เมื่อผมเป็นโรคซึมเศร้าและพัฒนาเป็นไบโพลาห์ (Q&A)
ขอบคุณสมาชิกทุกคนที่เข้ามาอ่าน(ให้กำลังใจ) คอมเมนต์ แผล่บให้นะครับ พอได้อ่านคอมเมนต์ มันก็ช่วยให้ผมปะติดปะต่อเรื่องราวได้ และจะเล่าอะไรต่อไป ผมว่าพาร์ทนี้มันเรียก EP.3 ไม่ได้สิ ขอใช้คำว่า เมื่อผมเป็นโรคซึมเศร้าและพัฒนาเป็นไบโพลาห์ Q&A
ตามไปอ่านบทความเก่าได้นะครับ
เมื่อผมเป็นโรคซึมเศร้าและพัฒนาเป็นไบโพลาห์ EP.1
https://www.soccersuck.com/boards/topic/2668380
เมื่อผมเป็นโรคซึมเศร้าและพัฒนาเป็นไบโพลาห์ EP.2
https://www.soccersuck.com/boards/topic/2668389
เอาละเก็บตกอาการช่วงก่อนรักษา
1.ฝันถึงแฟนคนแรกบ่อยๆ ตื่นมาร้องไห้ จนแฟนเก่า คนล่าสุดโทรหาบอกว่า ผมกำลังป่วย อย่างไรพยายาม Contact กันไว้นะ เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกัน
2.กิจกรรม การใช้ชีวิตต่างๆ จากที่เคยทำกลับไม่ทำ เมื่อก่อนผมชอบออกกำลังกาย วิ่ง, เวทบ้าง
3. ดูหนัง ยูทูป เปิดแล้วดูไม่เกินห้านาทีปิด เพลงก็ไม่ฟัง
แล้วช่วงรักษาตัวทานยาเป็นอย่างไรบ้าง
1.อาการหงุดหงิดน้อยลง นอนหลับสนิทและเป็นเวลา เพราะยาที่ทาน ทานก่อนนอน ทานช่วงทุ่มถึงทุ่มครึ่ง
2.สิวมาเต็ม สิวอักเสบ น้ำลดลง 58 กก.
3.ท้องผูก ชนิดที่ว่าทรมานมาก พยายามเบ่งก็ไม่ออก(ต้องใช้มือช่วยฮะ ไปหาหมอ บอกหมอ คุณหมอเปลี่ยนตัวยาให้ ดีขึ้นมากเลย)
4.คนที่บ้านยังไม่ทราบ และยังไม่เข้าใจโรคที่ผมเป็น ซึ่งตอนหลังน้าชาย(น้องชายแม่) และแฟนเก่าเข้ามาพูด มาช่วยครับ
ช่วงรักษาตัวใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร
1.ใช้จ่ายอย่างประหยัด
2.ผมก็หารายได้จากการวิ่งไรเดอร์ ตอนนั้นรายได้โอเคนะ วิ่งไม่กี่ชั่วโมงพอได้ค่าแรงขั้นต่ำ และได้ค่าช่วยเหลือโควิดจากรัฐบาล (และพ่อดึงไปทำงานเป็น รปภ.)
3.กำลังใจจากคนรอบข้างครับ แฟนเก่า น้าชาย แม่(ไปบ้าน ไปหาแม่บ้าง ไปรับ-ไปส่งแม่ทำงาน)
4.พยายามออกกำลังกาย ออกไปเดินเล่น ไปวิ่ง เปลี่ยนสถานที่แวดล้อม
แล้วทำไมอยู่หอ ทำไมไม่คุยกับคนในบ้าน และคนที่สร้างมลภาวะทางเสียง
ต้องยอมรับก่อนว่า ตอนนั้นการตัดสินใจของผม ไม่ดีเอาซะเลย สภาพจิตใจติดลบ ดิ่งฮะ ก็คุยกับแม่กับแฟน ว่าย้ายไปอยู่หอก่อน
แล้วบ้านที่อยู่ตั้งแต่เกิด เดิมเจ้าของบ้านเป็นชื่อยาย แล้วทีนี้ยายโอนไปเป็นชื่อน้าสาว พูดยากอีก
แล้วตอนนี้ละเรื่องเสียงเป็นอย่างไร
- คนในบ้านล่ะ ก็ได้น้าชาย(น้องชายแม่) มาช่วยพูดว่าผมป่วยอยู่ ขอให้เบาๆ เสียงหน่อยนะ
- น้าที่ชอบมาดื่มเบียร์แต่เช้ามืด แล้วเสียงดัง โวกเวก โวยวาย แม่เข้าไปพูดครับ ขอความเห็นใจ ว่าผมไม่สบายอยู่ แกก็เบาลงนะ แล้วตอนหลังร้านขายของชำก็ปิดตัวไป
- ข้างบ้านทำเฟอร์นิเจอร์ ผมก็แจ้งเทศบาลไป ให้มาตรวจสอบเรื่องเสียง ช่วงแรกก็หยุดทำ ตอนหลังก็กลับมาทำแต่ใช้เครื่องเล็ก เดิมมีสองเครื่อง เสียงก็เบาลงนะ
แล้วตอนนี้ชีวิตเป็นอย่างไร
- ก็กลับมาอยู่บ้านแล้วครับ(อยู่อพาร์ทเม้นท์ได้ 4 เดือน) ก็ขอความร่วมมือคนที่ทำเสียงดัง จากที่ดังก็เบาลง แต่บางทีห้องน้าดูมือถือเสียงดัง ผมก็ลงมานอนห้องแม่นะ เพราะพ่อออกไปทำงาน
- ออกกำลังกาย วิ่ง, เวทบ้าง
- กลับมาทำงานออฟฟิศ (ก่อนกลับมาทำงานออฟฟิศ ผมไปเป็น รปภ. ได้ 3 ปี)
- น้ำหนักกลับมาอยู่ที่ 63 กก.
- ขี่มอเตอร์ไซค์ ไปไหว้พระ, ดูบอล, One Day Trip บ้าง
- ไม่ได้กินยาแล้วครับ หยุดยาเอง(หยุดกินไปเมื่อ 28 กันยายน 2568 ถึงตอนนี้หยุดยามา 9 เดือนละ) ซึ่งไม่ดีนะ มีโอกาสกลับมาเป็นได้ตลอด และต้องกินยาเพิ่ม
สุขภาพจิตเป็นอย่างไร
- ใจเย็นขึ้นเยอะเลยครับ ยกตัวอย่าง เจอคนขับรถไม่โอเค ไม่เปิดไฟเลี้ยว ก็มีบ่นในใจ แล้วก็ปล่อยผ่าน (มองอีกมุม เขาลืมเปิด) หรือพวกเบียด พวกแทรก เราต้องมองตัวเรา เราคงขับขี่ช้าไป ก็ตบไฟซ้ายชลอให้แซง
- เรื่องหงุดหงิดมีบ้าง แต่น้อยมากๆ นะ ผมพยายาม มองที่ตัวผมก่อน
เอาล่ะผมคิดออก เรื่องที่จะถาม-ตอบเพียงเท่านี้ ขอพักเรื่องรักษาโรคซึมเศร้าก่อนนะ กลัวเบื่อกัน เพราะที่ผมพิมพ์ตอนนี้รู้สึกว่า รวบรัดเกินไป เหมือนขี้เกียจพิมพ์ เรื่องต่อไปที่ผมจะเล่า น่าจะใช้ชื่อเรื่องว่า "เมื่อผมมีแฟน และมีเซ็กส์ที่โลดโผน เร่าร้อน" ขอไปทำงานก่อน และจะไปดูหนัง Obsession: สาปรักคลั่งหลอน (2026) มันเข้าโรงฉายวันนี้
ทิ้งคำถามได้นะครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน แผล่บ คอมเมนต์ และกำลังใจครับ ส่วนใครที่ไม่สบายอยู่ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ครับ ผมว่าเรื่องที่ผมเป็นมันอาจเล็กน้อยสำหรับบางคนนะ เข้าใจได้ครับ ภูมิต้านทานคนเราไม่เหมือนกัน
ส่วนผมมีคำถามนะ ถ้าผมไปตั้งกระทู้ที่เว็บพี่เบนอยู่(เว็บ คต) จะตามไปอ่านไหมครับ ซึ่งในความคิดเห็นของผม คือเว็บ SS จะพิมพ์จะโพสต์ดาร์กๆ หน่อย ส่วนเว็บ คต น่าจะลงรูปสถานที่ ท่องเที่ยวฮะ
ร่างใน Notepad ก่อนอัปโหลด