ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Apr 2009
ตอบ: 7982
ที่อยู่: เมอซี่ไซด์
โพสเมื่อ: Wed Mar 11, 2026 12:06
[RE: ใน SS ใครเป็นข้าราชการบ้าง]
Spoil
123ปลาฉลามขึ้นบก พิมพ์ว่า:
123ปลาฉลามขึ้นบก พิมพ์ว่า:
AGGLE พิมพ์ว่า:
เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจประเภท 3 แห่งหนึ่งครับ บรรจุมาจะ 6 ปี
ฝากบอกคนที่อยากมาเป็น ผมก็คิดว่ามันก็เป็นอาชีพที่ใช้หาเลี้ยงชีพตัวเองเหมือนกับอาชีพอื่น
เวลาทำงานก็มองภาพใหญ่ ปกป้องผลประโยชน์รัฐของส่วนรวมให้ได้มากที่สุด ทำให้เต็มที่มากที่สุด
ถึงจะรู้ว่ามันมี Red Tape คอขวด (Bottleneck)
เช่น เสนองานขึ้นไปติดหัวหน้า ติดผู้บริหาร ติดระเบียบกฎหมาย ทำนู่นทำนี่ไม่ได้ ระบบล่าช้าก็เถอะ
แต่เนื่องด้วยระบบก็สู้กันต่อไป แต่เข้าใจด้วยระบะบริหารราชการมันเป็นแบบนี้กันทั้งโลกนะ
Spoil
1. ญี่ปุ่น (Japan): ราชาแห่ง "ตรายาง" (Hanko) และกระดาษ
ปัญหาคลาสสิก: ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะและอนุรักษ์นิยมสุดๆ แม้จะเป็นประเทศเทคโนโลยี แต่ระบบราชการและบริษัทเก่าแก่ยังบ้ากระดาษมาก เอกสารทุกใบต้องประทับตรา "ฮังโกะ" (Hanko - ตรายางประจำตัว) แทนการเซ็นชื่อ
ความปวดหัว: ถ้าผู้มีอำนาจระดับสูงไม่อยู่ประทับตรา งานก็เดินไม่ได้ (คอขวดของแท้) แถมบางบริษัทยังมีธรรมเนียมว่า ตราประทับของลูกน้องต้องเอียงคำนับตราประทับของหัวหน้าด้วย! แม้ช่วงโควิด-19 รัฐบาลญี่ปุ่นจะพยายามผลักดันระบบ Digital Signature แต่ก็ยังล้างบางฮังโกะได้ไม่หมดครับ
2. เยอรมนี (Germany): เจ้าแห่ง "แบบฟอร์ม" และการจองคิว
ปัญหาคลาสสิก: เยอรมนีมีชื่อเสียงเรื่องระบบที่เป็นระเบียบ (มากเกินไป) การติดต่อหน่วยงานรัฐ (Bürgeramt) ทุกอย่างต้องนัดหมายล่วงหน้า และเอกสารต้องเป๊ะ 100% ขาดสำเนาใบเดียวคือไล่กลับไปต่อคิวใหม่
ความปวดหัว: แค่จะย้ายบ้านหรือจดทะเบียนรถ คุณอาจจะต้องรอคิวออนไลน์เป็นเดือนๆ แถมยังต้องกรอกแบบฟอร์มกระดาษภาษาเยอรมันที่ใช้ภาษากฎหมายโบราณเข้าใจยากมาก แม้แต่คนเยอรมันเองยังบ่นว่าระบบราชการบ้านเขามันล้าหลังเรื่อง Digitalization มากๆ
3. สหรัฐอเมริกา (USA): วังวนแห่ง "หน่วยงานซ้ำซ้อน"
ปัญหาคลาสสิก: อเมริกามีการแบ่งแยกอำนาจระหว่างรัฐบาลกลาง (Federal) และรัฐบาลท้องถิ่น (State) ทำให้มีหน่วยงานยิบย่อยเยอะมาก กฎหมายแต่ละรัฐก็ไม่เหมือนกัน
ความปวดหัว: การจะขอใบอนุญาตทำธุรกิจบางอย่าง คุณอาจจะต้องวิ่งขออนุมัติจากหน่วยงานท้องถิ่น ระดับเคาน์ตี ระดับรัฐ และระดับประเทศ ซึ่งแต่ละที่ก็มี Red Tape ของตัวเอง กว่าจะเปิดร้านได้อาจใช้เวลาเป็นปีๆ
4. อิตาลี (Italy) และ อินเดีย (India): แชมป์เปี้ยนแห่งความเชื่องช้า
ปัญหาคลาสสิก: สองประเทศนี้ขึ้นชื่อเรื่องระบบราชการที่อุ้ยอ้าย ซับซ้อน และมักมีปัญหาคอรัปชันหรือ "ใต้โต๊ะ" เข้ามาเอี่ยวด้วย
ความปวดหัว: ในอิตาลี คดีความทางศาลแพ่งอาจใช้เวลาเป็นสิบปีถึงจะจบกระบวนการ ส่วนในอินเดีย การขอเอกสารราชการอาจต้องผ่านการเซ็นรับรองนับสิบโต๊ะ ซึ่งถ้าอยากให้งานไวก็ต้องมี "ค่าน้ำร้อนน้ำชา"
เราก็ทำให้อยู่ในกรอบ ระเบียบ กฎหมาย ก็น่าจะโอเคครับ ส่วนสวัสดิการ
รัฐวิสาหกิจของผมมันใช้แบบใบเสร็จไปเบิกค่ารักษาพยาบาล มี PVD ให้
ค่าล่วงเวลาคิดตามกฎหมายแรงงาน ไม่ได้มีบำนาญอะไร
ส่วนเงินเดือนผม เข้าใจว่า ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจทุกที่ ป.ตรี สตาร์ท 18000+ กันหมดแล้วนะ
เอาเป็นว่าก็สู้กันต่อไปครับ
ชอบในสปอยล์ท่านครับ
แต่ขาดไทยแลนด์โอนลี่ไปนะครับ
หรือที่เขียนไม่พอ ...เพราะยาวเกินไป
อย่างที่รู้กันครับท่านทุกเคสที่ว่ามา ไทยเป็นลูกผสมจากทุกที่รวมกัน
Spoil
Red Tape และ Bottleneck สไตล์ไทยๆ (ที่ใครก็ต้องเคยเจอ)
1. มหกรรม "สำเนาถูกต้อง" และกองทัพกระดาษ
นี่คือ Red Tape ระดับตำนาน แม้รัฐบาลจะมีนโยบาย "ยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน" มาหลายปีแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ หลายหน่วยงาน (และหลายโต๊ะทำงาน) ก็ยัง "ขอเพื่อความอุ่นใจ" อยู่ดี
คอขวด: ประชาชนเสียเวลาไปหาร้านถ่ายเอกสาร ต้องมานั่งเซ็นชื่อกำกับทีละใบ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ต้องมานั่งตรวจกระดาษและหาที่เก็บแฟ้มจนล้นตู้ แทนที่จะดึงข้อมูลจากสมาร์ทการ์ดได้เลย
2. อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่ "นาย" (โรคติดลายเซ็น)
วัฒนธรรมการทำงานที่เน้นสายบังคับบัญชา (Hierarchy) ทำให้เกิดคอขวดที่ตัวบุคคลอย่างรุนแรง
คอขวด: โครงการหรือการอนุมัติสำคัญๆ มักไม่ถูกกระจายอำนาจให้คนหน้างานตัดสินใจได้ ทุกอย่างต้องถูกชงขึ้นไปตามลำดับขั้น (หัวหน้าฝ่าย -> ผอ.กอง -> รองอธิบดี -> อธิบดี) ถ้า "นาย" ไม่อยู่ ไปราชการ หรือแฟ้มคาอยู่บนโต๊ะ งานทุกอย่างของลูกน้องก็จะชะงักงันทันที
3. ระเบียบพัสดุฯ ที่เน้นจับผิด มากกว่าเน้นผลสัมฤทธิ์
พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ เป็นหนึ่งในกฎหมายที่สร้าง Red Tape มหาศาลให้กับคนทำงานราชการ
คอขวด: ขั้นตอนการทำ TOR, สืบราคากลาง, และกระบวนการ e-Bidding ที่ซับซ้อนยิบย่อย ทำให้การซื้อของชิ้นเล็กๆ หรือจ้างงานด่วน ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน เจ้าหน้าที่พัสดุทำงานด้วยความหวาดระแวง กลัว สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) ตรวจสอบ ทำให้เน้นการทำเอกสารให้เป๊ะตามระเบียบ มากกว่าการได้ของที่มีคุณภาพหรือทันต่อการใช้งานจริงๆ
4. การตีความกฎหมายแบบ "เซฟตัวเองไว้ก่อน"
เมื่อกฎหมายหรือระเบียบเปิดช่องให้ใช้ "ดุลยพินิจ" ข้าราชการส่วนใหญ่มักจะเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด (Play Safe)
คอขวด: แทนที่จะตีความกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนหรือให้งานเดินหน้า เจ้าหน้าที่มักจะตีความแบบอนุรักษ์นิยม ปฏิเสธไว้ก่อน หรือตั้งแท่นแทงหนังสือหารือไปยังหน่วยงานอื่น (เช่น กฤษฎีกา หรือ กรมบัญชีกลาง) เพื่อหาคนช่วยรับผิดชอบ ซึ่งกระบวนการหารือนี้กินเวลาเป็นเดือนๆ หรือเป็นปี
5. หน่วยงาน "ไซโล" (Silo) ข้อมูลไม่คุยกัน
หน่วยงานรัฐไทยมักทำงานแบบต่างคนต่างอยู่ หวงข้อมูล และใช้ระบบไอทีที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ (Interoperability ต่ำ)
คอขวด: ประชาชนต้องเป็น "บุรุษไปรษณีย์" วิ่งรับส่งเอกสารระหว่างหน่วยงานเอง (เช่น ขอใบรับรองจากกระทรวง A เพื่อไปยื่นกระทรวง B) ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นการหลังบ้านดึงข้อมูลคุยกันเอง
บทสรุปที่เจ็บปวด
ปัญหา Red Tape และคอขวดเหล่านี้ ทำให้กระบวนการต่างๆ ล่าช้า สิ้นเปลืองงบประมาณ และสูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศอย่างมหาศาล...
และที่กล่าวมาทั้งหมดนี้... ยังไม่นับรวมถึงปัญหา "คอร์รัปชัน" ส่วย ใต้โต๊ะ หรือเส้นสาย ที่มักจะแฝงตัวเข้ามาเป็น "น้ำมันหล่อลื่น" (ที่ผิดกฎหมาย) เพื่อใช้ลัดคิวหรือข้ามขั้นตอนความงี่เง่าของ Red Tape เหล่านี้ไปเลยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย AGGLE เมื่อ Wed Mar 11, 2026 12:10, ทั้งหมด 2 ครั้ง
Cause we are gonna be Forever, you and me
You will Always keep me flying high
in the sky Of love
Rest in peace, Diogo Jota and André Silva.
You’ll always be our legends.