[RE: เกิดอะไรกับ F.Torres]
ผมอ่านบทความในเฟส ของ main stand
นิสัยด้านดีที่เป็นจุดแข็งของ ตอร์เรส ทำให้เขาประสบความสำเร็จกับ แอตฯ มาดริด และ ลิเวอร์พูล เพราะสถานการณ์ และ โครงสร้างของทั้ง 2 ทีมที่กล่าวมานั้นมีลักษณะที่คล้ายๆ กัน นั่นคือเป็นทีมที่มีความสำเร็จไม่มาก (ในยุคที่ ตอร์เรส เล่นให้ทั้งสองทีม) แต่มีศักดิ์ศรี, มีประวัติศาสตร์ และมีความสัมพันธ์ภายในแบบเป็นครอบครัวสูงมาก
ทุกคนที่แอตฯ มาดริด ไว้ใจในตัว ตอร์เรส เป็นอย่างมาก โค้ชทีมเยาวชนที่ชื่อว่า อันเดรียส เพราเลส บอกว่า ตอร์เรส เป็นเด็กหนุ่มที่มหัศจรรย์ เป็นศูนย์กลางของทีม และมีจิตใจดีมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นพวกใจเสาะและยอมแพ้ปัญหาง่ายๆ บ่อยครั้งที่เขาจะบ่นเพื่อนร่วมทีมบ้างที่ไม่ยอมผ่านบอลให้ แต่สุดท้ายแล้วเพื่อนๆ จะเชื่อในคุณภาพของเขาและผ่านบอลให้ในช่วงเวลาที่ทีมต้องการประตูมากทื่สุดอยู่ดี
จุดนี้มันทำให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า "happy work place" คือเมื่อบรรยากาศรอบตัวในงานทำงานดี สิ่งที่นักเตะแสดงออกมาคือการเล่นแบบไร้ความกดดัน ยิ่งสำหรับคนอย่างตอร์เรสนั้นความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อเขาได้รับการไว้วางใจเขาจะรีดศักยภาพของตัวเองออกมาได้ดี ดังนั้นการทำงานสไตล์ครอบครัวแบบ แอตฯ มาดริด จึงเหมาะสมกับเขาและทำให้เขาแจ้งเกิดได้อย่างแท้จริง
ครั้นตอนย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ก็ไม่ต่างกันนัก แม้จะต้องย้ายออกจากบ้านเกิดหนแรก แต่ ลิเวอร์พูล ในยุคของ ราฟา เบนิเตซ นั้นมีนักเตะสเปน (หรือพูดภาษาสเปน )เป็น 1 ในแกนหลักและส่วนสำคัญของทีมนำโดย เปเป้ เรน่า, อัลบาโร่ อาร์เบลัว, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ แม้แต่ตัวเบนิเตซเองก็เป็นสแปนิชคนบ้านเดียวกัน ทำให้ ตอร์เรส เข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ตอร์เรส ยังมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัวและบวกกับการมาอยู่ในที่ที่แปลกใหม่เขาจึงไม่ใช่คนที่ช่างเจรจาอะไรมากนัก แต่ว่าด้วย "บรรยากาศรอบตัว" ที่ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างกลืนเป็นเนื้อเดียวกันได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่กลุ่มผู้เล่นสเปน สนิทกับ กลุ่มผู้เล่นซีเนียร์ของทีมอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ทำให้ปัญหาเรื่องการปรับตัวแทบไม่เกิดขึ้นเลย
จากสิ่งที่ ตอร์เรส พยายามอธิบายถึงช่วงเวลากับ ลิเวอร์พูล มันแสดงให้เห็นบรรยากาศในทีมยังคงเป็นเหมือนครอบครัวสำหรับเขา แม้จะลดลงไปไม่เท่าตอนที่เขาอยู่ แอตฯ มาดริด แต่ที่ ลิเวอร์พูล มอบให้เขาทดแทนคือคุณภาพผู้เล่นที่อยู่รอบตัวเขาที่เหนือดีกว่า และที่สำคัญคือการยอมรับในฝีเท้าของกันและกัน ทุกคนรู้หน้าที่และช่วยกันเล่น โดยปล่อยให้ จอร์ราร์ด กับ ตอร์เรส รับหน้าที่เกมบุกและรับบทบาทพระเอกและพระรองสลับกันไป ทุกอย่างก็ออกมาเพอร์เฟ็กต์ตอร์เรส ยิงไป 33 ประตู ขณะที่ เจอร์ราร์ด ยิงไป 21 ประตู
"ผมบอกไม่ได้นะ ว่าเราสองคนสนิทกันมากขนาดไหน เพราะว่าตอเรสเป็นคนที่เงียบๆ แต่เขาไม่โดดเดี่ยวนะ เขาสนิทกับ เรน่า, อลอนโซ่ และ อาร์เบลัว ที่เป็นคนสเปน และก็ยังสนิทกับ มาสเคเราโน่ ที่พูดสเปนได้ด้วย แต่สำหรับผมกับเขา เรานับถือต่อกัน เราทำงานร่วมกัน ตอร์เรสรู้ว่า ถ้าเขาวิ่งนำทางได้ดี ผมจะสามารถส่งบอลเหนือๆให้เขาได้ เขาก็ช่วยให้ผมเป็นผู้เล่นที่ดีขึ้นด้วยนะ" เจอร์ราร์ด ที่เป็น ดูโอของ ตอร์เรส ว่าถึงการปรับตัวของคู่หูในแนวรุกของที่ดีที่สุดของเขา
เหนือสิ่งอื่นใดคือบรรยากาศและความรักที่ได้จากแฟนบอลที่ แอตฯ มาดริด เราคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกคนอบอุ่นกับเขาขนาดไหนเพราะเป็นเหมือนกับบ้านของเขา แต่ที่ ลิเวอร์พูล นั้นการแสดงออกของแฟนบอลที่มีต่อ ตอร์เรส นั้นสามารถบอกได้ลึกไปอีกขั้นว่าแท้จริงและพวกเขาไม่ได้เกลียด ตอร์เรส เหมือนตอนที่สื่อพยายามจะขยี้ในช่วงเวลาที่เขาย้ายไป เชลซี จนถูกเรียกว่า "จูดาส" ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปความแค้นก็ตลกผลึกกลับกลายมาเป็นความรักอยู่ดี ตอร์เรส คือ 1 ในนักเตะที่ เดอะ ค็อป ชื่นชอบเสมอ
เมื่อจุดแข็งด้านอารมณ์ของตอร์เรสคือการเป็นเห็นออกเห็นใจคนรอบข้าง, เป็นศิลปิน, ใช้ชีวิตเรียบง่าย, ฉลาด, สุภาพ และรักเสียงดนตรี ทำให้เขาใช้ชีวิตได้ง่ายดายแต่มีประสิทธิภาพและส่งผลถึงผลงานในสนามมาตลอดจึงทำให้เขายังไม่เห็นจุดอ่อนที่เป็นนิสัยของตัวเอง นิสัยที่เป็นจุดอ่อนโดยธรรมชาติของ ตอร์เรส นั้นคือสิ่งตรงกันข้ามนั่นคือ เป็นคนขี้กลัวและวิตกกังวล, ไว้ใจคนง่าย และ เป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหวชอบหนีความเป็นจริง และเขาจะได้เห็นมันที่ เชลซี
บรรยากาศทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดที่ เชลซี ซื้อ ตอร์เรส มาด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ แพงที่สุดในเกาะอังกฤษเวลานั้น และตอนนี้เขาจะได้เจอความกดดันในแบบที่ไม่เคยเจอ และเมื่อบวกกับนิสัยของคนที่เป็นคนขี้กังวล และขี้กลัวนั้น แน่นอนว่ามันจะต้องส่งผลกับการปรับตัวอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เชลซี ในฤดูกาล 2010-11 ยังไม่มีนักเตะ สเปน เลย นักเตะที่ ตอร์เรส พอจะใช้คำว่าสนิทสนมได้มีแค่คนเดียวคือ ดาวิด ลุยซ์ ที่ย้ายมาร่วมทีมไล่หลังในอีกไม่กี่วัน เรื่องนี้มันจึงยากสำหรับเขาเข้าไปใหญ่
เชลซี หวังจะให้ ตอร์เรส เข้ามายิงประตูและพาทีมคว้าแชมป์ 2 สมัยติดต่อกันให้ได้ พวกเขามอง ตอร์เรส เป็นการแก้ปัญหาแบบเร่งด่วน พวกเขาพลาดชัยชนะมาถึง 10 เกมจากเกมพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 23 นัด ตอร์เรส ไม่มีเวลามาพิรี้พิไรในการปรับตัวเลยเพราะดันย้ายเข้ามาช่วงกลางฤดูกาลพอดี แต่ความจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะมันเหมือนกับละครที่เขียนบทมาให้พระเอกอย่างเขาต้องพิสูจน์ตัวเอง เพราะนัดแรกที่เขาได้ลงสนามให้ เชลซี คือเกมที่จะต้องเปิดบ้านพบกับ ลิเวอร์พูล ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ... ผลออกมาคือ เชลซี แพ้คาบ้าน แทบไม่ต้องเดาเลยว่า ตอร์เรส จะต้องเจอกับการแซวที่หนักหน่วงขนาดไหน เรื่องพวกนี้สื่อจากอังกฤษถนัดอยู่แล้ว
ประเด็นที่ว่า ตอร์เรส ทำไมจึงเล่นไม่เหมือนเดิมถูกเอามาหยิบยกเล่าในรายการฟุตบอลมากมาย กลุ่มกูรูในโทรทัศน์แยกกันวิจารณ์ไปในทิศทางต่างๆ บ้างก็ว่าเขาเจ็บจนหมดสภาพ บ้างก็ว่าเขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่ เดอะ บริดจ์ เพราะที่นี่เขาไม่ได้บทบาทสำคัญเหมือนกับตอนที่เล่นให้ ลิเวอร์พูล และ แอตฯ มาดริด เหตุผลมาจากกลุ่มซีเนียร์ในทีม เชลซี นั้นจัดเป็นกลุ่มก้อนที่แข็งแกร่งและมีอิทธิพลมาก จอห์น เทอร์รี่, แฟรงค์ แลมพาร์ด และ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา คือกลุ่ม 3 เซียนที่เป็นนักเตะประเภทห้ามแตะต้องของแฟนๆ เชลซี ไม่ว่าในช่วงเวลานั้นเชลซีจะเปลี่ยนโค้ชถึง 4 คนทั้ง คาร์โล อันเชล็อตติ, อังเดร วิลลาส โบอาส, โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ และ โชเซ่ มูรินโญ่ มันก็ยังเป็นเช่นนั้นไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่ง ตอร์เรส เองไม่ได้มีความสนิทชิดเชื้อและสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้เล่นเหล่านี้เลยหากเทียบกับเพื่อนเก่าของเขาที่สโมสรเดิม
มันเป็นไปอย่างที่ เจอร์ราร์ด ว่าไว้ที่ว่า ตอร์เรส เป็นคนเงียบๆ ถ้าอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่สนิท มันพอจะคาดเดาได้ว่าเขาวางตัวอย่างไรที่ เชลซี นอกจากนี้ระบบการเล่นเองก็มีส่วนเพราะ เชลซี มักจะเล่นระบบกองหน้าตัวเดียวและการที่ ตอร์เรส ไปแย่งตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าของ ดร็อกบา นั้นมันยิ่งกดดันเขาไปอีกหลายเท่า เพราะเมื่อไรก็ตามที่เขาเล่นได้ไม่ดีหรือไม่มีประตู ทุกคนจะเริ่มเปรียบเทียบและบอกว่า ดร็อกบา คือผู้เล่นที่ดีกว่า ส่วน ตอร์เรส นั้นก็ตกเป็นจำเลยในฐานะผู้เล่น โอเวอร์เรต (ถูกตีค่าให้เก่งเกินความเป็นจริง) แม้ว่าช่วงเวลากับ เชลซี ตอร์เรส จะได้แชมป์มาครองถึง 3 รายการก็ตาม (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูโรปา ลีก, เอฟเอ คัพ)
ผมตัดๆมาแค่บางส่วน ลองไปอ่านเต็มๆได้เลยครับ
https://www.mainstand.co.th/catalog/3-Stories/831-%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2+%3A+%27%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%AA%27+%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88+%E2%80%9C%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E2%80%9D?fbclid=IwAR3OtNLYTHUvtR65azoSyACJC2W_X8zdpQc_qEEwfNK6cZS7X1geR0bp41g