ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Oct 2010
ตอบ: 1825
ที่อยู่: CAMP NOU , BARCELONA
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 16:30
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
boy1000 พิมพ์ว่า:
Jackanapes พิมพ์ว่า:
ขอถามแบบไม่รู้ครับ เคสนี้แค่กอดจูบ หรือ มีเพศสัมพันธุ์ครับ  


ทนายแก้ว บอกว่าแค่กอด จูบ(ทนายใช้คำว่าหอม)

ฝั่งเด็ก บอกว่า กอด จูบ จับหน้าอก ต้นขา อวัยวะเพศ

ไม่ถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์  


ขอบคุณครับ พอดีไม่ได้อัพเดตข่าวครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
BARCELONA & NEWCASTLE Supporter
ออฟไลน์
ดาวซัลโวโอลิมปิก
Status: ไม่ใหญ่แต่ยาว
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Dec 2017
ตอบ: 32563
ที่อยู่: ในใจเธอ งุงิ
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 17:17
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 


ถ้าเดินอยู่ข้างทางแล้วทนายพุ่งเข้าไปล้วงเสียงจะแตกมั้ย?

ขึ้นรถตกลงปลงใจไปกับเขาเอง สุดท้ายมาอ้างเป้นเหยื่อ ถรุ๊ยยยยยย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 31 Oct 2009
ตอบ: 1575
ที่อยู่: เบื้องหลัง
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 17:19
[RE]พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม
rooney8 พิมพ์ว่า:
พวกคนที่ความคิดวิเคราะห์ต่ำทั้งนั้นไงครับ สังคมไทยมีเยอะด้วยเพราะ IQ เฉลี่ยประชาชนไม่ถึง100 เผลอ ๆ พวกนี้อ่านแชทโดยไม่ดูวันที่ในแชทที่เขาพิมพ์โต้ตอบกันด้วยซ้ำ และคิดว่าเขาคุยกันต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ต้นจนจบ

ถ้าใครคิดวิเคราะห์หน่อย ผมว่าอ่านแชทรอบเดียวก็มองออกแล้ว ว่าคนที่พยายามใช้เงินซื้อก่อนคือพี่ททายคนดีคนเดิมของทุกท่านน่ะ
ส่วนเด็กน่ะเขาหยุดคุยเรื่องส่วนตัวและตีตัวออกห่างตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องแล้ว แต่พี่ทนายยังตื๊อต่อเป็นเดือน ๆ อยากเจออยากขอโทษ จนเด็กต้องเอาพ่อมายุ่งโดยบอกว่าถ้าจะเจอกันอีกครั้งต้องคุยต่อหน้าพ่อ พี่ทนายก็ไม่มีถอย ยินดีคุย ผลมันก็เลยตามนั้นแหละ
 


โคดถูกใจ ผมอ่านแชททุกคำและดู timeline วันที่และเวลาตั้งแต่ข่าวออกวันแรก คิดแบบท่านเป๊ะเลยครับ คือข้อความน้องแบบธรรมดามาก แต่ทนายเร้าหรือจะเอานั่นนี่ เด็กเค้าเลี่ยงแล้วแต่เจอผู้ใหญ่ระดับนี้มันก็มีเกรงกันบ้าง และอาจจะหวังผลเรื่อง connection ช่วยโปรโมทร้านให้ แต่หลังจากเกิดเรื่อง น้องก็เงียบไปไม่ตอบ ไอทนายก็เซ้าซี้จนน้องพรั่งพรูความไม่พอใจออกมา ทีนี้ผ่านมาเป็นเดือนๆ ไอทนายยังวกกลับไปเรื่องเดิมอีกว่าอยากขอโทษ น้องคงรำคาญ+ประโยครับคำขอโทษเป็นเงิน มันเป็นวลีฮิตมานานแล้วด้วยเลยตอบๆไปแบบนั้น ไอทนายก็ถอย ซึ่งนั่นคือเดือน10 ตอนนี้ที่เรื่องหลุดมาถึงเดือน12แล้วถึงพึ่งมีเรื่อง10ล้าน คือถ้าเด็กจะเอาเงินจริงมันจะรอให้เรื่องผ่านมาเดือนนึงตอนนั้นทำไมล่ะ จริงอย่างท่านว่า คิดนิดนึงก็เข้าใจแล้ว
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2017
ตอบ: 1486
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 20:51
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
rooney8 พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
Spoil
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  


แล้วถ้าเราๆท่านๆ ไม่รู้ความจริง เรามีสิทธิอะไร


ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



 
เค้ายอมรับว่ากอดจูบครับ แต่actionนี้จะผิดหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินยอมรึเปล่า ผมถามสั้นๆว่าท่านทราบได้ยังไงครับ ว่าโมเม้นท์นั้นเค้าไม่ได้สมยอมจริงๆ(อีกครัังนะ มันคือการตั้งคำถาม ผมไม่ได้บ่งชี้ว่าจริงๆยอมหรือไม่)

ท่านไม่ได่เข้าใจกฏหมายมากกว่า มันจะอนาจารเมื่อไม่ยินยอมนะ แน่นอนวันนี้ออกมาในบริบทความเป็นเหยื่อว่าไม่ได้ยินยอม

แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าวันนั้นไม่ได้ยินยอมจริงๆ

เราเห็นใจเหยื่อได้ครับ ถ้าเป็นเหยื่อจริงๆ แต่วันนี้ท่านตัดสินว่าน้องเป็นเหยื่อจริงๆจากคำบอกเล่า
ซึ่งถ้าชีวิตนี้ท่านไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนโกหกเลยก็ว่าไปอย่าง
(ขอเน้นอีกที ไม่ได้ว่าน้องโกหก ประเด็นคือเราไม่รู่จริงเท็จ) ดังนั้นแยกแยะก่อน  



ใช่ครับ เราไม่รู้บริบทและความจริงกันเลย แล้วท่านจะใช้ความรู้สึกตนเอง กับ ปสก.ที่เคยพบเจอ ไปตั้งแง่คนอื่น ในทางเปิดเผยได้อย่างไร?

และท่านมีสิทธิอะไร ที่จะไปให้ ฝ่ายหญิงพิสูจน์ ว่าเขาเป็นเหยื่อจริงหรือเหยื่อปลอม ยินยอมหรือไม่ยินยอม
ทั้งที่คนที่เริ่มกระทำความผิด เขายอมรับสารภาพ

ท่านตั้งคำถาม เพื่ออะไรหรอครับ เพื่อความถูกต้องในสังคม? หรือเพื่อความสนุกในการเสพข่าวครับ?

 
 
เอ่อ ผมคิดว่าท่านต้องคิดวิเคราะห์เยอะๆนะครับ ถึงจะคุยกันได้
1.ฝ่ายหญิงกำลังบอกว่าทนายผิด ดังนั้นฝ่ายหญิงต้องแสดงหลักฐานบ่งชี้สิครับ นี่มันคือหลักที่ใช้กันในกระบวนการศาลด้วยซ้ำ จะบ่งชี้ว่าตัวเองไม่สมัครใจ ก็ต้องชี้ให้เห็นได้สิไม่ใช่แค่คำพูด
2.สังคมมันแบ่งเป็นสองฝ่าย คือเข้าข้างทนาย(ก็จะบอกว่าน้องมันยั่ว) และเข้าข้างน้อง(ก็จะบอกว่าอีกฝั่งvictim blaming)แบบที่ท่านเป็นเป๊ะๆ

ผมไม่ได้เลือกฝ่าย และไม่จำเป็นต้องเลือกด้วย ซึ่งมนุษย์ที่สมีสติปัญญามันก็ควรมีกรอบความคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วจะไม่เลือกข้างแค่เพราะคำให้การณ์แน่ๆ หลักฐานมันไม่พอ

การที่ท่านเลือกข้างแบบสุดประตูแต่แรกเพราะขาดกระบวกการคิด จริงๆผมคิดว่าผมพูดเคลียร์ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ แต่ขนาดว่าอธิบายท่านเป็นฉากๆ แล้วจะรีบปักใจเลือกข้าง อันนี้ก็สุดแล้วแต่ครับ จริงๆผมชอบคุยแลกเปลี่ยนความคิดนะ ผมคงคุยด้วยเท่านี้ครับ จริงๆถ้าท่านเลือกจะเชื่อแบบนี้จะไม่ลองคิดให้รอบด้านขึ้น จริงๆก็แล้วแต่ครับ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย

เออ ส่วนobjective การตั้งคำถาม ไม่ใช่เพื่อเป็นคนบ่งชี้ครับ ว่าอะไรผิดถูก ใครบ่งชี้ได้ล่ะ แต่การตั้งคำถามเยอะๆ มันนำไปสู่การเข้าใจในข้อเท็จจริง ในเรื่องที่เรากำลังให้ความสนใจ คือถ้าไม่ได้สนใจจะหาข้อเท็จจริง แต่อยากเชื่อในสิ่งที่เชื่อ ก็ ตามสบายครับ ฮ่าๆ  


มันไม่ใช่แค่หลักฐานคำให้การ แต่หลักฐานที่ชัดเจนคือแชท(ซึ่งเป็นของฝั่งทนาย) ที่น้องผู้หญิงตีตัวออกห่างทันทีที่ตัวเองกลับบ้านอย่างปลอดภัย และไม่สานต่อ ไม่คุย ไม่เรียกร้องอะไรเลย
มีแต่ทนายที่ตามตื๊อฝั่งเดียวตลอด 1เดือนหลังจากนั้น

เท่านี้ก็มองออกง่าย ๆ แล้วครับว่าน้องผู้หญิงไม่ได้มีความคิดอยากจะอ่อยเพื่อหวังเงินเลย(ความคิด ณ วันที่เกิดเหตุ)
ถ้าน้องจะอ่อยจริง ในเมื่อทนายตกหลุมหัวปักหัวปำขนาดนั้นแล้ว ทำไมน้องไม่สานต่อล่ะครับตลอด 1เดือนหลังจากนั้น ?
มีแต่ทนายที่ไม่ยอมจบอยู่ฝั่งเดียว ลองคิดให้ดี ๆ ครับ
 
 
ที่ผมบอกเป็นกลาง เพราะผมไม่รู้จะเลือกข้างทนายหรือน้องไปทำไม แต่ถ้าจะให้ความสนใจคงเป็นแง่ข้อเท็จจริงน่ะครับ เวลาผมประเมินอะไร ผมให้น้ำหนักจากวิธีคิดตัวบุคคลที่นำพามาสู่บริบทนี้ เรื่องนี้ผมติได้ทุกฝ่ายแหละ ทนายอายุปูนนี้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หลงระเริงกับชื่อเสียง พ่อของน้องเลือกจะเอาเรื่องของลูกตัวเองมาวางบนศาลsocial น้องเองก็ไม่สามารถบ่งชี้ได้ พฤติกรรมมีแค่หยุดคุยไลน์แค่นั้นเองที่ท่านให้น้ำหนักเยอะๆแล้วพยายามชี้ไปที่อายุ18 คือผมมองต่างกับที่คนพยายามจะมองว่า18เป็นเด็ก ในทางกฏหมายมันไม่ใช่เด็ก แล้วรากฐานของกฏหมายมันก็มาจากความจริงแหละ ว่า18มันต้องถือว่าเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว ถ้าเราอ่านขค.ไลน์จริงๆ ท่านคิดจริงๆมั้ยครับว่าน้องไม่ทราบว่าทนายมันกำลังมาจีบ วัยนี้มันไม่ใช่เยาวชนครับท่าน มปลาย 16 เด็กผู้หญิงยังคุยกันเรื่องผู้ายเป็นหลักด้วยซ้ำ แล้วนี่สมัยนี้โตเร็วกว่าสมัยก่อน มันไม่มีทางที่น้องจะมองไม่ออก ว่าความสัมพันธ์นี้กำลังไปทางไหน

แต่ใช่ครับ ต่อให้มองออก แล้วเลือกจะไป ทนายมันก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำแบบนั้น

ที่ผมไม่เลือกข้าง เพราะเรื่องนี้ผมว่ามันหยุดได้ด้วยคนทั้งสองฝั่ง ทนายมันยิ่งควรจะโดนด่า เพราะมันต้องคิดได้แล้ว ด้วยวัยวุฒิ ด้วยคุณวุฒิ น้องเองก็ไม่เด็กแล้ว ถ้าทราบแนวโน้ม แล้วไม่คิดจะไปแต่แรกก็จบ

ผมอาจจะไม่ได้มองทุกอย่างขาวดำ ข้างนึงต้องถูกเท่านั้น จะขาว100% หรือข้างนึงจะผิดเท่านั้น จะดำ100% จริงๆหลักยุติธรรมก็แบบนี้นะ แม้จะบอกว่าคนนึงผิด แค่บทลงโทษหนักเบาก็แล้วแต่อยู่ดี จริงๆผมให้ความเห็นกับเรื่องนี้เพราะรำคาญพวกที่เลือกข้างง่ายๆไวๆที่สำคัญจะให้ค่าฝั่งตัวเองเลือกถูก100% อีกฝ่ายผิดเต็มประตู เคสที่มันถูกหมดเอาจริงๆผมแทบจะไม่เคยเจอเลย

อันนี้ผมแชร์ประมาณนี้ครับ น่าจะไม่มานั่งตอบเรื่องนี้แล้วแหละ บางทีคุยเรื่องที่มันควรจะคิดเยอะๆคนชอบผลักให้คนนึงไปอยู่ข้างนึง บริบทการคุยแบบนี้ส่วนตัวไม่ค่อยชอบครับ  


ไม่ใช่แค่หยุดคุยไลน์ครับ แต่น้องไม่ยอมไปพบแบบ2ต่อ2 อีกเลย น้องบอกชัดเจนว่าจะไม่เจอเป็นการส่วนตัวอีกแล้ว(วันต่อมาหลังจากเหตุการณ์นั้น) ถ้าอยากคุยให้ไปคุยกับพ่อและบอกพ่อด้วยว่าทำอะไรกับหนูไปบ้าง

ตอนหลังก็คุยแค่เรื่องงาน แต่พี่ทนายยังตื๊ออยากจะเจอตัวต่อโดยพยายามเอาเรื่องงานมาอ้างและพูดว่า "ถ้าหนูไม่รังเกียจที่จะเจอพี่" มันก็ชัดเจนว่าตลอด 1เดือนหลังจากเกิดเรื่อง เด็กคนนี้ไม่ยอมจะไปเจอหน้าเขาอีกเลย

นี่คือพฤติกรรมของคนที่อ่อยเพื่อจะเรียกเงินเหรอครับ ลองคิดด้วยคอมมอนเซ้นส์นะครับ ทนายหลงหนักขนาดนั้นแล้วแต่น้องตัดสัมพันธ์ทันที ไม่สานต่อ ไม่เรียกร้องอะไร ไม่ไปเจอ ยอมคุยแต่เฉพาะเรื่องงานล้วน ๆ
นี่เหรอครับคือคนที่อ่อย ?
ผมมองกว่าเป็นนอารมณ์ของคนที่ช็อคและผิดหวังกับการวางตัวของทนาย จนไม่อยากจะเจอหน้าอีกแล้วมากกว่า หรือพูดสั้น ๆ ว่ารังเกียจเลยด้วยซ้ำ


Spoil




 
 

ก็น้องเค้ามีคลิปหลักฐานไม่ใช่หรอคับ ผมเห็นข่าววันแรกๆลงแต่ก็ไม่เคยเห็น(หรือข่าวใส่เพิ่มเอง) ถ้าอีกฝั่งมีคลิปยังไงก็ต้องคุยให้จบไหม
แก้ไขล่าสุดโดย Sir.Alex Fergie เมื่อ Sat Jan 24, 2026 20:52, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel