ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Nov 2010
ตอบ: 10407
ที่อยู่: บนเนินสีเขียวๆ
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 20:42
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
เป็นยูสที่คุยด้วยแล้วปวดหัวชิบหาย
8
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวเตะกัลโช่
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 4420
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 20:53
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
BABYDEW พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
คนที่ผิดเรื่องนี้
ทนาย 90%
พ่อเด็ก 10% ที่เลือกจะเรียกเงินมากขนาดนั้น มันเกินเหตุไปเยอะ

ส่วนเด็กไม่มีความผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แม้แต่ 0.01% ก็ไม่ผิดครับ
เพราะเด็กไม่ได้คุยในทำนองชู้สาวหรือทอดสะพานอะไรเลย หลักฐานคือเด็กไม่ยอมเจอส่วนตัวกับทนายอีกเลยหลังจากเกิดเรื่อง แสดงให้เห็นว่าเด็กแค่คุยเล่นแบบมิตรภาพและรักษามารยาท ไม่ได้จะหวังมีอะไรเกินเลยแบบที่พวกป้าแก่ ๆ ในเฟสคอมเม้น
 

หลักฐานมันต้องเป็นรูปภาพ วีดีโอ ใบตรวจร่างกาย ที่บ่งบอกว่าจับ จก สิครับ ถ้าอ่านแค่แชทแล้วบอกว่าคำพูดเรื่องจับหน้าอก หรือจกอวัยวะเพศ เป็นเรื่องจริงก็บ้าละครับ ทนายผิดอยู่แล้วครับเค้าแค่จะมาตอบโต้ว่าเค้าไม่ได้จับหรือจกอย่างที่ผู้เสียหายเล่า  


เรื่องจับจกหรือแค่จูบ มันเป็นเรื่องที่รู้กันแค่2คนถ้าไม่ได้ถ่ายรูปไว้ หลักฐานแบบภาพคลิปมันหาไม่ได้หรอกครับ ถ้าจะมีก็คือกล้องติดรถ ซึ่งทนายดันลบไปแล้ว

แต่ที่แน่ ๆ คือ เด็กไม่ได้ไปอ่อยหวังเงินหรือทอดสะพานตามที่พวกป้าแก่บ้าผู้ในเฟสหลายคนพยายามกล่าวหาแน่ครับ (ความสัมพันธ์ในช่วงเกิดเหตุ)
เพราะไม่งั้นเด็กจะตีตัวออกห่างทันทีหลังจากวันนั้นทำไม มันแสดงให้เห็นว่าทนายได้ทำในสิ่งที่เด็กรับไม่ได้แน่นอนในวันนั้น
ยิ่งถ้าหากทำแค่กอดจูบตามที่เขาอ้างจริง แล้วแค่นี้เด็กยังรับไม่ได้ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมวิเคราะห์คือถูกต้องแน่นอน ว่าเด็กไม่ได้มีใจหรืออ่อยอะไรเลย เพราะแค่กอดจูบเด็กยังรับไม่ได้เลย
 


ระบบกล่าวหานะ คนฟ้องต้องพิสูจน์ให้ได้สิ ถ้าหลักฐานไม่พอศาลยกฟ้อง เค้าฟ้องกลับได้นะ

ไม่งั้นก็ไปกล่าวหากันมั่วไปหมดแล้วดิ  


ก็ถ้าขนาดเหตุการณ์มันเบาสุดคือแค่กอดจูบ(ตามที่ทนายอ้าง) เด็กยังรังเกียจถึงขั้นตีตัวออกห่างทันที มันก็ชัดเจนแล้วนี่ครับว่าผมยิ่งวิเคราะห์ถูกต้อง ว่าเด็กไม่ได้มีใจอะไรให้ทนายเลย
แล้วยังไงเหรอ ต้องให้เด็กพิสูจน์เรื่องอะไรอีกเหรอ ท่านจึงจะเชื่อว่าเด็กไม่ได้มีใจ หรือไม่ได้จงใจอ่อยทนาย
 


ในทางกฏหมายนะครับ ทนายย้ำมากว่าแค่กอด จูบ ในรถก็ไม่เข้าข้ออนาจารในที่สาธารณะแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คุกคามทางเพศ มีสองทางคือสมัครใจ กับ ไม่สมัครใจ ทีนี้ในเมื่อคุณเป็นผู้กล่าวหาว่าไม่ใช่แค่กอดจูบ มีล้วงมีจับ คุณก็ต้องเอาหลักฐานมาพิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าทำขนาดนั้นจริง แล้วยังต้องพิสูจน์ในข้อที่ว่าไม่สมัครใจด้วย ซึ่งในการแถลงทนายพยายามชี้ไปทางว่าไม่มีการขัดขืน

ทีนี้ในเมื่อหลักฐานยังไม่ออกมาคุณกล้าฟันธงได้ไงว่าผลมันจะออกมาแบบไหน ไอ้ที่ทนายมันยอมรับหรือเสนอเงินอ่ะ มันแค่ห่วงชื่อเสียงแค่นั้นเลยมันไม่ได้กลัวเรื่องคดีหรอก

ผมไม่ได้อะไรหรอกแต่มันมีแนวนี้ที่สังคมแม่งด่าไปแล้วฟันธงไปแล้วแต่สุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่ผิด แถมฟ้องกลับได้เงินด้วย ตอนนั้นกระแสเทไปฝั่งเดียวด้วยซ้ำ  



เรื่องความสมัครใจ ผมว่าในแชทนั้นมันชัดเจนแล้วนะครับ ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รู้สึกยินดีในสิ่งที่ทนายท่านนี้ทำเลย และทนายเองก็รู้ตัวดีว่าทำไม่ดี และพยายามขอโทษขอโพยอย่างหนักแล้ว
จากคำพูดทั้งของเด็ก และของทนายในแชทนี้ ท่านลองอ่านและวิเคราะห์ดูเองนะครับว่าเด็กเต็มใจที่จะโดนกอดจูบหรือเปล่า แถมทนายรู้ตัวดีด้วยว่าโดนเด็กรังเกียจไปแล้วถึงขั้นไม่อยากเจอหน้าอีก

นี่คือบทสนทนาของคนที่เต็มใจจะโดนกอดจูบเหรอครับ ลองคิดด้วยคอมมอนเซ้นส์ดูนะครับ
(ซึ่งแน่นอนถ้าเด็กไม่เต็มใจ ทนายก็ผิดในแง่คุกคามทางเพศแน่นอน แต่มันหนักและรุนแรงแค่ไหนก็อีกเรื่องครับ)

Spoil




 
 


 


มันมีก่อนหน้านี้นะแชทอ่ะ ที่กลับถึงบ้านหลังเหตุการณ์ ยังปกติเลยนะ

แล้วไอ้เรื่องสมัครใจอ่ะ มันต้องอ้างอิงตอนที่เกิดเหตุการณ์ดิ มันจะมาไม่สมัครใจย้อนหลังได้ยังไง common sense อ่ะ ทนายมันยังพูดเลย ว่าถ้าคุณไม่โอเค คุณมีโอกาสมากมายที่จะเลี่ยงได้ตลอด แล้วที่ทนายมันขอโทษอ่ะเพราะเด็กด่ามันว่าไม่โอเคไง มันก็ขอโทษขอโอกาศบลาๆ
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2015
ตอบ: 2646
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 21:14
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
Loser XD พิมพ์ว่า:
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
BABYDEW พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
คนที่ผิดเรื่องนี้
ทนาย 90%
พ่อเด็ก 10% ที่เลือกจะเรียกเงินมากขนาดนั้น มันเกินเหตุไปเยอะ

ส่วนเด็กไม่มีความผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แม้แต่ 0.01% ก็ไม่ผิดครับ
เพราะเด็กไม่ได้คุยในทำนองชู้สาวหรือทอดสะพานอะไรเลย หลักฐานคือเด็กไม่ยอมเจอส่วนตัวกับทนายอีกเลยหลังจากเกิดเรื่อง แสดงให้เห็นว่าเด็กแค่คุยเล่นแบบมิตรภาพและรักษามารยาท ไม่ได้จะหวังมีอะไรเกินเลยแบบที่พวกป้าแก่ ๆ ในเฟสคอมเม้น
 

หลักฐานมันต้องเป็นรูปภาพ วีดีโอ ใบตรวจร่างกาย ที่บ่งบอกว่าจับ จก สิครับ ถ้าอ่านแค่แชทแล้วบอกว่าคำพูดเรื่องจับหน้าอก หรือจกอวัยวะเพศ เป็นเรื่องจริงก็บ้าละครับ ทนายผิดอยู่แล้วครับเค้าแค่จะมาตอบโต้ว่าเค้าไม่ได้จับหรือจกอย่างที่ผู้เสียหายเล่า  


เรื่องจับจกหรือแค่จูบ มันเป็นเรื่องที่รู้กันแค่2คนถ้าไม่ได้ถ่ายรูปไว้ หลักฐานแบบภาพคลิปมันหาไม่ได้หรอกครับ ถ้าจะมีก็คือกล้องติดรถ ซึ่งทนายดันลบไปแล้ว

แต่ที่แน่ ๆ คือ เด็กไม่ได้ไปอ่อยหวังเงินหรือทอดสะพานตามที่พวกป้าแก่บ้าผู้ในเฟสหลายคนพยายามกล่าวหาแน่ครับ (ความสัมพันธ์ในช่วงเกิดเหตุ)
เพราะไม่งั้นเด็กจะตีตัวออกห่างทันทีหลังจากวันนั้นทำไม มันแสดงให้เห็นว่าทนายได้ทำในสิ่งที่เด็กรับไม่ได้แน่นอนในวันนั้น
ยิ่งถ้าหากทำแค่กอดจูบตามที่เขาอ้างจริง แล้วแค่นี้เด็กยังรับไม่ได้ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมวิเคราะห์คือถูกต้องแน่นอน ว่าเด็กไม่ได้มีใจหรืออ่อยอะไรเลย เพราะแค่กอดจูบเด็กยังรับไม่ได้เลย
 


ระบบกล่าวหานะ คนฟ้องต้องพิสูจน์ให้ได้สิ ถ้าหลักฐานไม่พอศาลยกฟ้อง เค้าฟ้องกลับได้นะ

ไม่งั้นก็ไปกล่าวหากันมั่วไปหมดแล้วดิ  


ก็ถ้าขนาดเหตุการณ์มันเบาสุดคือแค่กอดจูบ(ตามที่ทนายอ้าง) เด็กยังรังเกียจถึงขั้นตีตัวออกห่างทันที มันก็ชัดเจนแล้วนี่ครับว่าผมยิ่งวิเคราะห์ถูกต้อง ว่าเด็กไม่ได้มีใจอะไรให้ทนายเลย
แล้วยังไงเหรอ ต้องให้เด็กพิสูจน์เรื่องอะไรอีกเหรอ ท่านจึงจะเชื่อว่าเด็กไม่ได้มีใจ หรือไม่ได้จงใจอ่อยทนาย
 


ในทางกฏหมายนะครับ ทนายย้ำมากว่าแค่กอด จูบ ในรถก็ไม่เข้าข้ออนาจารในที่สาธารณะแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คุกคามทางเพศ มีสองทางคือสมัครใจ กับ ไม่สมัครใจ ทีนี้ในเมื่อคุณเป็นผู้กล่าวหาว่าไม่ใช่แค่กอดจูบ มีล้วงมีจับ คุณก็ต้องเอาหลักฐานมาพิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าทำขนาดนั้นจริง แล้วยังต้องพิสูจน์ในข้อที่ว่าไม่สมัครใจด้วย ซึ่งในการแถลงทนายพยายามชี้ไปทางว่าไม่มีการขัดขืน

ทีนี้ในเมื่อหลักฐานยังไม่ออกมาคุณกล้าฟันธงได้ไงว่าผลมันจะออกมาแบบไหน ไอ้ที่ทนายมันยอมรับหรือเสนอเงินอ่ะ มันแค่ห่วงชื่อเสียงแค่นั้นเลยมันไม่ได้กลัวเรื่องคดีหรอก

ผมไม่ได้อะไรหรอกแต่มันมีแนวนี้ที่สังคมแม่งด่าไปแล้วฟันธงไปแล้วแต่สุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่ผิด แถมฟ้องกลับได้เงินด้วย ตอนนั้นกระแสเทไปฝั่งเดียวด้วยซ้ำ  



เรื่องความสมัครใจ ผมว่าในแชทนั้นมันชัดเจนแล้วนะครับ ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รู้สึกยินดีในสิ่งที่ทนายท่านนี้ทำเลย และทนายเองก็รู้ตัวดีว่าทำไม่ดี และพยายามขอโทษขอโพยอย่างหนักแล้ว
จากคำพูดทั้งของเด็ก และของทนายในแชทนี้ ท่านลองอ่านและวิเคราะห์ดูเองนะครับว่าเด็กเต็มใจที่จะโดนกอดจูบหรือเปล่า แถมทนายรู้ตัวดีด้วยว่าโดนเด็กรังเกียจไปแล้วถึงขั้นไม่อยากเจอหน้าอีก

นี่คือบทสนทนาของคนที่เต็มใจจะโดนกอดจูบเหรอครับ ลองคิดด้วยคอมมอนเซ้นส์ดูนะครับ
(ซึ่งแน่นอนถ้าเด็กไม่เต็มใจ ทนายก็ผิดในแง่คุกคามทางเพศแน่นอน แต่มันหนักและรุนแรงแค่ไหนก็อีกเรื่องครับ)

Spoil




 
 


 


มันมีก่อนหน้านี้นะแชทอ่ะ ที่กลับถึงบ้านหลังเหตุการณ์ ยังปกติเลยนะ

แล้วไอ้เรื่องสมัครใจอ่ะ มันต้องอ้างอิงตอนที่เกิดเหตุการณ์ดิ มันจะมาไม่สมัครใจย้อนหลังได้ยังไง common sense อ่ะ ทนายมันยังพูดเลย ว่าถ้าคุณไม่โอเค คุณมีโอกาสมากมายที่จะเลี่ยงได้ตลอด แล้วที่ทนายมันขอโทษอ่ะเพราะเด็กด่ามันว่าไม่โอเคไง มันก็ขอโทษขอโอกาศบลาๆ  


เท่าที่อ่านมา การสนทนากันระหว่างท่านกับเพื่อนสมาชิก

โอเคครับผมมมม ท่านเชื่อทนายว่า ถูก ผี ห่า ซาตาน ครอบงำ ในขณะนึง จึงกระทำไปโดยขาดเจตนา ถือว่าไม่มีความผิด เพราะกฎหมายอาญา ตีความโดยเคร่งครัด สินะครับผมมมมมมมมม

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Sep 2007
ตอบ: 13635
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 21:22
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
Loser XD พิมพ์ว่า:
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
BABYDEW พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
คนที่ผิดเรื่องนี้
ทนาย 90%
พ่อเด็ก 10% ที่เลือกจะเรียกเงินมากขนาดนั้น มันเกินเหตุไปเยอะ

ส่วนเด็กไม่มีความผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แม้แต่ 0.01% ก็ไม่ผิดครับ
เพราะเด็กไม่ได้คุยในทำนองชู้สาวหรือทอดสะพานอะไรเลย หลักฐานคือเด็กไม่ยอมเจอส่วนตัวกับทนายอีกเลยหลังจากเกิดเรื่อง แสดงให้เห็นว่าเด็กแค่คุยเล่นแบบมิตรภาพและรักษามารยาท ไม่ได้จะหวังมีอะไรเกินเลยแบบที่พวกป้าแก่ ๆ ในเฟสคอมเม้น
 

หลักฐานมันต้องเป็นรูปภาพ วีดีโอ ใบตรวจร่างกาย ที่บ่งบอกว่าจับ จก สิครับ ถ้าอ่านแค่แชทแล้วบอกว่าคำพูดเรื่องจับหน้าอก หรือจกอวัยวะเพศ เป็นเรื่องจริงก็บ้าละครับ ทนายผิดอยู่แล้วครับเค้าแค่จะมาตอบโต้ว่าเค้าไม่ได้จับหรือจกอย่างที่ผู้เสียหายเล่า  


เรื่องจับจกหรือแค่จูบ มันเป็นเรื่องที่รู้กันแค่2คนถ้าไม่ได้ถ่ายรูปไว้ หลักฐานแบบภาพคลิปมันหาไม่ได้หรอกครับ ถ้าจะมีก็คือกล้องติดรถ ซึ่งทนายดันลบไปแล้ว

แต่ที่แน่ ๆ คือ เด็กไม่ได้ไปอ่อยหวังเงินหรือทอดสะพานตามที่พวกป้าแก่บ้าผู้ในเฟสหลายคนพยายามกล่าวหาแน่ครับ (ความสัมพันธ์ในช่วงเกิดเหตุ)
เพราะไม่งั้นเด็กจะตีตัวออกห่างทันทีหลังจากวันนั้นทำไม มันแสดงให้เห็นว่าทนายได้ทำในสิ่งที่เด็กรับไม่ได้แน่นอนในวันนั้น
ยิ่งถ้าหากทำแค่กอดจูบตามที่เขาอ้างจริง แล้วแค่นี้เด็กยังรับไม่ได้ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมวิเคราะห์คือถูกต้องแน่นอน ว่าเด็กไม่ได้มีใจหรืออ่อยอะไรเลย เพราะแค่กอดจูบเด็กยังรับไม่ได้เลย
 


ระบบกล่าวหานะ คนฟ้องต้องพิสูจน์ให้ได้สิ ถ้าหลักฐานไม่พอศาลยกฟ้อง เค้าฟ้องกลับได้นะ

ไม่งั้นก็ไปกล่าวหากันมั่วไปหมดแล้วดิ  


ก็ถ้าขนาดเหตุการณ์มันเบาสุดคือแค่กอดจูบ(ตามที่ทนายอ้าง) เด็กยังรังเกียจถึงขั้นตีตัวออกห่างทันที มันก็ชัดเจนแล้วนี่ครับว่าผมยิ่งวิเคราะห์ถูกต้อง ว่าเด็กไม่ได้มีใจอะไรให้ทนายเลย
แล้วยังไงเหรอ ต้องให้เด็กพิสูจน์เรื่องอะไรอีกเหรอ ท่านจึงจะเชื่อว่าเด็กไม่ได้มีใจ หรือไม่ได้จงใจอ่อยทนาย
 


ในทางกฏหมายนะครับ ทนายย้ำมากว่าแค่กอด จูบ ในรถก็ไม่เข้าข้ออนาจารในที่สาธารณะแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คุกคามทางเพศ มีสองทางคือสมัครใจ กับ ไม่สมัครใจ ทีนี้ในเมื่อคุณเป็นผู้กล่าวหาว่าไม่ใช่แค่กอดจูบ มีล้วงมีจับ คุณก็ต้องเอาหลักฐานมาพิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าทำขนาดนั้นจริง แล้วยังต้องพิสูจน์ในข้อที่ว่าไม่สมัครใจด้วย ซึ่งในการแถลงทนายพยายามชี้ไปทางว่าไม่มีการขัดขืน

ทีนี้ในเมื่อหลักฐานยังไม่ออกมาคุณกล้าฟันธงได้ไงว่าผลมันจะออกมาแบบไหน ไอ้ที่ทนายมันยอมรับหรือเสนอเงินอ่ะ มันแค่ห่วงชื่อเสียงแค่นั้นเลยมันไม่ได้กลัวเรื่องคดีหรอก

ผมไม่ได้อะไรหรอกแต่มันมีแนวนี้ที่สังคมแม่งด่าไปแล้วฟันธงไปแล้วแต่สุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่ผิด แถมฟ้องกลับได้เงินด้วย ตอนนั้นกระแสเทไปฝั่งเดียวด้วยซ้ำ  



เรื่องความสมัครใจ ผมว่าในแชทนั้นมันชัดเจนแล้วนะครับ ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รู้สึกยินดีในสิ่งที่ทนายท่านนี้ทำเลย และทนายเองก็รู้ตัวดีว่าทำไม่ดี และพยายามขอโทษขอโพยอย่างหนักแล้ว
จากคำพูดทั้งของเด็ก และของทนายในแชทนี้ ท่านลองอ่านและวิเคราะห์ดูเองนะครับว่าเด็กเต็มใจที่จะโดนกอดจูบหรือเปล่า แถมทนายรู้ตัวดีด้วยว่าโดนเด็กรังเกียจไปแล้วถึงขั้นไม่อยากเจอหน้าอีก

นี่คือบทสนทนาของคนที่เต็มใจจะโดนกอดจูบเหรอครับ ลองคิดด้วยคอมมอนเซ้นส์ดูนะครับ
(ซึ่งแน่นอนถ้าเด็กไม่เต็มใจ ทนายก็ผิดในแง่คุกคามทางเพศแน่นอน แต่มันหนักและรุนแรงแค่ไหนก็อีกเรื่องครับ)

Spoil




 
 


 


มันมีก่อนหน้านี้นะแชทอ่ะ ที่กลับถึงบ้านหลังเหตุการณ์ ยังปกติเลยนะ

แล้วไอ้เรื่องสมัครใจอ่ะ มันต้องอ้างอิงตอนที่เกิดเหตุการณ์ดิ มันจะมาไม่สมัครใจย้อนหลังได้ยังไง common sense อ่ะ ทนายมันยังพูดเลย ว่าถ้าคุณไม่โอเค คุณมีโอกาสมากมายที่จะเลี่ยงได้ตลอด แล้วที่ทนายมันขอโทษอ่ะเพราะเด็กด่ามันว่าไม่โอเคไง มันก็ขอโทษขอโอกาศบลาๆ  


ท่านครับ เด็กคนนั้นอายุเพิ่ง18 นะครับ เค้าเจอเรื่องที่ทำให้ช็อกและตกใจซึ่ง ๆ หน้าขนาดนั้น ในเวลานั้นคิดว่าเขาจะทำอะไรได้ถูกต้องแค่ไหนเหรอครับ ?
สิ่งที่เขาจะทำได้ตอนนั้น คือพยายามรอดพ้นจากวันนี้ไปให้ได้แค่นั้นแหละครับ จะโดยทำใจดีสู้เสือพูดดียังไงก็แล้วแต่ เพราะเวลานั้นมันคือในรถ ซึ่งไม่มีใครจะมาช่วยน้องได้ทันหากทนายจะเล่นแรงจริง

ลองนึกภาพเหตุการณ์ในเวลานั้นดูครับ เด็กอยู่ในรถ 2ต่อ2 กับผู้ใหญ่ที่เธอเคยคิดว่าไว้ใจได้ แต่กลับโดนทำแบบนั้น เธอจะกลัวขนาดไหน จะตกใจแค่ไหน ถ้าปฏิเสธหรือทำท่ารังเกียจทันทีเลยจะเป็นยังไง สิ่งที่น้องเขาจะคิดออกตอนนั้นก็คือทำทุกอย่างเพื่อให้รอดพ้นวันนี้ไปก่อน

แล้วแชทที่ว่านั้น ลองกลับไปดูดี ๆ ครับ เด็กแค่ตอบทนายตามมารยาทสั้น ๆ ว่าถึงบ้านแล้ว(เพราะทนายบอกว่าถ้าถึงบ้านให้บอก) สั้น ๆ แค่นั้น แต่ไม่ได้คิดจะมาคุยอะไรต่อ แม้ทนายจะพยายามชวนคุยอื่น ๆ มาอีก
ซึ่งเธออาจจะยังตกใจหรือช็อกอยู่ก็ได้ ไม่มีการมาคุยเล่นหัวร่อต่อกระซิกใด ๆ แบบเดิมแม้แต่น้อย เด็กอายุแค่นั้นอาจจะยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมาสด ๆ ร้อน ๆ

แต่พอผ่านไป 1วัน พอเธอตั้งสติได้ เธอคิดทบทวน(หรืออาจจะคุยปรึกษากับเพื่อนสนิทใด ๆ ก็ตาม) เธอก็ไม่ยอมคุยกับทนายอีกเลย
พี่ทนายคุยหนักขวามาฝั่งเดียวและถามย้ำ ๆ อีก สุดท้ายเด็กทนไม่ไหว เลยพรั่งพรูความไม่สบายใจ ความโกรธ
ออกมาหมด และบอกว่าจะไม่เจอกันส่วนตัวอีกแล้ว
และทนายก็ไม่ได้ปฏิเสธการกระทำอะไรเลยนะครับ มีแต่คำขอโทษ และคำอ้างไหลเป็นปลาไหลไปเรื่อยล้วน ๆ ผมเองอ่าน3รอบยังมึนเลยว่าเขาจะสื่ออะไรวะเนี่ย อารมณ์แบบคนร้อนรนทำตัวไม่ถูก
เท่านี้มันชัดเจนแล้วว่าทนายเองก็รู้ตัวเองดีในตอนนั้น ว่าเขาได้ทำผิดอย่างมากไปแล้ว และขอโทษแล้ว

แต่ผ่านไปอีก 3วัน เด็กก็ไม่ได้ตอบอะไรอีก เหมือนเรื่องจะจบไปแค่นั้น แต่พี่ทนายดันร้อนรนทนไม่ไหวเอง พิมพ์มาหาเรื่องคุยแก้ตัวต่ออีกเป็นพัลวัน แต่น้องก็ไม่หายโกรธ ตอบกลับมาเจ็บ ๆ อีก ทนายก็ดูจะยอมรับในจุดนั้นแล้ว เพราะเงียบไปอีกเป็นเดือน กลับมาคุยต่อแค่เรื่องงาน
แต่พองานจบ พี่ทนายยังไม่ยอมจบ ยังวกกลับมาเรื่องเดิมขอคืนดีต่ออีก ทั้งที่แม่มจบไปเป็นชาติแล้ว

แค่นี้มันชัดเจนแล้วครับว่าเด็กไม่ได้เต็มใจอยากเจอหรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ อีกเลย พี่ทนายพยายามอยู่ฝ่ายเดียวล้วน ๆ ครับ

Spoil


 
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Sep 2007
ตอบ: 13635
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 21:30
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
คิดง่าย ๆ แบบคอมมอนเซ้นส์เลยนะครับ ถ้าเด็กมีความสมัครใจที่จะโดนกอดจูบจริง ๆ พี่ทนายไม่มีทางมาเลิ่กลั่กตอบขอโทษรัว ๆ แก้ตัวเป็นพัลวันแบบนั้นในแชทหรอกครับ
อาการนี้มันชัดเจนว่าเป็นคนที่รู้ตัวดีว่าทำอะไรไป ซึ่งมันผิดเต็ม ๆ เข้าพรวดเต็ม ๆ เขาเลยมีแต่คำขอโทษเท่านั้น
แถมไม่ยอมจบอีกน่ะ ยังจะตื๊อต่อเพื่อหวังจะสร้างภาพพี่ชายที่แสนดีต่อไป
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวเตะกัลโช่
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 4420
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 21:55
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
Oh!!Noman พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
BABYDEW พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
คนที่ผิดเรื่องนี้
ทนาย 90%
พ่อเด็ก 10% ที่เลือกจะเรียกเงินมากขนาดนั้น มันเกินเหตุไปเยอะ

ส่วนเด็กไม่มีความผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แม้แต่ 0.01% ก็ไม่ผิดครับ
เพราะเด็กไม่ได้คุยในทำนองชู้สาวหรือทอดสะพานอะไรเลย หลักฐานคือเด็กไม่ยอมเจอส่วนตัวกับทนายอีกเลยหลังจากเกิดเรื่อง แสดงให้เห็นว่าเด็กแค่คุยเล่นแบบมิตรภาพและรักษามารยาท ไม่ได้จะหวังมีอะไรเกินเลยแบบที่พวกป้าแก่ ๆ ในเฟสคอมเม้น
 

หลักฐานมันต้องเป็นรูปภาพ วีดีโอ ใบตรวจร่างกาย ที่บ่งบอกว่าจับ จก สิครับ ถ้าอ่านแค่แชทแล้วบอกว่าคำพูดเรื่องจับหน้าอก หรือจกอวัยวะเพศ เป็นเรื่องจริงก็บ้าละครับ ทนายผิดอยู่แล้วครับเค้าแค่จะมาตอบโต้ว่าเค้าไม่ได้จับหรือจกอย่างที่ผู้เสียหายเล่า  


เรื่องจับจกหรือแค่จูบ มันเป็นเรื่องที่รู้กันแค่2คนถ้าไม่ได้ถ่ายรูปไว้ หลักฐานแบบภาพคลิปมันหาไม่ได้หรอกครับ ถ้าจะมีก็คือกล้องติดรถ ซึ่งทนายดันลบไปแล้ว

แต่ที่แน่ ๆ คือ เด็กไม่ได้ไปอ่อยหวังเงินหรือทอดสะพานตามที่พวกป้าแก่บ้าผู้ในเฟสหลายคนพยายามกล่าวหาแน่ครับ (ความสัมพันธ์ในช่วงเกิดเหตุ)
เพราะไม่งั้นเด็กจะตีตัวออกห่างทันทีหลังจากวันนั้นทำไม มันแสดงให้เห็นว่าทนายได้ทำในสิ่งที่เด็กรับไม่ได้แน่นอนในวันนั้น
ยิ่งถ้าหากทำแค่กอดจูบตามที่เขาอ้างจริง แล้วแค่นี้เด็กยังรับไม่ได้ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมวิเคราะห์คือถูกต้องแน่นอน ว่าเด็กไม่ได้มีใจหรืออ่อยอะไรเลย เพราะแค่กอดจูบเด็กยังรับไม่ได้เลย
 


ระบบกล่าวหานะ คนฟ้องต้องพิสูจน์ให้ได้สิ ถ้าหลักฐานไม่พอศาลยกฟ้อง เค้าฟ้องกลับได้นะ

ไม่งั้นก็ไปกล่าวหากันมั่วไปหมดแล้วดิ  


ก็ถ้าขนาดเหตุการณ์มันเบาสุดคือแค่กอดจูบ(ตามที่ทนายอ้าง) เด็กยังรังเกียจถึงขั้นตีตัวออกห่างทันที มันก็ชัดเจนแล้วนี่ครับว่าผมยิ่งวิเคราะห์ถูกต้อง ว่าเด็กไม่ได้มีใจอะไรให้ทนายเลย
แล้วยังไงเหรอ ต้องให้เด็กพิสูจน์เรื่องอะไรอีกเหรอ ท่านจึงจะเชื่อว่าเด็กไม่ได้มีใจ หรือไม่ได้จงใจอ่อยทนาย
 


ในทางกฏหมายนะครับ ทนายย้ำมากว่าแค่กอด จูบ ในรถก็ไม่เข้าข้ออนาจารในที่สาธารณะแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คุกคามทางเพศ มีสองทางคือสมัครใจ กับ ไม่สมัครใจ ทีนี้ในเมื่อคุณเป็นผู้กล่าวหาว่าไม่ใช่แค่กอดจูบ มีล้วงมีจับ คุณก็ต้องเอาหลักฐานมาพิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าทำขนาดนั้นจริง แล้วยังต้องพิสูจน์ในข้อที่ว่าไม่สมัครใจด้วย ซึ่งในการแถลงทนายพยายามชี้ไปทางว่าไม่มีการขัดขืน

ทีนี้ในเมื่อหลักฐานยังไม่ออกมาคุณกล้าฟันธงได้ไงว่าผลมันจะออกมาแบบไหน ไอ้ที่ทนายมันยอมรับหรือเสนอเงินอ่ะ มันแค่ห่วงชื่อเสียงแค่นั้นเลยมันไม่ได้กลัวเรื่องคดีหรอก

ผมไม่ได้อะไรหรอกแต่มันมีแนวนี้ที่สังคมแม่งด่าไปแล้วฟันธงไปแล้วแต่สุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่ผิด แถมฟ้องกลับได้เงินด้วย ตอนนั้นกระแสเทไปฝั่งเดียวด้วยซ้ำ  



เรื่องความสมัครใจ ผมว่าในแชทนั้นมันชัดเจนแล้วนะครับ ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รู้สึกยินดีในสิ่งที่ทนายท่านนี้ทำเลย และทนายเองก็รู้ตัวดีว่าทำไม่ดี และพยายามขอโทษขอโพยอย่างหนักแล้ว
จากคำพูดทั้งของเด็ก และของทนายในแชทนี้ ท่านลองอ่านและวิเคราะห์ดูเองนะครับว่าเด็กเต็มใจที่จะโดนกอดจูบหรือเปล่า แถมทนายรู้ตัวดีด้วยว่าโดนเด็กรังเกียจไปแล้วถึงขั้นไม่อยากเจอหน้าอีก

นี่คือบทสนทนาของคนที่เต็มใจจะโดนกอดจูบเหรอครับ ลองคิดด้วยคอมมอนเซ้นส์ดูนะครับ
(ซึ่งแน่นอนถ้าเด็กไม่เต็มใจ ทนายก็ผิดในแง่คุกคามทางเพศแน่นอน แต่มันหนักและรุนแรงแค่ไหนก็อีกเรื่องครับ)

Spoil




 
 


 


มันมีก่อนหน้านี้นะแชทอ่ะ ที่กลับถึงบ้านหลังเหตุการณ์ ยังปกติเลยนะ

แล้วไอ้เรื่องสมัครใจอ่ะ มันต้องอ้างอิงตอนที่เกิดเหตุการณ์ดิ มันจะมาไม่สมัครใจย้อนหลังได้ยังไง common sense อ่ะ ทนายมันยังพูดเลย ว่าถ้าคุณไม่โอเค คุณมีโอกาสมากมายที่จะเลี่ยงได้ตลอด แล้วที่ทนายมันขอโทษอ่ะเพราะเด็กด่ามันว่าไม่โอเคไง มันก็ขอโทษขอโอกาศบลาๆ  


เท่าที่อ่านมา การสนทนากันระหว่างท่านกับเพื่อนสมาชิก

โอเคครับผมมมม ท่านเชื่อทนายว่า ถูก ผี ห่า ซาตาน ครอบงำ ในขณะนึง จึงกระทำไปโดยขาดเจตนา ถือว่าไม่มีความผิด เพราะกฎหมายอาญา ตีความโดยเคร่งครัด สินะครับผมมมมมมมมม

 


นี่เถียงกันในเรื่องกฏหมาย เรื่องศาลอยู่ ต่อให้ทนายบอกว่าเงี่ยนผมตั้งใจจะเยสสสส ถ้าอีกฝ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าสมัครใจรึเปล่าทนายก็รอด เพราะภาระพิสูจน์เป็นของฝ่ายที่กล่าวหา นี่ย้ำว่าทางกฏหมายนะ
แก้ไขล่าสุดโดย Loser XD เมื่อ Sat Jan 24, 2026 22:04, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวเตะกัลโช่
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 4420
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 22:01
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
BABYDEW พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
คนที่ผิดเรื่องนี้
ทนาย 90%
พ่อเด็ก 10% ที่เลือกจะเรียกเงินมากขนาดนั้น มันเกินเหตุไปเยอะ

ส่วนเด็กไม่มีความผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แม้แต่ 0.01% ก็ไม่ผิดครับ
เพราะเด็กไม่ได้คุยในทำนองชู้สาวหรือทอดสะพานอะไรเลย หลักฐานคือเด็กไม่ยอมเจอส่วนตัวกับทนายอีกเลยหลังจากเกิดเรื่อง แสดงให้เห็นว่าเด็กแค่คุยเล่นแบบมิตรภาพและรักษามารยาท ไม่ได้จะหวังมีอะไรเกินเลยแบบที่พวกป้าแก่ ๆ ในเฟสคอมเม้น
 

หลักฐานมันต้องเป็นรูปภาพ วีดีโอ ใบตรวจร่างกาย ที่บ่งบอกว่าจับ จก สิครับ ถ้าอ่านแค่แชทแล้วบอกว่าคำพูดเรื่องจับหน้าอก หรือจกอวัยวะเพศ เป็นเรื่องจริงก็บ้าละครับ ทนายผิดอยู่แล้วครับเค้าแค่จะมาตอบโต้ว่าเค้าไม่ได้จับหรือจกอย่างที่ผู้เสียหายเล่า  


เรื่องจับจกหรือแค่จูบ มันเป็นเรื่องที่รู้กันแค่2คนถ้าไม่ได้ถ่ายรูปไว้ หลักฐานแบบภาพคลิปมันหาไม่ได้หรอกครับ ถ้าจะมีก็คือกล้องติดรถ ซึ่งทนายดันลบไปแล้ว

แต่ที่แน่ ๆ คือ เด็กไม่ได้ไปอ่อยหวังเงินหรือทอดสะพานตามที่พวกป้าแก่บ้าผู้ในเฟสหลายคนพยายามกล่าวหาแน่ครับ (ความสัมพันธ์ในช่วงเกิดเหตุ)
เพราะไม่งั้นเด็กจะตีตัวออกห่างทันทีหลังจากวันนั้นทำไม มันแสดงให้เห็นว่าทนายได้ทำในสิ่งที่เด็กรับไม่ได้แน่นอนในวันนั้น
ยิ่งถ้าหากทำแค่กอดจูบตามที่เขาอ้างจริง แล้วแค่นี้เด็กยังรับไม่ได้ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมวิเคราะห์คือถูกต้องแน่นอน ว่าเด็กไม่ได้มีใจหรืออ่อยอะไรเลย เพราะแค่กอดจูบเด็กยังรับไม่ได้เลย
 


ระบบกล่าวหานะ คนฟ้องต้องพิสูจน์ให้ได้สิ ถ้าหลักฐานไม่พอศาลยกฟ้อง เค้าฟ้องกลับได้นะ

ไม่งั้นก็ไปกล่าวหากันมั่วไปหมดแล้วดิ  


ก็ถ้าขนาดเหตุการณ์มันเบาสุดคือแค่กอดจูบ(ตามที่ทนายอ้าง) เด็กยังรังเกียจถึงขั้นตีตัวออกห่างทันที มันก็ชัดเจนแล้วนี่ครับว่าผมยิ่งวิเคราะห์ถูกต้อง ว่าเด็กไม่ได้มีใจอะไรให้ทนายเลย
แล้วยังไงเหรอ ต้องให้เด็กพิสูจน์เรื่องอะไรอีกเหรอ ท่านจึงจะเชื่อว่าเด็กไม่ได้มีใจ หรือไม่ได้จงใจอ่อยทนาย
 


ในทางกฏหมายนะครับ ทนายย้ำมากว่าแค่กอด จูบ ในรถก็ไม่เข้าข้ออนาจารในที่สาธารณะแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คุกคามทางเพศ มีสองทางคือสมัครใจ กับ ไม่สมัครใจ ทีนี้ในเมื่อคุณเป็นผู้กล่าวหาว่าไม่ใช่แค่กอดจูบ มีล้วงมีจับ คุณก็ต้องเอาหลักฐานมาพิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าทำขนาดนั้นจริง แล้วยังต้องพิสูจน์ในข้อที่ว่าไม่สมัครใจด้วย ซึ่งในการแถลงทนายพยายามชี้ไปทางว่าไม่มีการขัดขืน

ทีนี้ในเมื่อหลักฐานยังไม่ออกมาคุณกล้าฟันธงได้ไงว่าผลมันจะออกมาแบบไหน ไอ้ที่ทนายมันยอมรับหรือเสนอเงินอ่ะ มันแค่ห่วงชื่อเสียงแค่นั้นเลยมันไม่ได้กลัวเรื่องคดีหรอก

ผมไม่ได้อะไรหรอกแต่มันมีแนวนี้ที่สังคมแม่งด่าไปแล้วฟันธงไปแล้วแต่สุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่ผิด แถมฟ้องกลับได้เงินด้วย ตอนนั้นกระแสเทไปฝั่งเดียวด้วยซ้ำ  



เรื่องความสมัครใจ ผมว่าในแชทนั้นมันชัดเจนแล้วนะครับ ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รู้สึกยินดีในสิ่งที่ทนายท่านนี้ทำเลย และทนายเองก็รู้ตัวดีว่าทำไม่ดี และพยายามขอโทษขอโพยอย่างหนักแล้ว
จากคำพูดทั้งของเด็ก และของทนายในแชทนี้ ท่านลองอ่านและวิเคราะห์ดูเองนะครับว่าเด็กเต็มใจที่จะโดนกอดจูบหรือเปล่า แถมทนายรู้ตัวดีด้วยว่าโดนเด็กรังเกียจไปแล้วถึงขั้นไม่อยากเจอหน้าอีก

นี่คือบทสนทนาของคนที่เต็มใจจะโดนกอดจูบเหรอครับ ลองคิดด้วยคอมมอนเซ้นส์ดูนะครับ
(ซึ่งแน่นอนถ้าเด็กไม่เต็มใจ ทนายก็ผิดในแง่คุกคามทางเพศแน่นอน แต่มันหนักและรุนแรงแค่ไหนก็อีกเรื่องครับ)

Spoil




 
 


 


มันมีก่อนหน้านี้นะแชทอ่ะ ที่กลับถึงบ้านหลังเหตุการณ์ ยังปกติเลยนะ

แล้วไอ้เรื่องสมัครใจอ่ะ มันต้องอ้างอิงตอนที่เกิดเหตุการณ์ดิ มันจะมาไม่สมัครใจย้อนหลังได้ยังไง common sense อ่ะ ทนายมันยังพูดเลย ว่าถ้าคุณไม่โอเค คุณมีโอกาสมากมายที่จะเลี่ยงได้ตลอด แล้วที่ทนายมันขอโทษอ่ะเพราะเด็กด่ามันว่าไม่โอเคไง มันก็ขอโทษขอโอกาศบลาๆ  


ท่านครับ เด็กคนนั้นอายุเพิ่ง18 นะครับ เค้าเจอเรื่องที่ทำให้ช็อกและตกใจซึ่ง ๆ หน้าขนาดนั้น ในเวลานั้นคิดว่าเขาจะทำอะไรได้ถูกต้องแค่ไหนเหรอครับ ?
สิ่งที่เขาจะทำได้ตอนนั้น คือพยายามรอดพ้นจากวันนี้ไปให้ได้แค่นั้นแหละครับ จะโดยทำใจดีสู้เสือพูดดียังไงก็แล้วแต่ เพราะเวลานั้นมันคือในรถ ซึ่งไม่มีใครจะมาช่วยน้องได้ทันหากทนายจะเล่นแรงจริง

ลองนึกภาพเหตุการณ์ในเวลานั้นดูครับ เด็กอยู่ในรถ 2ต่อ2 กับผู้ใหญ่ที่เธอเคยคิดว่าไว้ใจได้ แต่กลับโดนทำแบบนั้น เธอจะกลัวขนาดไหน จะตกใจแค่ไหน ถ้าปฏิเสธหรือทำท่ารังเกียจทันทีเลยจะเป็นยังไง สิ่งที่น้องเขาจะคิดออกตอนนั้นก็คือทำทุกอย่างเพื่อให้รอดพ้นวันนี้ไปก่อน

แล้วแชทที่ว่านั้น ลองกลับไปดูดี ๆ ครับ เด็กแค่ตอบทนายตามมารยาทสั้น ๆ ว่าถึงบ้านแล้ว(เพราะทนายบอกว่าถ้าถึงบ้านให้บอก) สั้น ๆ แค่นั้น แต่ไม่ได้คิดจะมาคุยอะไรต่อ แม้ทนายจะพยายามชวนคุยอื่น ๆ มาอีก
ซึ่งเธออาจจะยังตกใจหรือช็อกอยู่ก็ได้ ไม่มีการมาคุยเล่นหัวร่อต่อกระซิกใด ๆ แบบเดิมแม้แต่น้อย เด็กอายุแค่นั้นอาจจะยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมาสด ๆ ร้อน ๆ

แต่พอผ่านไป 1วัน พอเธอตั้งสติได้ เธอคิดทบทวน(หรืออาจจะคุยปรึกษากับเพื่อนสนิทใด ๆ ก็ตาม) เธอก็ไม่ยอมคุยกับทนายอีกเลย
พี่ทนายคุยหนักขวามาฝั่งเดียวและถามย้ำ ๆ อีก สุดท้ายเด็กทนไม่ไหว เลยพรั่งพรูความไม่สบายใจ ความโกรธ
ออกมาหมด และบอกว่าจะไม่เจอกันส่วนตัวอีกแล้ว
และทนายก็ไม่ได้ปฏิเสธการกระทำอะไรเลยนะครับ มีแต่คำขอโทษ และคำอ้างไหลเป็นปลาไหลไปเรื่อยล้วน ๆ ผมเองอ่าน3รอบยังมึนเลยว่าเขาจะสื่ออะไรวะเนี่ย อารมณ์แบบคนร้อนรนทำตัวไม่ถูก
เท่านี้มันชัดเจนแล้วว่าทนายเองก็รู้ตัวเองดีในตอนนั้น ว่าเขาได้ทำผิดอย่างมากไปแล้ว และขอโทษแล้ว

แต่ผ่านไปอีก 3วัน เด็กก็ไม่ได้ตอบอะไรอีก เหมือนเรื่องจะจบไปแค่นั้น แต่พี่ทนายดันร้อนรนทนไม่ไหวเอง พิมพ์มาหาเรื่องคุยแก้ตัวต่ออีกเป็นพัลวัน แต่น้องก็ไม่หายโกรธ ตอบกลับมาเจ็บ ๆ อีก ทนายก็ดูจะยอมรับในจุดนั้นแล้ว เพราะเงียบไปอีกเป็นเดือน กลับมาคุยต่อแค่เรื่องงาน
แต่พองานจบ พี่ทนายยังไม่ยอมจบ ยังวกกลับมาเรื่องเดิมขอคืนดีต่ออีก ทั้งที่แม่มจบไปเป็นชาติแล้ว

แค่นี้มันชัดเจนแล้วครับว่าเด็กไม่ได้เต็มใจอยากเจอหรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ อีกเลย พี่ทนายพยายามอยู่ฝ่ายเดียวล้วน ๆ ครับ

Spoil


 
 


เอาเป็นว่า แชทนี้ผมตีความไมาเหมือนคุณ แล้วคิดว่าแชทนี้ไม่เพียงพอให้เอาผิดทนายได้ ผมถึงแย้งขึ้นมาท◌ี◌่คุณว่าไม่ต้องรอศาลตัดสินหรอกผมว่ามันไม่ควร ตัวอย่างมันมีครับไม่ใช่ไม่มี ไม่อย่างงั้นเราจะมีศาลกันไปทำไม
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2015
ตอบ: 2646
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 22:04
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
Loser XD พิมพ์ว่า:
Oh!!Noman พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
BABYDEW พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
คนที่ผิดเรื่องนี้
ทนาย 90%
พ่อเด็ก 10% ที่เลือกจะเรียกเงินมากขนาดนั้น มันเกินเหตุไปเยอะ

ส่วนเด็กไม่มีความผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แม้แต่ 0.01% ก็ไม่ผิดครับ
เพราะเด็กไม่ได้คุยในทำนองชู้สาวหรือทอดสะพานอะไรเลย หลักฐานคือเด็กไม่ยอมเจอส่วนตัวกับทนายอีกเลยหลังจากเกิดเรื่อง แสดงให้เห็นว่าเด็กแค่คุยเล่นแบบมิตรภาพและรักษามารยาท ไม่ได้จะหวังมีอะไรเกินเลยแบบที่พวกป้าแก่ ๆ ในเฟสคอมเม้น
 

หลักฐานมันต้องเป็นรูปภาพ วีดีโอ ใบตรวจร่างกาย ที่บ่งบอกว่าจับ จก สิครับ ถ้าอ่านแค่แชทแล้วบอกว่าคำพูดเรื่องจับหน้าอก หรือจกอวัยวะเพศ เป็นเรื่องจริงก็บ้าละครับ ทนายผิดอยู่แล้วครับเค้าแค่จะมาตอบโต้ว่าเค้าไม่ได้จับหรือจกอย่างที่ผู้เสียหายเล่า  


เรื่องจับจกหรือแค่จูบ มันเป็นเรื่องที่รู้กันแค่2คนถ้าไม่ได้ถ่ายรูปไว้ หลักฐานแบบภาพคลิปมันหาไม่ได้หรอกครับ ถ้าจะมีก็คือกล้องติดรถ ซึ่งทนายดันลบไปแล้ว

แต่ที่แน่ ๆ คือ เด็กไม่ได้ไปอ่อยหวังเงินหรือทอดสะพานตามที่พวกป้าแก่บ้าผู้ในเฟสหลายคนพยายามกล่าวหาแน่ครับ (ความสัมพันธ์ในช่วงเกิดเหตุ)
เพราะไม่งั้นเด็กจะตีตัวออกห่างทันทีหลังจากวันนั้นทำไม มันแสดงให้เห็นว่าทนายได้ทำในสิ่งที่เด็กรับไม่ได้แน่นอนในวันนั้น
ยิ่งถ้าหากทำแค่กอดจูบตามที่เขาอ้างจริง แล้วแค่นี้เด็กยังรับไม่ได้ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมวิเคราะห์คือถูกต้องแน่นอน ว่าเด็กไม่ได้มีใจหรืออ่อยอะไรเลย เพราะแค่กอดจูบเด็กยังรับไม่ได้เลย
 


ระบบกล่าวหานะ คนฟ้องต้องพิสูจน์ให้ได้สิ ถ้าหลักฐานไม่พอศาลยกฟ้อง เค้าฟ้องกลับได้นะ

ไม่งั้นก็ไปกล่าวหากันมั่วไปหมดแล้วดิ  


ก็ถ้าขนาดเหตุการณ์มันเบาสุดคือแค่กอดจูบ(ตามที่ทนายอ้าง) เด็กยังรังเกียจถึงขั้นตีตัวออกห่างทันที มันก็ชัดเจนแล้วนี่ครับว่าผมยิ่งวิเคราะห์ถูกต้อง ว่าเด็กไม่ได้มีใจอะไรให้ทนายเลย
แล้วยังไงเหรอ ต้องให้เด็กพิสูจน์เรื่องอะไรอีกเหรอ ท่านจึงจะเชื่อว่าเด็กไม่ได้มีใจ หรือไม่ได้จงใจอ่อยทนาย
 


ในทางกฏหมายนะครับ ทนายย้ำมากว่าแค่กอด จูบ ในรถก็ไม่เข้าข้ออนาจารในที่สาธารณะแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คุกคามทางเพศ มีสองทางคือสมัครใจ กับ ไม่สมัครใจ ทีนี้ในเมื่อคุณเป็นผู้กล่าวหาว่าไม่ใช่แค่กอดจูบ มีล้วงมีจับ คุณก็ต้องเอาหลักฐานมาพิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าทำขนาดนั้นจริง แล้วยังต้องพิสูจน์ในข้อที่ว่าไม่สมัครใจด้วย ซึ่งในการแถลงทนายพยายามชี้ไปทางว่าไม่มีการขัดขืน

ทีนี้ในเมื่อหลักฐานยังไม่ออกมาคุณกล้าฟันธงได้ไงว่าผลมันจะออกมาแบบไหน ไอ้ที่ทนายมันยอมรับหรือเสนอเงินอ่ะ มันแค่ห่วงชื่อเสียงแค่นั้นเลยมันไม่ได้กลัวเรื่องคดีหรอก

ผมไม่ได้อะไรหรอกแต่มันมีแนวนี้ที่สังคมแม่งด่าไปแล้วฟันธงไปแล้วแต่สุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่ผิด แถมฟ้องกลับได้เงินด้วย ตอนนั้นกระแสเทไปฝั่งเดียวด้วยซ้ำ  



เรื่องความสมัครใจ ผมว่าในแชทนั้นมันชัดเจนแล้วนะครับ ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รู้สึกยินดีในสิ่งที่ทนายท่านนี้ทำเลย และทนายเองก็รู้ตัวดีว่าทำไม่ดี และพยายามขอโทษขอโพยอย่างหนักแล้ว
จากคำพูดทั้งของเด็ก และของทนายในแชทนี้ ท่านลองอ่านและวิเคราะห์ดูเองนะครับว่าเด็กเต็มใจที่จะโดนกอดจูบหรือเปล่า แถมทนายรู้ตัวดีด้วยว่าโดนเด็กรังเกียจไปแล้วถึงขั้นไม่อยากเจอหน้าอีก

นี่คือบทสนทนาของคนที่เต็มใจจะโดนกอดจูบเหรอครับ ลองคิดด้วยคอมมอนเซ้นส์ดูนะครับ
(ซึ่งแน่นอนถ้าเด็กไม่เต็มใจ ทนายก็ผิดในแง่คุกคามทางเพศแน่นอน แต่มันหนักและรุนแรงแค่ไหนก็อีกเรื่องครับ)

Spoil




 
 


 


มันมีก่อนหน้านี้นะแชทอ่ะ ที่กลับถึงบ้านหลังเหตุการณ์ ยังปกติเลยนะ

แล้วไอ้เรื่องสมัครใจอ่ะ มันต้องอ้างอิงตอนที่เกิดเหตุการณ์ดิ มันจะมาไม่สมัครใจย้อนหลังได้ยังไง common sense อ่ะ ทนายมันยังพูดเลย ว่าถ้าคุณไม่โอเค คุณมีโอกาสมากมายที่จะเลี่ยงได้ตลอด แล้วที่ทนายมันขอโทษอ่ะเพราะเด็กด่ามันว่าไม่โอเคไง มันก็ขอโทษขอโอกาศบลาๆ  


เท่าที่อ่านมา การสนทนากันระหว่างท่านกับเพื่อนสมาชิก

โอเคครับผมมมม ท่านเชื่อทนายว่า ถูก ผี ห่า ซาตาน ครอบงำ ในขณะนึง จึงกระทำไปโดยขาดเจตนา ถือว่าไม่มีความผิด เพราะกฎหมายอาญา ตีความโดยเคร่งครัด สินะครับผมมมมมมมมม

 


นี่เถียงกันในเรื่องกฏหมาย เรื่องศาลอยู่ ต่อให้ทนายบอกว่าเงี่ยน ถ้าอีกฝ่ายพิสูจน์ไม่ได้ทนายก็รอด นี่ย้ำว่าทางกฏหมายนะ  


ใช่ครับผม ผมก็สนทนากันด้วยกฎหมาย และเรื่องเจตนา เห็นอยู่ว่า ทนาย ก. แถลงว่าไม่ได้มีเจตนา ในแชทที่เพื่อนสมาชิก เอามาลง ก็อ่านข้อความได้ว่า เข้าใจผิด

ก็ขาดองค์ประกอบในคดีอาญา อันนี้จึงเป็นสิ่งที่ผมเห็นต่างกับท่าน ส่วนตัวผมเชื่อว่าที่กระทำไปนั้น กระทำไปโดยเจตนาโดยแท้นั้นละครับผมมมมม
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Sep 2007
ตอบ: 13635
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 22:06
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
Loser XD พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
BABYDEW พิมพ์ว่า:
rooney8 พิมพ์ว่า:
คนที่ผิดเรื่องนี้
ทนาย 90%
พ่อเด็ก 10% ที่เลือกจะเรียกเงินมากขนาดนั้น มันเกินเหตุไปเยอะ

ส่วนเด็กไม่มีความผิดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แม้แต่ 0.01% ก็ไม่ผิดครับ
เพราะเด็กไม่ได้คุยในทำนองชู้สาวหรือทอดสะพานอะไรเลย หลักฐานคือเด็กไม่ยอมเจอส่วนตัวกับทนายอีกเลยหลังจากเกิดเรื่อง แสดงให้เห็นว่าเด็กแค่คุยเล่นแบบมิตรภาพและรักษามารยาท ไม่ได้จะหวังมีอะไรเกินเลยแบบที่พวกป้าแก่ ๆ ในเฟสคอมเม้น
 

หลักฐานมันต้องเป็นรูปภาพ วีดีโอ ใบตรวจร่างกาย ที่บ่งบอกว่าจับ จก สิครับ ถ้าอ่านแค่แชทแล้วบอกว่าคำพูดเรื่องจับหน้าอก หรือจกอวัยวะเพศ เป็นเรื่องจริงก็บ้าละครับ ทนายผิดอยู่แล้วครับเค้าแค่จะมาตอบโต้ว่าเค้าไม่ได้จับหรือจกอย่างที่ผู้เสียหายเล่า  


เรื่องจับจกหรือแค่จูบ มันเป็นเรื่องที่รู้กันแค่2คนถ้าไม่ได้ถ่ายรูปไว้ หลักฐานแบบภาพคลิปมันหาไม่ได้หรอกครับ ถ้าจะมีก็คือกล้องติดรถ ซึ่งทนายดันลบไปแล้ว

แต่ที่แน่ ๆ คือ เด็กไม่ได้ไปอ่อยหวังเงินหรือทอดสะพานตามที่พวกป้าแก่บ้าผู้ในเฟสหลายคนพยายามกล่าวหาแน่ครับ (ความสัมพันธ์ในช่วงเกิดเหตุ)
เพราะไม่งั้นเด็กจะตีตัวออกห่างทันทีหลังจากวันนั้นทำไม มันแสดงให้เห็นว่าทนายได้ทำในสิ่งที่เด็กรับไม่ได้แน่นอนในวันนั้น
ยิ่งถ้าหากทำแค่กอดจูบตามที่เขาอ้างจริง แล้วแค่นี้เด็กยังรับไม่ได้ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่ผมวิเคราะห์คือถูกต้องแน่นอน ว่าเด็กไม่ได้มีใจหรืออ่อยอะไรเลย เพราะแค่กอดจูบเด็กยังรับไม่ได้เลย
 


ระบบกล่าวหานะ คนฟ้องต้องพิสูจน์ให้ได้สิ ถ้าหลักฐานไม่พอศาลยกฟ้อง เค้าฟ้องกลับได้นะ

ไม่งั้นก็ไปกล่าวหากันมั่วไปหมดแล้วดิ  


ก็ถ้าขนาดเหตุการณ์มันเบาสุดคือแค่กอดจูบ(ตามที่ทนายอ้าง) เด็กยังรังเกียจถึงขั้นตีตัวออกห่างทันที มันก็ชัดเจนแล้วนี่ครับว่าผมยิ่งวิเคราะห์ถูกต้อง ว่าเด็กไม่ได้มีใจอะไรให้ทนายเลย
แล้วยังไงเหรอ ต้องให้เด็กพิสูจน์เรื่องอะไรอีกเหรอ ท่านจึงจะเชื่อว่าเด็กไม่ได้มีใจ หรือไม่ได้จงใจอ่อยทนาย
 


ในทางกฏหมายนะครับ ทนายย้ำมากว่าแค่กอด จูบ ในรถก็ไม่เข้าข้ออนาจารในที่สาธารณะแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่คุกคามทางเพศ มีสองทางคือสมัครใจ กับ ไม่สมัครใจ ทีนี้ในเมื่อคุณเป็นผู้กล่าวหาว่าไม่ใช่แค่กอดจูบ มีล้วงมีจับ คุณก็ต้องเอาหลักฐานมาพิสูจน์จนสิ้นสงสัยว่าทำขนาดนั้นจริง แล้วยังต้องพิสูจน์ในข้อที่ว่าไม่สมัครใจด้วย ซึ่งในการแถลงทนายพยายามชี้ไปทางว่าไม่มีการขัดขืน

ทีนี้ในเมื่อหลักฐานยังไม่ออกมาคุณกล้าฟันธงได้ไงว่าผลมันจะออกมาแบบไหน ไอ้ที่ทนายมันยอมรับหรือเสนอเงินอ่ะ มันแค่ห่วงชื่อเสียงแค่นั้นเลยมันไม่ได้กลัวเรื่องคดีหรอก

ผมไม่ได้อะไรหรอกแต่มันมีแนวนี้ที่สังคมแม่งด่าไปแล้วฟันธงไปแล้วแต่สุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่ผิด แถมฟ้องกลับได้เงินด้วย ตอนนั้นกระแสเทไปฝั่งเดียวด้วยซ้ำ  



เรื่องความสมัครใจ ผมว่าในแชทนั้นมันชัดเจนแล้วนะครับ ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รู้สึกยินดีในสิ่งที่ทนายท่านนี้ทำเลย และทนายเองก็รู้ตัวดีว่าทำไม่ดี และพยายามขอโทษขอโพยอย่างหนักแล้ว
จากคำพูดทั้งของเด็ก และของทนายในแชทนี้ ท่านลองอ่านและวิเคราะห์ดูเองนะครับว่าเด็กเต็มใจที่จะโดนกอดจูบหรือเปล่า แถมทนายรู้ตัวดีด้วยว่าโดนเด็กรังเกียจไปแล้วถึงขั้นไม่อยากเจอหน้าอีก

นี่คือบทสนทนาของคนที่เต็มใจจะโดนกอดจูบเหรอครับ ลองคิดด้วยคอมมอนเซ้นส์ดูนะครับ
(ซึ่งแน่นอนถ้าเด็กไม่เต็มใจ ทนายก็ผิดในแง่คุกคามทางเพศแน่นอน แต่มันหนักและรุนแรงแค่ไหนก็อีกเรื่องครับ)

Spoil




 
 


 


มันมีก่อนหน้านี้นะแชทอ่ะ ที่กลับถึงบ้านหลังเหตุการณ์ ยังปกติเลยนะ

แล้วไอ้เรื่องสมัครใจอ่ะ มันต้องอ้างอิงตอนที่เกิดเหตุการณ์ดิ มันจะมาไม่สมัครใจย้อนหลังได้ยังไง common sense อ่ะ ทนายมันยังพูดเลย ว่าถ้าคุณไม่โอเค คุณมีโอกาสมากมายที่จะเลี่ยงได้ตลอด แล้วที่ทนายมันขอโทษอ่ะเพราะเด็กด่ามันว่าไม่โอเคไง มันก็ขอโทษขอโอกาศบลาๆ  


ท่านครับ เด็กคนนั้นอายุเพิ่ง18 นะครับ เค้าเจอเรื่องที่ทำให้ช็อกและตกใจซึ่ง ๆ หน้าขนาดนั้น ในเวลานั้นคิดว่าเขาจะทำอะไรได้ถูกต้องแค่ไหนเหรอครับ ?
สิ่งที่เขาจะทำได้ตอนนั้น คือพยายามรอดพ้นจากวันนี้ไปให้ได้แค่นั้นแหละครับ จะโดยทำใจดีสู้เสือพูดดียังไงก็แล้วแต่ เพราะเวลานั้นมันคือในรถ ซึ่งไม่มีใครจะมาช่วยน้องได้ทันหากทนายจะเล่นแรงจริง

ลองนึกภาพเหตุการณ์ในเวลานั้นดูครับ เด็กอยู่ในรถ 2ต่อ2 กับผู้ใหญ่ที่เธอเคยคิดว่าไว้ใจได้ แต่กลับโดนทำแบบนั้น เธอจะกลัวขนาดไหน จะตกใจแค่ไหน ถ้าปฏิเสธหรือทำท่ารังเกียจทันทีเลยจะเป็นยังไง สิ่งที่น้องเขาจะคิดออกตอนนั้นก็คือทำทุกอย่างเพื่อให้รอดพ้นวันนี้ไปก่อน

แล้วแชทที่ว่านั้น ลองกลับไปดูดี ๆ ครับ เด็กแค่ตอบทนายตามมารยาทสั้น ๆ ว่าถึงบ้านแล้ว(เพราะทนายบอกว่าถ้าถึงบ้านให้บอก) สั้น ๆ แค่นั้น แต่ไม่ได้คิดจะมาคุยอะไรต่อ แม้ทนายจะพยายามชวนคุยอื่น ๆ มาอีก
ซึ่งเธออาจจะยังตกใจหรือช็อกอยู่ก็ได้ ไม่มีการมาคุยเล่นหัวร่อต่อกระซิกใด ๆ แบบเดิมแม้แต่น้อย เด็กอายุแค่นั้นอาจจะยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมาสด ๆ ร้อน ๆ

แต่พอผ่านไป 1วัน พอเธอตั้งสติได้ เธอคิดทบทวน(หรืออาจจะคุยปรึกษากับเพื่อนสนิทใด ๆ ก็ตาม) เธอก็ไม่ยอมคุยกับทนายอีกเลย
พี่ทนายคุยหนักขวามาฝั่งเดียวและถามย้ำ ๆ อีก สุดท้ายเด็กทนไม่ไหว เลยพรั่งพรูความไม่สบายใจ ความโกรธ
ออกมาหมด และบอกว่าจะไม่เจอกันส่วนตัวอีกแล้ว
และทนายก็ไม่ได้ปฏิเสธการกระทำอะไรเลยนะครับ มีแต่คำขอโทษ และคำอ้างไหลเป็นปลาไหลไปเรื่อยล้วน ๆ ผมเองอ่าน3รอบยังมึนเลยว่าเขาจะสื่ออะไรวะเนี่ย อารมณ์แบบคนร้อนรนทำตัวไม่ถูก
เท่านี้มันชัดเจนแล้วว่าทนายเองก็รู้ตัวเองดีในตอนนั้น ว่าเขาได้ทำผิดอย่างมากไปแล้ว และขอโทษแล้ว

แต่ผ่านไปอีก 3วัน เด็กก็ไม่ได้ตอบอะไรอีก เหมือนเรื่องจะจบไปแค่นั้น แต่พี่ทนายดันร้อนรนทนไม่ไหวเอง พิมพ์มาหาเรื่องคุยแก้ตัวต่ออีกเป็นพัลวัน แต่น้องก็ไม่หายโกรธ ตอบกลับมาเจ็บ ๆ อีก ทนายก็ดูจะยอมรับในจุดนั้นแล้ว เพราะเงียบไปอีกเป็นเดือน กลับมาคุยต่อแค่เรื่องงาน
แต่พองานจบ พี่ทนายยังไม่ยอมจบ ยังวกกลับมาเรื่องเดิมขอคืนดีต่ออีก ทั้งที่แม่มจบไปเป็นชาติแล้ว

แค่นี้มันชัดเจนแล้วครับว่าเด็กไม่ได้เต็มใจอยากเจอหรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ อีกเลย พี่ทนายพยายามอยู่ฝ่ายเดียวล้วน ๆ ครับ

Spoil


 
 


เอาเป็นว่า แชทนี้ผมตีความไมาเหมือนคุณ แล้วคิดว่าแชทนี้ไม่เพียงพอให้เอาผิดทนายได้ ผมถึงแย้งขึ้นมาท◌ี◌่คุณว่าไม่ต้องรอศาลตัดสินหรอกผมว่ามันไม่ควร ตัวอย่างมันมีครับไม่ใช่ไม่มี ไม่อย่างงั้นเราจะมีศาลกันไปทำไม  


ใช่ครับ แต่ผมพูดในประเด็นที่ว่าน้องไม่เต็มใจที่จะโดนกระทำ(ไม่ว่าจะกอดจูบหรือมากกว่านั้น) ซึ่งในแชทค่อนข้างชัดเจนในแง่นี้ และทนายเองยังรู้ตัวครับว่าตัวเองทำไม่ดีในวันนั้น ไม่งั้นไม่พยายามขอโทษและแก้ตัวสุดชีวิตแบบนั้นหรอก
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Oct 2019
ตอบ: 5014
ที่อยู่: Bangkok
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 23:06
[RE: มีคนกลางมาเพิ่มอีกแล้ว / ทนาย ก.]
มันจะน่าปวดหัวในแทบทุกโลจิค กระบวนการทางความคิดได้ยังไง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel