 15657
ที่อยู่: Somewhere
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 13:58
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
ยาก เดี๋ยวนี้โมเดลที่จะเป็นทีมใหญ่ก็ยิ่งยากละ
พอทีมเริ่มฟอร์มดี ไม่นักเตะ ก็ผู้จัดการ โดนดูดยกทีม
ขนาดทีมที่รวย แล้วไม่จำเป็นต้องขาย ขนาด นิวคาสเซิ่ล
ยังโดนซื้อยกทีม

ผมว่าทีมกลางๆ เดี๋ยวนี้โมเดลเดียวกันหมด
ทีมฟอร์มดี ปั้นนักเตะขาย หาข้อมูล Data driven
แล้ววนอยู่แบบนั้น

สิ่งสำคัญอย่าลืม
ทีมอย่างนิวหรือวิลล่าที่ได้ไป UCL พออีกปี
ฟอร์มเริ่มตก เพราะ squad deep ก็น้อย
ต้องใช้นักเตะหน้าเดิมเล่นแทบทุกนัด
พอนักเตะสำคัญเจ็บ ตัวสำรองมันก็แทนไม่ได้

สุดท้ายก็วนไปทีมเล็กทีมใหม่ เล่นดี
วังวนมันเป็นแบบนี้ ยิ่งกฏ PSR
ทีมใหญ่ยิ่งได้เปรียบ เพราะแบรนด์ขายได้
มีสปอนเซอร์
โพสต์บน Soccersuck V2(Beta)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel