ตอนแรกพิมพ์ยาวๆ คิดไปคิดมาเอาที่ท่านตั้งมาตอบดีกว่า
ตุด พิมพ์ว่า:
ผมเป็นคนขับรถไม่หวือผวามาก 100-120
ถ้าต่างจังหวัดหรือทางยาวเต็มที่ไม่เกิน 150 นานๆที
ตอนนี้มีเงินล้านเดียว เห็นมือสอง F10 F30 ก็งงทำไม 320D กับซีรี่5 520D มันราคาแทบไม่ต่างกันเลย 500-800k ตามปี ตามเลขไมค์ อื่นๆ
ถ้าโจทย์แค่นี้จริงๆได้ทั้งคู่ เพราะ F30 รุ่นนี้โดนวิจารณ์พอสมควรว่าช่วงล่างนุ่มกว่ารุ่นก่อนๆมากไปหน่อยจนไม่มั่นใจเวลาขับ ยกเว้นพวกตัว Sportline ที่ช่วงล่างดีกว่า Luxury หน่อยนึง
อ้างอิงจาก:
ผมไปดูช่องคุณอาร์ท ที่ปั้นรถขาย อันนี้ไว้ใจได้แค่ไหนครับ ถ้าคนไม่มีความรู้อย่างผมจะโดนหลอกไหม สมมุติซื้อ 520D 7แสน ปี 2016 ซึ่งเป็นรถเก่า10ปีละ ซ่อมอีก2แสนเป็น 9 แสน
อยากรู้ว่าต่อจากนั้นผมจะขับได้อีกกี่ปี เตรียมค่าใช้จ่ายทั้งหมดปีละ 1แสนถึงไหม
ซึ่งเทียบกับมือหนึ่ง ผมก็ยังจ่ายน้อยกว่าใช่ไหมครับขับไป 6-7ปี
เรื่องช่องนี้ผมไม่พูดละกันเพราะไม่รู้จัก
ส่วนเคสที่คุณยกมามันตอบไม่ได้ ราคารถมือสองมันคือความพอใจในการขายของคนขายเขา
ไมล์ฺน้อยกว่าก็ไม่ได้แปลว่ารถมันจะช้ำน้อยกว่า
คำถามง่ายๆ คุณว่าระหว่างรถวิ่งอยู่ต่างจังหวัด (ไม่นับจังหวัดติดทะเล) กับรถวิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ อันไหนน่าเล่นกว่ากัน?
แน่นอนว่าเป็นรถต่างจังหวัดอยู่แล้ว รถในกรุงเทพฯติดบ่อยๆ ความร้อนมันสะสมในห้องเครื่อง แล้วในห้องเครื่องยางกับพลาสติกมันเยอะแค่ไหนท่านก็น่าจะพอนึกออก ฉะนั้นแล้วเรื่องไมล์เยอะไมล์น้อยผมแทบไม่สนใจ
จริงๆถ้าพ่อค้าเขาจะกรอไมล์ก็ทำได้ไม่ยากเลยครับถ้าจะทำกัน
หรือเคสอย่าง 124 ที่บ้านผมได้มาทั้งสองคัน ใส่ในสปอยล์ละกัน ยาวมากละ
Spoil
ทั้งคู่เป็นรถวิ่งแถวๆอู่ญาติผมอยู่แล้วละญาติมาฝากขายทั้งคู่เพราะเจ้าของเดิมขับไม่ไหวและญาติไม่ต้องการรับต่อ
คันนึงประกอบนอกแต่ไมล์รถเยอะ + วิ่งเป็นแท็กซี่ที่ตปทก่อนจะมาไทย
คันนึงประกอบไทยแต่ไมล์รถต่ำมาก เจ้าของเดิมเป็นนายตำรวจใหญ่
คันแรกเจ้าของเดิมเขาเอาแค่ขายออกพอ ก็ได้มาราคาถูก(ชิบ)แต่สภาพก็ช้ำมาก (3 แสนกว่าไมล์)
ส่วนคันสองนี่เลขไมล์ยังไม่ถึงแสนเลยมั้ง แถมโชคดีที่ป้ายทะเบียนมันเลขสวย (ยุคนั้นยังป้ายขาว)ก็กลายเป็นว่าขายทะเบียนเสร็จปุ๊ปก็ได้กำไรก่อนจะขายรถอีก มันก็เลยตกมาที่บ้านผมในราคาที่ถูกกว่าตลาดพอสมควร
ถามว่ามีโอกาสไหมที่รถมันจะโดนกรอไมล์มาในคันหลัง ก็มี
แต่ในเมื่อมันเป็นรถมือเดียว และญาติเจ้าของเดิมเขาก็เป็นคนแถวบ้านเดียวกัน คิดว่าเขาจะกรอหลอกอู่ไปทำไม? เรื่องป้ายจริงๆเขาก็ขายเองได้ เพียงแต่เขาไม่ได้รู้จักใครในวงการนี้ ยังไงก็ต้องฝากคนอื่นขายอยู่ดี
ฉะนั้นแล้วเรื่องพวกนี้ตอบไม่ได้หรอกครับ ประวัติรถเท่านั้นที่จะบอกได้ว่ารถมันช้ำไม่ช้ำ
พวกรถที่มีใบเสร็จเข้าอู่เยอะๆไม่ใช่ว่าแย่นะครับ โคตรดีเลยจะได้รู้ว่าเปลี่ยนอะไรมาบ้างแล้ว
ไอพวกรถที่มีใบเสร็จเข้าอู่หนาเท่าหนังสือพิมพ์นี่ผมไม่สนเลยครับ แม่มพร้อมโยนขี้ให้เราเก็บต่อแน่นอน
บ้านผมตอนปล่อย 124 คันแรกออกไปนี่เจ้าของต่อมาเขายิ้มหวานเลยครับ รู้ว่าเหลืออะไรเก็บ ลองขับวนแปปเดียวจ่ายตังขับกลับเลย
ส่วนจะวิ่งได้กี่ปี คือมันยังวิ่งได้เรื่อยๆตราบใดที่ท่านยังมีตังเติมมันอะครับ
ไม่ได้ตอบแบบกวนเท้า แต่รถยุโรปพวกนี้มันเติมตังบ่อยกว่ารถญี่ปุ่นอยู่แล้ว
แล้วด้วยความที่ BMW มันออกแบบรถมาในสภาพที่ต้องให้สมบูรณ์เต็ม 100% ตลอดเวลาเพื่อจะบู้ได้
มันก็ยิ่งทวงตังในกระเป๋าท่านมากกว่าเจ้าอื่นๆอยู่แล้ว
คิดแบบง่ายๆไม่ต้องคิดมากก็ราวๆ 50-100k ต่อปี ปีไหนใช้ไม่ถึงไม่ต้องดีใจ แจ็คพอตแตกปุ๊ปเกินแน่นอน
พวกยางกับของเหลวผมไม่พูดถึง พวกนี้มัน fixed cost อยู่แล้ว กี่ปีกี่โลเปลี่ยน
แต่ขอย้ำนะครับ ถ้าอันไหนช่าง recommend ให้เปลี่ยน เปลี่ยนนะครับ ของพวกนี้มีอายุของมัน
เจอมาเยอะในอู่ญาติ ไอความงกแบบโง่ๆไม่เข้าท่าที่อาจจะพอฝืนได้ในรถญี่ปุ่นงี้ ทำกับยุโรปไม่ได้นะครับ
มีตั้งแต่ไองกหัวเทียน/คอยล์จุดระเบิดจะเปลี่ยนแค่ 1-2 ตัวงี้ (จะเค็มอะไรขนาดนั้น)
จนงกแบบไม่ยอมเปลี่ยนท่อยางบุชยาง สายพาน/โซ่ ฯลฯ สุดท้ายจบที่ฝาโก่งท่อแตกหมดเป็นแสนก็มีมาแล้ว
รถยุโรปท่องไว้เสมอครับ Preventative Maintainace คือเรื่องปกติครับ เพราะพังแล้วมันไปทั้งยวง
เอาแค่นี้ละกัน นั่งพิมพ์ๆลบๆตั้งแต่ 4 ทุ่มละ