ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 09 Apr 2015
ตอบ: 2396
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 13:37
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  



ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jan 2011
ตอบ: 2307
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 13:39
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
goddamm พิมพ์ว่า:
ผมไม่รู้ว่าพ่อเด็กดึงดราม่าหรือคิดงั้นจริงๆ แต่ชาวเน็ตก็เกินไปจริงๆโพสกันเหมือนรู้เรื่องเบื้องหลัง เด็กตั้งใจหลอก

พ่อเอาเรื่องไปเล่าในวงเหล้า ตั้งใจเรียกเงิน บลาๆๆ ทั้งที่จุดสำคัญจริงๆคือ น้อง19คือเหยื่อกลายเป็นว่า

ตอนนี้เบลมเหยื่อกันสนุกเลย

ปล. คนในสังคมไทยแม่งติดเรื่องภาพลักษณ์ สมมุติเรื่องที่เกิดไม่ใช่แก้วแต่เป็นจุ๊กกรูดิ ชาวเน็ตปญอคงไม่

เบลมเหยื่อแล้วรุมถล่มจุ๊กกรูจนไม่มีที่ยืนแน่ๆ  


เอิ่ม ในเมื่อคุณบอกว่าชาวเน็ตก็เกินไปจริงๆโพสกันเหมือนรู้เรื่องเบื้องหลัง เด็กตั้งใจหลอกแล้วคุณรู้เบื้องหลังเหรอว่าเด็กคือเหยื่อจริงๆ ในเมื่อทั้งสองฝ่ายพูดไม่เหมือนกันหลักฐานก็ไม่เปิด ฝั่งโจทย์ก็ไม่ได้ชนะเสมอไปนี่ครับ

อธิบายอีกหน่อย เรื่องสามีภรรยาทนายอะผิดอยู่ละ เรื่องไปจีบลูกสาวเพื่อนนี่มันแค่ผิดศีลธรรมสำหรับบางคน เรื่องอายุนั่นก็อีกมันแค่ผิดศีลธรรมสำหรับบางคนสำหรับผมมันไม่ผิดอะไร กลับกันถ้าผู้หญิงอายุเยอะจีบผู้ชายอายุ 18+ผมก็เฉยๆ ตอนนี้คือมันเหลือเรื่องว่าฝ่ายหญิงเป็นเหยื่อรึป่าว ทนายลวนลามอนาจารโดยไม่ยินยอมไหม เพราะเคสแบบนี้มันมีอยู่ตลอดเกิดขึ้นทุกปี การที่บางคนจะคาดเดาแล้วตัดสินไปเลยจากแค่ที่เห็นผมว่ามันไม่ถูกต้องนะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 62478
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 13:50
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
Jackanapes พิมพ์ว่า:
ขอถามแบบไม่รู้ครับ เคสนี้แค่กอดจูบ หรือ มีเพศสัมพันธุ์ครับ  


ทนายแก้ว บอกว่าแค่กอด จูบ(ทนายใช้คำว่าหอม)

ฝั่งเด็ก บอกว่า กอด จูบ จับหน้าอก ต้นขา อวัยวะเพศ

ไม่ถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status: Long Lasting And Fuctional
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 8246
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 14:09
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
มากมาย พิมพ์ว่า:
GNR พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 


ผมก็เห็นสังคมไปในทางทิศทางเดียวกันหมดว่า ทนายแก้ว ผิด 100เปอเซน แต่สิ่งที่เหยื่อทำกลายเป็น
จะไม่มีคนสงสารเหยื่อที่ถูกกระทำ ยิ่งเจอแบบนี้ เหยื่อที่ควรจะปกป้องศักศรีตัวเอง ที่ถูกกระทำ กลายเป็น เค้าให้งานมาทำก็ยังเลือกทำงานให้ต่อ แถม มีเรื่องของเรียกเงินมาอีก แบบ นี้ใครจะเห็นใจเหยื่อ แล้วยังมองแปลกๆ ได้อีก  


อะไรคือปกป้องศักดิ์ศรี อะไรคือไม่ปกป้องตนเอง อยู๋ในเหตุการณ์หรอครับ ถึงไปบอกว่าควรต้องปกป้องยังไง

ประเด็นคือ ทนายเริ่ม และทำผิด และขอโทษ

จะไปกล่าวโทษเหยื่อว่า เพราะโน่นนี่นั่น ไม่ใช่ละ  


ผมเข้าใจที่ท่านจะสื่อนะเรื่อง victim แต่ก็เข้าใจในบริบทของท่าน GNR เช่นกัน คือต่างคนต่างมองคนละมุมกัน มุมท่านคือ ท่านแค่จะมองว่าตัวผู้ทำ (ทนาย) เค้าก็รับมอบแล้วว่า ทำผิดจริง ทั้งในแง่กับครอบครัวตัวเอง และ ตัวผู้ถูกกระทำ (ฝ่ายหญิง)

แต่ในมุมของท่าน GNR ก็พยายามจะให้มองอีกมุมว่า เข้าใจว่าทนายผิดนั่นแหละ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ ช่วงเวลาที่มันดูทับซ้อน หรือเวลาที่ตัวฝ่าย ญ สามารถเลือกที่จะปฏิเสธได้ เช่น ปฏิเสธที่จะไม่ยุ่ง ปฏิเสธที่จะไม่คุยต่อ หรือพูดง่ายๆว่า ไม่ทำอะไรให้มันดู "อ่อย" ประเด็นพวกนี้ค่อนข้างตอบยากเพราะมันเป็นเรื่องของ "เหลี่ยม"

ณ ตอนนั้นเราไม่สามารถรู้ได้ว่า ใจ ของฝ่าย ญ คิดยังไง เค้าอาจจะไว้ใจเหมือนผู้ใหญ่ที่เคารพก็ได้ เพราะเด็กบางคน ก็มีท่าทีดูขี้เล่น ในสายตาผู้ใหญ่ แต่ดั๊น ฝ่ายทนายคิดจริงจัง คือมันมีเหตุการณ์ความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นได้ หลายแบบมากๆ ตั้งแต่ เด็กอ่อย จนถึง เด็กแค่เคารพแล้วแสดงกิริยาท่าทางปกติ ซึ่งทนายดันตกหลุมเอง

สุดท้ายไม่มีใครรู็หรอกว่าความจริงมันคืออะไร ณ ตอนนั้น มันเลยเกิดกฏหมายต่างๆ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ ทนาย ต้องใช้หัวบนคิดเยอะๆ

ส่วนในอนาคต มันก็มีคนถามแล้วงี้ว่าถ้าฟ้องศาลเป็นเคสในอนาคต ถ้าจะมีอะไรกับใครแล้วฝ่ายหญิงเกิดพลิกลิ้น มีอะไรกันไปแล้วหาว่าข่มขืน ผมว่า ศาลท่านพิจารณาด้วยหลักฐานนั่นแหละ ไม่ใช่ว่าไปมีอะไรกับใครแล้วโดน ผญ ลับหลังไปฟ้องข่มขืนทั้งๆที่ เต็มใจทั้ง 2 ฝ่ายผมว่าเรื่องพวกนี้ศาลหรือข้อกฏหมายรวมถึง เคสตัวอย่างมีเยอะแล้วว่ามันไม่ใช่ทำแบบนี้ได้ มันมีบริบทหลักฐานอื่นๆประกอบให้พิจารณาว่า ล่วงเกิน หรือใดๆ อีก

ส่วนของทนายแก้วสุดท้ายผมว่าปรับไม่เท่าไหร่หรอก แต่แค่แกเสียอย่างอื่นเยอะคือ ชื่อเสียง และหน้าตาทางสังคม เผลอๆอาจจะครอบครัวหนักสุด
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status: FCB
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Jan 2011
ตอบ: 6632
ที่อยู่: Camp nou
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 14:09
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  



ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



 
เค้ายอมรับว่ากอดจูบครับ แต่actionนี้จะผิดหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินยอมรึเปล่า ผมถามสั้นๆว่าท่านทราบได้ยังไงครับ ว่าโมเม้นท์นั้นเค้าไม่ได้สมยอมจริงๆ(อีกครัังนะ มันคือการตั้งคำถาม ผมไม่ได้บ่งชี้ว่าจริงๆยอมหรือไม่)

ท่านไม่ได่เข้าใจกฏหมายมากกว่า มันจะอนาจารเมื่อไม่ยินยอมนะ แน่นอนวันนี้ออกมาในบริบทความเป็นเหยื่อว่าไม่ได้ยินยอม

แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าวันนั้นไม่ได้ยินยอมจริงๆ

เราเห็นใจเหยื่อได้ครับ ถ้าเป็นเหยื่อจริงๆ แต่วันนี้ท่านตัดสินว่าน้องเป็นเหยื่อจริงๆจากคำบอกเล่า
ซึ่งถ้าชีวิตนี้ท่านไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนโกหกเลยก็ว่าไปอย่าง
(ขอเน้นอีกที ไม่ได้ว่าน้องโกหก ประเด็นคือเราไม่รู่จริงเท็จ) ดังนั้นแยกแยะก่อน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 09 Apr 2015
ตอบ: 2396
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 14:22
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  


แล้วถ้าเราๆท่านๆ ไม่รู้ความจริง เรามีสิทธิอะไร


ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



 
เค้ายอมรับว่ากอดจูบครับ แต่actionนี้จะผิดหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินยอมรึเปล่า ผมถามสั้นๆว่าท่านทราบได้ยังไงครับ ว่าโมเม้นท์นั้นเค้าไม่ได้สมยอมจริงๆ(อีกครัังนะ มันคือการตั้งคำถาม ผมไม่ได้บ่งชี้ว่าจริงๆยอมหรือไม่)

ท่านไม่ได่เข้าใจกฏหมายมากกว่า มันจะอนาจารเมื่อไม่ยินยอมนะ แน่นอนวันนี้ออกมาในบริบทความเป็นเหยื่อว่าไม่ได้ยินยอม

แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าวันนั้นไม่ได้ยินยอมจริงๆ

เราเห็นใจเหยื่อได้ครับ ถ้าเป็นเหยื่อจริงๆ แต่วันนี้ท่านตัดสินว่าน้องเป็นเหยื่อจริงๆจากคำบอกเล่า
ซึ่งถ้าชีวิตนี้ท่านไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนโกหกเลยก็ว่าไปอย่าง
(ขอเน้นอีกที ไม่ได้ว่าน้องโกหก ประเด็นคือเราไม่รู่จริงเท็จ) ดังนั้นแยกแยะก่อน  



ใช่ครับ เราไม่รู้บริบทและความจริงกันเลย แล้วท่านจะใช้ความรู้สึกตนเอง กับ ปสก.ที่เคยพบเจอ ไปตั้งแง่คนอื่น ในทางเปิดเผยได้อย่างไร?

และท่านมีสิทธิอะไร ที่จะไปให้ ฝ่ายหญิงพิสูจน์ ว่าเขาเป็นเหยื่อจริงหรือเหยื่อปลอม ยินยอมหรือไม่ยินยอม
ทั้งที่คนที่เริ่มกระทำความผิด เขายอมรับสารภาพ

ท่านตั้งคำถาม เพื่ออะไรหรอครับ เพื่อความถูกต้องในสังคม? หรือเพื่อความสนุกในการเสพข่าวครับ?

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 May 2015
ตอบ: 7382
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 14:38
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
neptulon พิมพ์ว่า:
goddamm พิมพ์ว่า:
ผมไม่รู้ว่าพ่อเด็กดึงดราม่าหรือคิดงั้นจริงๆ แต่ชาวเน็ตก็เกินไปจริงๆโพสกันเหมือนรู้เรื่องเบื้องหลัง เด็กตั้งใจหลอก

พ่อเอาเรื่องไปเล่าในวงเหล้า ตั้งใจเรียกเงิน บลาๆๆ ทั้งที่จุดสำคัญจริงๆคือ น้อง19คือเหยื่อกลายเป็นว่า

ตอนนี้เบลมเหยื่อกันสนุกเลย

ปล. คนในสังคมไทยแม่งติดเรื่องภาพลักษณ์ สมมุติเรื่องที่เกิดไม่ใช่แก้วแต่เป็นจุ๊กกรูดิ ชาวเน็ตปญอคงไม่

เบลมเหยื่อแล้วรุมถล่มจุ๊กกรูจนไม่มีที่ยืนแน่ๆ  


เอิ่ม ในเมื่อคุณบอกว่าชาวเน็ตก็เกินไปจริงๆโพสกันเหมือนรู้เรื่องเบื้องหลัง เด็กตั้งใจหลอกแล้วคุณรู้เบื้องหลังเหรอว่าเด็กคือเหยื่อจริงๆ ในเมื่อทั้งสองฝ่ายพูดไม่เหมือนกันหลักฐานก็ไม่เปิด ฝั่งโจทย์ก็ไม่ได้ชนะเสมอไปนี่ครับ

อธิบายอีกหน่อย เรื่องสามีภรรยาทนายอะผิดอยู่ละ เรื่องไปจีบลูกสาวเพื่อนนี่มันแค่ผิดศีลธรรมสำหรับบางคน เรื่องอายุนั่นก็อีกมันแค่ผิดศีลธรรมสำหรับบางคนสำหรับผมมันไม่ผิดอะไร กลับกันถ้าผู้หญิงอายุเยอะจีบผู้ชายอายุ 18+ผมก็เฉยๆ ตอนนี้คือมันเหลือเรื่องว่าฝ่ายหญิงเป็นเหยื่อรึป่าว ทนายลวนลามอนาจารโดยไม่ยินยอมไหม เพราะเคสแบบนี้มันมีอยู่ตลอดเกิดขึ้นทุกปี การที่บางคนจะคาดเดาแล้วตัดสินไปเลยจากแค่ที่เห็นผมว่ามันไม่ถูกต้องนะ  


คือ ณ ตอนนี้ชาวเน็ตไม่ควรซ้ำทั้งครอบครัวเหยื่อและฝั่งทนายไงคับ ปล่อยให้เป็นเรื่องของคดีความไปแต่ตอนนี้ชาวเน็ตกำลังซ้ำเติมเหยื่ออยู่ไง(หรือจะไม่ใช่เหยื่อก้อต้องไปพิสูจน์กันอีกที) พวกเราอยู่วงนอกวิจารณ์ได้แต่ไม่ใช่แบบที่ชาวเน็ตส่วนใหญ่กระทำอยู่ตอนนี้ครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status: FCB
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Jan 2011
ตอบ: 6632
ที่อยู่: Camp nou
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 14:42
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
Spoil
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  


แล้วถ้าเราๆท่านๆ ไม่รู้ความจริง เรามีสิทธิอะไร


ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



 
เค้ายอมรับว่ากอดจูบครับ แต่actionนี้จะผิดหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินยอมรึเปล่า ผมถามสั้นๆว่าท่านทราบได้ยังไงครับ ว่าโมเม้นท์นั้นเค้าไม่ได้สมยอมจริงๆ(อีกครัังนะ มันคือการตั้งคำถาม ผมไม่ได้บ่งชี้ว่าจริงๆยอมหรือไม่)

ท่านไม่ได่เข้าใจกฏหมายมากกว่า มันจะอนาจารเมื่อไม่ยินยอมนะ แน่นอนวันนี้ออกมาในบริบทความเป็นเหยื่อว่าไม่ได้ยินยอม

แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าวันนั้นไม่ได้ยินยอมจริงๆ

เราเห็นใจเหยื่อได้ครับ ถ้าเป็นเหยื่อจริงๆ แต่วันนี้ท่านตัดสินว่าน้องเป็นเหยื่อจริงๆจากคำบอกเล่า
ซึ่งถ้าชีวิตนี้ท่านไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนโกหกเลยก็ว่าไปอย่าง
(ขอเน้นอีกที ไม่ได้ว่าน้องโกหก ประเด็นคือเราไม่รู่จริงเท็จ) ดังนั้นแยกแยะก่อน  



ใช่ครับ เราไม่รู้บริบทและความจริงกันเลย แล้วท่านจะใช้ความรู้สึกตนเอง กับ ปสก.ที่เคยพบเจอ ไปตั้งแง่คนอื่น ในทางเปิดเผยได้อย่างไร?

และท่านมีสิทธิอะไร ที่จะไปให้ ฝ่ายหญิงพิสูจน์ ว่าเขาเป็นเหยื่อจริงหรือเหยื่อปลอม ยินยอมหรือไม่ยินยอม
ทั้งที่คนที่เริ่มกระทำความผิด เขายอมรับสารภาพ

ท่านตั้งคำถาม เพื่ออะไรหรอครับ เพื่อความถูกต้องในสังคม? หรือเพื่อความสนุกในการเสพข่าวครับ?

 
 
เอ่อ ผมคิดว่าท่านต้องคิดวิเคราะห์เยอะๆนะครับ ถึงจะคุยกันได้
1.ฝ่ายหญิงกำลังบอกว่าทนายผิด ดังนั้นฝ่ายหญิงต้องแสดงหลักฐานบ่งชี้สิครับ นี่มันคือหลักที่ใช้กันในกระบวนการศาลด้วยซ้ำ จะบ่งชี้ว่าตัวเองไม่สมัครใจ ก็ต้องชี้ให้เห็นได้สิไม่ใช่แค่คำพูด
2.สังคมมันแบ่งเป็นสองฝ่าย คือเข้าข้างทนาย(ก็จะบอกว่าน้องมันยั่ว) และเข้าข้างน้อง(ก็จะบอกว่าอีกฝั่งvictim blaming)แบบที่ท่านเป็นเป๊ะๆ

ผมไม่ได้เลือกฝ่าย และไม่จำเป็นต้องเลือกด้วย ซึ่งมนุษย์ที่สมีสติปัญญามันก็ควรมีกรอบความคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วจะไม่เลือกข้างแค่เพราะคำให้การณ์แน่ๆ หลักฐานมันไม่พอ

การที่ท่านเลือกข้างแบบสุดประตูแต่แรกเพราะขาดกระบวกการคิด ผมคิดว่าผมพูดเคลียร์ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ แต่ขนาดว่าอธิบายท่านเป็นฉากๆ แล้วจะรีบปักใจเลือกข้าง อันนี้ก็สุดแล้วแต่ครับ จริงๆถ้าท่านเลือกจะเชื่อแบบนี้จะไม่ลองคิดให้รอบด้านขึ้น ก็แล้วแต่ครับ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย

เออ ส่วนobjective การตั้งคำถาม ไม่ใช่เพื่อเป็นคนบ่งชี้ครับ ว่าอะไรผิดถูก ใครบ่งชี้ได้ล่ะ แต่การตั้งคำถามเยอะๆ มันนำไปสู่การเข้าใจในข้อเท็จจริง ในเรื่องที่เรากำลังให้ความสนใจ คือถ้าไม่ได้สนใจจะหาข้อเท็จจริง แต่อยากเชื่อในสิ่งที่เชื่อ ก็ ตามสบายครับ ฮ่าๆ
แก้ไขล่าสุดโดย st_barc เมื่อ Sat Jan 24, 2026 14:46, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Sep 2007
ตอบ: 14169
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 14:43
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  



ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



 
เค้ายอมรับว่ากอดจูบครับ แต่actionนี้จะผิดหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินยอมรึเปล่า ผมถามสั้นๆว่าท่านทราบได้ยังไงครับ ว่าโมเม้นท์นั้นเค้าไม่ได้สมยอมจริงๆ(อีกครัังนะ มันคือการตั้งคำถาม ผมไม่ได้บ่งชี้ว่าจริงๆยอมหรือไม่)

ท่านไม่ได่เข้าใจกฏหมายมากกว่า มันจะอนาจารเมื่อไม่ยินยอมนะ แน่นอนวันนี้ออกมาในบริบทความเป็นเหยื่อว่าไม่ได้ยินยอม

แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าวันนั้นไม่ได้ยินยอมจริงๆ

เราเห็นใจเหยื่อได้ครับ ถ้าเป็นเหยื่อจริงๆ แต่วันนี้ท่านตัดสินว่าน้องเป็นเหยื่อจริงๆจากคำบอกเล่า
ซึ่งถ้าชีวิตนี้ท่านไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนโกหกเลยก็ว่าไปอย่าง
(ขอเน้นอีกที ไม่ได้ว่าน้องโกหก ประเด็นคือเราไม่รู่จริงเท็จ) ดังนั้นแยกแยะก่อน  



ต่อให้วันนั้นน้องผู้หญิงมีทีท่ายอมหรือไม่ขัดขืน มันก็ไม่ได้แปลว่าเธอยอมอย่างเต็มใจนะครับ เด็กเพิ่งอายุ18 แล้วมาเจอสถานการณ์แบบนั้นซึึ่ง ๆ หน้า น้องเขาก็อาจทำอะไรไม่ถูก และต้องทำใจดีสู้เสือพูดดียังไงก็ได้เพื่อให้พ้นจากวันนั้นไปก่อน จะให้ไปขัดขืนทันทีทั้งที่อยู่กัน2ต่อ2 น้องอาจกลัวว่าจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้

แต่สิ่งที่แน่นอนแบบชัดเจนก็คือ พอน้องผู้หญิงกลับบ้านมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว และเมื่อตั้งสติได้ในวันต่อมา น้องเขาก็พูดตรง ๆ ทันทีว่าไม่พอใจ และตีตัวออกห่างทันทีโดยไม่ได้เรียกร้องอะไรเลยตลอดช่วง 1เดือนหลังจากนั้น

เท่านี้ก็รูู้แล้วครับ ว่าในส่วนของน้องนั้นเธอไม่ได้อยากจะสานสัมพันธ์กับทนายแบบเกินเลยแต่อย่างใด (ย้ำว่าในนส่วนของน้องคนเดียวน่ะ)

ตอนหลังทนายพยายามตื๊เพื่อกู้คืนความสัมพันธ์ ไม่ยอมจบ เพราะดูแล้วเขาทำใจไม่ได้ที่จะจบแบบนั้น
น้องจึงเอาเรื่องไปบอกพ่อ เมื่อพ่อรู้ เรื่องมันจึึงวุ่นนนวายขึ้น

แต่ถ้านับแค่ในช่วงเกิดเรื่อง น้องไม่ได้อ่อยเพื่อเรียกเงินนเลยครับ เป็นฝั่งทนายที่ไม่ยอมจบ หาเรื่องอยากเสียเงินเองมากกว่าเพราะยังอยากกลับมาคุยดีกับน้องต่อ
ถ้าทนายยอมตัดจบไปตั้งแต่วันที่ 13กันยา ไม่มาขออยากเจออีก เรื่องก็คงจบไปแค่นั้นแล้วครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 09 Apr 2015
ตอบ: 2396
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 14:48
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
st_barc พิมพ์ว่า:
Spoil
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  


แล้วถ้าเราๆท่านๆ ไม่รู้ความจริง เรามีสิทธิอะไร


ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



 
เค้ายอมรับว่ากอดจูบครับ แต่actionนี้จะผิดหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินยอมรึเปล่า ผมถามสั้นๆว่าท่านทราบได้ยังไงครับ ว่าโมเม้นท์นั้นเค้าไม่ได้สมยอมจริงๆ(อีกครัังนะ มันคือการตั้งคำถาม ผมไม่ได้บ่งชี้ว่าจริงๆยอมหรือไม่)

ท่านไม่ได่เข้าใจกฏหมายมากกว่า มันจะอนาจารเมื่อไม่ยินยอมนะ แน่นอนวันนี้ออกมาในบริบทความเป็นเหยื่อว่าไม่ได้ยินยอม

แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าวันนั้นไม่ได้ยินยอมจริงๆ

เราเห็นใจเหยื่อได้ครับ ถ้าเป็นเหยื่อจริงๆ แต่วันนี้ท่านตัดสินว่าน้องเป็นเหยื่อจริงๆจากคำบอกเล่า
ซึ่งถ้าชีวิตนี้ท่านไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนโกหกเลยก็ว่าไปอย่าง
(ขอเน้นอีกที ไม่ได้ว่าน้องโกหก ประเด็นคือเราไม่รู่จริงเท็จ) ดังนั้นแยกแยะก่อน  



ใช่ครับ เราไม่รู้บริบทและความจริงกันเลย แล้วท่านจะใช้ความรู้สึกตนเอง กับ ปสก.ที่เคยพบเจอ ไปตั้งแง่คนอื่น ในทางเปิดเผยได้อย่างไร?

และท่านมีสิทธิอะไร ที่จะไปให้ ฝ่ายหญิงพิสูจน์ ว่าเขาเป็นเหยื่อจริงหรือเหยื่อปลอม ยินยอมหรือไม่ยินยอม
ทั้งที่คนที่เริ่มกระทำความผิด เขายอมรับสารภาพ

ท่านตั้งคำถาม เพื่ออะไรหรอครับ เพื่อความถูกต้องในสังคม? หรือเพื่อความสนุกในการเสพข่าวครับ?

 
 
เอ่อ ผมคิดว่าท่านต้องคิดวิเคราะห์เยอะๆนะครับ ถึงจะคุยกันได้
1.ฝ่ายหญิงกำลังบอกว่าทนายผิด ดังนั้นฝ่ายหญิงต้องแสดงหลักฐานบ่งชี้สิครับ นี่มันคือหลักที่ใช้กันในกระบวนการศาลด้วยซ้ำ จะบ่งชี้ว่าตัวเองไม่สมัครใจ ก็ต้องชี้ให้เห็นได้สิไม่ใช่แค่คำพูด
2.สังคมมันแบ่งเป็นสองฝ่าย คือเข้าข้างทนาย(ก็จะบอกว่าน้องมันยั่ว) และเข้าข้างน้อง(ก็จะบอกว่าอีกฝั่งvictim blaming)แบบที่ท่านเป็นเป๊ะๆ

ผมไม่ได้เลือกฝ่าย และไม่จำเป็นต้องเลือกด้วย ซึ่งมนุษย์ที่สมีสติปัญญามันก็ควรมีกรอบความคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วจะไม่เลือกข้างแค่เพราะคำให้การณ์แน่ๆ หลักฐานมันไม่พอ

การที่ท่านเลือกข้างแบบสุดประตูแต่แรกเพราะขาดกระบวกการคิด ผมคิดว่าผมพูดเคลียร์ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ แต่ขนาดว่าอธิบายท่านเป็นฉากๆ แล้วจะรีบปักใจเลือกข้าง อันนี้ก็สุดแล้วแต่ครับ จริงๆถ้าท่านเลือกจะเชื่อแบบนี้จะไม่ลองคิดให้รอบด้านขึ้น ก็แล้วแต่ครับ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย

เออ ส่วนobjective การตั้งคำถาม ไม่ใช่เพื่อเป็นคนบ่งชี้ครับ ว่าอะไรผิดถูก ใครบ่งชี้ได้ล่ะ แต่การตั้งคำถามเยอะๆ มันนำไปสู่การเข้าใจในข้อเท็จจริง ในเรื่องที่เรากำลังให้ความสนใจ คือถ้าไม่ได้สนใจจะหาข้อเท็จจริง แต่อยากเชื่อในสิ่งที่เชื่อ ก็ ตามสบายครับ ฮ่าๆ  


ครับ ท่านอ่านข้อความที่ท่านพิมพ์มาข้อ 1 นะครับ แล้วตอบตัวท่านเอง ว่าท่านคือใคร
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Sep 2007
ตอบ: 14169
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 14:49
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
st_barc พิมพ์ว่า:
Spoil
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  


แล้วถ้าเราๆท่านๆ ไม่รู้ความจริง เรามีสิทธิอะไร


ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



 
เค้ายอมรับว่ากอดจูบครับ แต่actionนี้จะผิดหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินยอมรึเปล่า ผมถามสั้นๆว่าท่านทราบได้ยังไงครับ ว่าโมเม้นท์นั้นเค้าไม่ได้สมยอมจริงๆ(อีกครัังนะ มันคือการตั้งคำถาม ผมไม่ได้บ่งชี้ว่าจริงๆยอมหรือไม่)

ท่านไม่ได่เข้าใจกฏหมายมากกว่า มันจะอนาจารเมื่อไม่ยินยอมนะ แน่นอนวันนี้ออกมาในบริบทความเป็นเหยื่อว่าไม่ได้ยินยอม

แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าวันนั้นไม่ได้ยินยอมจริงๆ

เราเห็นใจเหยื่อได้ครับ ถ้าเป็นเหยื่อจริงๆ แต่วันนี้ท่านตัดสินว่าน้องเป็นเหยื่อจริงๆจากคำบอกเล่า
ซึ่งถ้าชีวิตนี้ท่านไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนโกหกเลยก็ว่าไปอย่าง
(ขอเน้นอีกที ไม่ได้ว่าน้องโกหก ประเด็นคือเราไม่รู่จริงเท็จ) ดังนั้นแยกแยะก่อน  



ใช่ครับ เราไม่รู้บริบทและความจริงกันเลย แล้วท่านจะใช้ความรู้สึกตนเอง กับ ปสก.ที่เคยพบเจอ ไปตั้งแง่คนอื่น ในทางเปิดเผยได้อย่างไร?

และท่านมีสิทธิอะไร ที่จะไปให้ ฝ่ายหญิงพิสูจน์ ว่าเขาเป็นเหยื่อจริงหรือเหยื่อปลอม ยินยอมหรือไม่ยินยอม
ทั้งที่คนที่เริ่มกระทำความผิด เขายอมรับสารภาพ

ท่านตั้งคำถาม เพื่ออะไรหรอครับ เพื่อความถูกต้องในสังคม? หรือเพื่อความสนุกในการเสพข่าวครับ?

 
 
เอ่อ ผมคิดว่าท่านต้องคิดวิเคราะห์เยอะๆนะครับ ถึงจะคุยกันได้
1.ฝ่ายหญิงกำลังบอกว่าทนายผิด ดังนั้นฝ่ายหญิงต้องแสดงหลักฐานบ่งชี้สิครับ นี่มันคือหลักที่ใช้กันในกระบวนการศาลด้วยซ้ำ จะบ่งชี้ว่าตัวเองไม่สมัครใจ ก็ต้องชี้ให้เห็นได้สิไม่ใช่แค่คำพูด
2.สังคมมันแบ่งเป็นสองฝ่าย คือเข้าข้างทนาย(ก็จะบอกว่าน้องมันยั่ว) และเข้าข้างน้อง(ก็จะบอกว่าอีกฝั่งvictim blaming)แบบที่ท่านเป็นเป๊ะๆ

ผมไม่ได้เลือกฝ่าย และไม่จำเป็นต้องเลือกด้วย ซึ่งมนุษย์ที่สมีสติปัญญามันก็ควรมีกรอบความคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วจะไม่เลือกข้างแค่เพราะคำให้การณ์แน่ๆ หลักฐานมันไม่พอ

การที่ท่านเลือกข้างแบบสุดประตูแต่แรกเพราะขาดกระบวกการคิด จริงๆผมคิดว่าผมพูดเคลียร์ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ แต่ขนาดว่าอธิบายท่านเป็นฉากๆ แล้วจะรีบปักใจเลือกข้าง อันนี้ก็สุดแล้วแต่ครับ จริงๆผมชอบคุยแลกเปลี่ยนความคิดนะ ผมคงคุยด้วยเท่านี้ครับ จริงๆถ้าท่านเลือกจะเชื่อแบบนี้จะไม่ลองคิดให้รอบด้านขึ้น จริงๆก็แล้วแต่ครับ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย

เออ ส่วนobjective การตั้งคำถาม ไม่ใช่เพื่อเป็นคนบ่งชี้ครับ ว่าอะไรผิดถูก ใครบ่งชี้ได้ล่ะ แต่การตั้งคำถามเยอะๆ มันนำไปสู่การเข้าใจในข้อเท็จจริง ในเรื่องที่เรากำลังให้ความสนใจ คือถ้าไม่ได้สนใจจะหาข้อเท็จจริง แต่อยากเชื่อในสิ่งที่เชื่อ ก็ ตามสบายครับ ฮ่าๆ  


มันไม่ใช่แค่หลักฐานคำให้การ แต่หลักฐานที่ชัดเจนคือแชท(ซึ่งเป็นของฝั่งทนาย) ที่น้องผู้หญิงตีตัวออกห่างทันทีที่ตัวเองกลับบ้านอย่างปลอดภัย และไม่สานต่อ ไม่คุย ไม่เรียกร้องอะไรเลย
มีแต่ทนายที่ตามตื๊อฝั่งเดียวตลอด 1เดือนหลังจากนั้น

เท่านี้ก็มองออกง่าย ๆ แล้วครับว่าน้องผู้หญิงไม่ได้มีความคิดอยากจะอ่อยเพื่อหวังเงินเลย(ความคิด ณ วันที่เกิดเหตุ)
ถ้าน้องจะอ่อยจริง ในเมื่อทนายตกหลุมหัวปักหัวปำขนาดนั้นแล้ว ทำไมน้องไม่สานต่อล่ะครับตลอด 1เดือนหลังจากนั้น ?
มีแต่ทนายที่ไม่ยอมจบอยู่ฝั่งเดียว ลองคิดให้ดี ๆ ครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status: FCB
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Jan 2011
ตอบ: 6632
ที่อยู่: Camp nou
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 15:06
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
Spoil
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  


แล้วถ้าเราๆท่านๆ ไม่รู้ความจริง เรามีสิทธิอะไร


ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



 
เค้ายอมรับว่ากอดจูบครับ แต่actionนี้จะผิดหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินยอมรึเปล่า ผมถามสั้นๆว่าท่านทราบได้ยังไงครับ ว่าโมเม้นท์นั้นเค้าไม่ได้สมยอมจริงๆ(อีกครัังนะ มันคือการตั้งคำถาม ผมไม่ได้บ่งชี้ว่าจริงๆยอมหรือไม่)

ท่านไม่ได่เข้าใจกฏหมายมากกว่า มันจะอนาจารเมื่อไม่ยินยอมนะ แน่นอนวันนี้ออกมาในบริบทความเป็นเหยื่อว่าไม่ได้ยินยอม

แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าวันนั้นไม่ได้ยินยอมจริงๆ

เราเห็นใจเหยื่อได้ครับ ถ้าเป็นเหยื่อจริงๆ แต่วันนี้ท่านตัดสินว่าน้องเป็นเหยื่อจริงๆจากคำบอกเล่า
ซึ่งถ้าชีวิตนี้ท่านไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนโกหกเลยก็ว่าไปอย่าง
(ขอเน้นอีกที ไม่ได้ว่าน้องโกหก ประเด็นคือเราไม่รู่จริงเท็จ) ดังนั้นแยกแยะก่อน  



ใช่ครับ เราไม่รู้บริบทและความจริงกันเลย แล้วท่านจะใช้ความรู้สึกตนเอง กับ ปสก.ที่เคยพบเจอ ไปตั้งแง่คนอื่น ในทางเปิดเผยได้อย่างไร?

และท่านมีสิทธิอะไร ที่จะไปให้ ฝ่ายหญิงพิสูจน์ ว่าเขาเป็นเหยื่อจริงหรือเหยื่อปลอม ยินยอมหรือไม่ยินยอม
ทั้งที่คนที่เริ่มกระทำความผิด เขายอมรับสารภาพ

ท่านตั้งคำถาม เพื่ออะไรหรอครับ เพื่อความถูกต้องในสังคม? หรือเพื่อความสนุกในการเสพข่าวครับ?

 
 
เอ่อ ผมคิดว่าท่านต้องคิดวิเคราะห์เยอะๆนะครับ ถึงจะคุยกันได้
1.ฝ่ายหญิงกำลังบอกว่าทนายผิด ดังนั้นฝ่ายหญิงต้องแสดงหลักฐานบ่งชี้สิครับ นี่มันคือหลักที่ใช้กันในกระบวนการศาลด้วยซ้ำ จะบ่งชี้ว่าตัวเองไม่สมัครใจ ก็ต้องชี้ให้เห็นได้สิไม่ใช่แค่คำพูด
2.สังคมมันแบ่งเป็นสองฝ่าย คือเข้าข้างทนาย(ก็จะบอกว่าน้องมันยั่ว) และเข้าข้างน้อง(ก็จะบอกว่าอีกฝั่งvictim blaming)แบบที่ท่านเป็นเป๊ะๆ

ผมไม่ได้เลือกฝ่าย และไม่จำเป็นต้องเลือกด้วย ซึ่งมนุษย์ที่สมีสติปัญญามันก็ควรมีกรอบความคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วจะไม่เลือกข้างแค่เพราะคำให้การณ์แน่ๆ หลักฐานมันไม่พอ

การที่ท่านเลือกข้างแบบสุดประตูแต่แรกเพราะขาดกระบวกการคิด จริงๆผมคิดว่าผมพูดเคลียร์ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ แต่ขนาดว่าอธิบายท่านเป็นฉากๆ แล้วจะรีบปักใจเลือกข้าง อันนี้ก็สุดแล้วแต่ครับ จริงๆผมชอบคุยแลกเปลี่ยนความคิดนะ ผมคงคุยด้วยเท่านี้ครับ จริงๆถ้าท่านเลือกจะเชื่อแบบนี้จะไม่ลองคิดให้รอบด้านขึ้น จริงๆก็แล้วแต่ครับ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย

เออ ส่วนobjective การตั้งคำถาม ไม่ใช่เพื่อเป็นคนบ่งชี้ครับ ว่าอะไรผิดถูก ใครบ่งชี้ได้ล่ะ แต่การตั้งคำถามเยอะๆ มันนำไปสู่การเข้าใจในข้อเท็จจริง ในเรื่องที่เรากำลังให้ความสนใจ คือถ้าไม่ได้สนใจจะหาข้อเท็จจริง แต่อยากเชื่อในสิ่งที่เชื่อ ก็ ตามสบายครับ ฮ่าๆ  


มันไม่ใช่แค่หลักฐานคำให้การ แต่หลักฐานที่ชัดเจนคือแชท(ซึ่งเป็นของฝั่งทนาย) ที่น้องผู้หญิงตีตัวออกห่างทันทีที่ตัวเองกลับบ้านอย่างปลอดภัย และไม่สานต่อ ไม่คุย ไม่เรียกร้องอะไรเลย
มีแต่ทนายที่ตามตื๊อฝั่งเดียวตลอด 1เดือนหลังจากนั้น

เท่านี้ก็มองออกง่าย ๆ แล้วครับว่าน้องผู้หญิงไม่ได้มีความคิดอยากจะอ่อยเพื่อหวังเงินเลย(ความคิด ณ วันที่เกิดเหตุ)
ถ้าน้องจะอ่อยจริง ในเมื่อทนายตกหลุมหัวปักหัวปำขนาดนั้นแล้ว ทำไมน้องไม่สานต่อล่ะครับตลอด 1เดือนหลังจากนั้น ?
มีแต่ทนายที่ไม่ยอมจบอยู่ฝั่งเดียว ลองคิดให้ดี ๆ ครับ
 
 
ที่ผมบอกเป็นกลาง เพราะผมไม่รู้จะเลือกข้างทนายหรือน้องไปทำไม แต่ถ้าจะให้ความสนใจคงเป็นแง่ข้อเท็จจริงน่ะครับ เวลาผมประเมินอะไร ผมให้น้ำหนักจากวิธีคิดตัวบุคคลที่นำพามาสู่บริบทนี้ เรื่องนี้ผมติได้ทุกฝ่ายแหละ ทนายอายุปูนนี้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หลงระเริงกับชื่อเสียง พ่อของน้องเลือกจะเอาเรื่องของลูกตัวเองมาวางบนศาลsocial น้องเองก็ไม่สามารถบ่งชี้ได้ พฤติกรรมมีแค่หยุดคุยไลน์แค่นั้นเองที่ท่านให้น้ำหนักเยอะๆแล้วพยายามชี้ไปที่อายุ18 คือผมมองต่างกับที่คนพยายามจะมองว่า18เป็นเด็ก ในทางกฏหมายมันไม่ใช่เด็ก แล้วรากฐานของกฏหมายมันก็มาจากความจริงแหละ ว่า18มันต้องถือว่าเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว ถ้าเราอ่านขค.ไลน์จริงๆ ท่านคิดจริงๆมั้ยครับว่าน้องไม่ทราบว่าทนายมันกำลังมาจีบ วัยนี้มันไม่ใช่เยาวชนครับท่าน มปลาย 16 เด็กผู้หญิงยังคุยกันเรื่องผู้ายเป็นหลักด้วยซ้ำ แล้วนี่สมัยนี้โตเร็วกว่าสมัยก่อน มันไม่มีทางที่น้องจะมองไม่ออก ว่าความสัมพันธ์นี้กำลังไปทางไหน

แต่ใช่ครับ ต่อให้มองออก แล้วเลือกจะไป ทนายมันก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำแบบนั้น

ที่ผมไม่เลือกข้าง เพราะเรื่องนี้ผมว่ามันหยุดได้ด้วยคนทั้งสองฝั่ง ทนายมันยิ่งควรจะโดนด่า เพราะมันต้องคิดได้แล้ว ด้วยวัยวุฒิ ด้วยคุณวุฒิ น้องเองก็ไม่เด็กแล้ว ถ้าทราบแนวโน้ม แล้วไม่คิดจะไปแต่แรกก็จบ

ผมอาจจะไม่ได้มองทุกอย่างขาวดำ ข้างนึงต้องถูกเท่านั้น จะขาว100% หรือข้างนึงจะผิดเท่านั้น จะดำ100% จริงๆหลักยุติธรรมก็แบบนี้นะ แม้จะบอกว่าคนนึงผิด แค่บทลงโทษหนักเบาก็แล้วแต่อยู่ดี จริงๆผมให้ความเห็นกับเรื่องนี้เพราะรำคาญพวกที่เลือกข้างง่ายๆไวๆที่สำคัญจะให้ค่าฝั่งตัวเองเลือกถูก100% อีกฝ่ายผิดเต็มประตู เคสที่มันถูกหมดเอาจริงๆผมแทบจะไม่เคยเจอเลย

อันนี้ผมแชร์ประมาณนี้ครับ น่าจะไม่มานั่งตอบเรื่องนี้แล้วแหละ บางทีคุยเรื่องที่มันควรจะคิดเยอะๆคนชอบผลักให้คนนึงไปอยู่ข้างนึง บริบทการคุยแบบนี้ส่วนตัวไม่ค่อยชอบครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Sep 2007
ตอบ: 14169
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 15:38
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
st_barc พิมพ์ว่า:
Spoil
rooney8 พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
Spoil
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
st_barc พิมพ์ว่า:
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 
ก็ต้องย้อนอีกว่าแล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นVictim หลักฐานที่โซเชียลมีมันมีแต่คำบอกเล่าล้วนๆ ผมว่ามันต้องย้อนมาตั้งคำถามสองฝ่ายถูกแล้ว เอะอะโยงเข้าVictim Blaming จริงๆมันก็หลายเคสนะที่อ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อแล้วจริงๆไม่ใช่ อีกอย่างที่ทนายเค้าพยายามจะบิดว่าเป็นเยาวชนเนี่ย 18ปี ถึงจะยังเรียนอยู่ แต่มันคือประชากรวัยผู้ใหญ่แล้วแหละครับ ขั้นต่ำมันแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อยู่แล้ว ไม่ได้เด็กขนาดไม่รู้อะไรเลย

ยังไงก็ดี ผมไม่ได้ปรักปรำอะไรน้องนะ แต่ก็ควรตั้งคำถามจนกว่าจะกระจ่างจริงๆว่าVictimจริงๆมั้ย เนี่ยแหละนับ1 จะproveยังไงว่าตัวเองเป็นเหยื่อจริงๆ เพราะถ้าจริงๆมันไม่ใช่contextของการเป็นเหยื่อล่ะ ทนายมันก็เสียอนาคตฟรีๆไปแล้วนะ เพราะมันก็โดนด่าเยอะไม่แพ้ที่น้องโดนขุดคุ้ยหรอก  


แล้วถ้าเราๆท่านๆ ไม่รู้ความจริง เรามีสิทธิอะไร


ทนายเริ่ม ทำผิด และขอโทษ นี่คือประเด็น และทนายยอมรับแล้วนะครับ

ส่วนน้องผู้หญิงจะทำและคิดยังไง เราๆ รวมถึงท่าน รู้บริบทความจริงไหมครับ หรือท่านรู้??

และที่ท่านห่วงทนายเสียชื่อเสียง ทั้งที่เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงๆ

และเลือกที่จะตั้งแง่ ตั้งคำถามกลับไปทางฝ่ายหญิง หรือ Victim Blaming โดยขาดความรู้ และที่สำคัญท่านไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง ถูกต้องแล้วหรอครับ เป็นบรรทัดฐานในสังคมที่ท่านคิดว่า ควรเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่ครับ



 
เค้ายอมรับว่ากอดจูบครับ แต่actionนี้จะผิดหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินยอมรึเปล่า ผมถามสั้นๆว่าท่านทราบได้ยังไงครับ ว่าโมเม้นท์นั้นเค้าไม่ได้สมยอมจริงๆ(อีกครัังนะ มันคือการตั้งคำถาม ผมไม่ได้บ่งชี้ว่าจริงๆยอมหรือไม่)

ท่านไม่ได่เข้าใจกฏหมายมากกว่า มันจะอนาจารเมื่อไม่ยินยอมนะ แน่นอนวันนี้ออกมาในบริบทความเป็นเหยื่อว่าไม่ได้ยินยอม

แต่เราจะรู้ได้ไง ว่าวันนั้นไม่ได้ยินยอมจริงๆ

เราเห็นใจเหยื่อได้ครับ ถ้าเป็นเหยื่อจริงๆ แต่วันนี้ท่านตัดสินว่าน้องเป็นเหยื่อจริงๆจากคำบอกเล่า
ซึ่งถ้าชีวิตนี้ท่านไม่เคยเจอมนุษย์คนไหนโกหกเลยก็ว่าไปอย่าง
(ขอเน้นอีกที ไม่ได้ว่าน้องโกหก ประเด็นคือเราไม่รู่จริงเท็จ) ดังนั้นแยกแยะก่อน  



ใช่ครับ เราไม่รู้บริบทและความจริงกันเลย แล้วท่านจะใช้ความรู้สึกตนเอง กับ ปสก.ที่เคยพบเจอ ไปตั้งแง่คนอื่น ในทางเปิดเผยได้อย่างไร?

และท่านมีสิทธิอะไร ที่จะไปให้ ฝ่ายหญิงพิสูจน์ ว่าเขาเป็นเหยื่อจริงหรือเหยื่อปลอม ยินยอมหรือไม่ยินยอม
ทั้งที่คนที่เริ่มกระทำความผิด เขายอมรับสารภาพ

ท่านตั้งคำถาม เพื่ออะไรหรอครับ เพื่อความถูกต้องในสังคม? หรือเพื่อความสนุกในการเสพข่าวครับ?

 
 
เอ่อ ผมคิดว่าท่านต้องคิดวิเคราะห์เยอะๆนะครับ ถึงจะคุยกันได้
1.ฝ่ายหญิงกำลังบอกว่าทนายผิด ดังนั้นฝ่ายหญิงต้องแสดงหลักฐานบ่งชี้สิครับ นี่มันคือหลักที่ใช้กันในกระบวนการศาลด้วยซ้ำ จะบ่งชี้ว่าตัวเองไม่สมัครใจ ก็ต้องชี้ให้เห็นได้สิไม่ใช่แค่คำพูด
2.สังคมมันแบ่งเป็นสองฝ่าย คือเข้าข้างทนาย(ก็จะบอกว่าน้องมันยั่ว) และเข้าข้างน้อง(ก็จะบอกว่าอีกฝั่งvictim blaming)แบบที่ท่านเป็นเป๊ะๆ

ผมไม่ได้เลือกฝ่าย และไม่จำเป็นต้องเลือกด้วย ซึ่งมนุษย์ที่สมีสติปัญญามันก็ควรมีกรอบความคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วจะไม่เลือกข้างแค่เพราะคำให้การณ์แน่ๆ หลักฐานมันไม่พอ

การที่ท่านเลือกข้างแบบสุดประตูแต่แรกเพราะขาดกระบวกการคิด จริงๆผมคิดว่าผมพูดเคลียร์ตั้งแต่แรกแล้วด้วยซ้ำ แต่ขนาดว่าอธิบายท่านเป็นฉากๆ แล้วจะรีบปักใจเลือกข้าง อันนี้ก็สุดแล้วแต่ครับ จริงๆผมชอบคุยแลกเปลี่ยนความคิดนะ ผมคงคุยด้วยเท่านี้ครับ จริงๆถ้าท่านเลือกจะเชื่อแบบนี้จะไม่ลองคิดให้รอบด้านขึ้น จริงๆก็แล้วแต่ครับ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย

เออ ส่วนobjective การตั้งคำถาม ไม่ใช่เพื่อเป็นคนบ่งชี้ครับ ว่าอะไรผิดถูก ใครบ่งชี้ได้ล่ะ แต่การตั้งคำถามเยอะๆ มันนำไปสู่การเข้าใจในข้อเท็จจริง ในเรื่องที่เรากำลังให้ความสนใจ คือถ้าไม่ได้สนใจจะหาข้อเท็จจริง แต่อยากเชื่อในสิ่งที่เชื่อ ก็ ตามสบายครับ ฮ่าๆ  


มันไม่ใช่แค่หลักฐานคำให้การ แต่หลักฐานที่ชัดเจนคือแชท(ซึ่งเป็นของฝั่งทนาย) ที่น้องผู้หญิงตีตัวออกห่างทันทีที่ตัวเองกลับบ้านอย่างปลอดภัย และไม่สานต่อ ไม่คุย ไม่เรียกร้องอะไรเลย
มีแต่ทนายที่ตามตื๊อฝั่งเดียวตลอด 1เดือนหลังจากนั้น

เท่านี้ก็มองออกง่าย ๆ แล้วครับว่าน้องผู้หญิงไม่ได้มีความคิดอยากจะอ่อยเพื่อหวังเงินเลย(ความคิด ณ วันที่เกิดเหตุ)
ถ้าน้องจะอ่อยจริง ในเมื่อทนายตกหลุมหัวปักหัวปำขนาดนั้นแล้ว ทำไมน้องไม่สานต่อล่ะครับตลอด 1เดือนหลังจากนั้น ?
มีแต่ทนายที่ไม่ยอมจบอยู่ฝั่งเดียว ลองคิดให้ดี ๆ ครับ
 
 
ที่ผมบอกเป็นกลาง เพราะผมไม่รู้จะเลือกข้างทนายหรือน้องไปทำไม แต่ถ้าจะให้ความสนใจคงเป็นแง่ข้อเท็จจริงน่ะครับ เวลาผมประเมินอะไร ผมให้น้ำหนักจากวิธีคิดตัวบุคคลที่นำพามาสู่บริบทนี้ เรื่องนี้ผมติได้ทุกฝ่ายแหละ ทนายอายุปูนนี้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หลงระเริงกับชื่อเสียง พ่อของน้องเลือกจะเอาเรื่องของลูกตัวเองมาวางบนศาลsocial น้องเองก็ไม่สามารถบ่งชี้ได้ พฤติกรรมมีแค่หยุดคุยไลน์แค่นั้นเองที่ท่านให้น้ำหนักเยอะๆแล้วพยายามชี้ไปที่อายุ18 คือผมมองต่างกับที่คนพยายามจะมองว่า18เป็นเด็ก ในทางกฏหมายมันไม่ใช่เด็ก แล้วรากฐานของกฏหมายมันก็มาจากความจริงแหละ ว่า18มันต้องถือว่าเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว ถ้าเราอ่านขค.ไลน์จริงๆ ท่านคิดจริงๆมั้ยครับว่าน้องไม่ทราบว่าทนายมันกำลังมาจีบ วัยนี้มันไม่ใช่เยาวชนครับท่าน มปลาย 16 เด็กผู้หญิงยังคุยกันเรื่องผู้ายเป็นหลักด้วยซ้ำ แล้วนี่สมัยนี้โตเร็วกว่าสมัยก่อน มันไม่มีทางที่น้องจะมองไม่ออก ว่าความสัมพันธ์นี้กำลังไปทางไหน

แต่ใช่ครับ ต่อให้มองออก แล้วเลือกจะไป ทนายมันก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำแบบนั้น

ที่ผมไม่เลือกข้าง เพราะเรื่องนี้ผมว่ามันหยุดได้ด้วยคนทั้งสองฝั่ง ทนายมันยิ่งควรจะโดนด่า เพราะมันต้องคิดได้แล้ว ด้วยวัยวุฒิ ด้วยคุณวุฒิ น้องเองก็ไม่เด็กแล้ว ถ้าทราบแนวโน้ม แล้วไม่คิดจะไปแต่แรกก็จบ

ผมอาจจะไม่ได้มองทุกอย่างขาวดำ ข้างนึงต้องถูกเท่านั้น จะขาว100% หรือข้างนึงจะผิดเท่านั้น จะดำ100% จริงๆหลักยุติธรรมก็แบบนี้นะ แม้จะบอกว่าคนนึงผิด แค่บทลงโทษหนักเบาก็แล้วแต่อยู่ดี จริงๆผมให้ความเห็นกับเรื่องนี้เพราะรำคาญพวกที่เลือกข้างง่ายๆไวๆที่สำคัญจะให้ค่าฝั่งตัวเองเลือกถูก100% อีกฝ่ายผิดเต็มประตู เคสที่มันถูกหมดเอาจริงๆผมแทบจะไม่เคยเจอเลย

อันนี้ผมแชร์ประมาณนี้ครับ น่าจะไม่มานั่งตอบเรื่องนี้แล้วแหละ บางทีคุยเรื่องที่มันควรจะคิดเยอะๆคนชอบผลักให้คนนึงไปอยู่ข้างนึง บริบทการคุยแบบนี้ส่วนตัวไม่ค่อยชอบครับ  


ไม่ใช่แค่หยุดคุยไลน์ครับ แต่น้องไม่ยอมไปพบแบบ2ต่อ2 อีกเลย น้องบอกชัดเจนว่าจะไม่เจอเป็นการส่วนตัวอีกแล้ว(วันต่อมาหลังจากเหตุการณ์นั้น) ถ้าอยากคุยให้ไปคุยกับพ่อและบอกพ่อด้วยว่าทำอะไรกับหนูไปบ้าง

ตอนหลังก็คุยแค่เรื่องงาน แต่พี่ทนายยังตื๊ออยากจะเจอตัวต่อโดยพยายามเอาเรื่องงานมาอ้างและพูดว่า "ถ้าหนูไม่รังเกียจที่จะเจอพี่" มันก็ชัดเจนว่าตลอด 1เดือนหลังจากเกิดเรื่อง เด็กคนนี้ไม่ยอมจะไปเจอหน้าเขาอีกเลย

นี่คือพฤติกรรมของคนที่อ่อยเพื่อจะเรียกเงินเหรอครับ ลองคิดด้วยคอมมอนเซ้นส์นะครับ ทนายหลงหนักขนาดนั้นแล้วแต่น้องตัดสัมพันธ์ทันที ไม่สานต่อ ไม่เรียกร้องอะไร ไม่ไปเจอ ยอมคุยแต่เฉพาะเรื่องงานล้วน ๆ
นี่เหรอครับคือคนที่อ่อย ?
ผมมองกว่าเป็นนอารมณ์ของคนที่ช็อคและผิดหวังกับการวางตัวของทนาย จนไม่อยากจะเจอหน้าอีกแล้วมากกว่า หรือพูดสั้น ๆ ว่ารังเกียจเลยด้วยซ้ำ


Spoil




 
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Apr 2010
ตอบ: 2457
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 15:57
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
ผมว่าอะไรที่ทุกคนเห็นตรงกันก็เลยไม่มีประเด็นไง

เช่น จจย ลูกเพื่อน กับ มีเมียมีลูกเเล้ว เห็นตรงกันว่าผิด

เขาเลยมาวิเคราะห์อีกฝั่งว่าเพราะสาเหตุอะไรถึงมีเหตุการณ์เอ๊ะๆตามมา การป้องกันภัยตัวเองอยุ่ระดับไหน เอาตัวเองไปเสี่ยงไหม

ลูกสาวคนรู้จักอายุ 8 ขวบ มีอาจารย์ผู้ชายนัดไปเจอตอนเย็นหลังเลิกเรียนเขายังบอกพ่อเลย
อันนี้คนรู้จักพ่อแท้ๆ แอบคุยไม่บอก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 02 Sep 2025
ตอบ: 187
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 24, 2026 16:25
[RE: พ่อเด็ก 19 แจงเพิ่ม]
มากมาย พิมพ์ว่า:
ชาวเน็ตนี่แหละป่วย จะไปจ้องจับผิดทำไมล่ะ

สังคมเรายังไม่เข้าใจ เรื่อง Victim Blaming กัน

หรืออาจจะเข้าใจ แต่อยากจะเสพ อยากจะวิจารณ์ข่าวอย่างสนุกปาก


ประด็นหลัก เริ่มจากอะไร นับ1 จากตรงไหน

 


ถ้าเข้าใจ victim แล้วโง่แบบเม้นนี้ ที่ยังเปนเด็กน้อย ก็ไม่เข้าใจแหละดีละ

หาหมอบ้างนะ ใครกันแน่ที่ป่วย
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel