ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status: 4 แชมป์ยังไงให้โลกจำ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 6155
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:32
[RE: สรรพกร end game ต้ายัต]
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


เนีียผมละหยั่งชอบ FC พี่ยัต เด่วผมรออีกสักคนติดกับก่อน เด่วจะเฉลยให้ฟังน้า

มีใครมากดไลค์ หรือมาเม้นต่อไหมเนี๊ย รออ่านอยู่

พี่ไดโนเสาร์ สมอง 7 ชั้นไม่มาบอกเพื่อนๆหน่อยอ่าส์  


ถึงผมจะทีมยอมความให้คืนเงิน แต่คงเป็นFCยัตสำหรับท่านไปแล้ว รอท่านเฉลยทฤษฏีนี้ของท่านครับ  


ผมเฉลยแล้วงับ ลองอ่านดูนะงับ เตง ข้อมูลทางกฏหมายเพียวๆ ไม่มีคำว่ามโน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status: 4 แชมป์ยังไงให้โลกจำ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 6155
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:34
[RE: สรรพกร end game ต้ายัต]
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้าน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
icon-mybid
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2022
ตอบ: 1799
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:35
Re: สรรพกร end game ต้ายัต
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status: 4 แชมป์ยังไงให้โลกจำ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 6155
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:36
[RE: สรรพกร end game ต้ายัต]
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2022
ตอบ: 1799
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:38
Re: สรรพกร end game ต้ายัต
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ  


ผมไม่รู้เลยถามไงท่าน ผมไม่ได้รู้เรื่องภาษี
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 15037
ที่อยู่: ซายูริคอมเพลกซ์
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:47
[RE: สรรพกร end game ต้ายัต]
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status: 4 แชมป์ยังไงให้โลกจำ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 6155
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:48
[RE: สรรพกร end game ต้ายัต]
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ  


ผมไม่รู้เลยถามไงท่าน ผมไม่ได้รู้เรื่องภาษี  


มาครับ ยินดีอธิบายให้ฟังแบบละเอียดและสุภาพครับ (ครูไม่ต้องตีตู๊ดแล้วนะ 5555)

ประเด็นเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการ ที่สรรพากรจะเข้ามาเล่นงานและมีเบี้ยปรับ มันเกิดจาก 2 เงื่อนไขหลักๆ

1. เรื่องดอกเบี้ยประเมิน (มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร)
ตามกฎหมาย บริษัทให้กรรมการยืมเงิน 14 ล้าน จะคิดดอกเบี้ย 0% หรือต่ำกว่าราคาตลาดไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร หากในงบบัญชียื่นไปว่าไม่คิดดอกเบี้ย สรรพากรจะทำการ 'ประเมินดอกเบี้ยรับย้อนหลัง' ใส่เป็นรายได้ของบริษัททันที (คิดง่ายๆ ดอกเบี้ย MLR ประมาณ 5% ย้อนหลัง 3-4 ปี = บริษัทมีรายได้ซ่อนเพิ่มเข้ามาหลายล้าน)

2.เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (มาตรา 22 และ 27)
พอสรรพากรประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่บริษัทเคยยื่นไว้เดิมมัน ขาดหรือไม่ครบ

ภาษีฝั่งบุคคลธรรมดา (ของตัวกรรมการเอง) ถ้าสรรพากรประเมินว่าบริษัทมีดอกเบี้ยรับ ตัวกรรมการผู้กู้ก็อาจโดนประเมินว่า เงินต้น หลักสิบกว่าล้านนั้น ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน (มาตรา 40) หรือโบนัสแฝงที่ดึงออกมาจากบริษัท ซึ่งกรรมการต้องเอาเงินสิบกว่าล้านนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นบันไดสูงสุดถึง 35% ด้วย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) การที่บริษัทปล่อยกู้ให้กรรมการ แม้จะเป็นกรรมการตัวเอง สรรพากรจะมองว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ บริษัทต้องนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% ของยอดดอกเบี้ยที่โดนประเมินด้วย


ผมอธิบายแบบนี้ ยังคิดว่าผมมโนไหมเนี๊ยครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2022
ตอบ: 1799
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:54
Re: สรรพกร end game ต้ายัต
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ  


ผมไม่รู้เลยถามไงท่าน ผมไม่ได้รู้เรื่องภาษี  


มาครับ ยินดีอธิบายให้ฟังแบบละเอียดและสุภาพครับ (ครูไม่ต้องตีตู๊ดแล้วนะ 5555)

ประเด็นเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการ ที่สรรพากรจะเข้ามาเล่นงานและมีเบี้ยปรับ มันเกิดจาก 2 เงื่อนไขหลักๆ

1. เรื่องดอกเบี้ยประเมิน (มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร)
ตามกฎหมาย บริษัทให้กรรมการยืมเงิน 14 ล้าน จะคิดดอกเบี้ย 0% หรือต่ำกว่าราคาตลาดไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร หากในงบบัญชียื่นไปว่าไม่คิดดอกเบี้ย สรรพากรจะทำการ 'ประเมินดอกเบี้ยรับย้อนหลัง' ใส่เป็นรายได้ของบริษัททันที (คิดง่ายๆ ดอกเบี้ย MLR ประมาณ 5% ย้อนหลัง 3-4 ปี = บริษัทมีรายได้ซ่อนเพิ่มเข้ามาหลายล้าน)

2.เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (มาตรา 22 และ 27)
พอสรรพากรประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่บริษัทเคยยื่นไว้เดิมมัน ขาดหรือไม่ครบ

ภาษีฝั่งบุคคลธรรมดา (ของตัวกรรมการเอง) ถ้าสรรพากรประเมินว่าบริษัทมีดอกเบี้ยรับ ตัวกรรมการผู้กู้ก็อาจโดนประเมินว่า เงินต้น หลักสิบกว่าล้านนั้น ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน (มาตรา 40) หรือโบนัสแฝงที่ดึงออกมาจากบริษัท ซึ่งกรรมการต้องเอาเงินสิบกว่าล้านนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นบันไดสูงสุดถึง 35% ด้วย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) การที่บริษัทปล่อยกู้ให้กรรมการ แม้จะเป็นกรรมการตัวเอง สรรพากรจะมองว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ บริษัทต้องนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% ของยอดดอกเบี้ยที่โดนประเมินด้วย


ผมอธิบายแบบนี้ ยังคิดว่าผมมโนไหมเนี๊ยครับ  


ข้อมูลพวกนี้ผมว่ายอมความไปก็ไม่รอดนะครับ
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status: 4 แชมป์ยังไงให้โลกจำ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 6155
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:57
[RE: สรรพกร end game ต้ายัต]
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ  


ผมไม่รู้เลยถามไงท่าน ผมไม่ได้รู้เรื่องภาษี  


มาครับ ยินดีอธิบายให้ฟังแบบละเอียดและสุภาพครับ (ครูไม่ต้องตีตู๊ดแล้วนะ 5555)

ประเด็นเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการ ที่สรรพากรจะเข้ามาเล่นงานและมีเบี้ยปรับ มันเกิดจาก 2 เงื่อนไขหลักๆ

1. เรื่องดอกเบี้ยประเมิน (มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร)
ตามกฎหมาย บริษัทให้กรรมการยืมเงิน 14 ล้าน จะคิดดอกเบี้ย 0% หรือต่ำกว่าราคาตลาดไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร หากในงบบัญชียื่นไปว่าไม่คิดดอกเบี้ย สรรพากรจะทำการ 'ประเมินดอกเบี้ยรับย้อนหลัง' ใส่เป็นรายได้ของบริษัททันที (คิดง่ายๆ ดอกเบี้ย MLR ประมาณ 5% ย้อนหลัง 3-4 ปี = บริษัทมีรายได้ซ่อนเพิ่มเข้ามาหลายล้าน)

2.เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (มาตรา 22 และ 27)
พอสรรพากรประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่บริษัทเคยยื่นไว้เดิมมัน ขาดหรือไม่ครบ

ภาษีฝั่งบุคคลธรรมดา (ของตัวกรรมการเอง) ถ้าสรรพากรประเมินว่าบริษัทมีดอกเบี้ยรับ ตัวกรรมการผู้กู้ก็อาจโดนประเมินว่า เงินต้น หลักสิบกว่าล้านนั้น ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน (มาตรา 40) หรือโบนัสแฝงที่ดึงออกมาจากบริษัท ซึ่งกรรมการต้องเอาเงินสิบกว่าล้านนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นบันไดสูงสุดถึง 35% ด้วย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) การที่บริษัทปล่อยกู้ให้กรรมการ แม้จะเป็นกรรมการตัวเอง สรรพากรจะมองว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ บริษัทต้องนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% ของยอดดอกเบี้ยที่โดนประเมินด้วย


ผมอธิบายแบบนี้ ยังคิดว่าผมมโนไหมเนี๊ยครับ  


ข้อมูลพวกนี้ผมว่ายอมความไปก็ไม่รอดนะครับ  


หมายถึงไอ้ต้าไม่รอดเหรอครับ อธิบายผมที ไม่รอดอย่างไรครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2022
ตอบ: 1799
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 19:59
Re: สรรพกร end game ต้ายัต
สมมติถ้าต้องจ่ายเบี้ยปรับ ก็ต้องจ่ายในนามชสร แล้วถ้าดอกเบี้ยมันมันทบต้น 19ล้านที่ตีไว้สำหรับไกล่เกลี่ยอาจลดลงเยอะรีเปล่า
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2022
ตอบ: 1799
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 20:00
Re: สรรพกร end game ต้ายัต
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ  


ผมไม่รู้เลยถามไงท่าน ผมไม่ได้รู้เรื่องภาษี  


มาครับ ยินดีอธิบายให้ฟังแบบละเอียดและสุภาพครับ (ครูไม่ต้องตีตู๊ดแล้วนะ 5555)

ประเด็นเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการ ที่สรรพากรจะเข้ามาเล่นงานและมีเบี้ยปรับ มันเกิดจาก 2 เงื่อนไขหลักๆ

1. เรื่องดอกเบี้ยประเมิน (มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร)
ตามกฎหมาย บริษัทให้กรรมการยืมเงิน 14 ล้าน จะคิดดอกเบี้ย 0% หรือต่ำกว่าราคาตลาดไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร หากในงบบัญชียื่นไปว่าไม่คิดดอกเบี้ย สรรพากรจะทำการ 'ประเมินดอกเบี้ยรับย้อนหลัง' ใส่เป็นรายได้ของบริษัททันที (คิดง่ายๆ ดอกเบี้ย MLR ประมาณ 5% ย้อนหลัง 3-4 ปี = บริษัทมีรายได้ซ่อนเพิ่มเข้ามาหลายล้าน)

2.เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (มาตรา 22 และ 27)
พอสรรพากรประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่บริษัทเคยยื่นไว้เดิมมัน ขาดหรือไม่ครบ

ภาษีฝั่งบุคคลธรรมดา (ของตัวกรรมการเอง) ถ้าสรรพากรประเมินว่าบริษัทมีดอกเบี้ยรับ ตัวกรรมการผู้กู้ก็อาจโดนประเมินว่า เงินต้น หลักสิบกว่าล้านนั้น ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน (มาตรา 40) หรือโบนัสแฝงที่ดึงออกมาจากบริษัท ซึ่งกรรมการต้องเอาเงินสิบกว่าล้านนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นบันไดสูงสุดถึง 35% ด้วย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) การที่บริษัทปล่อยกู้ให้กรรมการ แม้จะเป็นกรรมการตัวเอง สรรพากรจะมองว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ บริษัทต้องนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% ของยอดดอกเบี้ยที่โดนประเมินด้วย


ผมอธิบายแบบนี้ ยังคิดว่าผมมโนไหมเนี๊ยครับ  


ข้อมูลพวกนี้ผมว่ายอมความไปก็ไม่รอดนะครับ  


หมายถึงไอ้ต้าไม่รอดเหรอครับ อธิบายผมที ไม่รอดอย่างไรครับ  


ผมหมายถึงสรรพากรเขาไม่น่าเว้นให้ ต่อให้ยอมความก็เถอะ
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status: 4 แชมป์ยังไงให้โลกจำ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 6155
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 20:00
[RE: สรรพกร end game ต้ายัต]
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ  


ผมไม่รู้เลยถามไงท่าน ผมไม่ได้รู้เรื่องภาษี  


มาครับ ยินดีอธิบายให้ฟังแบบละเอียดและสุภาพครับ (ครูไม่ต้องตีตู๊ดแล้วนะ 5555)

ประเด็นเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการ ที่สรรพากรจะเข้ามาเล่นงานและมีเบี้ยปรับ มันเกิดจาก 2 เงื่อนไขหลักๆ

1. เรื่องดอกเบี้ยประเมิน (มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร)
ตามกฎหมาย บริษัทให้กรรมการยืมเงิน 14 ล้าน จะคิดดอกเบี้ย 0% หรือต่ำกว่าราคาตลาดไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร หากในงบบัญชียื่นไปว่าไม่คิดดอกเบี้ย สรรพากรจะทำการ 'ประเมินดอกเบี้ยรับย้อนหลัง' ใส่เป็นรายได้ของบริษัททันที (คิดง่ายๆ ดอกเบี้ย MLR ประมาณ 5% ย้อนหลัง 3-4 ปี = บริษัทมีรายได้ซ่อนเพิ่มเข้ามาหลายล้าน)

2.เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (มาตรา 22 และ 27)
พอสรรพากรประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่บริษัทเคยยื่นไว้เดิมมัน ขาดหรือไม่ครบ

ภาษีฝั่งบุคคลธรรมดา (ของตัวกรรมการเอง) ถ้าสรรพากรประเมินว่าบริษัทมีดอกเบี้ยรับ ตัวกรรมการผู้กู้ก็อาจโดนประเมินว่า เงินต้น หลักสิบกว่าล้านนั้น ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน (มาตรา 40) หรือโบนัสแฝงที่ดึงออกมาจากบริษัท ซึ่งกรรมการต้องเอาเงินสิบกว่าล้านนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นบันไดสูงสุดถึง 35% ด้วย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) การที่บริษัทปล่อยกู้ให้กรรมการ แม้จะเป็นกรรมการตัวเอง สรรพากรจะมองว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ บริษัทต้องนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% ของยอดดอกเบี้ยที่โดนประเมินด้วย


ผมอธิบายแบบนี้ ยังคิดว่าผมมโนไหมเนี๊ยครับ  


ข้อมูลพวกนี้ผมว่ายอมความไปก็ไม่รอดนะครับ  


หมายถึงไอ้ต้าไม่รอดเหรอครับ อธิบายผมที ไม่รอดอย่างไรครับ  


ผมหมายถึงสรรพากรเขาไม่น่าเว้นให้ ต่อให้ยอมความก็เถอะ  


ที่ผมถามก็เรื่องนี้แหละ สรรพกรจะจับต้าด้วยใช่ไหมที่ท่านกำลังจะสื่อ ? ผมจะได้อธิบาย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2022
ตอบ: 1799
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 20:03
Re: สรรพกร end game ต้ายัต
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ  


ผมไม่รู้เลยถามไงท่าน ผมไม่ได้รู้เรื่องภาษี  


มาครับ ยินดีอธิบายให้ฟังแบบละเอียดและสุภาพครับ (ครูไม่ต้องตีตู๊ดแล้วนะ 5555)

ประเด็นเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการ ที่สรรพากรจะเข้ามาเล่นงานและมีเบี้ยปรับ มันเกิดจาก 2 เงื่อนไขหลักๆ

1. เรื่องดอกเบี้ยประเมิน (มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร)
ตามกฎหมาย บริษัทให้กรรมการยืมเงิน 14 ล้าน จะคิดดอกเบี้ย 0% หรือต่ำกว่าราคาตลาดไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร หากในงบบัญชียื่นไปว่าไม่คิดดอกเบี้ย สรรพากรจะทำการ 'ประเมินดอกเบี้ยรับย้อนหลัง' ใส่เป็นรายได้ของบริษัททันที (คิดง่ายๆ ดอกเบี้ย MLR ประมาณ 5% ย้อนหลัง 3-4 ปี = บริษัทมีรายได้ซ่อนเพิ่มเข้ามาหลายล้าน)

2.เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (มาตรา 22 และ 27)
พอสรรพากรประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่บริษัทเคยยื่นไว้เดิมมัน ขาดหรือไม่ครบ

ภาษีฝั่งบุคคลธรรมดา (ของตัวกรรมการเอง) ถ้าสรรพากรประเมินว่าบริษัทมีดอกเบี้ยรับ ตัวกรรมการผู้กู้ก็อาจโดนประเมินว่า เงินต้น หลักสิบกว่าล้านนั้น ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน (มาตรา 40) หรือโบนัสแฝงที่ดึงออกมาจากบริษัท ซึ่งกรรมการต้องเอาเงินสิบกว่าล้านนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นบันไดสูงสุดถึง 35% ด้วย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) การที่บริษัทปล่อยกู้ให้กรรมการ แม้จะเป็นกรรมการตัวเอง สรรพากรจะมองว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ บริษัทต้องนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% ของยอดดอกเบี้ยที่โดนประเมินด้วย


ผมอธิบายแบบนี้ ยังคิดว่าผมมโนไหมเนี๊ยครับ  


ข้อมูลพวกนี้ผมว่ายอมความไปก็ไม่รอดนะครับ  


หมายถึงไอ้ต้าไม่รอดเหรอครับ อธิบายผมที ไม่รอดอย่างไรครับ  


ผมหมายถึงสรรพากรเขาไม่น่าเว้นให้ ต่อให้ยอมความก็เถอะ  


ที่ผมถามก็เรื่องนี้แหละ สรรพกรจะจับต้าด้วยใช่ไหมที่ท่านกำลังจะสื่อ ? ผมจะได้อธิบาย  


น่าจะเป็นเรื่องระหว่างชสรกับสรรพากร รึเปล่าครับ ถ้าตัวเลขมันผิดจริงๆอาจต้องจ่ายเบี้ยปรับตามที่ท่านบอก ส่วนเรื่องฟ้องกรรมการผมไม่มีความรู้เลย
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status: 4 แชมป์ยังไงให้โลกจำ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 6155
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 20:05
[RE: สรรพกร end game ต้ายัต]
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ  


ผมไม่รู้เลยถามไงท่าน ผมไม่ได้รู้เรื่องภาษี  


มาครับ ยินดีอธิบายให้ฟังแบบละเอียดและสุภาพครับ (ครูไม่ต้องตีตู๊ดแล้วนะ 5555)

ประเด็นเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการ ที่สรรพากรจะเข้ามาเล่นงานและมีเบี้ยปรับ มันเกิดจาก 2 เงื่อนไขหลักๆ

1. เรื่องดอกเบี้ยประเมิน (มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร)
ตามกฎหมาย บริษัทให้กรรมการยืมเงิน 14 ล้าน จะคิดดอกเบี้ย 0% หรือต่ำกว่าราคาตลาดไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร หากในงบบัญชียื่นไปว่าไม่คิดดอกเบี้ย สรรพากรจะทำการ 'ประเมินดอกเบี้ยรับย้อนหลัง' ใส่เป็นรายได้ของบริษัททันที (คิดง่ายๆ ดอกเบี้ย MLR ประมาณ 5% ย้อนหลัง 3-4 ปี = บริษัทมีรายได้ซ่อนเพิ่มเข้ามาหลายล้าน)

2.เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (มาตรา 22 และ 27)
พอสรรพากรประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่บริษัทเคยยื่นไว้เดิมมัน ขาดหรือไม่ครบ

ภาษีฝั่งบุคคลธรรมดา (ของตัวกรรมการเอง) ถ้าสรรพากรประเมินว่าบริษัทมีดอกเบี้ยรับ ตัวกรรมการผู้กู้ก็อาจโดนประเมินว่า เงินต้น หลักสิบกว่าล้านนั้น ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน (มาตรา 40) หรือโบนัสแฝงที่ดึงออกมาจากบริษัท ซึ่งกรรมการต้องเอาเงินสิบกว่าล้านนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นบันไดสูงสุดถึง 35% ด้วย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) การที่บริษัทปล่อยกู้ให้กรรมการ แม้จะเป็นกรรมการตัวเอง สรรพากรจะมองว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ บริษัทต้องนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% ของยอดดอกเบี้ยที่โดนประเมินด้วย


ผมอธิบายแบบนี้ ยังคิดว่าผมมโนไหมเนี๊ยครับ  


ข้อมูลพวกนี้ผมว่ายอมความไปก็ไม่รอดนะครับ  


หมายถึงไอ้ต้าไม่รอดเหรอครับ อธิบายผมที ไม่รอดอย่างไรครับ  


ผมหมายถึงสรรพากรเขาไม่น่าเว้นให้ ต่อให้ยอมความก็เถอะ  


ที่ผมถามก็เรื่องนี้แหละ สรรพกรจะจับต้าด้วยใช่ไหมที่ท่านกำลังจะสื่อ ? ผมจะได้อธิบาย  


น่าจะเป็นเรื่องระหว่างชสรกับสรรพากร รึเปล่าครับ ถ้าตัวเลขมันผิดจริงๆอาจต้องจ่ายเบี้ยปรับตามที่ท่านบอก ส่วนเรื่องฟ้องกรรมการผมไม่มีความรู้เลย  


ก็บอกแล้วไง ต้นโพส

พี่ยัตต้องตามง้อ ตาต้า แสนงอน ให้กลับมารับหุ้น

ผมถึงบอกไงว่าโครตฮา ตลกจัด เพราะตอนแรกแย่งหุ้นกัน

ตอนนี้ยัตต้องง้อให้ต้ามารับถือหุ้น ส่วนต้าก็จะลีลาหน่อยที่จะกลับไปรับหุ้น เผลอๆถ้าต้ามันไม่มีความรู้มากพอ มันกลัวที่จะรับหุ้นคืนด้วยซ้ำ แต่ทีมทนายเขาน่าจะบอกไว้หมดแล้ว

เรื่องนี้ถ้าถอนฟ้องทั้งสองฝั่ง มีคนคนเดียวที่เสี่ยงบิน ส่วนไอ้ต้า รอดแล้ว 100% ผมบอกแค่นี้แหละ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2022
ตอบ: 1799
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 03, 2026 20:10
Re: สรรพกร end game ต้ายัต
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
bibimbub พิมพ์ว่า:
Crystal_Blue พิมพ์ว่า:
เปิดบัญชี บริษัท รายได้เข้ามา มันก็เสียภาษีอัตโนมัติอยู่แล้ว 20% นะครับ เลี่ยงไม่ได้อันนี้ ฉ นั้น เขาจะมากลัวภาษีอะไร  


จขกทเขาเชื่อในทฤษฏีสมคบคิด บางทีเรื่องนี้อาจจะถูกก็ได้  


ผมรอเม้นแบบนี้อยุ่พอดีเลย มาจะอธิบายให้ฟังน้า

สิ่งที่ยัตต้องกังวลไม่ใช่การจ่ายภาษีประจำปีปกติ แต่คือสิ่งที่เรียกว่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังจากงบการเงินที่มีรายการเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่หลักสิบล้านจั๊พ

 


ผมคืนครูหมดแล้วรบกวนท่านอธิบายเรื่องการจ่ายภาษีของรายการกูยืมกรรมการหน่อยครับ ต้องเป็นการกู้ยืมในลักษณะใหนถึงมีเบี้ยปรับครับ  


เนีียเราสู้มืออ่ะ บอกขนาดนี้แล้ว เด่วโทรไปบอกครูให้ตีตูดเลยนิ  


ผมไม่รู้เลยถามไงท่าน ผมไม่ได้รู้เรื่องภาษี  


มาครับ ยินดีอธิบายให้ฟังแบบละเอียดและสุภาพครับ (ครูไม่ต้องตีตู๊ดแล้วนะ 5555)

ประเด็นเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการ ที่สรรพากรจะเข้ามาเล่นงานและมีเบี้ยปรับ มันเกิดจาก 2 เงื่อนไขหลักๆ

1. เรื่องดอกเบี้ยประเมิน (มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร)
ตามกฎหมาย บริษัทให้กรรมการยืมเงิน 14 ล้าน จะคิดดอกเบี้ย 0% หรือต่ำกว่าราคาตลาดไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสมควร หากในงบบัญชียื่นไปว่าไม่คิดดอกเบี้ย สรรพากรจะทำการ 'ประเมินดอกเบี้ยรับย้อนหลัง' ใส่เป็นรายได้ของบริษัททันที (คิดง่ายๆ ดอกเบี้ย MLR ประมาณ 5% ย้อนหลัง 3-4 ปี = บริษัทมีรายได้ซ่อนเพิ่มเข้ามาหลายล้าน)

2.เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (มาตรา 22 และ 27)
พอสรรพากรประเมินรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม ทำให้ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่บริษัทเคยยื่นไว้เดิมมัน ขาดหรือไม่ครบ

ภาษีฝั่งบุคคลธรรมดา (ของตัวกรรมการเอง) ถ้าสรรพากรประเมินว่าบริษัทมีดอกเบี้ยรับ ตัวกรรมการผู้กู้ก็อาจโดนประเมินว่า เงินต้น หลักสิบกว่าล้านนั้น ถือเป็น เงินได้พึงประเมิน (มาตรา 40) หรือโบนัสแฝงที่ดึงออกมาจากบริษัท ซึ่งกรรมการต้องเอาเงินสิบกว่าล้านนี้ไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นบันไดสูงสุดถึง 35% ด้วย

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) การที่บริษัทปล่อยกู้ให้กรรมการ แม้จะเป็นกรรมการตัวเอง สรรพากรจะมองว่าเข้าข่ายการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ บริษัทต้องนำส่งภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% ของยอดดอกเบี้ยที่โดนประเมินด้วย


ผมอธิบายแบบนี้ ยังคิดว่าผมมโนไหมเนี๊ยครับ  


ข้อมูลพวกนี้ผมว่ายอมความไปก็ไม่รอดนะครับ  


หมายถึงไอ้ต้าไม่รอดเหรอครับ อธิบายผมที ไม่รอดอย่างไรครับ  


ผมหมายถึงสรรพากรเขาไม่น่าเว้นให้ ต่อให้ยอมความก็เถอะ  


ที่ผมถามก็เรื่องนี้แหละ สรรพกรจะจับต้าด้วยใช่ไหมที่ท่านกำลังจะสื่อ ? ผมจะได้อธิบาย  


น่าจะเป็นเรื่องระหว่างชสรกับสรรพากร รึเปล่าครับ ถ้าตัวเลขมันผิดจริงๆอาจต้องจ่ายเบี้ยปรับตามที่ท่านบอก ส่วนเรื่องฟ้องกรรมการผมไม่มีความรู้เลย  


ก็บอกแล้วไง ต้นโพส

พี่ยัตต้องตามง้อ ตาต้า แสนงอน ให้กลับมารับหุ้น

ผมถึงบอกไงว่าโครตฮา ตลกจัด เพราะตอนแรกแย่งหุ้นกัน

ตอนนี้ยัตต้องง้อให้ต้ามารับถือหุ้น ส่วนต้าก็จะลีลาหน่อยที่จะกลับไปรับหุ้น เผลอๆถ้าต้ามันไม่มีความรู้มากพอ มันกลัวที่จะรับหุ้นคืนด้วยซ้ำ แต่ทีมทนายเขาน่าจะบอกไว้หมดแล้ว

เรื่องนี้ถ้าถอนฟ้องทั้งสองฝั่ง มีคนคนเดียวที่เสี่ยงบิน ส่วนไอ้ต้า รอดแล้ว 100% ผมบอกแค่นี้แหละ  


รอดที่หมายถึงคืออะไรครับ? ถ้าชสรต้องจ่าย รายได้ของชสรที่ต้องประเมินเพื่อมาแบ่งให้ต้าตอนไกล่เกลี่ยก็ลดลงด้วยหนิครับ
โพสต์บน Soccersuck V2
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
icon-mybid
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel