สรุปดราม่าBitkubโดนแฮก1,700ล้านบาท
มหากาพย์โกหกเพื่อชาติ? ชำแหละสารภาพ 'ต้น สกลกรย์' ยอมรับแก้รายงานทิพย์คนเดียว ปม Bitkub โดนแฮก 1.7 พันล้าน สู่ศึกถกเถียง: เซฟวงการ หรือ หมกเม็ดตบตา?”
"ต้น - สกลกรย์ สระกวี" อดีตผู้บริหารระดับสูง จะร่อนคลิปวิดีโออัดหน้ากล้อง "ยืดอกรับผิดคนเดียว" ว่าเป็นคนแก้เอกสารรายงาน ดจ.1 ยื่น ก.ล.ต. เอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด Bank Run (แห่ถอนเงินจนระบบพัง) และยอมรับความผิดทางกฎหมายไว้คนเดียว!
VIDEO
1: "คำสารภาพของ ต้น สกลกรย์" ยอมรับแก้เอกสารคนเดียว-ลาออกรับผิด!
หลังโดน ก.ล.ต. กล่าวโทษต่อ บก.ปอศ. นายสกลกรย์ สระกวี อดีตกรรมการผู้มีอำนาจ ได้อัดคลิปเปิดใจยอมรับผิดแบบตรงไปตรงมา:
แก้เอกสารคนเดียว: ยอมรับว่าเป็นคนแก้ไขแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ดจ.1) ยื่น ก.ล.ต. ด้วยตนเองเพียงคนเดียว ตั้งแต่ พ.ค. - ต.ค. 2564 เพื่อปิดบังว่าถูกแฮก
กันทุกคนออกจากความผิด: ยืนยันว่า ผู้บริหารคนอื่น (รวมถึงคุณท็อป จิรายุส ที่ไม่ได้อยู่ในโครงสร้างบอร์ด Exchange) และพนักงานคนอื่น ๆ "ไม่มีส่วนรู้เห็นเลยสักคน"
ประกาศลาออกทิ้งท้าย: ขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง พร้อมประกาศลาออกจากทุกตำแหน่ง ชดใช้ความผิดและพร้อมร่วมมือกับตำรวจล่าตัวแฮกเกอร์
️ 2: "ทำไมต้องปิดข่าว 5 ปี?" อ้างอุดมการณ์ 'ถ้าเปิดตอนนั้น วงการคริปโตไทยล่มสลายแน่!'
เหตุผลที่เจ้าตัวเลือกยอมแบกความเสี่ยงทางกฎหมายมานานถึง 5 ปี:
กลัวเกิด Bank Run: หากประกาศ ณ ตอนนั้นว่าเงินหาย 1,700 ล้านบาท ลูกค้านับแสนรายจะตื่นตระหนก แห่ถอนเงินสดและเทขายเหรียญพร้อมกันจนกระดานพัง พนักงานหลายร้อยชีวิตต้องตกงาน
กลุ่มผู้ก่อตั้งยอมควักเงินส่วนตัว: เลือกปิดข่าวเพื่อซื้อเวลา ให้กลุ่มผู้ก่อตั้ง (Co-Founders) นำเงินส่วนตัวไปไล่ซื้อเหรียญคริปโตมาคืนใส่คลังจนครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์ภายในสิ้นเดือน ต.ค. 2564
ลูกค้าเสียหาย 0 บาท: ยืนยันว่าเงินลูกค้าอยู่ครบ ไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่บาทเดียว และปัจจุบันระบบยกระดับความปลอดภัยขึ้นระดับ Top 20 ของโลกแล้ว
⚖️ 3: "Traditional Finance VS Crypto" มิติการซื้อเวลาที่ไม่เหมือนกัน!
กูรูสายการเงิน JRT Desk ออกมาชำแหละว่า "เข้าใจเหตุผลในการปิดข่าว แต่สิ่งที่ทำมันผิดวิธี!":
เปรียบเทียบวิกฤตโลก: ในโลกการเงินปกติ (เช่น Northern Rock หรือ Bear Stearns) เวลาเกิดวิกฤตสถาบันการเงิน Regulators (เช่น ธนาคารกลาง/ก.ล.ต.) จะรับรู้สถานการณ์ร่วมด้วยตั้งแต่แรก เพื่อจัดเตรียมสภาพคล่องเงียบ ๆ แล้วค่อยแถลงข่าวพร้อมทางออก
จุดพลาดของ Bitkub: Bitkub เลือกที่จะ "โกหก ก.ล.ต." ส่งรายงานงบปลอมซ้ำ ๆ ทุกวันนานเกือบ 6 เดือน ซึ่งในทางกฎหมาย ก.ล.ต. ถือว่าเป็นการล่อลวงรัฐบาล จึงต้องดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 76 และ 88(2) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
4: "เพจบล็อกเชนสวนกลับ" อย่าอ้างว่าทำเพื่อวงการ-มียังมีประเด็นโกหกซ้ำซ้อน!
เพจสายความรู้บล็อกเชน (Blockchain Review - บล็อกเชนรีวิว & Stocker Day) ออกมาฟาดแรงและชี้แจงข้อเท็จจริงอีกมุม:
Exchange ไม่ใช่ ธนาคาร: เงินใน Exchange คือทรัพย์สินที่แยกไว้ ห้ามนำไปปล่อยกู้ ถ้าเอาเงินมาคืนครบแล้ว มันจะไม่มีคำว่า Bank Run ตั้งแต่แรก! คนที่เสียประโยชน์จากคนถอนเงินจริงๆ คือ Exchange ที่จะเสียค่าธรรมเนียม
อย่าอ้างวงการ: ชื่นชมเรื่องสปิริตที่หาเงินมาคืนได้ (ดีกว่า Zipmex หรือ FTX) แต่ "อย่าอ้างว่าทำเพื่อวงการ หรือถ้าไม่ทำวงการจะถอยหลัง 10 ปี" เพราะวงการคริปโตไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง
ดราม่า Digital Footprint (โป๊ะ 2 รอบ): สิ่งที่คนผิดหวังที่สุด ไม่ใช่เรื่องถูกแฮกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่คือเมื่อไม่นานมานี้ที่มีเอกสารหลุดออกมา Bitkub ยังคงออกแถลงการณ์โต้ว่าเป็น "เอกสารปลอม" ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องจริง การโกหกซ้ำสองคือสิ่งที่ทำลาย Trust (ความน่าเชื่อถือ) ยับเยิน!
5: "สืบจากบล็อกเชน... เหรียญ KUB กับเรื่องแฮก ADA 2,000 ล้าน?"
ประเด็นข้อสงสัยที่สังคมคาใจ เรื่องการหาเงิน 1,700 ล้านมาเติม:
เหรียญ KUB ไม่ได้สร้างมาแก้แฮก: ทางเพจ Stocker Day ไปเช็กบล็อกเชนพบว่า Block #0 ของ KUB Chain ถูกสร้างวันที่ 28 เม.ย. 2564 (ก่อนโดนแฮก 12 วัน) จึงสรุปว่าเหรียญ KUB ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหาเงินคืนแฮก แต่บังเอิญตรงกันพอดี (ส่วนเรื่องการปั๊มราคาไป 500 บาทเพื่อหาเงินคืนหรือไม่ ต้องพิสูจน์กันต่อ)
ปมแฮก ADA 2,000 ล้าน: อาจารย์เอ็ม ติดเล่ากับอาจารย์เอ็ม เฟซจริง เผยว่าเอกสารที่หลุดมีเรื่องแฮกเหรียญ ADA อีก 2,000 กว่าล้านบาทด้วย แต่โชคดีที่แฮกเกอร์ยอมคืนเหรียญเมื่อโดน ก.ล.ต. ตรวจสอบ
6: "ผลกระทบต่อราคาเหรียญและอนาคต Bitkub"
แนวโน้มราคา (Neutral): ตลาดรับรู้ข่าว ก.ล.ต. ไปหมดแล้ว การที่อดีตผู้บริหารออกมายอมรับผิดและลาออก ช่วยปลดล็อกความคลุมเครือและลดแรงเสียดทานทางสังคมได้ดี
สู้คดีอาญาต่อ: ขั้นตอนหลังจากนี้ต้องเดินหน้าสู่กระบวนการสอบสวนของ บก.ปอศ., พนักงานอัยการ และศาลยุติธรรมต่อไป
บทสรุป Trust Issues: แม้เงินลูกค้าจะปลอดภัยครบถ้วน แต่ Bitkub ต้องใช้เวลาอีกนานในการกอบกู้ "ความไว้วางใจ" ด้านธรรมาภิบาล (Good Governance) กลับคืนมาครับ!
ดรอยด์สรุปปิดท้ายแบบมองตาเซียน:
พี่ครับ… สรุปง่าย ๆ เคสนี้คือ "สปิริตดีที่เอาเงินมา คืนครบ แต่ตกสวรรค์เพราะโกหกสี่ปีซ้อน!" การยอมรับผิดแบบลูกผู้ชายของ 'ต้น สกลกรย์' ช่วยเซฟองค์กรและผู้บริหารคนอื่นได้เยอะมาก แต่การเลือกยื่นงบปลอมตบตา ก.ล.ต. ยาวนานถึง 6 เดือน แถมพอเอกสารหลุดก็ยังปัดว่าเป็นเรื่องเท็จ มันกลายเป็นชะงักติดหลังเรื่อง "ธรรมาภิบาล" ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของวงการคริปโตไทยว่า 'ความหวังดี... ไม่สามารถใช้อยู่เหนือความถูกต้องทางกฎหมายได้' ครับพี่!
ที่มา เพจ ดอย - droid