Re: ถ้าพรรคส้มเป็นรัฐบาล คิดว่าพรรคส้มจะจัดการราคาน้ำมันยังไง
ผมว่าเรื่องนี้มันชัดอยู่แล้วนะว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่เราไปควบคุมอะไรไม่ได้
ผมไม่เข้าใจพวกชาวเน็ต Lv.1 ที่ไปโวยวายในเฟสหรือ Lv.ติดลบบน X ที่ทำงานกันเป็นบอทอวยคมพรรคส้มว่าถ้าเป็นพรรคส้มคงทำอย่างนู้นอย่างนี้ได้
คืออย่างแรกเลย ถ้าเป็นพรรคส้มทำได้อย่างมากจริงๆคือเจรจาโรงกลั่นแบบที่เอกนัททำ กดลงมาได้เท่าไหร่คือเท่านั้น โรงกลั่นก็ต้องแดก วิศวกรก็ต้องจ้าง ผู้ถือหุ้นก็มี
มันไม่ใช่รัฐวิสาหกิจหรือรัฐบาล มีเงินค้ำพวกนี้ยังไงก็ต้องทำเพื่อกำไร พูดตรงๆว่าถ้าผมเป็นโรงกลั่นผมก็ทำวะกักตุน margin มันตั้งกี่บาทอะ เดือนก่อนลิตรละ 30 กว่าบาทดีเซลไม่ถึง 30
ตอนนี้แม่มแทบจะบวกไปเกือบเท่าตัวละ ถ้ารัฐจะมาบีบเก็บภาษีเพิ่มก็จ่ายไปทีหลังเอา จะปรับก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ กว่าจะร่างกฎหมายกันเสร็จอะไรเสร็จ เผลอๆทรัมป์แม่งตายคาเก้าอี้ สงครามจบละยังไม่ผ่านสภาเลย
ถัดมาคือ ไม่มีทางทำให้ใครแฮปปี้ได้หรอก น้ำมันขึ้นปุ๊ปมันก็มีแค่สองทาง ผมเคยพิมพ์ไว้ตั้งแต่เกือบจะเดือนละ ว่ามันไปได้แค่สองเส้นทาง คือปล่อยจอยเลยหรือค่อยๆกดแบบสปริง
ปล่อยจอยเลยคือแบบออสเตรเลีย สวิงยังไงก็สวิงอย่างนั้นไป วันนี้เติมลิตรละ 30 พรุ่งนี้ 60 บาท วันถัดๆไปก็แล้วแต่ราคาตลาดโลกเอา
วิธีนี้เจ็บครั้งเดียวแล้วจบเลย กลุ่มเปราะบางแตกกระจาย แต่ไม่มีวิกฤติน้ำมันขาดแคลน ไม่มีการเติมเพื่อกักตุน (มันจะตุนไปทำไม อันตรายกว่าโรงงานพลุอีกมั้ง)
กดแบบสปริงก็คือแบบที่อนุทินทำอยู่ตอนนี้ ยันไว้ด้วยกองทุนน้ำมัน กองทุนน้ำมันหมดเมื่อไหร่ก็กู้มาโปะเอาเรื่อยๆ
ระยะสั้นคือเจ็บน้อย กลุ่มเปราะบางอยู่ได้ ประชาชนด่าหน่อยแต่ไม่ถึงขั้นก่อจลาจล แต่ระยะยาวใช้หนี้อ้วกแตก เอื้อให้โรงกลั่นกักตุนน้ำมัน เอื้อให้ผู้ค้าน้ำมันกักตุนน้ำมัน เอื้อให้คนเติมน้ำมันกักตุนน้ำมัน (เอ๊ะ?) ปั้มน้ำมันหมดจะเห็นได้เป็นประจำ แล้วสุดท้ายก็จะลามไปเรื่องอื่นๆตามวิสัยความแพนิคของคน เช่นเริ่มกักตุนอาหาร เริ่มกลัวว่าพรุ่งนี้ไฟจะไม่ติด น้ำจะไม่ไหล ฯลฯ
ผมก็เลยบอกว่า สำหรับเรื่องนี้ (ขีดเส้นใต้ตัวโตๆนะ) รัฐบาลไหนๆก็ตามแต่ ยังไงเราก็เติมน้ำมันแพง อย่างมากก็ลดได้บาทสองบาท จะนับไหมล่ะ