วิเคราะห์บอลจริงจัง's post
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ประกาศสไตรค์ ไม่ยอมลงเล่นให้อัล นาสเซอร์ ขณะที่คาริม เบนเซม่า ก็ประกาศบอยคอตต์ใส่อัล อิตติฮัด ก่อนย้ายไปเล่นให้สโมสรคู่ปรับ อัล ฮิลาล แบบสุดมึน
ทั้งสองเรื่องนี้ มีจุดเริ่มต้นเดียวกัน คือ
"ความลำเอียงของคนถือเงิน" เรื่องราวเป็นอย่างไร เราจะไปลำดับเหตุการณ์กันตั้งแต่แรกนะครับ
ในการจัดอันดับ ลีกยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ในปี 2025 ของสถาบัน IFFHS ปรากฎว่า ซาอุดิ โปรลีก ยืนอันดับ 1 แซงหน้าเจลีก ญี่ปุ่นไปได้
สาเหตุที่ซาอุดิ โปรลีก ชนะ เจลีกนั้น ไม่ใช่เรื่องของปริมาณคนดู หรือการบริหารงานแบบยั่งยืน อันนั้นเจลีกชนะอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ลีกซาอุฯ เหนือกว่า คือเรื่องของปริมาณนักเตะซูเปอร์สตาร์ ที่มีเยอะกว่ามาก จนทำให้คุณภาพของ 4 ทีมหลัก อัล นาสเซอร์, อัล อิตติฮัด, อัล ฮิลาล และ อัล อาห์ลี อยู่ในเลเวลใกล้เคียงกับทีมดังในยุโรป
ถ้าเราย้อนไปดูประวัติของลีกซาอุฯ ก็จะเห็นว่า เป็นลีกที่โอเค แต่ก็ไม่ได้อลังการขนาดนี้ แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 2010s เมื่อรัฐบาลซาอุฯ ประกาศวิสัยทัศน์
"Saudi Vision 2030" ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงทันที
Saudi Vision 2030 อธิบายง่ายๆ คือ รัฐบาลซาอุฯ มองว่าที่ผ่านมา ประเทศผูกติดกับการขายน้ำมันมากเกินไป ดังนั้นควรจะมีจุดขายอย่างอื่น เพื่อสร้างรายได้ใหม่ๆ ให้ประเทศบ้าง และหนึ่งในไอเดียที่ซาอุฯ คิดขึ้นมา คือการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้แข็งแกร่ง
ซาอุฯ จึงเดินหน้าลุยเอากีฬาระดับเวิลด์คลาส มาจัดในประเทศ เช่น สแปนิช ซูเปอร์คัพ, ซาอุดิอาระเบียน กรังปรีซ์, ไฟต์มวยสากลชิงแชมป์โลก, อีสปอร์ต ชิงแชมป์โลก ฯลฯ คือทำให้ซาอุฯ เป็น Destination แห่งใหม่ ของคนรักกีฬาทั่วโลก
อีกหนึ่งความฝันของซาอุฯ ในเรื่องกีฬา คือการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 นี่คือโปรเจ็กต์ที่พวกเขาใฝ่ฝันจะไปให้ถึงให้ได้
เพื่อนร่วมภูมิภาค กาตาร์ ตัดหน้าทำได้ก่อนแล้วในปี 2022 ดังนั้นซาอุฯ ก็ไม่อยากยอมแพ้ อย่างไรก็ตาม หนทางของซาอุฯ ก็ไม่ง่าย เพราะฟีฟ่าเพิ่งให้ชาติตะวันออกกลางอย่างกาตาร์ เป็นเจ้าภาพไปไม่นาน ถ้าซาอุฯ จะได้รับเลือกในปี 2034 พวกเขาต้องโชว์อะไรที่พิเศษมากๆ ให้เห็น
การประกาศเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 จะมีขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม 2024 ในงาน Extraordinary FIFA Congress ดังนั้นพวกเขาจึงเดินหน้าขยับตัวทันที
แผนคือ
"อัพเกรด" ซาอุดิ โปรลีก ขึ้นมาใหม่ ให้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ทำให้ฟีฟ่ามั่นใจว่า ซาอุฯ ไม่ใช่ประเทศลึกลับ ที่เข้าถึงยาก แต่เป็นประเทศแห่งฟุตบอลที่ มีแฟนๆ คลั่งไคล้ฟุตบอลจำนวนมาก
รัฐบาลซาอุฯ นำโดย PIF (กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ) จึงเข้าไปซื้อหุ้น 75% ของ 4 สโมสรใหญ่ ได้แก่ อัล นาสเซอร์, อัล อิตติฮัด, อัล อาห์ลี และ อัล ฮิลาล
เมื่อซื้อหุ้นแล้ว ก็ให้งบประมาณกับ 4 ทีมนี้ ซื้อนักเตะมาอย่างบ้าคลั่ง อยากได้ใครก็บอกมา เดี๋ยวรัฐบาล (ผ่านทาง PIF) จ่ายเงินให้เอง
นักเตะคนแรก ที่เหมือนเป็นการเปิดตัว ให้โลกรู้จักซาอุดิ โปรลีก คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาอยู่ อัล นาสเซอร์ โดยได้รับค่าจ้างสูงที่สุด เท่าที่โลกนี้เคยมีมา นั่นคือปีละ 200 ล้านยูโร (7,400 ล้านบาท)
พร้อมด้วยคฤหาสถ์ที่พักสุดหรู กลางเมืองริยาด, เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ใช้งานได้แบบอันลิมิเต็ด รวมถึง จ่ายเงินจ้าง ทีมงานทุกอย่าง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เชฟ นักโภชนาการ เอาเป็นว่าโรนัลโด้มาแต่ตัวได้เลย
พอโรนัลโด้ เปิดตัวย้ายมาซาอุฯ นักเตะคนอื่นๆ ก็ย้ายตามกันมา เพื่อโกยเงิน ซึ่งทาง PIF ก็จ่ายแบบไม่อั้น เพื่ออัพเกรดลีก ให้แกร่งขึ้นในพริบตา
- อัล นาสเซอร์ คว้า ซาดิโอ มาเน่, อายเมอริก ลาป็อกต์ มารวมกับโรนัลโด้
- อัล อิตติฮัด คว้า คาริม เบนเซม่า, ฟาบินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้
- อัล ฮิลาล คว้า เนย์มาร์, รูเบน เนเวส, คาลิดู คูลิบาลี่
- อัล อาห์ลี คว้า โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ริยาด มาห์เรซ, เอดูอาร์ เมนดี้
การทุ่มเงินมหาศาลขนาดนี้ ก็ต้องยอมรับว่า มันได้ผลจริงๆ ในแง่ของความสำเร็จ ลีกซาอุฯ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ขายลิขสิทธิ์ได้ทั่วโลก ขณะที่คุณภาพของลีก ทะยานขึ้นไปเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย
ทีมแชมป์ ACL Elite ทีมล่าสุด อัล อาห์ลี ก็มาจาก ซาอุดิ โปรลีก
หลังจากปั้นซาอุดิ โปรลีก แบบจัดหนัก ใช้เม็ดเงินสะพัดอยู่ 2 ปีเต็มๆ ในซีซั่น 2022-23 และ 2023-24 ทำให้ฟีฟ่าเมมเบอร์ เห็นความตั้งใจของซาอุดิอาระเบีย ว่า
"เอาจริง" เรื่องฟุตบอล จึงมอบสิทธิ์เป็นเจ้าภาพเวิลด์คัพ ปี 2034 ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทุกอย่างราบรื่นดี
อย่างไรก็ตาม แนวทางของลีกซาอุดิอาระเบีย ในช่วงหลัง คือพวกเขา
"ใช้เงินลดลง"
ช่วงก่อนเลือกเจ้าภาพบอลโลก PIF เผาเงินเป็นว่าเล่น ไม่มีทางเลยที่จะทำกำไรได้ ถ้าเทียบกับสิ่งที่จ่ายไป อย่างอัล นาสเซอร์ ของโรนัลโด้ ค่าเฉลี่ยคนดูในสนามตลอดซีซั่น อยู่ที่ราวๆ 16,000 คน เท่านั้นเอง
แต่พอได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพแล้ว พวกเขาก็ลด cost และใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวังมากกว่าเดิม
สำหรับความซับซ้อนของลีกซาอุดิอาระเบีย คือลีกซาอุฯ แต่งตั้ง
ไมเคิล เอมาเนโล่ อดีตผู้อำนวยการกีฬาของเชลซี มารับงาน เป็น ผู้อำนวยการกีฬาของ
"ซาอุดิ โปรลีก"
ความหมายคือ ทาง PIF รู้สึกว่า 4 สโมสร พอซื้อนักเตะเอง ก็จ่ายเงินมือเติบ ดูดเงินจากรัฐบาลอย่างเดียว ไม่มีความคิดรอบคอบในการใช้จ่ายเงิน
ดังนั้นหน้าที่ของ
เอมาเนโล่ คือสโมสรจะแจ้งความต้องการมา ว่าอยากซื้อนักเตะคนไหน แต่เขาจะเป็นคนอนุมัติ ว่าจะซื้อไหม และถ้าซื้อ จะซื้อในราคาเท่าไหร่ ไม่ให้ PIF โดนสโมสรในยุโรปฟันเงินหัวแบะ
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ คือ 20 ทีมในพรีเมียร์ลีก ก็จะมีผู้อำนวยการกีฬา 20 คน ลิเวอร์พูลอยากจะซื้อใคร ริชาร์ด ฮิวจ์ส ก็จะตัดสินใจ หรือ ถ้าแมนฯ ยูไนเต็ด อยากจะซื้อใคร คนตัดสินใจคือ เจสัน วิลค็อกซ์ เป็นต้น
แต่ลีกซาอุฯ ไม่ใช่แบบนั้น
ไมเคิล เอมาเนโล่ จะทำหน้าที่ เป็นผู้อำนวยการกีฬาของ
"ทั้งลีก" เขาจะเป็นคนตัดสินใจเอง ว่าเมื่อไหร่ควรควักเงิน เมื่อไหร่ไม่ควรควักเงิน
อย่างไรก็ตาม แม้จะบอกว่าควบคุมทั้งลีก แต่ในทางปฏิบัติ หน้าที่ของ
เอมาเนโล่ ก็คือ ดูแลการซื้อขายของ 4 ทีมใหญ่เท่านั้น ที่ใช้เงินจาก PIF ส่วนสโมสรอื่น ก็ไม่ค่อยรวยอะไร ไม่ค่อยจะซื้อนักเตะดังๆ จากยุโรปมาเสริมทัพอยู่แล้ว
เมื่อทีมมีเจ้าของเดียวกัน และมีคนบริหารเงินแค่ 1 คน ทำให้การตัดสินใจ จึงอยู่ที่ดุลยพินิจของ
เอมาเนโล่ เป็นหลัก และจุดนี้ มันเป็นปัญหามากๆ
อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ถ้าซัมเมอร์นี้ กองทุน PIF มีเงินทั้งหมด 400 ล้านยูโร ตามหลักก็ควรแบ่งเงิน ให้ 4 สโมสร ซึ่งเหมือนเป็นลูก 4 คน ด้วยจำนวนเท่าๆ กัน ที่ 100 ล้าน + 100 ล้าน + 100 ล้าน + 100 ล้าน
แต่ในการทำงานนั้น
เอมาเนโล่ มีความ
"เอียง" ไปหาทีมหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือ
อัล ฮิลาล
อัล ฮิลาล คือสโมสรที่คว้าแชมป์ ACL มากที่สุดในประวัติศาสตร์ 4 ครั้ง, เป็นเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดของซาอุฯ 19 สมัย และในฟีฟ่า คลับ เวิลด์ ปี 2022 ก็เคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศมาแล้ว
นี่คือทีมที่มีเกียรติประวัติสูงสุด และลีกซาอุฯ ก็ต้องการต่อยอดทีมนี้ ให้ไปไกลมากขึ้นกว่าเดิม
ดังนั้นใน 4 ทีมที่ PIF เป็นเจ้าของ ต้องบอกว่า อัล ฮิลาล เป็นสโมสรที่ถูกวางหมุดหมายให้เป็น สโมสร
"เรือธง" ของลีก ที่จะไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ดังนั้นจึงได้รับการดูแลที่ดีเป็นพิเศษมากๆ จากซาอุดิ โปรลีก
ตัวอย่างเช่น สนามติดแอร์แห่งแรกในประเทศ คิงดอม อารีน่า ก็ยกกให้อัล ฮิลาลใช้
หรืองบประมาณในการซื้อนักเตะ นับจากปี 2022 จนถึงปัจจุบัน PIF ให้เงินซื้อตัว มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ที่ 500 ล้านยูโร ส่วนทีมอื่นๆ ได้งบราวๆ 200-300 ล้านยูโรเท่านั้น
เช่นเดียวกับเรื่องค่าเหนื่อย ทุกคนทราบดีว่า พออัล ฮิลาล ซื้อเนย์มาร์มาร์ (90 ล้านยูโร) มาปั๊บ เนย์มาร์ได้ลงเล่นแค่ 7 เกม ก็เจ็บยาวทันที แต่ PIF ก็ไม่ว่าอะไร จ่ายค่าเหนื่อยให้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายฉีกสัญญา แล้วปล่อยให้ซานโตสฟรีๆ
การใจดีให้อัล ฮิลาล มากกว่าทีมอื่น ค่อยๆ บ่มเพาะความไม่พอใจให้เกิดขึ้นกับหลายสโมสร มองว่า PIF และ เอมาเนโล่ ไม่มีความยุติธรรม ทำให้ทีมอื่นเสียเปรียบในการไล่ล่าแชมป์
สำหรับในฤดูกาล 2025-26 อัล ฮิลาล ยังได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ใน 4 สโมสรต่อไป พวกเขาได้งบซื้อนักเตะมากที่สุดอีกครั้ง
115 ล้านยูโร - อัล ฮิลาล
105 ล้านยูโร - อัล นาสเซอร์
87 ล้านยูโร - อัล อาห์ลี
74 ล้านยูโร - อัล อิตติฮัด
ส่วนเรื่องค่าเหนื่อย นักเตะทุกคนของ อัล ฮิลาล รวมกัน ได้รับเยอะสุดอันดับ 2 ของลีก เป็นรองอัล นาสเซอร์ ทีมเดียว แต่นั่นก็เพราะอัล นาสเซอร์ มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้
สำหรับ อัล อิตติฮัด เป็นทีมที่ถูกหั่นงบที่สุด ทั้งเรื่องซื้อตัว และ เรื่องค่าเหนื่อยผู้เล่น
ดราม่าของคาริม เบนเซม่า ก็เริ่มจากจุดนี้ เพราะอัล อิตติฮัด ถูก PIF ตัดงบ แต่ปัญหาคือ เบนเซม่า กำลังจะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ และต้องเริ่มเจรจากันตั้งแต่ตอนนี้แล้ว
ย้อนกลับไปเล็กน้อย ตอนเบนเซม่า เซ็นสัญญามาลีกซาอุฯ เหตุผลมีเพียงอย่างเดียว คือ
"มาโกยเงิน" เพราะอัล อิตติฮัด พร้อมจ่ายสูงถึง 100 ล้านยูโรต่อปี ซึ่งแบ่งเป็นค่าเหนื่อย 50 ล้านยูโร และ ค่าลิขสิทธิภาพลักษณ์อีก 50 ล้านยูโร
เบนเซม่า เซ็นสัญญา 2+1 ปี และจะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์ 2026 ปรากฏว่า อัล อิตติฮัด ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ ในตัวเลขรายได้ที่ลดลงจากเดิมครึ่งหนึ่ง
จากปีละ 100 ล้านยูโร อัล อิตติฮัด จะไม่จ่ายค่าจ้าง (Base Salary) แต่จะจ่ายแค่ค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ (Image Rights) เท่านั้น
คือถ้าวัดกันที่ตัวเลข จากเดิมได้เงินสัปดาห์ละ 1.9 ล้านยูโร ลดมาเหลือ สัปดาห์ละ 9.5 แสนยูโร ก็ยังเป็นตัวเลขที่มหาศาลมากๆ ได้เงินวีกเดียว ก็เท่ากับคนทั่วไป ทำงานทั้งชีวิต
ถ้าเทียบกับนักเตะในยุโรปทั้งหมด ก็ไม่มีใครได้ค่าจ้างมากถึง 9.5 แสนยูโรต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ในมุมของเบนเซม่า เขามองว่า สโมสรไม่ให้เกียรติกัน ที่จะมาลดค่าจ้างแบบนี้
ปัจจุบัน เบนเซม่า เป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยแพงที่สุดอันดับ 3 ของโลก เป็นรองแค่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลีโอเนล เมสซี่ แต่ถ้าหากอัล อิตติฮัด หั่นเงินของเขาขนาดนั้น เขาก็จะไม่ได้อยู่ท็อปทรีอีก ซึ่งจุดนี้ เบนเซม่าไม่แฮปปี้เลย
นั่นคือเหตุผลที่เขาประกาศ
"สไตรค์" ไม่ยอมลงเล่นให้อัล อิตติฮัด ทั้งๆ ที่เหลือสัญญาอีกครึ่งปี ถ้าสโมสรไม่คิดจะจ่าย ก็ปล่อยให้เขาย้ายไปอยู่ ทีมที่พร้อมจะจ่ายดีกว่า
สิ่งที่ทำให้ดราม่าเรื่องนี้ซับซ้อนมาก คือ สโมสรอัล ฮิลาล ต้องการตัวเบนเซม่ามากๆ
สาเหตุเพราะทีมกำลังเป็นจ่าฝูงทั้งสองรายการ คือ ซาอุดิ โปรลีก และ ACL Elite ดังนั้น ต้องการหัวหอกคุณภาพเข้ามาเพิ่ม เพื่อปิดจ๊อบทั้งสองถ้วยให้ได้.
แล้วปัญหาคือ กองหน้าของ อัล ฮิลาล ฝืดมาก ในลีกซาอุฯ ไม่มีใครยิงได้ถึงเลขสองหลักสักคน
ลีโอนาร์โด้ ยิง 9, รูเบน เนเวส ยิง 8, ดาร์วิน นูนเยซ ยิง 6
เช่นเดียวกับใน ACL Elite คืออาจจะชนะรวดก็จริง แต่เกมรุกก็ไม่ค่อยดี กองหน้ายิงไม่ค่อยได้ ขณะที่เบนเซม่า ใน ACL Elite กับอัล อิตติฮัด เป็นดาวซัลโวอันดับ 3 ของทัวร์นาเมนต์อยู่ตอนนี้
ปรากฏว่า PIF และ เอมาเนโล่ ตัดสินใจ
"โยกทีม" มาเลย เอาเบนเซม่า ย้ายจากอัล อิตติฮัด มาอยู่ อัล ฮิลาล ในสัญญา 1 ปีครึ่งไปเลย และรายงานระบุว่า PIF ก็ให้ค่าเหนื่อย เท่ากับที่เบนเซม่าต้องการด้วย
ถ้าเป็นทีมอื่นในโลกฟุตบอล คงทำแบบนี้ไม่ได้ แต่ในเมื่อรัฐบาลซาอุฯ เป็นเจ้าของทั้งสองทีมอยู่แล้ว การจะย้ายสินทรัพย์จากทีมหนึ่ง ไปยังอีกทีมหนึ่ง ก็ทำได้ง่ายๆ แบบนั้นเลย
จุดนี้เอง ที่ทำให้คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกมาประท้วง ถึงความยุติธรรมของซาอุดิ โปรลีก
อัล ฮิลาล ในตลาดเดือนมกราคม ได้งบซื้อตัวนักเตะใหม่มา 5 คน รวมเบนเซม่าไปด้วย ขณะที่ อัล นาสเซอร์ ซื้อได้แค่ เฮย์เดียร์ อับดุลราคีม นักเตะชาวอิรัก มาแค่ 1 คนเท่านั้น
อันดับในตารางลีก อัล ฮิลาล เป็นจ่าฝูงมี 49 แต้ม ส่วนอัล นาสเซอร์ เป็นรองจ่าฝูง มี 48 แต้ม มันขับเคี่ยวกันขนาดนี้ แต่ PIF ก็ยังดูซัพพอร์ทให้ อัล ฮิลาลมากกว่า
ตั้งแต่ย้ายไปลีกซาอุฯ โรนัลโด้ยังไม่เคยได้แชมป์ลีก นี่เป็นซีซั่นที่ใกล้เคียงที่สุด แต่พอ อัล ฮิลาล เสริมทัพรัวๆ รวมเบนเซม่าเข้าไปแบบนี้ ทีมก็ยิ่งเก่งขึ้น โอกาสที่อัล นาสเซอร์ ของเขาจะได้แชมป์ก็ยากขึ้น.
นั่นคือเหตุผลที่ โรนัลโด้ ตัดสินใจ
"สไตรค์" ไม่ยอมลงเล่น ในเกมลีกนัดล่าสุด ที่อัล นาสเซอร์ เจอกับ อัล ริยาดห์ เพราะเขารู้สึกว่าลีกไม่ยุติธรรม ที่ซัพพอร์ทอยู่ทีมเดียวแบบนี้
คุณไม่ให้งบกับอัล อิตติฮัด เพื่อจ้างเบนเซม่าต่อ แต่ดันไปให้งบอัล ฮิลาล เพื่อไปดึงเบนเซม่ามาอยู่ด้วย ดูมุมไหนมันก็แปลกจริงๆ
ดังนั้นในเคสนี้ โรนัลโด้ไม่ได้สไตรค์สโมสร แต่สไตรค์เพื่อกดดันผู้บริหารลีก และเจ้าของเงิน ให้วางตัวเป็นกลางมากกว่านี้ เขาไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอย่างเดียว แต่ทำเพื่อทีมอื่นๆ ที่ต้องการแย่งแชมป์ ทั้ง อัล อาห์ลี และ อัล อิตติฮัดด้วย
ถ้าให้เปรียบเทียบกับตัวอย่าง ด้านบน สมมุติว่า PIF มีเงิน 400 ล้านยูโร เขาเลือกจะแบ่งให้อัล ฮิลาล 190 ล้าน ส่วนอีกสามทีม ได้ 70 ล้าน + 70 ล้าน +70 ล้าน นั่นเอง
เรื่องราวก็จบลงที่ตรงนี้ครับ โรนัลโด้สไตรค์ก็จริง แต่เขาทำไม่ได้นานหรอก เพราะ เป้าหมายยิง 1,000 ลูกของเขาก็ยังคงอยู่ (ตอนนี้ ยิงไปตลอดอาชีพ 961 ลูกแล้ว) และเจ้าตัว จำเป็นต้องลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาฟอร์มเอาไว้ ก่อนถึงฟุตบอลโลกกลางปีด้วย
ครั้งนี้ แค่ทำเพื่อเป็นสัญญาณให้ลีกได้เห็นว่า ควรจัดสรรทุกอย่างให้แฟร์มากกว่านี้ เพื่อให้การแย่งแชมป์เป็นไปอย่างยุติธรรมมากขึ้นนั่นเอง และจะได้ไม่เกิดข้อครหา
"รักลูกไม่เท่ากัน" แบบนี้อีก
ส่วนเบนเซม่า เมื่อย้ายไปอัล ฮิลาล แล้วก็จะทำให้ทีมแกร่งขึ้นแน่นอน ทำให้โรนัลโด้ต้องเหนื่อยอีกเยอะมาก ถ้าอยากคว้าแชมป์ลีกให้ได้
สำหรับลีกซาอุดิอาระเบียนั้น สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับคือ มันมีโครงสร้างที่พิลึกมาก นั่นคือ 4 ทีมลุ้นแชมป์ ดันมีเจ้าของเดียวกันหมดเลย
ต่อให้นักฟุตบอลจะเล่นเต็มที่แค่ไหน แต่ก็เหมือนโดนกำหนดทิศทางโดยเจ้าของเงิน อยากให้ทีมไหนได้เปรียบ อยากให้ทีมไหนได้แต้มต่อ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ มันต่างจากฟุตบอลทั่วไป ที่แต่ละสโมสร จะวางแผนชีวิตได้ด้วยตัวเอง
เอาจริงๆ การแข่งขัน ที่ต้องต่อสู้กับทีมที่มีเจ้าของลีกซัพพอร์ทอยู่เบื้องหลัง เป็นภารกิจที่ยากมากๆ และถ้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คิดจะคว้าแชมป์ลีกซาอุฯ เป็นครั้งแรกในชีวิต ก็คงต้องสู้จนสุดชีวิตเท่านั้น
ที่มา :
https://www.facebook.com/jingjungfootball/posts/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%88-%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B9%89-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%82%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A1/1510129110478936/