ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 31795
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:24
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
bibimbub พิมพ์ว่า:
Startter พิมพ์ว่า:
หลอนสุดจริง ไดโนเสาร์ตัวนี้ มึงมาทีหลังเค้า 100 กว่าปี แต่อยากเป็นทีมยิ่งใหญ่ชั่วข้ามคืน เป็นไปได้ทางเดียวก็ทำแบบสกปรกๆ แบบแมนซิตี้นี่แหละ ง่ายดีไวสุด จบมั้ย แม่งเวิ่นเว้อเพ้อเจ้อไรว่ะ  


คือทุกทีมเขาก็ทำมาเป็นร้อยปีกันหมดนี่แหละครับ แต่ทามมิ่งตอนที่เป็นทีมใหญ่เริ่มกวาดแชมป์ มันก็ต้องมีเม็ดเงินอัดเข้ามาไงครับ  

ไปค้นประวัติมาเจ้าของแต่ละทีม

ลิเวอ รวย
Spoil
จุดเริ่มต้นและการเชื่อมโยงกับตระกูล MooresSir John Moores (เซอร์ จอห์น มูเรส): ผู้ก่อตั้งธุรกิจฟุตบอลพูล Littlewoods (ลิตเติลวูดส์) มหาเศรษฐีและนักธุรกิจชื่อดังแห่งเมืองลิเวอร์พูล (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ Liverpool John Moores University) แม้ว่าตัว Sir John Moores เองจะมีบทบาทสำคัญในการบริหารสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง Everton ในอดีต แต่เครือญาติและตระกูลของเขาก็มีความผูกพันลึกซึ้งกับวงการฟุตบอลในเมืองนี้ยุคทองของครอบครัว: David Moores (เดวิด มูเรส)David Richard Moores (เดวิด มูเรส) เป็นบุคคลสำคัญที่สุดของตระกูลที่เข้ามาดูแลสโมสร Liverpool F.C. อย่างเต็มตัวเขาดำรงตำแหน่งประธานสโมสรลิเวอร์พูลตั้งแต่ปี 1991 จนถึงปี 2007ในช่วงที่เขาบริหาร David Moores ได้ใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวและครอบครัวในการสนับสนุนสโมสร และอยู่ในยุคที่ทีมคว้าแชมป์สำคัญรวมถึงถ้วย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (UEFA Champions League) อันลือลั่นในปี 2005 ที่อิสตันบูล  


แมนยู รวย
https://en.wikipedia.org/wiki/Louis_Edwards_(businessman)
Spoil
The business rapidly expanded in the 1950s, and in 1961 Edwards's company had contracts worth £393,000 a year and provided meat for 300,000 schools.[2] The following year it was floated on the stock exchange. In the mid-1960s, it employed 1,300 people, had eighty retail outlets and had contracts with Woolworths and authorities in Salford, Manchester and other parts of Lancashire.  

แล้วขายบางส่วนให้เจ้าของซุปเปอใหญ่สุดอันดับต้นๆของUK
Spoil
On 5 February 1979, he sold his business to James Gulliver of Argyll Foods for £100,000.[3] The deal also included a 16 per cent stake in Manchester United for Gulliver, who became a vice-president of the club.[  

Spoil
Louis Edwards (หลุยส์ เอ็ดเวิร์ดส์) อดีตประธานและผู้ถือหุ้นใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงปี 1965–1980 จัดเป็นคนที่ร่ำรวยมากในระดับเศรษฐี (Millionaire) ของอังกฤษในยุคนั้น

ายละเอียดพื้นฐานความร่ำรวยและที่มาของทรัพย์สินของ Louis Edwards สรุปได้ดังนี้: 1. ที่มาของความมั่งคั่ง: เจ้าพ่อธุรกิจเนื้อสัตว์ ธุรกิจครอบครัว: เขาเริ่มต้นจากการทำธุรกิจแปรรูปและขายส่งเนื้อสัตว์ในแมนเชสเตอร์ชื่อ Louis C. Edwards & Sons สัญญารัฐระดับใหญ่: ในช่วงทศวรรษ 1950–1960 บริษัทของเขาเติบโตอย่างมหาศาลจากการได้สัญญาส่งเนื้อสัตว์ให้กับโรงเรียนกว่า 300,000 แห่ง มีร้านค้าปลีกราว 80 แห่ง และจ้างงานกว่า 1,300 คน เข้าตลาดหุ้น: เขา นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงปี 1962 ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีท้องถิ่นที่มีเงินทุนหนามาก2. การเข้าซื้อและกว้านซื้อหุ้นแมนฯ ยูไนเต็ดฉายา "Champagne Louis": ด้วยวิถีชีวิตที่อู้ฟู่ ใช้ชีวิตหรูหรา และมีเงินหนา เขาจึงได้รับฉายาในวงการว่า "Champagne Louis" การเทกโอเวอร์: เขาเริ่มเข้ามาร่วมเป็นบอร์ดบริหารหลังเหตุการณ์โศกนาฏกรรมมิวนิกในปี 1958 จากนั้นค่อยๆ ใช้เงินกว้านซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายอื่นอย่างเงียบๆ จนกุมหุ้นเกิน 50% ในปี 1964 ด้วยเงินลงทุนรวมราว 30,000 – 40,000 ปอนด์ในสมัยนั้น (คิดเป็นมูลค่ามหาศาลเมื่อเทียบกับค่าเงินยุคปัจจุบัน) ก่อนจะขึ้นเป็นประธานสโมสรในปี 1965 3. สถานะการเงินในช่วงปลายชีวิตในช่วงปลายยุค 70s ธุรกิจเนื้อของเขาเริ่มประสบปัญหาขาดทุน เขาจึงขายธุรกิจเนื้อให้กับกลุ่มบริษัท Argyll Foods ในปี 1979 ด้วยมูลค่าประมาณ 100,000 ปอนด์ พร้อมขายหุ้นแมนฯ ยูไนเต็ดบางส่วน (16%) ออกไป หลังเขาเสียชีวิตในปี 1980 Martin Edwards ลูกชายของเขา ได้ขึ้นมารับช่วงต่อและกุมอำนาจบริหารแมนฯ ยูไนเต็ดต่อมาอีกหลายสิบปี ก่อนที่ตระกูลเอ็ดเวิร์ดส์จะทำกำไรมหาศาลจากการเข้าตลาดหุ้นและการขายหุ้นให้กลุ่มอื่นในเวลาต่อมา  


น่อล รวย
https://en.wikipedia.org/wiki/Samuel_Hill-Wood
Spoil
Sir Samuel Hill-Wood (เซอร์ ซามูเอล ฮิลล์-วู้ด) ถือเป็นมหาเศรษฐีและคหบดีใหญ่ที่มีความมั่งคั่งอย่างมากในยุคสมัยของเขา (ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20) ต้นตระกูลและความมั่งคั่ง: ครอบครัวของเขาสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาจากธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอและผ้าฝ้าย (Cotton Industry) ใน Derbyshire ประเทศอังกฤษ การลงทุนในวงการฟุตบอล: ในช่วงปลายยุค 1800 ถึงต้นยุค 1900 เขาเป็นเจ้าของและประธานสโมสร Glossop North End โดยทุ่มเงินอัดฉีดส่วนตัวไปมากกว่า £30,000 ในยุคนั้น (ซึ่งเทียบเท่ากับเงินหลายล้านปอนด์ในปัจจุบัน) เพื่อดึงตัวนักเตะอาชีพและพาทีมไต่ขึ้นสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษ ต่อมาในปี 1927 เขาก้าวขึ้นเป็นประธานสโมสร Arsenal และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายสำคัญ ซึ่งนำพาอาร์เซน่อลเข้าสู่ยุคทองยุคแรกในทศวรรษ 1930 ตระกูล Hill-Wood ถือครองหุ้นสโมสร Arsenal สืบทอดต่อกันมาถึง 3 รุ่น (จาก Sir Samuel สู่ Denis และ Peter Hill-Wood ผู้เป็นหลานชาย) ก่อนที่หุ้นส่วนใหญ่ของตระกูลจะถูกทยอยขายให้กับนักลงทุนยุคใหม่อย่าง David Dein และ Stan Kroenke ในช่วงทศวรรษ 1980–2000  


Spoil
Sir Bracewell Smith (เซอร์ แบรซเวลล์ สมิธ) ถือว่ารวยระดับมหาเศรษฐีชั้นนำของอังกฤษในยุคของเขา ความมั่งคั่งของเขาสูงมากจนได้รับฉายาในวงการว่าเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์และเครือโรงแรมหรู โดยมีที่มาจากแหล่งรายได้สำคัญ ได้แก่: จักรวรรดิโรงแรมหรู (Hospitality Empire): เขาเป็นผู้สร้างและเป็นเจ้าของ Park Lane Hotel ในกรุงลอนดอนตั้งแต่ปี 1920 ครอบครัวของเขายังเข้าครอบครองและเป็นเจ้าของ The Ritz Hotel (ลอนดอน) โรงแรมห้าดาวที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมายาวนานหลายสิบปี ก่อนที่ตระกูลจะขายไปในปี 1976 นอกจากนี้ ยังถือหุ้นในโรงแรมระดับตำนานอีกหลายแห่ง เช่น Hôtel Ritz Paris ในฝรั่งเศส และ Carlton Hotel ในลอนดอน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และกีฬา: ทำเงินได้อย่างมหาศาลจากการซื้อขายและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วอังกฤษ เข้าซื้อหุ้นก้อนใหญ่ของสโมสร Arsenal ในช่วงปี 1938 และก้าวขึ้นเป็นประธานสโมสรต่อจาก Sir Samuel Hill-Wood ดำรงตำแหน่งเป็นประธานของ Wembley Stadium Ltd. (ผู้บริหารสนามเวมบลีย์) สถานะทางสังคมและการเมือง: ความรวยและอิทธิพลส่งให้เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนักการเมืองระดับสูง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) และได้รับเลือกเป็น Lord Mayor of London (นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน) ในปี 1946 ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งยศเป็นบารอเนต (Baronet) มรดกความรวยและหุ้นสโมสรอาร์เซน่อลที่เขาสร้างไว้ ได้ตกทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน (รวมถึง Sir Charles และ Lady Nina Bracewell-Smith) ซึ่งสร้างมูลค่ารวมหลายร้อยล้านปอนด์ในยุคต่อๆ มา  



บอกทีว่า ทีมใหญ่ๆปัจจุบันมีทีมไหนไม่ทุ่มมั่ง 555555555555
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออนไลน์
โค้ช T-License
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Oct 2009
ตอบ: 35719
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:30
[RE: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้]


ทำแบบ 3 ทีมนี้ แต่ใช้เวลานะ

40-50ปี หรือมากกว่านั้น
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
icon-mybid
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: Chu! Kawaikute gomen
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 58215
ที่อยู่: Fox River State Penitentiary. Joliet , Illinois.
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:31
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
มันไม่น่าจะมีอะไรเข้าใจยากเลยนะ ในอดีตกฎกติกาเป็นแบบนึง ซึ่งแต่ละทีมอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน แต่ละทีมก็บริหารแตกต่างกันไป เจ้าของบางทีมทุ่มทุนมาก เจ้าของบางทีมขี้เหนียว ก็ว่ากันไป

ส่วนหลังๆมันมีปัญหาจนอาจทำให้ลีคพัง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารทีมกันใหม่

ถามว่าทำยังไงทีมเล็กจะสู้ทีมใหญ่ได้ ตอนนี้เลย ทันที มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆทำค่อยๆพัฒนากันไป แค่นั้น

ในอดีตที่กฎกติกาก็เหมือนกันหมดทุกทีม ทีมใหญ่หลายทีมในปัจจุบันเค้าบริหารเค้าวางรากฐานกันมาเป็นหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น ก็ต้องให้เครดิตเค้าตรงนี้ด้วย ไม่ใช่อยากสร้างทีมเล็กทีมนึงให้ยิ่งใหญ่เท่าทีมใหญ่ปัจจจุบันที่ใช้เวลาสร้างกันมาหลายสิบปี ทำยังไง ใช้เงินฟาดเลยสิจบ การแข่งขันแบบนี้มันแฟร์กับทีมที่ใหญ่อยู่แล้ว กับทีมเล็กที่ยังไม่มีเจ้าของรวยๆมาซื้อเหรอ
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 31795
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:32
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
chonbodee พิมพ์ว่า:


ทำแบบ 3 ทีมนี้ แต่ใช้เวลานะ

40-50ปี หรือมากกว่านั้น  

คิดว่าถ้ามีFFP อยุ่ 100ปีก้น่าจะไม่มีทาง

ไอทีมพวกนี้สุดท้ายมันจะเปนสภาพเดียวกับ นิว วิลล่า เลสเตอ พอได้ไปUCL ปีแรกก้แตกเลย
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 31795
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:33
sukiojenny พิมพ์ว่า:
มันไม่น่าจะมีอะไรเข้าใจยากเลยนะ ในอดีตกฎกติกาเป็นแบบนึง ซึ่งแต่ละทีมอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน แต่ละทีมก็บริหารแตกต่างกันไป เจ้าของบางทีมทุ่มทุนมาก เจ้าของบางทีมขี้เหนียว ก็ว่ากันไป

ส่วนหลังๆมันมีปัญหาจนอาจทำให้ลีคพัง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารทีมกันใหม่

ถามว่าทำยังไงทีมเล็กจะสู้ทีมใหญ่ได้ ตอนนี้เลย ทันที มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆทำค่อยๆพัฒนากันไป แค่นั้น

ในอดีตที่กฎกติกาก็เหมือนกันหมดทุกทีม ทีมใหญ่หลายทีมในปัจจุบันเค้าบริหารเค้าวางรากฐานกันมาเป็นหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น ก็ต้องให้เครดิตเค้าตรงนี้ด้วย ไม่ใช่อยากสร้างทีมเล็กทีมนึงให้ยิ่งใหญ่เท่าทีมใหญ่ปัจจจุบันที่ใช้เวลาสร้างกันมาหลายสิบปี ทำยังไง ใช้เงินฟาดเลยสิจบ การแข่งขันแบบนี้มันแฟร์กับทีมที่ใหญ่อยู่แล้ว กับทีมเล็กที่ยังไม่มีเจ้าของรวยๆมาซื้อเหรอ  

อธิบาย ค่อยทำ คือทำยังไง ? ถ้ามีกฏนี้อยุ่อีก100ปีไม่มีทีมไหนขึ้นมาได้เลย ยังคิดว่ากฏนี้แฟรมั้ย
ตอนนี้15ปีแล้วนะกฏนี้ มีทีมใหญ่ทีมไหนขึ้นมาได้
โพสต์บน Soccersuck V2
แก้ไขล่าสุดโดย a.Raptor v.10 เมื่อ Sat Sep 26, 2026 19:37, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: เหนื่อยหน่าย
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Dec 2017
ตอบ: 1765
ที่อยู่: Stamford Bridge
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:35
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
ทำไม่ได้ มันจบตั้งแต่การใช้จ่ายสัมพันธ์รายได้แล้ว ไม่สามารถอัดค่าเหนื่อยได้ เดี๋ยวสตาร์ก็สมองไหลไปเป็นนักเตะทีมอื่นอยู่ดี ยกเว้นลงทุนถูก 10 ปีติด (ซื้อแม่น ขายแพง เปลี่ยนทีมซักห้าชุดก็ยังลุ้นแชมป์)

ซึ่งเป็นไปได้ทางทฤษฎี แง่ปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้ นี่ยังไม่รวมการสร้างฐาน fanbase อีกนะ จะทำไงให้ทีม sexy พอให้คนรุ่นใหม่ตามเชียร์อะ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Oct 2010
ตอบ: 12615
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:39
[RE: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้]
มั่วอีกแล้ว อ้างลิเวอร์พูล แมนยูทุ่มยับๆ บ้าบอ คนที่ซื้อสโมสรฟุตบอล รวยทุกคนน่ะใช่ แต่รวยไม่ถึง 1 ในพันของแมนซิตี้ นิวคาสเซิ่ล หรืออับบราฮัมโมวิช

ยังเอาประวัติเจ้าของหงส์มาอ้างอิงมั่วๆอีก ใครที่ทุ่มซื้อแพงๆ ยุคเดวิด มัวร์ สแตน คอลลิมอร์ ซื้อได้แค่นั้น ส่วนที่บอกเจ้าของทุ่มจนคว้าแชมป์ ucl 2005 นักเตะชุดตัวจริงนั้น ฮูเปีย 2 ล้าน บารอส 5 ล้าน แพงสุดน่าจะซิสเซ่ 13 ล้าน เอาอะไรมาทุ่ม

ตอบคำถามเรื่องทำอย่างไร ถึงจะขึ้นมาเป็นทีมใหญ่ ก็ทำแบบแมนซิตี้ เชลซีปัจจุบันไงครับ
1. พัฒนา infrastructure ของสโมสร ศูนย์ฝึกใหม่ ทันสมัย เพิ่มความจุสนาม
2. พัฒนาเยาวชน ดึงเยาวชนเก่งๆทั่วประเทศมาตั้งแต่ 8-14 ปี ทุ่มเงินดึงตัว แบบเชลซีกับแมนซิตี้ทำ
3. พัฒนาการตลาดของทีมแบบที่แมนยูทุ่มงบสร้าง store สร้างพันธมิตรการค้า ขยายตลาดแฟนบอลไปเรื่อยๆ

ทั้ง 2 ข้อแรกกฎ PSR อนุญาตให้ทำได้ด้วยเงินเจ้าของ ไม่นับในส่วนที่ห้ามขาดทุน เมื่อสนามใหญ่ขึ้น รายได้มากขึ้นก็เอามาซื้อนักเตะได้อย่างถูกต้อง
ส่วนข้อ 2 เมื่อได้ดาวรุ่งเก่งๆมา อีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะมีดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่เต็มทีม ตัวไหนไม่ใช้ก็ทำเงินได้มหาศาล

สุดท้ายถ้าผ่านมา 5-10 ปี ทีมก็จะเลื่อนระดับจาก C เป็น B+ ถึง A แต่มันไม่เร็วแบบการทุ่มเงินแหวกกฎ แต่มันมีทางและมันยั่งยื่นกับสโมสร ได้ศูนย์ฝึก ได้สนาม ได้ mega store ได้การตลาด ได้ดาวรุ่ง พวกนี้คือความยั่งยืนที่พรีเมียร์ลีกคาดหวัง แม้เจ้าของจะไม่อยู่ในอนาคต

หวังว่าจะได้อ่านและเลิกอ้างอิงมั่วๆครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
โค้ช T-License
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Oct 2009
ตอบ: 35719
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:40
[RE: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้]
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
chonbodee พิมพ์ว่า:


ทำแบบ 3 ทีมนี้ แต่ใช้เวลานะ

40-50ปี หรือมากกว่านั้น  

คิดว่าถ้ามีFFP อยุ่ 100ปีก้น่าจะไม่มีทาง

ไอทีมพวกนี้สุดท้ายมันจะเปนสภาพเดียวกับ นิว วิลล่า เลสเตอ พอได้ไปUCL ปีแรกก้แตกเลย  


ไม่รู้หรอกครับ มันแค่การคาดเดา แต่มันมีแค่วิธีนี้แหละ

เพราะกฎการเงินมันห้ามทีมเล็กโต แบบก้าวกระโดด ขึ้นมาชิงแชมป์ แบบ แบลคเบิน 94/95

พวกทีมใหญ่ๆสมัยก่อน ฟอเรส เอฟเวอตั้น พวกแชมป์ลีค ยุคโบราณ ไม่มีเจ้าของรวย
มันก็ยุบหายไปตามยุคสมัย

ส่วนอีกมุมนึง มันก็ป้องกัน การเป็นของเล่นคนรวย แบบ ลีดส์ / ปอร์ทสมัท / QPR ที่คนรวยเข้ามาอัดฉีด แล้วแต่ล้มเหลว สุดท้าย เป็นหนี้ ล้มละลาย มันก็ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์พวกนี้ เหมือนกัน



ดังนั้นคำถามที่ว่า ในยุคนี้ ทำยังไง ให้ทีมเล็กกลายเป็นทีมใหญ่ คงมีแค่ แบบ พวก 3B นี่แหละ

ส่วน 100 ปี จะได้มั้ย คุณบอกว่า ไม่ได้

ผมก็จะไม่พยายามเปลี่ยนความคิดคุณละกัน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: Chu! Kawaikute gomen
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 58215
ที่อยู่: Fox River State Penitentiary. Joliet , Illinois.
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:41
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
มันไม่น่าจะมีอะไรเข้าใจยากเลยนะ ในอดีตกฎกติกาเป็นแบบนึง ซึ่งแต่ละทีมอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน แต่ละทีมก็บริหารแตกต่างกันไป เจ้าของบางทีมทุ่มทุนมาก เจ้าของบางทีมขี้เหนียว ก็ว่ากันไป

ส่วนหลังๆมันมีปัญหาจนอาจทำให้ลีคพัง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารทีมกันใหม่

ถามว่าทำยังไงทีมเล็กจะสู้ทีมใหญ่ได้ ตอนนี้เลย ทันที มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆทำค่อยๆพัฒนากันไป แค่นั้น

ในอดีตที่กฎกติกาก็เหมือนกันหมดทุกทีม ทีมใหญ่หลายทีมในปัจจุบันเค้าบริหารเค้าวางรากฐานกันมาเป็นหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น ก็ต้องให้เครดิตเค้าตรงนี้ด้วย ไม่ใช่อยากสร้างทีมเล็กทีมนึงให้ยิ่งใหญ่เท่าทีมใหญ่ปัจจจุบันที่ใช้เวลาสร้างกันมาหลายสิบปี ทำยังไง ใช้เงินฟาดเลยสิจบ การแข่งขันแบบนี้มันแฟร์กับทีมที่ใหญ่อยู่แล้ว กับทีมเล็กที่ยังไม่มีเจ้าของรวยๆมาซื้อเหรอ  

อธิบาย ค่อยทำ คือทำยังไง ? ถ้ามีกฏนี้อยุ่อีก100ปีไม่มีทีมไหนขึ้นมาได้เลย ยังคิดว่ากฏนี้แฟรมั้ย  


ไม่สิ อย่าเพิ่งไปอีก 100 ปี ตอบมาก่อน ที่ผมพิมพ์ไว้น่ะ อ่ะ สมมุติฮัลล์เลื่อนชั้นขึ้นมา มีเจ้าของทีมมาซื้อทันทีพร้อมทุ่มงบซื้อตัว 500 ล้าน สร้างสนามอีก 700 ล้าน กับโคเวนทรียังเป็นเจ้าของทีมเดิมไม่มีงบสู้ แบบนี้แฟร์เหรอ
โพสต์บน Soccersuck V2
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Sep 2009
ตอบ: 889
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:43
[RE: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้]
ไม่มีคำตอบนี้ตายตัวหรอกมั้งครับกฎมันไม่ได้ออกแบบมาให้ทีมเล็กกลายเป็นทีมใหญ่หรือสร้างการแข่งขันอย่างเท่าเทียมซะหน่อยมันออกแบบมาเพื่อในทีมไม่ล้มละลายจนล้มหายตายจากกันไปมากกว่า
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Oct 2022
ตอบ: 2093
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:47
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
LoversMoon พิมพ์ว่า:
มั่วอีกแล้ว อ้างลิเวอร์พูล แมนยูทุ่มยับๆ บ้าบอ คนที่ซื้อสโมสรฟุตบอล รวยทุกคนน่ะใช่ แต่รวยไม่ถึง 1 ในพันของแมนซิตี้ นิวคาสเซิ่ล หรืออับบราฮัมโมวิช

ยังเอาประวัติเจ้าของหงส์มาอ้างอิงมั่วๆอีก ใครที่ทุ่มซื้อแพงๆ ยุคเดวิด มัวร์ สแตน คอลลิมอร์ ซื้อได้แค่นั้น ส่วนที่บอกเจ้าของทุ่มจนคว้าแชมป์ ucl 2005 นักเตะชุดตัวจริงนั้น ฮูเปีย 2 ล้าน บารอส 5 ล้าน แพงสุดน่าจะซิสเซ่ 13 ล้าน เอาอะไรมาทุ่ม

ตอบคำถามเรื่องทำอย่างไร ถึงจะขึ้นมาเป็นทีมใหญ่ ก็ทำแบบแมนซิตี้ เชลซีปัจจุบันไงครับ
1. พัฒนา infrastructure ของสโมสร ศูนย์ฝึกใหม่ ทันสมัย เพิ่มความจุสนาม
2. พัฒนาเยาวชน ดึงเยาวชนเก่งๆทั่วประเทศมาตั้งแต่ 8-14 ปี ทุ่มเงินดึงตัว แบบเชลซีกับแมนซิตี้ทำ
3. พัฒนาการตลาดของทีมแบบที่แมนยูทุ่มงบสร้าง store สร้างพันธมิตรการค้า ขยายตลาดแฟนบอลไปเรื่อยๆ

ทั้ง 2 ข้อแรกกฎ PSR อนุญาตให้ทำได้ด้วยเงินเจ้าของ ไม่นับในส่วนที่ห้ามขาดทุน เมื่อสนามใหญ่ขึ้น รายได้มากขึ้นก็เอามาซื้อนักเตะได้อย่างถูกต้อง
ส่วนข้อ 2 เมื่อได้ดาวรุ่งเก่งๆมา อีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะมีดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่เต็มทีม ตัวไหนไม่ใช้ก็ทำเงินได้มหาศาล

สุดท้ายถ้าผ่านมา 5-10 ปี ทีมก็จะเลื่อนระดับจาก C เป็น B+ ถึง A แต่มันไม่เร็วแบบการทุ่มเงินแหวกกฎ แต่มันมีทางและมันยั่งยื่นกับสโมสร ได้ศูนย์ฝึก ได้สนาม ได้ mega store ได้การตลาด ได้ดาวรุ่ง พวกนี้คือความยั่งยืนที่พรีเมียร์ลีกคาดหวัง แม้เจ้าของจะไม่อยู่ในอนาคต

หวังว่าจะได้อ่านและเลิกอ้างอิงมั่วๆครับ  


ผมว่าหลังPSR ในทางทฤษฏีวิธีนี้ก็เป็นไปได้มากสุด แต่ข้อจำกัดก็น่าจะมีเพราะไม่มีทีมนอกbig6ทำได้เลยซักทีมเดียว ขนาดในbig6ด้วยกันยังทำยาก วิธีนี้มันต้องใช้เครือข่ายหนักมากๆ เลสเตอแค่ลงทุนทำfacilityยังแทบจะล้มเลย ขนาดได้ไปยุโรปหลายรอบในช่วงนั้น

แต่ถ้าซิตี้โดนปรับตกชั้นจริง อาจได้เห็นพลังเด็กอคาเดมี่ของซิตี้เลื่อนชั้นขี้นมากันเอง แต่สถานะซิตี้ตอนนี้ต่อให้ตกชั้นคงไม่ได้มองเป็นทีมเล็กอีกแล้ว อย่างมากก็คงเหมือนยูเว่ที่มีระบบหลังบ้านดีกว่า

ส่วนลิเวอร์ตอน2005 สำหรับผมนับเป็นทีมใหญ่อยู่แล้ว มีแฟนบอลทั่วโลกเคยได้แชมป์มากมาย คนละสถานะกับทีมขนาดกลางที่อยากจะเป็นทีมใหญ่ ทีมที่เป็นทีมใหญ่อยู่แล้วต่อให้ทุ่มน้อยก็ยังได้เปรียบทีมเล็กอยู่ดี
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Oct 2022
ตอบ: 2093
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:50
sukiojenny พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
มันไม่น่าจะมีอะไรเข้าใจยากเลยนะ ในอดีตกฎกติกาเป็นแบบนึง ซึ่งแต่ละทีมอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน แต่ละทีมก็บริหารแตกต่างกันไป เจ้าของบางทีมทุ่มทุนมาก เจ้าของบางทีมขี้เหนียว ก็ว่ากันไป

ส่วนหลังๆมันมีปัญหาจนอาจทำให้ลีคพัง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารทีมกันใหม่

ถามว่าทำยังไงทีมเล็กจะสู้ทีมใหญ่ได้ ตอนนี้เลย ทันที มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆทำค่อยๆพัฒนากันไป แค่นั้น

ในอดีตที่กฎกติกาก็เหมือนกันหมดทุกทีม ทีมใหญ่หลายทีมในปัจจุบันเค้าบริหารเค้าวางรากฐานกันมาเป็นหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น ก็ต้องให้เครดิตเค้าตรงนี้ด้วย ไม่ใช่อยากสร้างทีมเล็กทีมนึงให้ยิ่งใหญ่เท่าทีมใหญ่ปัจจจุบันที่ใช้เวลาสร้างกันมาหลายสิบปี ทำยังไง ใช้เงินฟาดเลยสิจบ การแข่งขันแบบนี้มันแฟร์กับทีมที่ใหญ่อยู่แล้ว กับทีมเล็กที่ยังไม่มีเจ้าของรวยๆมาซื้อเหรอ  

อธิบาย ค่อยทำ คือทำยังไง ? ถ้ามีกฏนี้อยุ่อีก100ปีไม่มีทีมไหนขึ้นมาได้เลย ยังคิดว่ากฏนี้แฟรมั้ย  


ไม่สิ อย่าเพิ่งไปอีก 100 ปี ตอบมาก่อน ที่ผมพิมพ์ไว้น่ะ อ่ะ สมมุติฮัลล์เลื่อนชั้นขึ้นมา มีเจ้าของทีมมาซื้อทันทีพร้อมทุ่มงบซื้อตัว 500 ล้าน สร้างสนามอีก 700 ล้าน กับโคเวนทรียังเป็นเจ้าของทีมเดิมไม่มีงบสู้ แบบนี้แฟร์เหรอ  


แล้วตอนก่อนมีPSRเขาทำกันยังไงล่ะครับ? PSRออกแบบมาเพื่อกันฮัลทุ่มห้าร้อยล้านหรอครับ?

ผมว่าประเด็นตอนนี้เรากำลังบิดเบือนจุดประสงค์ของกฏอยู่ กฏนี้มันไม่ได้ทำมาเพื่อความแฟร์ ตัวมันนี่แหละไม่แฟร์ แต่มีแค่เพราะกันทีมฟุตบอลของคนในเมืองล้มลายเพราะเศรษฐีมากู้เงินทำทีมบอลเล่น จะบอกว่าคนทำผิดกฏนี้โกงแบบล็อกผลบอลมันก็ไม่ใช่ อย่างมากก็ควรโดนว่าแค่แบบพ่อแม่ติลูกที่ใช้เงินเกินตัว แต่สุดท้ายตั้งตัวอยู่ได้ก็ถือว่าดีไป
โพสต์บน Soccersuck V2
แก้ไขล่าสุดโดย bibimbub เมื่อ Sat Sep 26, 2026 19:54, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 31795
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:53
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
LoversMoon พิมพ์ว่า:
มั่วอีกแล้ว อ้างลิเวอร์พูล แมนยูทุ่มยับๆ บ้าบอ คนที่ซื้อสโมสรฟุตบอล รวยทุกคนน่ะใช่ แต่รวยไม่ถึง 1 ในพันของแมนซิตี้ นิวคาสเซิ่ล หรืออับบราฮัมโมวิช

ยังเอาประวัติเจ้าของหงส์มาอ้างอิงมั่วๆอีก ใครที่ทุ่มซื้อแพงๆ ยุคเดวิด มัวร์ สแตน คอลลิมอร์ ซื้อได้แค่นั้น ส่วนที่บอกเจ้าของทุ่มจนคว้าแชมป์ ucl 2005 นักเตะชุดตัวจริงนั้น ฮูเปีย 2 ล้าน บารอส 5 ล้าน แพงสุดน่าจะซิสเซ่ 13 ล้าน เอาอะไรมาทุ่ม

ตอบคำถามเรื่องทำอย่างไร ถึงจะขึ้นมาเป็นทีมใหญ่ ก็ทำแบบแมนซิตี้ เชลซีปัจจุบันไงครับ
1. พัฒนา infrastructure ของสโมสร ศูนย์ฝึกใหม่ ทันสมัย เพิ่มความจุสนาม
2. พัฒนาเยาวชน ดึงเยาวชนเก่งๆทั่วประเทศมาตั้งแต่ 8-14 ปี ทุ่มเงินดึงตัว แบบเชลซีกับแมนซิตี้ทำ
3. พัฒนาการตลาดของทีมแบบที่แมนยูทุ่มงบสร้าง store สร้างพันธมิตรการค้า ขยายตลาดแฟนบอลไปเรื่อยๆ

ทั้ง 2 ข้อแรกกฎ PSR อนุญาตให้ทำได้ด้วยเงินเจ้าของ ไม่นับในส่วนที่ห้ามขาดทุน เมื่อสนามใหญ่ขึ้น รายได้มากขึ้นก็เอามาซื้อนักเตะได้อย่างถูกต้อง
ส่วนข้อ 2 เมื่อได้ดาวรุ่งเก่งๆมา อีก 5-10 ปีข้างหน้า ก็จะมีดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่เต็มทีม ตัวไหนไม่ใช้ก็ทำเงินได้มหาศาล

สุดท้ายถ้าผ่านมา 5-10 ปี ทีมก็จะเลื่อนระดับจาก C เป็น B+ ถึง A แต่มันไม่เร็วแบบการทุ่มเงินแหวกกฎ แต่มันมีทางและมันยั่งยื่นกับสโมสร ได้ศูนย์ฝึก ได้สนาม ได้ mega store ได้การตลาด ได้ดาวรุ่ง พวกนี้คือความยั่งยืนที่พรีเมียร์ลีกคาดหวัง แม้เจ้าของจะไม่อยู่ในอนาคต

หวังว่าจะได้อ่านและเลิกอ้างอิงมั่วๆครับ  


เอาเงินตอนนั้นมาเทียบกับตอนนี้ไม่ได้ดิ ตอนนั้นเจ้าของแมนยู ลิเวอ ก้คืออาจจะรวยกว่าคนอื่นในลีค 100เท่าเหมือนกับ ชีครวยกว่าเจ้าของทีมอื่นตอนนี้เมหือนกัน

ประวัติเจ้าของลิเวอมันแน่นอนอยุ่แล้ว ก้รวยมาตั้งแต่สมัยก่อน ทำให้ตอนนี้มีแฟนบอลทั่วโลกเยอะ รายรับเยอะ แล้วตอช่วงปัจจุบันจะบอกมีเงินน้อยมันมไ่ใช่ ตีความผิดหมดละ ถ้าลิเวอมันจนป่านนี้อาจจะแค่อยุ่ระดับเดียวกับ โบโร่ด้วยซ้ำ ไม่มีโอกาสไปUCL หรือดึงคล๊อปมา คุยกันคนละเรื่องละ

ส่วนที่ตอบทำไงให้เจริญ แล้วอิงแมนซิกับเชลซี ก้สองทีมนี้มันอัดฉีดเลยทำได้ไง ถ้าไม่อัดฉีดจะมีการทำได้หรอ?
1. เลสเตอทำแล้ว พังไม่เปนท่า
2. พัฒนาเยาวชน ลองเทียบเปนฟอเรส พัฒนามาแล้วไง สมมติได้เก่งๆ1คน ปีหน้าก้โดนซื้อตัวละ หรืออย่างวิลล่าไง แจ๊คกรีลิช แล้วไงต่อ?
3. ขยายฐาน ถ้าทีมไม่ขึ้นมาเป็นนทีมใหญ่ ใครจะมาเปนสปอนเซอเยอะๆ หรือมีแฟนบอลเชีย เอางี้ไปดูแฟนบอลยุคใหม่ 1000คนในไทย จะมีซัก1คนมั้ย เชีย เบรนฟอท ไรงี้
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Mar 2020
ตอบ: 31795
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:56
Re: ถ้าทำตามกฏการเงิน ทำไงถึงจะเป็นทีมใหญ่ได้
sukiojenny พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
sukiojenny พิมพ์ว่า:
มันไม่น่าจะมีอะไรเข้าใจยากเลยนะ ในอดีตกฎกติกาเป็นแบบนึง ซึ่งแต่ละทีมอยู่ในกฎกติกาเดียวกัน แต่ละทีมก็บริหารแตกต่างกันไป เจ้าของบางทีมทุ่มทุนมาก เจ้าของบางทีมขี้เหนียว ก็ว่ากันไป

ส่วนหลังๆมันมีปัญหาจนอาจทำให้ลีคพัง โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันจำเป็นต้องเปลี่ยนกฎ เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารทีมกันใหม่

ถามว่าทำยังไงทีมเล็กจะสู้ทีมใหญ่ได้ ตอนนี้เลย ทันที มันเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องค่อยๆทำค่อยๆพัฒนากันไป แค่นั้น

ในอดีตที่กฎกติกาก็เหมือนกันหมดทุกทีม ทีมใหญ่หลายทีมในปัจจุบันเค้าบริหารเค้าวางรากฐานกันมาเป็นหลายสิบปีจากรุ่นสู่รุ่น ก็ต้องให้เครดิตเค้าตรงนี้ด้วย ไม่ใช่อยากสร้างทีมเล็กทีมนึงให้ยิ่งใหญ่เท่าทีมใหญ่ปัจจจุบันที่ใช้เวลาสร้างกันมาหลายสิบปี ทำยังไง ใช้เงินฟาดเลยสิจบ การแข่งขันแบบนี้มันแฟร์กับทีมที่ใหญ่อยู่แล้ว กับทีมเล็กที่ยังไม่มีเจ้าของรวยๆมาซื้อเหรอ  

อธิบาย ค่อยทำ คือทำยังไง ? ถ้ามีกฏนี้อยุ่อีก100ปีไม่มีทีมไหนขึ้นมาได้เลย ยังคิดว่ากฏนี้แฟรมั้ย  


ไม่สิ อย่าเพิ่งไปอีก 100 ปี ตอบมาก่อน ที่ผมพิมพ์ไว้น่ะ อ่ะ สมมุติฮัลล์เลื่อนชั้นขึ้นมา มีเจ้าของทีมมาซื้อทันทีพร้อมทุ่มงบซื้อตัว 500 ล้าน สร้างสนามอีก 700 ล้าน กับโคเวนทรียังเป็นเจ้าของทีมเดิมไม่มีงบสู้ แบบนี้แฟร์เหรอ  


ก้เป็นเหมือนกับ ลิเวอ น่อล แมนยูในอดีตไง แฟร์มั้ยละ

เอาไว้ให้อ่านแล้วแต่ละคนเจ้าของรวยระดับtop ประเทศ มันก้รวยกว่าเจ้าของในลีคคนอื่นไง มันก้เลยกลายเป็นทีมใหญ่แบบทุกวันนี้

งั้นย้อนถาม แมนยู ลิเวอ น่อล หรือเชลซี สมัยก่อนทำแบบวูฟที่บอกเนี่ย แฟร์มั้ย
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

เมื่อไหร่โดนบังคับให้ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด ถือว่าเราตายไปแล้ว :D
ออนไลน์
ผู้ช่วยผู้จัดการทีมสำรอง
Status: ไม่ได้มากมายเลย !!
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 47230
ที่อยู่: เกาะแคนดี้
โพสเมื่อ: Sat Sep 26, 2026 19:57
chonbodee พิมพ์ว่า:


ทำแบบ 3 ทีมนี้ แต่ใช้เวลานะ

40-50ปี หรือมากกว่านั้น  


ไอสามทีมนี้จะมีปัญญาอยูในพรีเมียได้อีกกี่ปี เมื่อก่อนเซาแทมตัน เลสเตอร์ก็โดนอวยงี้ ตอนนี้ไปไหนแล้ว

ปกติไม่ได้เห็นด้วยกับยอร์คมันนะ แต่ทีมเล็กระยะยาวไงก็แตก และไม่มีวันโงหัวขึ้นมาได้ด้วย เพราะไอกฏนี้มันบลอคไว้
โพสต์บน Soccersuck V2
แก้ไขล่าสุดโดย แฟล็ปแจ็ค ยอดนักผจญภัย เมื่อ Sat Sep 26, 2026 20:00, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
icon-mybid
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel