[RE: Breaking!รถไฟชนรถเมล์กลางกรุง อโศก-พระราม9 เสียแล้ว8ราย]
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
notehahaha พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
notehahaha พิมพ์ว่า:
a.Raptor v.10 พิมพ์ว่า:
XWB พิมพ์ว่า:
Antivist พิมพ์ว่า:
ความคิดโคตรทุเรศ มาบอกรถไฟผิด ความเสียหาย 3 พัน
ผมมีเพื่อนหลายคนที่ใช้รถไฟตรงนั้นทุกเช้าเย็น ที่เดินทางจากชานเมืองเข้าไปทำงาน แต่ละคนเวลาก็มีคุณค่าไม่ต่างจากคนใช้รถยนต์
อีกแยกนึงที่เคยใช้งานแล้วมีลักษณะคล้ายกันคือที่ลาดกระบัง แต่อันนั้นไม่แออัดเท่านี้ แต่ก็แออัดอยู่ดี
เอางี้ ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปโดนชนตามต่างจังหวัด จะบอกว่าคนขับโง่ แต่พอเป็นเคสในเมืองบอกรถไฟผิด
รถไฟผิด กูวจะรั่วเลยครับ
โลกที่3 ของแทร้เลย
ผมสงสารแต่ผู้โดยสารบนรถเมล์ เพราะเค้าไม่ได้ผิดไรเลย
งั้นถามคำถามเดียว
แยกที่รถติดแบบนี้ รถไฟ ต้องหยุดมั้ย หรือขับตามความเร็วปกติไปเลย ถ้ารถคันไหนขวางก้ชนเลย
อิหยังเนี่ย แล้วทำไมไม่คิดถึง Root cause จริงๆว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้
สรุปแล้วสาเหตุมันเกิดจากอะไรระหว่าง
1.รถไฟไม่เบรก
2.รถยนต์ขับไปจอดตรงราง ทำให้รถไฟชน
แล้วรู้ได้ไงว่ารถไฟไม่พยายามเบรก อาจจะเบรกไม่ทันก็ได้
โคตรงงกับตรรกะความคิด
ห๊ะ งงตรงไหน
มันก้ต้องสาเหตุมาจากรถไฟไม่เบรคสิ เพราะมันน่าจะเป็นกฏของรถไฟด้วยซ้ำว่าแยกที่จราจรหนาแน่น ต้องจอด (น่าจะมีกฏข้อนี้อยุ่แล้วละ อยุ่ที่ว่าเปนแบบไหน)
*ไม่งั้นรถไฟทุกคันมันไม่หยุดมาทุกคันทุกปีมาเปนพันๆหมื่นๆรอบหหรอก*
ส่วนไอคร่อมราง อย่าที่บอกมันเปนสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ บางทีด้วยสถาณการณต่อหน้ามันก้พลาดได้ แต่ไม่ใช่ว่า พลาดแล้วรถไฟจะชนเก็บหมดได้
ถึงถามคำถามเดิม
แยกที่รถติดแบบนี้ รถไฟ ต้องหยุดมั้ย หรือขับตามความเร็วปกติไปเลย ถ้ารถคันไหนขวางก้ชนเลย
ตอบมาแค่นี้พอ
แล้วได้ศึกษายังว่ารถไฟจะเบรกต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แล้วคนขับรถไฟมองเห็นในระยะที่เท่ากับระยะเวลาเบรกมั้ย
ตอบมาแค่นี้พอ
งงตรงไหน มาถามกลับอีก มันเลยต้องเบรคทุกคันไง
เพราะไม่รุ้จะมีรถขวางข้างหน้ามั้ย
ถ้าระยะมองเห็นมันก้ไม่ทันแล้ว มันเลยต้องหยุดทุกคัน
แล้วถ้ามันมีกฏว่า ต้องหยุดทุกคันให้ทัน
แล้วคันนี้ไม่หยุด หรือหยุดไม่ทัน
ใครผิด ?
ไอจอดคร่อมรางอะผิดอยุ่แล้ว แต่มันผิดน้อยกว่าแน่ๆ
กฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522
- มาตรา 104 และ 105: กำหนดว่าเมื่อผู้ขับขี่รถมาถึงทางข้ามรางรถไฟ หากมีสัญญาณไฟ ขบวนรถไฟ หรือไม้กั้น ผู้ขับขี่ "ต้องหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร"
- มาตรา 106: ระบุว่าในกรณีที่ไม่มีไม้กั้น แต่มีรถไฟกำลังจะผ่าน ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วและ "หยุดรถในระยะที่ปลอดภัย"
การที่บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญา (เช่น ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตาม มาตรา 291) กฎหมายจะพิจารณาจาก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสี่ ซึ่งวางนิยามของคำว่าประมาทไว้ว่า:
"กระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่"
เมื่อนำมาปรับเข้ากับข้อเท็จจริงของพนักงานขับรถไฟ (พขร.):
วิสัยและพฤติการณ์: วิสัยของ พขร. คือควบคุมรถไฟไปตามรางด้วยความเร็วที่กำหนด เมื่อพบสิ่งกีดขวาง พขร. ได้ทำการสับวาล์วเบรกฉุกเฉินทันทีตามมาตรฐานวิชาชีพ
ข้อจำกัดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง: เนื่องจากระยะการมองเห็นถูกจำกัดด้วยโครงสร้างเมืองหลวง (เหลือน้อยกว่า 120 เมตร) แต่ระยะเบรกตามหลักฟิสิกส์ของรถไฟสินค้าต้องใช้มากกว่า 210 เมตร ต่อให้ พขร. จะใช้ความระมัดระวังจนถึงขีดสุดของมนุษย์ ก็ไม่สามารถหยุดรถไฟได้ทัน
ผลทางกฎหมาย: พขร. ไม่มีความประมาทในทางอาญา เพราะเหตุที่เกิดขึ้นอยู่เหนือวิสัยที่มนุษย์ในฐานะนั้นจะป้องกันได้
ก็ตามนี้อ่ะครับ กฎหมายเขียนไว้