[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
one2013 พิมพ์ว่า:
Luxology พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
Spoil
Hooliganzz พิมพ์ว่า:
Leonaldo_TANG_Davinci พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
LoneTrait พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง
คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ
คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป
ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ
ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป
ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ
งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์
ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก
ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง
ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว
และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ
อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี
ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก
ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง
ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน
ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่
คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง
เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร
ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้
(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)
ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน
ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก
มากกว่า
ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program
https://pantip.com/topic/41741103
https://pantip.com/topic/41551155
(แก้คำผิด)
เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน
ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน
1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ
2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ
** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **
3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)
4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้
5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ
นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **
โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้
ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว
แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
ผมแตกเป็นสองประเด็น
- อันแรกเรื่องตั้งคำถาม มันเป็นสิ่งที่ถูกแบบที่่ท่านว่าครับ
และผมเชื่อว่าท่านตั้งคำถามมาเพราะอยากให้มีคนมาอธิบาย และท่านพร้อมรับฟัง ดังนั้นท่านถือเป็นคนใผ่รู้
ผมเชื่อเสมอว่าเราไปบอกให้ใครเชื่อไม่ได้ และไม่ควรบังคับให้ใครเชื่อ ดีที่สุดคือให้ข่้อมูลไป
แล้วให้ไปคิดวิเคราะห์เอง
แต่ที่เค้าบ่นๆกันคือ ไอพวกที่มาตั้งคำถาม แต่ไม่ฟังคำอธิบาย หรืออธิบายไปแล้ว ก็ไม่เอาไปคิดวิเคราะห์
ในพุทธศาสนาก็คือบัวใต้น้ำ ดังนั้นอธิบายไปไม่ได้อะไร เสียแรงเปล่าๆ อันนี้มันน่าหงุดหงิด
- สองเรื่องของการโครงการ Artemis
ผมคิดว่าเรากำลังเดินทางไปในดินแดนที่ไม่รู้จักอะครับ ถึงมันจะเป็นดาวเดียวกัน
แต่สภาพต่างๆมันอาจจะไม่เหมือนกันเลย ลม พื้นผิว แสง
แถมอันนี้จะเอาคนไปอยู่
ไปเที่ยวดอยธุรกันดาร กับจะไปสร้างบ้านบนนั้น
ไปเที่ยวอาจจะไปรถ 4x4 ธรรมดา เย็นกลับ
ไปสร้างเนี่ย ต้องขนวัสดุไป ต้องเอารถบรรทุกไป อาจจะติดหล่มก้ได้
แต่นี่อีกดาวนึงเลยนะครับ
โครงการมันไม่ใช่ถูกๆ วัตถุประสงค์โครงการต่างกัน
เหมือนโครงการก่อสร้างอะไรสักอย่างอะครับ ทุกโครงการ ถึงอยู่ติดกัน มันต้องทำ Fesibility study ใหม่หมด ไม่แปลกที่เราต้องทดสอบอะไร 1 2 3 ใหม่หมด เพื่อความปลอดภัย ทั้งแง่เงินทุนและชีวิต
เอาจริงๆ คำถามมันไม่ได้บังคับให้ใครมาตอบนะคับ ใครว่างใครมีข้อมูล ก็มาอธิบายได้ ใครไม่สะดวกหรือ ไม่พอใจก็แค่ผ่าน ผมว่ามันโคตรเสรีนะ อยากรู้ก็ถาม ไม่อยากคุยก็ไม่ตอบ
ส่วนเรื่องไปดวงจันทร์ มันติดตรงมนุษย์ตัวเป็นๆไปเหยียบจริงไหม หรือไปแค่หุ่นและยาน มันมีแค่นี้
เพราะปัจจุบัน มันมองมุมแย้งได้ เพราะเอาแค่ปัจจุบัน มียานลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ได้กี่ลำ ลงจอดเฉยๆนะ ที่อ่านมาน่าจะแค่ 3 ลำ ล่าสุดน่าจะของจีน แต่ในยุคนั้นมันเอาคนลงจอดและเดินเล่นได้เลย พร้อมทั้ง ขี่ยานกลับโมดูลได้ด้วย ถ้าแค่หุ่นยนต์มันเข้าใจไม่อยาก
ซึ่งก็อยากที่บอกผมรอโครงการล่าสุดเลยที่จะเอาคนไปใหม่
แต่ถว่าจะไปเหยียบจริงต้องรออีกหลายโครงการ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบเอาคน ไปอยู่ในวงโครจรดวงจันทร์อีกยังไม่ลงจอดนะ และต้องรออีกโครงการที่ต้องเอาคนไปสำรวจอีก ผมว่า 10-20 ปี ใกล้ๆนี้ ไม่เห็นแน่นอน
กลายเป็นว่า นีล อาร์มสตรอง กับ บัซ อัลดริล กลายเป็นโรบอทไปแล้วหรอครับ
แล้วถ้ามีคนมาเคลียร์ประเด็นนี้จบ จะมีอะไรต่ออะครับ
คืองง มาก พอยกประเด็น A ขึ้นมา มีคนเอาข้อมูลมาโต้แย้ง
ตอบแบบกั้กๆ แล้วดันเปิดประเด็น B ขึ้นมา มีคนเอาข้อมูลมาโต้แย้ง
ตอบแบบกั้กๆ อีกแล้วปิดประเด็น C ขึ้นมา มีคนเอาข้อมูลมาโต้แย้ง
ตอบแบบกั้กๆ
วนแบบเนี้ย แล้วพอมามู้นี้ดันมาตอบหล่อๆ ว่า
one2013 พิมพ์ว่า:
หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ
เพราะมันมันมีข้อสงสัยไงคับ ว่ามนุษย์ไปจริงไหม และชาติคู่แข่ง หรือประชากร อเมริกาไม่สงสัยนะ เขาก็สงสัยแต่ข้อมูลต่างๆเราหาไม่ได้หรอกมันถูกกรองหมดแล้ว แค่ยูทูป กับกูเกิ้ล ทุกวันนี้ตรวจด้วย ai อีก โดนเซ็นเซอร์หมดละ คุณลองใช้เสริจเอนจิ้นของรัสเซีย หรือ ไบตู้ของจีนค้นดู มันอาจคนละโลกกับที่คุณคิดก็ได้ ท้ายสุดคุณอาจบอก ข้อมูลจีนรัสเซีย มันหลอกเราก็ได้ใช่ไหมละ ที่คุณไม่สงสัยเพราะบอกว่ามันมีหลักฐาน ที่ดาวเทียมถ่ายมาเป็นภาพซากยาน กับโมดูลยาน กับหิน แค่นั้นเอง มันไม่มีอะไรที่เราตอบได้100% ว่าคนไปเหยียบจริง มันก็แค่มีหุ่นยนต์กับยานนะ อาจต้องรอ อะทีมีส3 เลย ที่จะได้เห็นจริงๆว่าคนไปได้จริงไหม
ที่บอกคู่แข่งไม่จับผิด ผมว่าทำไมจะไม่จับผิด แต่ข้อมูลเราหาไม่เจอหรอก ทุกวันนี้นึกว่าเป็นประชากรอเมริกาแล้ว เฟสบุค กูเกิ้ล ยูทูป ของเมกาหมด ล่าสุดเห็นบอกเมกา จะแบนtiktok แค่นี้ยังแบนอ่ะดิดดูสิ
ข่าวบางส่วน จริงๆอาจเยอะกว่านี้ แต่อ่านไม่ออกจากแหล่งอื่น
https://pantip.com/topic/33811640
อีกอย่าง หินดวงจันทร์ ที่ไทยได้จากนาซ่า หายไป คุณคิดว่าเราทำของสำคัญหายได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยเหรอ
รอบสุดท้าย เหมือนท่าจะอิดิตข้อความไปและ
เรื่องคนกับยานผมตอบไปและกี่คนกี่รอบ
ต่อมาเรื่องหิน นี่แม่มมีตั้งกี่ก้อน หายก้อนเดียว กลายเป็นโกหกทั้งโครงการ ที่ไทยเพชรยังหายเอาอะไรกับหิน
ที่เค้าบอกว่า ประเทศอื่นไม่เชื่อ มันก็มีพวกไม่เชื่อทุกประเทศนั่นแหล่ะ
จะหาภาษาไรก็หาได้ไม่เห็นยาก เค้าไม่มาแบนหรอก
แต่ที่เค้าหมายถึงคือ รัฐบาล จีนรัซเซีย ควรออกมาประนามสหรัฐนานแล้ว ถ้าไอ้กันมันขี้โม้จริง โอกาสทองเห็นๆ
แต่นี่เงียบกริบ
จะหาภาษาไรก็หาได้ไม่เห็นยาก เค้าไม่มาแบนหรอก อันนี้เชื่อจริงๆเหรอว่า อเมริกา กูเกิ้ล เฟสบุค ยูทูป เขาไม่กรอง ไม่ปิดกั้น ความเชื่อนี้หนักกว่าโลกแบนอีกนะ ในยุคนี้
อันนี้ท่านโควทผมเองนะ อย่ามาว่ารำคาญตอบละ
หลักฐานที่หายมันไม่ใช่แค่หิน เทปบางส่วนภาพถ่ายบางส่วน หรือเทปต้นฉบับก็หายหรือถูกลบไปก็มี
หลักฐานที่คนเชื่อว่าไปจริง แย้งว่า ไป100% ก็คือ LASER reflector และซากยานต่างๆ เท่านั้นเลย วัตถุแบบนี้เราส่งไปแค่ยานกับหุ่นยนต์ก็ได้ ถ้าคิดแบบกำปั้นทุบดิน
การที่คนออกนอกแรงดึงดูดของโลก และไปอยู่ในแรงดึงดูดดาวอื่น และลงไปภายใต้แรงโน้มถ่วงของดาวอื่นและสภาพอากาศและอุณหภูมิที่ต่างกันโคตรๆ คือไปถึงแทบไม่ต้องปรับตัวเลย ลงเดินสบายเลย มันโคตรยากที่ชุดอวกาศ จะออกแบบได้ครอบคลุมขนาดนั้น และยังต้องกลับมาในแรงดึงดูดเดิมของโลกอีก ในระยะเวลแค่ 6 วัน ปรับสภาพยังไงไหว
ผมก็เอาตัวอย่างข่าวให้ดูว่ารัสเซียเขาก็สงสัยเหมือนกัน แต่ออกตัวแรงก็ลำบาก เพราะตัวมันเองก็ความลับเยอะ ดีไม่ดีโดนแฉกลับหนักกว่าเก่าอีก
ไม่ใช่แค่คนไทยโง่ๆนะที่สงสัยเรื่อง่ายๆแบบนี้นะ ทั่วโลกก็สงสัย แม้กระทั่งประชากรอเมริกาก็สงสัย ข้อมูลต่างๆในเนตก็เยอะแยะมากมาย จนถึงขนาดนาซ่าต้องชี้แจง ถ้าไม่มีคนสงสัยจะชี้แจงเหรอ จนถึงตอนนี้ผมว่ามันยังไม่สิ้นสุดจริงๆ จนอาจต้องรออะทรีมิส3 ที่จะส่งคนไปเหยีบอีกครั้งเท่านั้นเลย
https://www.angelfire.com/moon2/xpascal/MoonHoax/Apollo15.HTM
อะ ผมเริ่มงงละสรุปว่าท่านไม่เชื่อเรื่องไหน เท่าที่อ่านคือ
- ไปแต่ยาน ไปสำรวจทิ้งของไว้
คนไม่ได้ไปเพราะไปยากกว่า
- ปรับตัวไม่ได้ ชุดอวกาศไม่น่าจะครอบคลุม
- แถมกลับลงมาโลกภายใน 6 วัน
ผมยังเชื่อว่าท่านชอบตั้งคำถาม และใฝ่รู้
ผมจะลองอธิบายเท่าที่ผมหาข้อมูลได้นะครับ
เอาเรื่องคนก่อน
- สภาพแรงโน้มถ่วง
บนโลก 1 G
ในสถานีอวกาศ และระหว่างเดินทาง แทบ 0G
ทีนี้บนดวงจันทร์ ประมาณ 1/6 มั้ง ถ้าจำไม่ผิด แปลว่า มันเบากว่าบนโลก
ดังนั้นกล้ามเนื้อต่างๆไม่มีปัญหา เพราะเราออกแรงเท่ากัน มันจะเดินทางได้ง่ายกว่าบนโลก
ด้วยความที่ G มันน้อย มันเลยต้องโดดเหยงๆ
- ชุดอวกาศ
https://airandspace.si.edu/explore/stories/armstrong-suit
น้องชุดหนัก 200 pounds ครับแบบเต็มระบบ ร่วมๆร้อยโล
มีระบบปรับความดัน ระบบออกซิเจนครบชุด หน้า 25 ชั้น
ทนอุณหภูมิได้ -150 ถึง 110 องศา
แต่ด้วยแรง G บนดวงจันทร์แล้ว มันจะหนักแค่ประมาณ 16 โลถ้าเทียบกับบนโลก
แปลว่าสิ่งที่นักบินเจอมันคล้ายกับบนสภาวะบนโลกมากที่สุด ตัวนักบินไม่ได้ต้องทนสภาวะอะไรหนักหนาขนาดนั้น
และนี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่จะไปไหนในที่ที่ไม่เคยไป มันต้องส่งยานไปสำรวจก่อนครับ เก็บข้อมูลมาว่าสภาพต่างเป็นอย่างไร
- การปรับตัว เดืนอย่างไร โดดยังไง
ก่อนไปเค้าซ้อมทั้งการเคลื่อนที่ใน 0G และ 1/6g มาไม่รู้กี่ร้อยชั่วโมงครับ
ให้พอเข้าใจว่า ถ้าแรงโน้มถ่วงต่ำ มันต้องเคลื่อนที่อย่างไร
ซ้อมยังไง ลองหาเรื่อง Zero G airplane ดูครับ
และด้วยความไปแค่ 6 วัน กล้ามเนื้อมันไม่ได้สลายไปมาก ดังนั้นกลับมาที่โลก อาจจะเดินเหินไม่คล่องเท่าเดิม แต่ว่าก้ไม่ได้ง่อยไปเลย เหมือนพวกนักบินอวกาศที่อยู่ที่สถานีนานๆ
อันนั้นกลับมาทีต้องนอนเปล เพราะกล้ามเนื้อหายเยอะ
ทีนี้เรื่องทีมีแต่หุ่นยนไปแล้วทิ้งของไว้
ต่อให้ Artemis 3 ก้ไม่แน่ใจว่าจะทำให้ท่านเชื่อได้อย่างไร
ในเมื่อไปถึงก็จะเจอแต่สิ่งที่ทิ้งไว้ หรือต่อให้เจอรอยเท้า มันก็จะมีคนบอกได้อีกว่า หุ่นยนต์ที่ไปรอบก่อน เท้ารอยเท้าปลอมๆไป Stamp ไว้ได้
ลิงค์ Pantip ที่ท่านแปะมา
ประโยคสุดท้ายบอกว่า
"อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากรัสเซียแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจสหรัฐฯกรณีสอบสวนคดีทุจริตของฟีฟ่า ที่ปรากฎว่าสหรัฐฯได้จับกุมเจ้าหน้าที่ฟีฟ่า 9 ราย ที่รัสเซียบอกว่าเป็นการกระทำที่ล้ำเส้นต่อทางการรัสเซียด้วย"
น่าคิดนะครับ ว่าอยู่มาตีเรื่องนี้ทำไม