[RE: สรุปมหากาพย์ดราม่ารถโดนปูนทับแต่ทัวร์ลงคนขับยับ]
CallMeLight พิมพ์ว่า:
GNR พิมพ์ว่า:
CallMeLight พิมพ์ว่า:
แยกประเด็นก่อน ของตกใส่จากบ้าน ยังไงก็ผิด จะตกใส่รถ ตกใส่หัวคนก็ผิด
ถ้าเป็นเมืองนอกนี่เผลอๆรวยเละ เคยเห็นที่เค้ารีบมากวาดหิมะหน้าบ้าน เพราะกลัวคนลื่นล้มแล้วเจ้าของบ้านผิดต้องจ่ายอ่วม หลักการเดียวกันนั่นแหละ
ส่วนจอดหน้าบ้านเค้า เจ้าของบ้านก็ฟ้องได้ กฏหมายมันให้ทำงานกันแบบนี้แหละฟ้องกันไปมา ไม่ใช่ว่าเอ็งผิดก่อน มาจอดหน้าบ้านก่อน ไม่รับผิดชอบโว้ย
ส่วนค่าทนาย 3หมื่นผมไม่เคยเจอนะ ไม่รู้จังหวัดอะไร แต่ผมว่าหาดีๆ มีที่รีบไม่ถึงหรอก ผมก็ผ่านมาหลายคดี หลักพันก็เคยจ่าย หรือไปคิดเป็น %จากเงินที่ได้ก็เคยจ่าย
คนละเรื่องแล้วครับ บ้านเค้า บางทีทำคนตายเป็นสิบ ยังตัดสินว่าสุดวิสัยเลย
เคสหิมะเทียบกันไม่ได้ครับ หลายประเทศ ที่ มีหิมะตก หน้าที่ของพลเรื่องในการ ดูแล บ้านตัวเองเป็นกฏหมายชัดเจนครับเพราะพวกนี้อันตรายสูงมาก แต่ไม่ใช่กับ ในเรื่องครับ ในเรื่องคือ อุบัติเหตุจริงๆ สภาพ ของไม่ได้อยุ่ในสภาพที่มองว่าเสียหรือชำรุด
ที่บอกว่ามันคือ "อุบัติเหตุ" หรือ "ไม่ได้ชำรุด" อันนี้น่าจะคิดไปเองครับ ในความเป็นจริง ถ้าปูนกับหลังคามันร่วงลงมาได้ แปลว่ามันชำรุดและเสื่อมสภาพแล้วครับ ของดี ๆ ที่ไหนจะอยู่ ๆ หลุดร่วงลงมาเอง ?
ตามกฎหมายไทย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 434 ระบุไว้ชัดเจนครับว่า "ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะเหตุที่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นก่อสร้างไว้บกพร่อง หรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอไซร้ ท่านว่าผู้ครองโรงเรือนนั้นจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน"
กฎหมายกำหนดเป็น "หน้าที่" ของเจ้าของสิ่งปลูกสร้างที่ต้องดูแลไม่ให้มันไปพังทับทรัพย์สินคนอื่น ต่อให้เป็นอุบัติเหตุ เจ้าของบ้านก็ต้องรับผิดชอบทางแพ่ง ฐานละเมิด จะมาอ้างว่าสุดวิสัยไม่ได้เลย ถ้าโครงสร้างบ้านคุณไม่พังลงมา รถเขาจะพังไหม?
ส่วนเรื่องเคสหิมะที่ผมยกตัวอย่าง มันคือ "หลักการเดียวกันเป๊ะๆ" ครับ เจตนารมณ์ของกฎหมายคือ หน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของทรัพย์สินตนเองเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น Duty of Care
ต่างประเทศเขามีกฎหมายปรับคนไม่กวาดหิมะหน้าบ้านฉันใด กฎหมายไทยก็มี มาตรา 434 บังคับให้เจ้าของอาคารต้องบำรุงรักษาตึกไม่ให้เศษปูนร่วงใส่หัวคนฉันนั้นครับ เจตนาของกฎหมายคือการป้องกันไม่ให้ความประมาทเลินเล่อของเจ้าของทรัพย์สินไปทำเดือดร้อนคนอื่น บริบทต่างกันตามสภาพอากาศ แต่ "หลักการสากล" เหมือนกันครับ
ส่วนที่ยกเคส "ทำคนตายเป็นสิบแล้วหลุดเพราะสุดวิสัย" มาเทียบกับเคสปูนร่วงเพราะบ้านขาดการดูแล อันนี้คนละเรื่องและเทียบกันไม่ได้อย่างสิ้นเชิงครับ คำว่า "เหตุสุดวิสัย" ตามกฎหมาย (มาตรา 8) ต้องเป็นเหตุที่ไม่มีใครป้องกันได้ ต่อให้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว เช่น แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า พายุเข้า
แต่การปล่อยให้บ้านร้างจนปูนเสื่อมสภาพ แตกหัก และร่วงลงมาเองในวันฟ้าโปร่ง นี่เรียกว่า "ความบกพร่องในการบำรุงรักษา" ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยครับ ไม่งั้นเจ้าของตึกแถวหรือคอนโดทั่วประเทศก็คงปล่อยให้ตึกถล่มทับคนตายฟรี ๆ แล้วอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัยได้หมดสิครับ ?
ผมยังยืนยันคำเดิมครับว่า "ต้องแยกประเด็น"
รถจอดขวางหน้าบ้าน = ผิดกฎหมายเรื่องก่อความเดือดร้อนรำคาญ เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ฟ้องหรือแจ้งความก็ว่าไป
ปูนร่วงทับรถ = เจ้าของบ้านผิดฐานละเมิด ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามนั้น
ความผิดของคนอื่น ในเคสนี้คือคนที่จอดรถผิดที่ ไม่ได้ทำให้ความผิดของเจ้าของบ้าน (ปูนร่วงใส่รถเขา) กลายเป็นความถูกต้องครับ กฎหมายแยกแยะชัดเจน ไม่เอามาหักลบกลบหนี้กันเองตามใจชอบครับ
เอางี้ดีกว่า ท่าน เรื่องนี้คือข้อพิสูดทาง คดี การจะ บอกว่า เป็น เหตุสุดวิสัย หรือ ประมาท อันนี้อยู่ที่ศาลพิจรณา บ้านแม่งซื้อมาโครงการเดียวกันหลังอื่นไม่เห็นเป็น มาเป้นหลังนี้ซึ่งแม่งอาจหลุดคิวซี แล้วหลังอื่นก็ไม่มีการซ่อมบำรุง และที่สำคัญหลังนี้ไม่ได้มีการต่อเติมอะไรเป็นพิเศษ ผมว่า อันนี้ ไม่ควรไปตัดสิน ว่า เจ้าขิองบ้านผิดไม่ผิด ถ้าให้ชัดควรให้ศาลพิจรณา มากกว่า
แต่ ครั้งนี้ เห็นฉันผิดแบบผิดจริงๆ จอดรถหน้าบ้านคนอื่น ทางกฏหมายผิดอยู่แล้ว แต่เหตุของบ้าน นี้คือ ยังก้ำกึ่ง ไม่ควรเอามาแบบโทษเลยผิดเจ้าของบ้าน จริงๆ จะโทษ ควรไปยื่นฟ้องเองตัดสินให้ชัดก่อน จริงๆ มีคเดีแนวนิเยอะมากนะครับเช่น แผ่นหลังคาปลิวไปทำบ้านคนเสียหาย หรือเหตุุกระจกระเบิด แล้วตกลงมาใส่คน เคยมีกรณีพิพากษามาแล้ว ว่าเกิกจากเหตุสุดวิสัย แล้วกรณีนี้ โคตร ชัดเลยครับเพราะเป็นบ้านโครงการ ถูกสร้างมา ในเวลาเดียวกันวิธีเดียว ถ้าสามารถพิสุดได้ว่า บ้านที่สร้างในล็อตเดียวกัน ที่ไม่มีการต่อเติม โครงสร้างก็ยังแข็งแรงอยู่ ไม่มีการบำรุงเหมือนกัน เคสนี้ ยิ่งถูกมองง่าย ด้วย สภาพแวดล้อม ที่เป็นหลักฐานชั้นดี เร่องนี้ มันเลย ยังไม่ชัดพอที่ท่านจะไปกล่าวหาว่า เจ้าของบ้านผิด