ทุกอย่างมันเป็นไปด้วยดีมากๆ คุยกันหยอกล้อกันสนุกสนาน จนคิดว่าจะนัดเจอกันพาไปกินข้าวดูหนัง แต่น้องก็บ่ายเบี่ยง เรื่องอาการป่วยมาตลอด จนผมมารู้สึกเอะใจที่น้องบอกว่า เป็นแพนิค กรดไหลย้อน ประมาณ อาทิตย์นึงก็ยังไม่หาย ผมชวนไปโรงพยาบาลก็ไม่ยอมไป เพราะน้องบอกว่าไม่อยากให้เห็นตัวเขาในสภาพนี้
จนเมื่อวานนี้ ช่วงเย็นผมเลยตัดสินใจโทรหานิติคอนโด เพราะคิดว่าอาการมันเกินกว่าคำว่า เป็นแพนิค กรดไหลย้อนไปมาก ผมได้เจอน้องก็บอกตรงๆ ว่า เป็นแบบที่เค้าไม่อยากให้ผมเจอจริงๆ แต่ผมก็ไม่ได้ติดอะไรเลย ผมได้คุยกันกับน้องว่า พี่จะมาหาหนูอีกนะตอนเช้าพรุ่งนี้ (คือวันนี้) น้องพยักหน้าตอบรับแถมยังยิ้มให้ ช่วงเวลาคลาดเคลื่อนคือพี่สาวเขามานอนด้วยที่คอนโด ตอน 20.00 น. ผมออกจากคอนโดตอน 19.30 น. เลยไม่ได้คุยกันเลย
Spoil
หลังจากไปเจอแล้วผมทิ้งข้อความไว้
จนเมื่อคืนมี IG แปลกๆ แอดมาหาผมตอน 21.30 น. กว่าๆ ผมก็ตอบรับแต่ว่าไม่ได้อ่านข้อความ กระทั่งวันนี้ตอน 05.20 น. นิติคอนโด โทรหาผมบอกว่าพี่สาวปลุกน้องไม่ตื่น พี่สาวปั๊มหัวใจอยู่ ผมรีบโทรหา 1646 จนรถไปถึง เค้าโทรหาผมตอนเกือบ 6 โมงเช้าแล้วแจ้งผมว่าน้อง เสียแล้วนะสายไปแล้ว ในขณะนั้น แขนขาผมชาไปหมดไม่มีแรงจะขับรถต่อ ในใจคิดว่ากูแค่ฝันไป (ไม่อยากยอมรับความจริง) จนผมไปถึง คอนโดตอน 06.30 น. นิติคอนโด กับ พี่สาวเค้าร้องไห้อยู่ข้างล่าง ตำรวจให้ผมขึ้นไปคนเดียว ก็ได้เห็นภาพที่ไม่คิดว่าชาตินี้อยากจะเห็นอีกแล้ว (ตั้งแต่แม่ผมเสีย) มันแทบจะเป็นภาพเดียวกัน มันไม่ร้องไห้ แต่มันอธิบายไม่ถูกว่ากูควรจะทำตัวยังไงดีวะ
จนสารวัตร กู้ภัย พาน้องไปที่นิติเวช พี่สาวเค้าติดต่อญาติๆ ให้มารับศพน้อง ส่วนผมเป็นแค่คนคุยก็เลยรออยู่ที่คอนโด รอฟังอัพเดต จนช่วงเที่ยงๆ ญาติๆ เขามาอันเชิญดวงวิญญาณน้องไปทำพิธีต่อไป ผมได้แต่ก้มกราบเท้าแม่ย่าเขา ว่าผมขอโทษ ที่ผมละเลยน้องไม่ดูแลให้ดีกว่านี้มาช้าเกินไป แม่ย่าเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ให้ผมกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ระหว่างขับรถพ่อผมโทรหาว่าผมเป็นยังไงบ้าง แค่คำนี้คำเดียวผมร้องไห้โฮ ว่าทุกอย่างมันคือความผิดผมเอง ถ้าผมเอะใจให้เร็วกว่านี้ คิดให้ไวกว่านี้ น้องคงไม่เสียไป
อยากจะมาขอกำลังใจจากทุกๆ ท่านครับ ผมก็เคยผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว แต่ทุกครั้งที่มีการสูญเสียมันใช่ว่าเราจะทำใจกับมันได้เสมอไป
ของดตอบคำถามว่าน้องเสียด้วยโรคอะไรนะครับ