ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 1822
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 08:59
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
จีนมันคงขำอะ จีนเอาธงจีนไปปักที่ดวงจันทร์เป็นประเทศที่ 2 เอาดาวเทียมตัวเองบินวนตรวจสอบดวงจันทร์ เพื่อตรวจสอบเรื่องโม้ของเมกา สรุปเรื่องโม้ที่ไปเหยียบดวงจันทร์มันของจริง ไม่งั้นจีนมันเคลมว่าเป็นประเทศแรกแล้วที่สามารถเอาธงไปปักได้นะ

เรื่องสื่อสารนี่ยิ่งตลก ยานที่ไกลระดับ 24k ล้านกิโลเมตร สร้างตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ยังติดต่อได้อยู่เลย ขนาดที่ว่า os กะ ram พัง ยังแก้ไขได้อะ การสื่อสารความห่างโลกกะดวงจันทร์นี่กระจอกมาก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Sep 2013
ตอบ: 13427
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 09:07
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง

คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ

คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป  




ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ

ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป

ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ

งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์

ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก

ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง

ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว

และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี

ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก

ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง

ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน

ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่

คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง

เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร

ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้

(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)

ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน

ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก

มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program

https://pantip.com/topic/41741103


https://pantip.com/topic/41551155

(แก้คำผิด)


เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน

ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน


1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ


2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **

3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)

4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้

5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ

นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **





 
 


โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้


ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว

แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย one2013 เมื่อ Fri May 10, 2024 09:23, ทั้งหมด 3 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
หัวหน้าแมวมอง
Status: You only Live once
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 30602
ที่อยู่: Spion Kop
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 09:23
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
คนพวกนี้ไม่น่าจะเคยศึกษาหรืออ่านหนังสือสักเล่มเกี่ยวกับสงครามเย็น

ถ้าได้อ่านสักเล่มก็รู้แล้วว่าถ้าไอ้กันมันสะเหล่อดากหลอกคน (แม้แต่แค่ในชาติเดียวกัน) รัสเซียแหกยับไปแล้ว

การแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งในยุคนั้นคือแข่งทุกอย่าง ย้ำว่าทุกอย่าง

ทุ่มทรัพยากรที่มีเพื่อให้เห็นว่าระบอบการปกครองแบบตนดีกว่า สงสารคนมากมายที่ตายเพื่อการทดลองไปอวกาศ รวมถึงสัตว์หลากหลายเผ่าพันธุ์ด้วย น่าสะเทือนใจทั้งนั้น
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
I choose to live, not just exist.


ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status: ยินดีที่ได้รู้จัก
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2016
ตอบ: 24261
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 09:41
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
พวกมหาเศรษฐีของโลกเกลื่อนยุคนี้ มีใครอยากไปดวงจันทร์บ้างหรือเปล่าหว่า
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Oct 2010
ตอบ: 1680
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 10:11
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
one2013 พิมพ์ว่า:
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง

คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ

คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป  




ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ

ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป

ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ

งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์

ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก

ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง

ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว

และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี

ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก

ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง

ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน

ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่

คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง

เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร

ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้

(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)

ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน

ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก

มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program

https://pantip.com/topic/41741103


https://pantip.com/topic/41551155

(แก้คำผิด)


เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน

ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน


1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ


2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **

3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)

4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้

5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ

นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **





 
 


โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้


ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว

แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
 



ถ้าท่าน สงสัยผมอาจจะช่วยชี้ทางให้ได้

ลองเช็ค ว่า apollo 15-17 ที่ท่านสงสัย น้ำหนักเท่าไหร่ ขนาดยานเท่าไหร เทียบกับ Artemis

Artemis เอาอะไรไปบ้าง

พื้นที่ลงจอดต่างกัน มีผลขนาดไหน ผมว่าสงสัยละเอียดขนาดนี้ หาข้อมูลได้โคตรง่าย เลยยิ่งพิมพ์ภาษาอังกฤษได้ ยิ่งง่ายเข้าไปอีก

สมมติต่างกัน 100 โล

ท่านอาจจะลองหาว่า การจะขนของ 1 กิโลไปอวกาศ ใช้เงินเท่าไหร่ ก็ลองเทียบบรรยัดไตรยางง่ายๆดูก็ได้ครับ กับ 100กิโล

ต่อมาก็ลองดูครับ ว่าจะขนของเพิ่ม 1กิโล ต้องใช้พลังงานเทียบเป็นเชื้อเพลงอะไรยังไงเท่าไหร่

ก็ลองเช็คดูครับ Artemis ต่างกับ Apolloยัง ถ้าได้คำตอบแล้ว เอ้ย สองยานแม่มไม่ได้หนักต่างกัน

ก็ลองตั้งคำถามเหมือนเดิมว่า เอ้ย สถานที่จอด ดวงจันทร์ตรงเส้นศูนย์สูตร กับบริเวณขั้วดวงจันทร์เนี่ย

ใช้ระยะทางต่างกันแค่ไหน อุณหภูมิระหว่างสองที่นั้น ต่างกันมากไม๊ พื้นที่ บริเวณที่จอด เราสามารถร่อนดูแล้วลงจอดเหมือนโลกได้ไม๊ หรือต้องไปสำรวจ ให้ชัวก่อน แล้วตอน Apollo 11 - 17 มันยังไง


ผมว่าข้อมูลพวกนี้หาไม่ยากเลย ถ้าตั้งคำถามได้ก็น่าจะหาเองได้สบายมาก เพราะดูท่านก็ถามแบบอยากหาเหตุผล

ผมว่าถ้าหาเหตุผลบนหลักความจริง หาได้ไม่ยากครับ ลุยถ้าเจออะไรก็เอามาแบ่งคนในSSได้เลย

ว่าเนี่ยเห็นไม๊ที่หามา มันไม่เห็นจะ Makesense เพราะถ้าท่านทะยอยถามแบบนี้ให้ผมหาให้จัดเรียงข้อมูล

ผมอาจจะไม่ว่างพอ ขอบคุณครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 679
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 10:38
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
one2013 พิมพ์ว่า:
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง

คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ

คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป  




ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ

ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป

ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ

งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์

ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก

ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง

ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว

และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี

ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก

ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง

ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน

ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่

คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง

เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร

ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้

(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)

ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน

ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก

มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program

https://pantip.com/topic/41741103


https://pantip.com/topic/41551155

(แก้คำผิด)


เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน

ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน


1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ


2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **

3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)

4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้

5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ

นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **





 
 


โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้


ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว

แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
 


ผมแตกเป็นสองประเด็น
- อันแรกเรื่องตั้งคำถาม มันเป็นสิ่งที่ถูกแบบที่่ท่านว่าครับ
และผมเชื่อว่าท่านตั้งคำถามมาเพราะอยากให้มีคนมาอธิบาย และท่านพร้อมรับฟัง ดังนั้นท่านถือเป็นคนใผ่รู้

ผมเชื่อเสมอว่าเราไปบอกให้ใครเชื่อไม่ได้ และไม่ควรบังคับให้ใครเชื่อ ดีที่สุดคือให้ข่้อมูลไป
แล้วให้ไปคิดวิเคราะห์เอง

แต่ที่เค้าบ่นๆกันคือ ไอพวกที่มาตั้งคำถาม แต่ไม่ฟังคำอธิบาย หรืออธิบายไปแล้ว ก็ไม่เอาไปคิดวิเคราะห์
ในพุทธศาสนาก็คือบัวใต้น้ำ ดังนั้นอธิบายไปไม่ได้อะไร เสียแรงเปล่าๆ อันนี้มันน่าหงุดหงิด

- สองเรื่องของการโครงการ Artemis
ผมคิดว่าเรากำลังเดินทางไปในดินแดนที่ไม่รู้จักอะครับ ถึงมันจะเป็นดาวเดียวกัน
แต่สภาพต่างๆมันอาจจะไม่เหมือนกันเลย ลม พื้นผิว แสง

แถมอันนี้จะเอาคนไปอยู่
ไปเที่ยวดอยธุรกันดาร กับจะไปสร้างบ้านบนนั้น
ไปเที่ยวอาจจะไปรถ 4x4 ธรรมดา เย็นกลับ
ไปสร้างเนี่ย ต้องขนวัสดุไป ต้องเอารถบรรทุกไป อาจจะติดหล่มก้ได้
แต่นี่อีกดาวนึงเลยนะครับ

โครงการมันไม่ใช่ถูกๆ วัตถุประสงค์โครงการต่างกัน
เหมือนโครงการก่อสร้างอะไรสักอย่างอะครับ ทุกโครงการ ถึงอยู่ติดกัน มันต้องทำ Fesibility study ใหม่หมด ไม่แปลกที่เราต้องทดสอบอะไร 1 2 3 ใหม่หมด เพื่อความปลอดภัย ทั้งแง่เงินทุนและชีวิต

1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ฟุตบอลโลก
Status: A man who sold the world
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Feb 2009
ตอบ: 17454
ที่อยู่: London, N5 1BU
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 10:52
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
เผลอๆเมกามีหลักฐานชัดเจนมาก ที่ยังไม่บอกตั้งแต่สมัยนั้นละเกบเปนความลับ

เผื่อประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ออกตัวแรงกล่าวหา จะได้งัดออกมาหักหน้า

แต่พวกนั้นเค้าไล่สืบกันมาหลายปี คงมั่นใจมากแล้วล่ะ ว่าไปจริง ไม่งั้นออกมาแฉเปนชาติละ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Sep 2013
ตอบ: 13427
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 10:53
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
LoneTrait พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง

คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ

คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป  




ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ

ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป

ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ

งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์

ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก

ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง

ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว

และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี

ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก

ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง

ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน

ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่

คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง

เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร

ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้

(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)

ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน

ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก

มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program

https://pantip.com/topic/41741103


https://pantip.com/topic/41551155

(แก้คำผิด)


เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน

ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน


1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ


2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **

3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)

4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้

5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ

นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **





 
 


โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้


ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว

แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
 


ผมแตกเป็นสองประเด็น
- อันแรกเรื่องตั้งคำถาม มันเป็นสิ่งที่ถูกแบบที่่ท่านว่าครับ
และผมเชื่อว่าท่านตั้งคำถามมาเพราะอยากให้มีคนมาอธิบาย และท่านพร้อมรับฟัง ดังนั้นท่านถือเป็นคนใผ่รู้

ผมเชื่อเสมอว่าเราไปบอกให้ใครเชื่อไม่ได้ และไม่ควรบังคับให้ใครเชื่อ ดีที่สุดคือให้ข่้อมูลไป
แล้วให้ไปคิดวิเคราะห์เอง

แต่ที่เค้าบ่นๆกันคือ ไอพวกที่มาตั้งคำถาม แต่ไม่ฟังคำอธิบาย หรืออธิบายไปแล้ว ก็ไม่เอาไปคิดวิเคราะห์
ในพุทธศาสนาก็คือบัวใต้น้ำ ดังนั้นอธิบายไปไม่ได้อะไร เสียแรงเปล่าๆ อันนี้มันน่าหงุดหงิด

- สองเรื่องของการโครงการ Artemis
ผมคิดว่าเรากำลังเดินทางไปในดินแดนที่ไม่รู้จักอะครับ ถึงมันจะเป็นดาวเดียวกัน
แต่สภาพต่างๆมันอาจจะไม่เหมือนกันเลย ลม พื้นผิว แสง

แถมอันนี้จะเอาคนไปอยู่
ไปเที่ยวดอยธุรกันดาร กับจะไปสร้างบ้านบนนั้น
ไปเที่ยวอาจจะไปรถ 4x4 ธรรมดา เย็นกลับ
ไปสร้างเนี่ย ต้องขนวัสดุไป ต้องเอารถบรรทุกไป อาจจะติดหล่มก้ได้
แต่นี่อีกดาวนึงเลยนะครับ

โครงการมันไม่ใช่ถูกๆ วัตถุประสงค์โครงการต่างกัน
เหมือนโครงการก่อสร้างอะไรสักอย่างอะครับ ทุกโครงการ ถึงอยู่ติดกัน มันต้องทำ Fesibility study ใหม่หมด ไม่แปลกที่เราต้องทดสอบอะไร 1 2 3 ใหม่หมด เพื่อความปลอดภัย ทั้งแง่เงินทุนและชีวิต

 

เอาจริงๆ คำถามมันไม่ได้บังคับให้ใครมาตอบนะคับ ใครว่างใครมีข้อมูล ก็มาอธิบายได้ ใครไม่สะดวกหรือ ไม่พอใจก็แค่ผ่าน ผมว่ามันโคตรเสรีนะ อยากรู้ก็ถาม ไม่อยากคุยก็ไม่ตอบ

ส่วนเรื่องไปดวงจันทร์ มันติดตรงมนุษย์ตัวเป็นๆไปเหยียบจริงไหม หรือไปแค่หุ่นและยาน มันมีแค่นี้
เพราะปัจจุบัน มันมองมุมแย้งได้ เพราะเอาแค่ปัจจุบัน มียานลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ได้กี่ลำ ลงจอดเฉยๆนะ ที่อ่านมาน่าจะแค่ 3 ลำ ล่าสุดน่าจะของจีน แต่ในยุคนั้นมันเอาคนลงจอดและเดินเล่นได้เลย พร้อมทั้ง ขี่ยานกลับโมดูลได้ด้วย ถ้าแค่หุ่นยนต์มันเข้าใจไม่อยาก

ซึ่งก็อยากที่บอกผมรอโครงการล่าสุดเลยที่จะเอาคนไปใหม่

แต่ถว่าจะไปเหยียบจริงต้องรออีกหลายโครงการ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบเอาคน ไปอยู่ในวงโครจรดวงจันทร์อีกยังไม่ลงจอดนะ และต้องรออีกโครงการที่ต้องเอาคนไปสำรวจอีก ผมว่า 10-20 ปี ใกล้ๆนี้ ไม่เห็นแน่นอน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Jan 2015
ตอบ: 5795
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 10:56
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
คุยกันด้วยเหตและผลผมว่าสนุกดีนะหลายๆคนในทู้นั้นเอาหลักฐานต่างๆมาโต้แย้ง


เรื่องรูปภาพต่างๆที่คนออกมาบอกว่าแหกตา
ผมก็ส่งคลิบที่มีคนสรุปภาพที่หลายคนตั้งคำถามลงทู้นั้น ยูสท่าน ไก่จิ๊กโก๊ ยูสนี้ก็เข้าใจ

แต่ไม่ใช่ว่าคุยกันเอาเหตผลมาคุย แล้วดันยกประเด็นอื่นต่างๆนาๆมาเถียงแบบไม่จบไม่สิ้น
อันเนี้ยตลกจริง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2009
ตอบ: 7484
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 10:58
[RE]แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า
คนไม่เชื่อ มีความคิดฝังหัว เอาข้อมูลมาให้เท่าไหร่ เค้าก็ไม่รับฟังหรอกครับ ต้องให้คิดได้ด้วยตัวเอง
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
"idea is the most resilient parasite"
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 679
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 11:10
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
one2013 พิมพ์ว่า:
LoneTrait พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง

คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ

คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป  




ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ

ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป

ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ

งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์

ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก

ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง

ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว

และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี

ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก

ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง

ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน

ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่

คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง

เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร

ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้

(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)

ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน

ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก

มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program

https://pantip.com/topic/41741103


https://pantip.com/topic/41551155

(แก้คำผิด)


เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน

ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน


1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ


2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **

3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)

4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้

5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ

นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **





 
 


โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้


ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว

แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
 


ผมแตกเป็นสองประเด็น
- อันแรกเรื่องตั้งคำถาม มันเป็นสิ่งที่ถูกแบบที่่ท่านว่าครับ
และผมเชื่อว่าท่านตั้งคำถามมาเพราะอยากให้มีคนมาอธิบาย และท่านพร้อมรับฟัง ดังนั้นท่านถือเป็นคนใผ่รู้

ผมเชื่อเสมอว่าเราไปบอกให้ใครเชื่อไม่ได้ และไม่ควรบังคับให้ใครเชื่อ ดีที่สุดคือให้ข่้อมูลไป
แล้วให้ไปคิดวิเคราะห์เอง

แต่ที่เค้าบ่นๆกันคือ ไอพวกที่มาตั้งคำถาม แต่ไม่ฟังคำอธิบาย หรืออธิบายไปแล้ว ก็ไม่เอาไปคิดวิเคราะห์
ในพุทธศาสนาก็คือบัวใต้น้ำ ดังนั้นอธิบายไปไม่ได้อะไร เสียแรงเปล่าๆ อันนี้มันน่าหงุดหงิด

- สองเรื่องของการโครงการ Artemis
ผมคิดว่าเรากำลังเดินทางไปในดินแดนที่ไม่รู้จักอะครับ ถึงมันจะเป็นดาวเดียวกัน
แต่สภาพต่างๆมันอาจจะไม่เหมือนกันเลย ลม พื้นผิว แสง

แถมอันนี้จะเอาคนไปอยู่
ไปเที่ยวดอยธุรกันดาร กับจะไปสร้างบ้านบนนั้น
ไปเที่ยวอาจจะไปรถ 4x4 ธรรมดา เย็นกลับ
ไปสร้างเนี่ย ต้องขนวัสดุไป ต้องเอารถบรรทุกไป อาจจะติดหล่มก้ได้
แต่นี่อีกดาวนึงเลยนะครับ

โครงการมันไม่ใช่ถูกๆ วัตถุประสงค์โครงการต่างกัน
เหมือนโครงการก่อสร้างอะไรสักอย่างอะครับ ทุกโครงการ ถึงอยู่ติดกัน มันต้องทำ Fesibility study ใหม่หมด ไม่แปลกที่เราต้องทดสอบอะไร 1 2 3 ใหม่หมด เพื่อความปลอดภัย ทั้งแง่เงินทุนและชีวิต

 

เอาจริงๆ คำถามมันไม่ได้บังคับให้ใครมาตอบนะคับ ใครว่างใครมีข้อมูล ก็มาอธิบายได้ ใครไม่สะดวกหรือ ไม่พอใจก็แค่ผ่าน ผมว่ามันโคตรเสรีนะ อยากรู้ก็ถาม ไม่อยากคุยก็ไม่ตอบ

ส่วนเรื่องไปดวงจันทร์ มันติดตรงมนุษย์ตัวเป็นๆไปเหยียบจริงไหม หรือไปแค่หุ่นและยาน มันมีแค่นี้
เพราะปัจจุบัน มันมองมุมแย้งได้ เพราะเอาแค่ปัจจุบัน มียานลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ได้กี่ลำ ลงจอดเฉยๆนะ ที่อ่านมาน่าจะแค่ 3 ลำ ล่าสุดน่าจะของจีน แต่ในยุคนั้นมันเอาคนลงจอดและเดินเล่นได้เลย พร้อมทั้ง ขี่ยานกลับโมดูลได้ด้วย ถ้าแค่หุ่นยนต์มันเข้าใจไม่อยาก

ซึ่งก็อยากที่บอกผมรอโครงการล่าสุดเลยที่จะเอาคนไปใหม่

แต่ถว่าจะไปเหยียบจริงต้องรออีกหลายโครงการ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบเอาคน ไปอยู่ในวงโครจรดวงจันทร์อีกยังไม่ลงจอดนะ และต้องรออีกโครงการที่ต้องเอาคนไปสำรวจอีก ผมว่า 10-20 ปี ใกล้ๆนี้ ไม่เห็นแน่นอน  


สมมติมีเพื่อนมาถามท่าน ครั้งแรงพอท่านตอบไป มันก้ไม่สนใจไม่คิดต่อ ยืนยันคำเดิม ดื้อหัวชนฝา
เป็นแบบสองสามรอบ
มันมาถามครั้งหน้าท่านจะตอบไหมครับ

คนส่วนใหญ่ไม่อยากตอบแล้ว

แล้วที่เค้าบ่นๆกันคือคนพวกนี้พบเจออยู่เยอะ
มันทำให้การสนทนาในกลุ่มใหญ่มันไม่เป็นสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนรู้

เพราะมันไม่ได้บังคับคนมาตอบหรอกครับ ใครสะดวกก้ตอบ
แต่ตอบไปแล้ว มีพวกไม่เอาไปใช้ต่อ ก้ไม่มีใครอยากตอบ
สรุปเวลามีใครมาถามอะไร คนรู้เลยไม่ตอบซะเลย
ทำไอคนที่อยากรู้จริงๆพอมาถามก้ไม่มีคนตอบแล้ว

แอบงงว่าท่านมาไฟว์ให้คนพวกนี้ทำไม ทำไมถึงไม่สนับสนุนให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ความรู้มันจะได้ขยายกว้างออกไปได้

PS Plan เอาคนลงอีกรอบน่าจะ 2026 นะครับอีกสองปี
แต่ไม่รู้จะ Delay ไหม
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Dec 2021
ตอบ: 4890
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 11:18
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
one2013 พิมพ์ว่า:
LoneTrait พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง

คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ

คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป  




ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ

ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป

ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ

งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์

ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก

ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง

ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว

และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี

ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก

ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง

ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน

ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่

คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง

เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร

ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้

(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)

ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน

ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก

มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program

https://pantip.com/topic/41741103


https://pantip.com/topic/41551155

(แก้คำผิด)


เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน

ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน


1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ


2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **

3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)

4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้

5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ

นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **





 
 


โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้


ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว

แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
 


ผมแตกเป็นสองประเด็น
- อันแรกเรื่องตั้งคำถาม มันเป็นสิ่งที่ถูกแบบที่่ท่านว่าครับ
และผมเชื่อว่าท่านตั้งคำถามมาเพราะอยากให้มีคนมาอธิบาย และท่านพร้อมรับฟัง ดังนั้นท่านถือเป็นคนใผ่รู้

ผมเชื่อเสมอว่าเราไปบอกให้ใครเชื่อไม่ได้ และไม่ควรบังคับให้ใครเชื่อ ดีที่สุดคือให้ข่้อมูลไป
แล้วให้ไปคิดวิเคราะห์เอง

แต่ที่เค้าบ่นๆกันคือ ไอพวกที่มาตั้งคำถาม แต่ไม่ฟังคำอธิบาย หรืออธิบายไปแล้ว ก็ไม่เอาไปคิดวิเคราะห์
ในพุทธศาสนาก็คือบัวใต้น้ำ ดังนั้นอธิบายไปไม่ได้อะไร เสียแรงเปล่าๆ อันนี้มันน่าหงุดหงิด

- สองเรื่องของการโครงการ Artemis
ผมคิดว่าเรากำลังเดินทางไปในดินแดนที่ไม่รู้จักอะครับ ถึงมันจะเป็นดาวเดียวกัน
แต่สภาพต่างๆมันอาจจะไม่เหมือนกันเลย ลม พื้นผิว แสง

แถมอันนี้จะเอาคนไปอยู่
ไปเที่ยวดอยธุรกันดาร กับจะไปสร้างบ้านบนนั้น
ไปเที่ยวอาจจะไปรถ 4x4 ธรรมดา เย็นกลับ
ไปสร้างเนี่ย ต้องขนวัสดุไป ต้องเอารถบรรทุกไป อาจจะติดหล่มก้ได้
แต่นี่อีกดาวนึงเลยนะครับ

โครงการมันไม่ใช่ถูกๆ วัตถุประสงค์โครงการต่างกัน
เหมือนโครงการก่อสร้างอะไรสักอย่างอะครับ ทุกโครงการ ถึงอยู่ติดกัน มันต้องทำ Fesibility study ใหม่หมด ไม่แปลกที่เราต้องทดสอบอะไร 1 2 3 ใหม่หมด เพื่อความปลอดภัย ทั้งแง่เงินทุนและชีวิต

 

เอาจริงๆ คำถามมันไม่ได้บังคับให้ใครมาตอบนะคับ ใครว่างใครมีข้อมูล ก็มาอธิบายได้ ใครไม่สะดวกหรือ ไม่พอใจก็แค่ผ่าน ผมว่ามันโคตรเสรีนะ อยากรู้ก็ถาม ไม่อยากคุยก็ไม่ตอบ

ส่วนเรื่องไปดวงจันทร์ มันติดตรงมนุษย์ตัวเป็นๆไปเหยียบจริงไหม หรือไปแค่หุ่นและยาน มันมีแค่นี้
เพราะปัจจุบัน มันมองมุมแย้งได้ เพราะเอาแค่ปัจจุบัน มียานลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ได้กี่ลำ ลงจอดเฉยๆนะ ที่อ่านมาน่าจะแค่ 3 ลำ ล่าสุดน่าจะของจีน แต่ในยุคนั้นมันเอาคนลงจอดและเดินเล่นได้เลย พร้อมทั้ง ขี่ยานกลับโมดูลได้ด้วย ถ้าแค่หุ่นยนต์มันเข้าใจไม่อยาก

ซึ่งก็อยากที่บอกผมรอโครงการล่าสุดเลยที่จะเอาคนไปใหม่

แต่ถว่าจะไปเหยียบจริงต้องรออีกหลายโครงการ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบเอาคน ไปอยู่ในวงโครจรดวงจันทร์อีกยังไม่ลงจอดนะ และต้องรออีกโครงการที่ต้องเอาคนไปสำรวจอีก ผมว่า 10-20 ปี ใกล้ๆนี้ ไม่เห็นแน่นอน  


กลายเป็นว่า นีล อาร์มสตรอง กับ บัซ อัลดริล กลายเป็นโรบอทไปแล้วหรอครับ แล้วถ้ามีคนมาเคลียร์ประเด็นนี้จบ จะมีอะไรต่ออะครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Oct 2010
ตอบ: 1680
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 11:24
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
one2013 พิมพ์ว่า:
LoneTrait พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง

คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ

คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป  




ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ

ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป

ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ

งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์

ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก

ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง

ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว

และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี

ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก

ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง

ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน

ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่

คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง

เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร

ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้

(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)

ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน

ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก

มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program

https://pantip.com/topic/41741103


https://pantip.com/topic/41551155

(แก้คำผิด)


เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน

ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน


1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ


2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **

3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)

4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้

5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ

นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **





 
 


โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้


ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว

แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
 


ผมแตกเป็นสองประเด็น
- อันแรกเรื่องตั้งคำถาม มันเป็นสิ่งที่ถูกแบบที่่ท่านว่าครับ
และผมเชื่อว่าท่านตั้งคำถามมาเพราะอยากให้มีคนมาอธิบาย และท่านพร้อมรับฟัง ดังนั้นท่านถือเป็นคนใผ่รู้

ผมเชื่อเสมอว่าเราไปบอกให้ใครเชื่อไม่ได้ และไม่ควรบังคับให้ใครเชื่อ ดีที่สุดคือให้ข่้อมูลไป
แล้วให้ไปคิดวิเคราะห์เอง

แต่ที่เค้าบ่นๆกันคือ ไอพวกที่มาตั้งคำถาม แต่ไม่ฟังคำอธิบาย หรืออธิบายไปแล้ว ก็ไม่เอาไปคิดวิเคราะห์
ในพุทธศาสนาก็คือบัวใต้น้ำ ดังนั้นอธิบายไปไม่ได้อะไร เสียแรงเปล่าๆ อันนี้มันน่าหงุดหงิด

- สองเรื่องของการโครงการ Artemis
ผมคิดว่าเรากำลังเดินทางไปในดินแดนที่ไม่รู้จักอะครับ ถึงมันจะเป็นดาวเดียวกัน
แต่สภาพต่างๆมันอาจจะไม่เหมือนกันเลย ลม พื้นผิว แสง

แถมอันนี้จะเอาคนไปอยู่
ไปเที่ยวดอยธุรกันดาร กับจะไปสร้างบ้านบนนั้น
ไปเที่ยวอาจจะไปรถ 4x4 ธรรมดา เย็นกลับ
ไปสร้างเนี่ย ต้องขนวัสดุไป ต้องเอารถบรรทุกไป อาจจะติดหล่มก้ได้
แต่นี่อีกดาวนึงเลยนะครับ

โครงการมันไม่ใช่ถูกๆ วัตถุประสงค์โครงการต่างกัน
เหมือนโครงการก่อสร้างอะไรสักอย่างอะครับ ทุกโครงการ ถึงอยู่ติดกัน มันต้องทำ Fesibility study ใหม่หมด ไม่แปลกที่เราต้องทดสอบอะไร 1 2 3 ใหม่หมด เพื่อความปลอดภัย ทั้งแง่เงินทุนและชีวิต

 

เอาจริงๆ คำถามมันไม่ได้บังคับให้ใครมาตอบนะคับ ใครว่างใครมีข้อมูล ก็มาอธิบายได้ ใครไม่สะดวกหรือ ไม่พอใจก็แค่ผ่าน ผมว่ามันโคตรเสรีนะ อยากรู้ก็ถาม ไม่อยากคุยก็ไม่ตอบ

ส่วนเรื่องไปดวงจันทร์ มันติดตรงมนุษย์ตัวเป็นๆไปเหยียบจริงไหม หรือไปแค่หุ่นและยาน มันมีแค่นี้
เพราะปัจจุบัน มันมองมุมแย้งได้ เพราะเอาแค่ปัจจุบัน มียานลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ได้กี่ลำ ลงจอดเฉยๆนะ ที่อ่านมาน่าจะแค่ 3 ลำ ล่าสุดน่าจะของจีน แต่ในยุคนั้นมันเอาคนลงจอดและเดินเล่นได้เลย พร้อมทั้ง ขี่ยานกลับโมดูลได้ด้วย ถ้าแค่หุ่นยนต์มันเข้าใจไม่อยาก

ซึ่งก็อยากที่บอกผมรอโครงการล่าสุดเลยที่จะเอาคนไปใหม่

แต่ถว่าจะไปเหยียบจริงต้องรออีกหลายโครงการ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบเอาคน ไปอยู่ในวงโครจรดวงจันทร์อีกยังไม่ลงจอดนะ และต้องรออีกโครงการที่ต้องเอาคนไปสำรวจอีก ผมว่า 10-20 ปี ใกล้ๆนี้ ไม่เห็นแน่นอน  


ข้อมูลที่ผมหามามี ยานอพอลโล่ทั้งหมด 6 ลำนะครับที่ลงจอดแล้วกลับมา

และมีคนได้ไปเหยียบดวงจันทร์ทั้งหมดแล้ว 12 คน

https://en.wikipedia.org/wiki/Moon_landing

ผมไม่รู้ท่านจะเชื่อข้อมูลจากวิกิไม๊แต่ขอแปะข้อมูลที่ผมอ้างอิงไว้ละกัน


ส่วนไอเรื่องความรู้ผมว่ากรณีเปรียบเทียบง่ายๆก็ ไอเรือสำรวจ TITAN เราไปที่ความลึกระดับนั้นได้ตั้งแต่ไหน

จนทุกวันนี้มีเรือที่ดำลึกกว่านั้นได้ตั้งเท่าไหร่ เรามีความรู้อะไรบ้างสุดท้าย สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดได้ทั้งนั้น

และยิ่งเป็นสเกลระดับชาติแบบไปดวงจันทร์ ส่วนตัวผมว่าไม่แปลกอยู่ดี ที่ทำไมถึงต้องสำรวจก่อนปล่อยคนลง

ไปอีกรอบในที่ที่ไม่ใช่จุดเดิม
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Jan 2015
ตอบ: 5795
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 11:35
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
Leonaldo_TANG_Davinci พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
LoneTrait พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง

คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ

คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป  




ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ

ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป

ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ

งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์

ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก

ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง

ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว

และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี

ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก

ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง

ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน

ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่

คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง

เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร

ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้

(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)

ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน

ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก

มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program

https://pantip.com/topic/41741103


https://pantip.com/topic/41551155

(แก้คำผิด)


เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน

ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน


1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ


2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **

3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)

4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้

5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ

นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **





 
 


โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้


ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว

แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
 


ผมแตกเป็นสองประเด็น
- อันแรกเรื่องตั้งคำถาม มันเป็นสิ่งที่ถูกแบบที่่ท่านว่าครับ
และผมเชื่อว่าท่านตั้งคำถามมาเพราะอยากให้มีคนมาอธิบาย และท่านพร้อมรับฟัง ดังนั้นท่านถือเป็นคนใผ่รู้

ผมเชื่อเสมอว่าเราไปบอกให้ใครเชื่อไม่ได้ และไม่ควรบังคับให้ใครเชื่อ ดีที่สุดคือให้ข่้อมูลไป
แล้วให้ไปคิดวิเคราะห์เอง

แต่ที่เค้าบ่นๆกันคือ ไอพวกที่มาตั้งคำถาม แต่ไม่ฟังคำอธิบาย หรืออธิบายไปแล้ว ก็ไม่เอาไปคิดวิเคราะห์
ในพุทธศาสนาก็คือบัวใต้น้ำ ดังนั้นอธิบายไปไม่ได้อะไร เสียแรงเปล่าๆ อันนี้มันน่าหงุดหงิด

- สองเรื่องของการโครงการ Artemis
ผมคิดว่าเรากำลังเดินทางไปในดินแดนที่ไม่รู้จักอะครับ ถึงมันจะเป็นดาวเดียวกัน
แต่สภาพต่างๆมันอาจจะไม่เหมือนกันเลย ลม พื้นผิว แสง

แถมอันนี้จะเอาคนไปอยู่
ไปเที่ยวดอยธุรกันดาร กับจะไปสร้างบ้านบนนั้น
ไปเที่ยวอาจจะไปรถ 4x4 ธรรมดา เย็นกลับ
ไปสร้างเนี่ย ต้องขนวัสดุไป ต้องเอารถบรรทุกไป อาจจะติดหล่มก้ได้
แต่นี่อีกดาวนึงเลยนะครับ

โครงการมันไม่ใช่ถูกๆ วัตถุประสงค์โครงการต่างกัน
เหมือนโครงการก่อสร้างอะไรสักอย่างอะครับ ทุกโครงการ ถึงอยู่ติดกัน มันต้องทำ Fesibility study ใหม่หมด ไม่แปลกที่เราต้องทดสอบอะไร 1 2 3 ใหม่หมด เพื่อความปลอดภัย ทั้งแง่เงินทุนและชีวิต

 

เอาจริงๆ คำถามมันไม่ได้บังคับให้ใครมาตอบนะคับ ใครว่างใครมีข้อมูล ก็มาอธิบายได้ ใครไม่สะดวกหรือ ไม่พอใจก็แค่ผ่าน ผมว่ามันโคตรเสรีนะ อยากรู้ก็ถาม ไม่อยากคุยก็ไม่ตอบ

ส่วนเรื่องไปดวงจันทร์ มันติดตรงมนุษย์ตัวเป็นๆไปเหยียบจริงไหม หรือไปแค่หุ่นและยาน มันมีแค่นี้
เพราะปัจจุบัน มันมองมุมแย้งได้ เพราะเอาแค่ปัจจุบัน มียานลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ได้กี่ลำ ลงจอดเฉยๆนะ ที่อ่านมาน่าจะแค่ 3 ลำ ล่าสุดน่าจะของจีน แต่ในยุคนั้นมันเอาคนลงจอดและเดินเล่นได้เลย พร้อมทั้ง ขี่ยานกลับโมดูลได้ด้วย ถ้าแค่หุ่นยนต์มันเข้าใจไม่อยาก

ซึ่งก็อยากที่บอกผมรอโครงการล่าสุดเลยที่จะเอาคนไปใหม่

แต่ถว่าจะไปเหยียบจริงต้องรออีกหลายโครงการ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบเอาคน ไปอยู่ในวงโครจรดวงจันทร์อีกยังไม่ลงจอดนะ และต้องรออีกโครงการที่ต้องเอาคนไปสำรวจอีก ผมว่า 10-20 ปี ใกล้ๆนี้ ไม่เห็นแน่นอน  


กลายเป็นว่า นีล อาร์มสตรอง กับ บัซ อัลดริล กลายเป็นโรบอทไปแล้วหรอครับ แล้วถ้ามีคนมาเคลียร์ประเด็นนี้จบ จะมีอะไรต่ออะครับ  



คืองง มาก พอยกประเด็น A ขึ้นมา มีคนเอาข้อมูลมาโต้แย้ง
ตอบแบบกั้กๆ แล้วดันเปิดประเด็น B ขึ้นมา มีคนเอาข้อมูลมาโต้แย้ง
ตอบแบบกั้กๆ อีกแล้วปิดประเด็น C ขึ้นมา มีคนเอาข้อมูลมาโต้แย้ง
ตอบแบบกั้กๆ

วนแบบเนี้ย แล้วพอมามู้นี้ดันมาตอบหล่อๆ ว่า

one2013 พิมพ์ว่า:
หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ
 


ขอยกข้อความของท่าน "LoneTrait" ตอบเป็นข้อความสุดท้ายละกัน

"สมมติมีเพื่อนมาถามท่าน ครั้งแรงพอท่านตอบไป มันก้ไม่สนใจไม่คิดต่อ ยืนยันคำเดิม ดื้อหัวชนฝา
เป็นแบบสองสามรอบ
มันมาถามครั้งหน้าท่านจะตอบไหมครับ

คนส่วนใหญ่ไม่อยากตอบแล้ว

แล้วที่เค้าบ่นๆกันคือคนพวกนี้พบเจออยู่เยอะ
มันทำให้การสนทนาในกลุ่มใหญ่มันไม่เป็นสภาพแวดล้อมที่ดีในการเรียนรู้"

บอกตรงๆเสียเวลาในการดูรูปโป๊มาก
แก้ไขล่าสุดโดย Hooliganzz เมื่อ Fri May 10, 2024 11:42, ทั้งหมด 2 ครั้ง
4
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Sep 2013
ตอบ: 13427
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri May 10, 2024 11:55
[RE: แตกมู้ ดวงจันทร์นาซ่า]
Spoil
Hooliganzz พิมพ์ว่า:
Leonaldo_TANG_Davinci พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
LoneTrait พิมพ์ว่า:
one2013 พิมพ์ว่า:
[
Spoil
quote="Luxology"]
one2013 พิมพ์ว่า:
คนที่ประกาศว่าจะส่งคนไปดวงจันทร์เมื่อ50 ปีก่อน จุดประสงค์ในยุคนั้นคืออะไร ทำไมต้องเหยียบดวงจันทร์ก่อน10ปี
ทำไมยุคก่อน เราเริ่มจาก0 ใช้เวล9 ปี เหยียบดวงจันทร์ได้ สื่อสารไม่ติดขัด ทุกวันนี้เริ่มจาก 100 ต้องรออีกหลายปีกว่าจะไปได้อีก
ทำไมอ้างเรื่อง งบประมานทั้งๆที่เรา ไปมาแล้วตั้งแต่ อะพอลโล1 ถึงอะพอลโล่17 ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน อาจใช้งบน้อยกว่า17 ครั้งรวมกันก็ได้
ทำไมมนุษย์ฝ่ารังษีออกไปได้ ทำไมมนุษย์อยู่ในสภาพอากาศดวงจันทร์ได้ ยานลูก กลับสู่ยานแม่ได้ยังไง ยุคนั้นสื่อสารมาโลกยังไง

คำถามเหล่านี้ ทำไมมองว่าโง่ ทั้งๆที่ เด็กๆ หรือคนยังไม่รู้สามารถสงสัยและตั้งคำถามได้ หรือเข้ามาอ่านเพื่อหาความรู้ได้ หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ

คนที่ยังเข้าใจผิดๆอยู่ ถ้าได้มาอ่านข้อมูลที่เอามาแย้งกัน เขาจะได้วิเคราะห์ได้เอง ได้มุมมองหลายแบบ ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นสังคมที่โต้เเย้งด้วยเหตุผล ถ้าจะเชื่อโคตรง่ายเรื่องนี้ ผมเชื่อได้ง่ายๆเลย แต่ผมชอบสงสัยไว้ก่อน มันมีมุมไหนที่เราคิดเป็นอย่างอื่นได้บ้าง เป็นการฝึกตั้งข้อสังเกต ฝึกวิเคราะห์ ผิดถูกไม่แย่นะ เพราะเรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ผิดก็แค่เราได้ข้อมูลที่ถูกใหม่ แต่ถ้ายังไม่เคลียร์เราก็หาความรู้ต่อไป  




ถ้าคิดให้ลึก ผมว่ามันง่ายมากเลยนะ ง่ายกว่าจะมาสงสัย โดยตั้งแง่ว่าไม่เชื่อด้วยซ้ำ

ถ้าเหตุผลของการไปเมื่อก่อนมันเพียงแค่เอาชนะ เพียงเพื่อเอาคนลงไปเดินแล้วถ่ายรูป

ผมบอกเลยว่าสมัยนี้ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ด้วยการเริ่มจากร้อย แบบที่ท่านคิดนั่นแหล่ะ

งั้นผมถามท่าน เราจะทำแบบเดียวแบบเดิมเมื่อ 50 ปีที่แล้วไปเพื่ออะไร ประโยชน์ของการส่งคนไปถ่ายรูปเพื่อพิสูจน์

ให้คนที่ไม่เชื่อ ด้วยการผลาญงบตั้งเท่าไหร่ ผมว่าไอ้เหุตผลเปลืองตังก็ดูสมเหตุผลดีออก

ผมกลับคิดว่า ก็เพราะ 50 ปีเราเรียนรู้อะไรมามากพอ ที่จะรู้ว่าเราจะศึกษาดวงจันทร์เราไม่จำเป็นต้องส่งคนลง

ไปเดินก็ได้หนิ่ ทุกวันนี้ก็ทำแม็พดวงจันทร์ได้ทั้งดวงแล้ว

และถ้างบตรงนั้นมันสามารถช่วยส่งคนไปดาวอังคารได้มันจะไม่ดีกว่าเหรอ

อ่ะต่อมา ไปรอบหน้าทำไมต้องใช้เวลานานถึงหลายสิบปี

ผมว่าท่านต้องไปดูก่อนนะว่าส่งไปรอบหน้าไปทำอะไร ถ้าแค่ส่งคนลงไปเดิน แล้วถ่ายรูปแล้วบอก

ว่ากุเนี่ย เก่งกว่า รัซเซีย กุเป็นมหาอำนาจ กุมาถ่ายซ้ำให้มึงดุและว่ากุของจริง

ถ้าเมกามันทำอย่างนั้นกับรอบหน้าจริง ผมจะยอมเชื่อว่าแม่มไม่เคยไปมาก่อน

ผมว่าไปดูแพลนรอบหน้าก่อนดีกว่าครับว่าเค้าจะไปทำอะไร วางแพลนอะไรไว้บ้าง ทำไมต้องใช้เวลาไม่ใช่

คิดว่า ที่ไปรอบหน้าแค่จะเอาคนลงเดินไปถ่ายรูปสองรูปแล้วกลับ ยุคนี้ทำไมเราต้องเอาทรัพยากรมนุษย์ไปเสี่ยง

เพียงเพราะเคยทำไปแล้ว ประโยชน์ของการเอาคนลงไปดวงจันทร์ คืออะไร

ถ้าในเมื่อเวลาและงบประมาณตรงนั้น มันเอาคนไปที่ที่ไม่เคยไปได้

(ซึ่งแพลนรอบหน้าก็มีให้อ่านจาก Keyword ของเมนท์ก่อนหน้านี้)

ทุกวันนี้เราส่งคนไป อวกาศ ไปประจำสถานีอวกาศตั้งเท่าไหร่ ดาวเทียม ที่อยู่รอบโลกมันเยอะแค่ไหน

ผมว่านาซ่าแม่มไม่สนใจแล้วว่าคนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แม่มสนใจว่าจะไปตั้ง Colony ดาวอังคารเป็นคนแรก

มากกว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมที่หาได้จาก Pantip ข้อมูล Artemis Program

https://pantip.com/topic/41741103


https://pantip.com/topic/41551155

(แก้คำผิด)


เพิ่มเติมครับมันคันมือ
เอาบทความมาแปะให้ดูเลยละกัน

ทำไมถึงยากกว่าโครงการอะพอลโลมากมายขนาดนั้นมาดูกัน


1. โอไรออน จะเพิ่มขนาดของ crew module บรรจุเป็น 4 คน จากสมัยอะพอลโลแค่3คน แต่จุดสำคัญไม่ใช่ตรงนั้น จุดสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาก โดยสมัยอะพอลโล มีพื้นที่แค่ 6.2 ลูกบาศก์เมตร (คือแทบจะขยับตัวไม่ได้) แต่สำหรับโอไรออนจะเพิ่มเป็น 20 ลูกบาศก์เมตร คือ กว้างกว่ากันมากๆเลยครับ


2. เมื่อขนาดยานโอไรออนมีขนาดใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย เราจึงต้องพัฒนาระบบจรวดขึ้นมาใหม่ เพราะจรวดที่ทรงพลังที่สุดในอดีตอย่าง Saturn 5 ไม่สามารถส่งยานโอไรออนออกไปสู่ วงโคจรระดับสูงได้ เพราะน้ำหนักของภารกิจนี้มากกว่าสมัยอะพอลโลเยอะมากๆ ทางนาซ่าจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชน พัฒนาจรวด SLS ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ

** นอกจากต้องส่งยานโอไรออนแล้ว ในอนาคตยังต้องส่งลูน่าเกตย์เวย์ และ สตาร์ชิป ขึ้นไปด้วย ถ้าจรวดไม่ทรงพลังมากพอ ก็ส่งขึ้นไปไม่ได้ครับ **

3. โครงการ Artemis จะไม่นำตัวลูนาโมดูลไปลงจอดในดวงจันทร์แบบโครงการอะพอลโล แต่...จะเอาไปเชื่อมกับลูนาเกตเวย์ และ สตาร์ชิปที่โคจรรอบดวงจันทร์ (ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะจำลองการขึ้นและลงจอดดาวอังคาร เนื่องจากตัวลูนาโมดูล ไม่มีแรงขับเคลื่อนมากพอที่จะหนีแรงโน้มถ่วงดาวอังคารได้)

4. การลงจอด ในโครงการอะพอลโล จะลงจอดด้านที่หันหน้าเข้าหาโลก เพื่อใช้ติดต่อสื่อสาร และง่ายต่อการลงจอด แต่...โครงการArtemis จะลงจอดที่ขั้วใต้ดวงจันทร์ ตรงบริเวณรอยต่อด้านมืดและด้านสว่าง ที่สำรวจพบน้ำแข็ง และจะตั้งอาณานิคม+เจาะสำรวจที่บริเวณนี้

5. การจะส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร นักบินอวกาศจะต้องใช้ชีวิตในการเดินทางประมาณ 1-2 ปี ดังนั้นตัวยานอวกาศจะต้องปกป้องตัวนักบินจากรังสีต่างๆได้ ตัว crew module จึงต้องทำมาจากวัสดุที่มีอนุภาคน้อย แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา ตัวยานจึงต้องสร้างมาจากวัสดุพิเศษ

นี่แหละครับ คือความยากมายมายมหาศาลในจุดใหญ่ๆ ของโครงการ Artemis คือ ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การสำรวจดวงจันทร์อีกแล้ว แต่เป็นการตั้งอาณานิคม การขุดเจาะน้ำแข็งบนดวงจันทร์ และ การก้าวไปสู่การส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร **





 
 


โครงการ อะทีมีส มีเป้าหมายระยะยาว แผนคือ 1-11 เลย ซึ่ง 1-3 แค่การพิสูจน์ว่าเราไปได้และกลับมาได้ และการไปก่อตั้งอนานิคม โดดยไร้การช่วยเหลือจากโลก
อะทีมีส1 ทดสอบยานเปล่าเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส2 ส่งคนไปกับยานเข้าสู่ วงโครจร ดวงจันทร์
อะทีมีส3 ส่งคนเป็นผู้หญิงคนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ขั้วใต้


ยังไม่ต้องถึงอะทีมีส11 ผมรอดูแค่ อะทีมีส3 ก็พอ ซึ่งตอนนี้เอาแค่เรื่องยานลงจอด ก็โคตรยากแล้ว เลื่อนแล้วเลื่อนีก
ผมไม่แน่ใจนะว่าหลังจาก อะพอลโล่11 แล้ว ต่อมา อะพอลโล่ 12-17 ยังต้องทำการ ทดสอบ 123 ก่อนไปลงจอดดวงจันทร์อีกหรือป่าว

แล้วทำไมการจะไปครั้งนี้ของนาซ่า ต้องทำการทดสอบ 123 ลูปเดิมก่อน อะพอลโล่ 11 ลงจอดดวงจันทร์อีก จริงๆมันควรไป อะทีมีส4 ก่อนได้เลยไหม ที่คนไปกับยานในวงโครจรดวงจันทร์ พร้อมโมดูลที่อยู่อาศัยเลย ในเมื่ออะพอโล15 ยังขนรถขนเครื่องมือไปได้แล้ว
 


ผมแตกเป็นสองประเด็น
- อันแรกเรื่องตั้งคำถาม มันเป็นสิ่งที่ถูกแบบที่่ท่านว่าครับ
และผมเชื่อว่าท่านตั้งคำถามมาเพราะอยากให้มีคนมาอธิบาย และท่านพร้อมรับฟัง ดังนั้นท่านถือเป็นคนใผ่รู้

ผมเชื่อเสมอว่าเราไปบอกให้ใครเชื่อไม่ได้ และไม่ควรบังคับให้ใครเชื่อ ดีที่สุดคือให้ข่้อมูลไป
แล้วให้ไปคิดวิเคราะห์เอง

แต่ที่เค้าบ่นๆกันคือ ไอพวกที่มาตั้งคำถาม แต่ไม่ฟังคำอธิบาย หรืออธิบายไปแล้ว ก็ไม่เอาไปคิดวิเคราะห์
ในพุทธศาสนาก็คือบัวใต้น้ำ ดังนั้นอธิบายไปไม่ได้อะไร เสียแรงเปล่าๆ อันนี้มันน่าหงุดหงิด

- สองเรื่องของการโครงการ Artemis
ผมคิดว่าเรากำลังเดินทางไปในดินแดนที่ไม่รู้จักอะครับ ถึงมันจะเป็นดาวเดียวกัน
แต่สภาพต่างๆมันอาจจะไม่เหมือนกันเลย ลม พื้นผิว แสง

แถมอันนี้จะเอาคนไปอยู่
ไปเที่ยวดอยธุรกันดาร กับจะไปสร้างบ้านบนนั้น
ไปเที่ยวอาจจะไปรถ 4x4 ธรรมดา เย็นกลับ
ไปสร้างเนี่ย ต้องขนวัสดุไป ต้องเอารถบรรทุกไป อาจจะติดหล่มก้ได้
แต่นี่อีกดาวนึงเลยนะครับ

โครงการมันไม่ใช่ถูกๆ วัตถุประสงค์โครงการต่างกัน
เหมือนโครงการก่อสร้างอะไรสักอย่างอะครับ ทุกโครงการ ถึงอยู่ติดกัน มันต้องทำ Fesibility study ใหม่หมด ไม่แปลกที่เราต้องทดสอบอะไร 1 2 3 ใหม่หมด เพื่อความปลอดภัย ทั้งแง่เงินทุนและชีวิต

 

เอาจริงๆ คำถามมันไม่ได้บังคับให้ใครมาตอบนะคับ ใครว่างใครมีข้อมูล ก็มาอธิบายได้ ใครไม่สะดวกหรือ ไม่พอใจก็แค่ผ่าน ผมว่ามันโคตรเสรีนะ อยากรู้ก็ถาม ไม่อยากคุยก็ไม่ตอบ

ส่วนเรื่องไปดวงจันทร์ มันติดตรงมนุษย์ตัวเป็นๆไปเหยียบจริงไหม หรือไปแค่หุ่นและยาน มันมีแค่นี้
เพราะปัจจุบัน มันมองมุมแย้งได้ เพราะเอาแค่ปัจจุบัน มียานลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ได้กี่ลำ ลงจอดเฉยๆนะ ที่อ่านมาน่าจะแค่ 3 ลำ ล่าสุดน่าจะของจีน แต่ในยุคนั้นมันเอาคนลงจอดและเดินเล่นได้เลย พร้อมทั้ง ขี่ยานกลับโมดูลได้ด้วย ถ้าแค่หุ่นยนต์มันเข้าใจไม่อยาก

ซึ่งก็อยากที่บอกผมรอโครงการล่าสุดเลยที่จะเอาคนไปใหม่

แต่ถว่าจะไปเหยียบจริงต้องรออีกหลายโครงการ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบเอาคน ไปอยู่ในวงโครจรดวงจันทร์อีกยังไม่ลงจอดนะ และต้องรออีกโครงการที่ต้องเอาคนไปสำรวจอีก ผมว่า 10-20 ปี ใกล้ๆนี้ ไม่เห็นแน่นอน  


กลายเป็นว่า นีล อาร์มสตรอง กับ บัซ อัลดริล กลายเป็นโรบอทไปแล้วหรอครับ แล้วถ้ามีคนมาเคลียร์ประเด็นนี้จบ จะมีอะไรต่ออะครับ  



คืองง มาก พอยกประเด็น A ขึ้นมา มีคนเอาข้อมูลมาโต้แย้ง
ตอบแบบกั้กๆ แล้วดันเปิดประเด็น B ขึ้นมา มีคนเอาข้อมูลมาโต้แย้ง
ตอบแบบกั้กๆ อีกแล้วปิดประเด็น C ขึ้นมา มีคนเอาข้อมูลมาโต้แย้ง
ตอบแบบกั้กๆ

วนแบบเนี้ย แล้วพอมามู้นี้ดันมาตอบหล่อๆ ว่า

one2013 พิมพ์ว่า:
หรือนิสัยคนไทยมันชินกับ ถ้ามีเพื่อนชอบตั้งคำถามและยกมือถามครู มันชอบหัวเราะและแซวเพื่อนว่าโง่ ทั้งๆที่เขาไม่รู้และอยากได้คำตอบมากกว่าการแซะโง่ๆ
 

 
 


เพราะมันมันมีข้อสงสัยไงคับ ว่ามนุษย์ไปจริงไหม และชาติคู่แข่ง หรือประชากร อเมริกาไม่สงสัยนะ เขาก็สงสัยแต่ข้อมูลต่างๆเราหาไม่ได้หรอกมันถูกกรองหมดแล้ว แค่ยูทูป กับกูเกิ้ล ทุกวันนี้ตรวจด้วย ai อีก โดนเซ็นเซอร์หมดละ คุณลองใช้เสริจเอนจิ้นของรัสเซีย หรือ ไบตู้ของจีนค้นดู มันอาจคนละโลกกับที่คุณคิดก็ได้ ท้ายสุดคุณอาจบอก ข้อมูลจีนรัสเซีย มันหลอกเราก็ได้ใช่ไหมละ ที่คุณไม่สงสัยเพราะบอกว่ามันมีหลักฐาน ที่ดาวเทียมถ่ายมาเป็นภาพซากยาน กับโมดูลยาน กับหิน แค่นั้นเอง มันไม่มีอะไรที่เราตอบได้100% ว่าคนไปเหยียบจริง มันก็แค่มีหุ่นยนต์กับยานนะ อาจต้องรอ อะทีมีส3 เลย ที่จะได้เห็นจริงๆว่าคนไปได้จริงไหม


ที่บอกคู่แข่งไม่จับผิด ผมว่าทำไมจะไม่จับผิด แต่ข้อมูลเราหาไม่เจอหรอก ทุกวันนี้นึกว่าเป็นประชากรอเมริกาแล้ว เฟสบุค กูเกิ้ล ยูทูป ของเมกาหมด ล่าสุดเห็นบอกเมกา จะแบนtiktok แค่นี้ยังแบนอ่ะดิดดูสิ

ข่าวบางส่วน จริงๆอาจเยอะกว่านี้ แต่อ่านไม่ออกจากแหล่งอื่น
https://pantip.com/topic/33811640

อีกอย่าง หินดวงจันทร์ ที่ไทยได้จากนาซ่า หายไป คุณคิดว่าเราทำของสำคัญหายได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยเหรอ

แก้ไขล่าสุดโดย one2013 เมื่อ Fri May 10, 2024 12:02, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel