บทสรุปลุงวิศวะยิงเด็ก 17 ตาย
ปิดฉากมหากาพย์คดีดังเคส “ลุงวิศวะยิงเด็กวัยรุ่น 17 ปี เสียชีวิต” ปมแย่งที่จอดรถและขับรถปาดกันไปมาที่อ่างศิลา ชลบุรี
ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทุบคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่เคยสั่งจำคุกลุง 10 ปี
1.ศาลชั้นต้น - ศาลอุทธรณ์ สั่งคุก 10 ปี (มองว่าสมัครใจวิวาท)
ตอนแรกสู้กัน 2 ศาลแรก ลุงวิศวะอาการหนักมากพี่ เพราะทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มองเหมือนกันว่า:
ลุงไม่ยอมจบเอง: ถ้าลุงมีสติ จอดรอระงับอารมณ์สักพักตอนรถตู้ออกไป เรื่องก็ไม่เกิด แต่ลุงกลับขับรถตามไปบีบแตรยาวใส่เขา ยั่วโทสะเขา แถมที่กล้าทำเพราะในกระเป๋ามีปืนติดตัว แสดงว่า "สมัครใจร่วมทะเลาะวิวาทมาตลอดทาง" เมื่อสมัครใจไปแลกกับเขาแล้ว จะมาอ้างว่ายิงเพื่อป้องกันตัวไม่ได้! ศาลเลยสั่งจำคุกลุง 10 ปี และต้องชดใช้เงินให้ฝั่งคนตายอีก 340,000 บาท
2.ศาลฎีกาพิพากษาพลิกคดี: มองเป็น "ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ"
พอคดีมาถึงศาลสุดท้าย ศาลฎีกาท่านตรวจหลักฐานแล้วคิดต่างอย่างสิ้นเชิง โดยมองแยกแยะเหตุการณ์เป็นช่วง ๆ แบบเป็นธรรมมากพี่:
รถตู้ผิดก่อน: การที่รถตู้ไปจอดขวางเขาแล้วไม่ยอมเลื่อนขยับให้ มันไม่ใช่เรื่องที่คนปกติที่มีมารยาทเขาทำกัน ใครเจอแบบนี้ก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา
ลุงระงับความโกรธแล้ว: ถึงตอนแรกจะด่ากัน บีบแตรใส่กัน แต่ตอนที่ลุงจอดรถข้างกู้ภัย ศาลมองว่าลุงระงับอารมณ์ได้แล้วและพยายามจะหาคนช่วย แต่ฝั่งวัยรุ่นกลับยกพวกมาปิดล้อม มุดหัวเข้ามาในรถ คุกคามด้วยวาจาเกรี้ยวกราด แถมรุมชกต่อยลุงในพื้นที่แคบ ๆ ที่ลุงขยับหนีไปไหนไม่ได้เลย
ทางเลือกสุดท้าย: ศาลฎีกามองว่า จังหวะนั้นลุงโดนรุมทำร้ายจริง การใช้ปืนจึงเป็นทางเดียวที่จะทำให้ลุงรอดจากการโดนกระทืบได้ แต่! การยิงเข้าจุดสำคัญ (หน้าอก) แทนที่จะยิงขู่ขึ้นฟ้าหรือยิงลงพื้น ศาลเลยปรับแก้ข้อหาจากเจตนาฆ่า เป็น "ฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ" (มาตรา 69)
3. บทสรุปโทษทัณฑ์: รอดคุก! สั่งรอลงอาญาและดัดนิสัย
พอศาลฎีกาชี้ชัดว่าเป็นเรื่องการป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ บทลงโทษเลยเบาลงฮวบ ๆ จากที่ต้องติดคุกยาว 10 ปี กลายเป็นแบบนี้แทน:
ลดโทษเหลือรอดคุก: จากโทษตั้งต้นแก้เหลือจำคุก 5 ปี ลุงยอมรับสารภาพและมอบตัวทันที ลดให้เหลือ จำคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 2,000 บาท
ให้โอกาสรอลงอาญา: เนื่องจากลุงไม่เคยติดคุกมาก่อน และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะ ฝั่งผู้ตายมีส่วนผิดเต็ม ๆ ที่ไปหาเรื่องลุงก่อน ศาลเลยสั่ง "รอลงอาญา 3 ปี" (ไม่ต้องติดคุกจริง) แต่ต้องโดนคุมประพฤติ 2 ปี รายงานตัวทุก 3 เดือน บำเพ็ญประโยชน์ 30 ชั่วโมง และที่เด็ดสุดคือ ต้องเข้ารับการอบรมการควบคุมอารมณ์ 30 ชั่วโมง
ที่มา ...อ่านแบบเต็มๆได้ที่ เพจดอย
https://web.facebook.com/IdeaHit2021
รับโทษแบบเบาสุดๆแล้วล่ะ เรียกว่าหนังคนละม้วนกับศาลชั้นต้น - ศาลอุทธรณ์เลยแฮะ