ไปหน้าที่ 1, 2, 3 ... 22, 23, 24 ... 33, 34, 35
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Dec 23, 2016 21:09
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]



Spoil

^^^^^^^^^^^^ ผักชีไทย สรรพคุณมากมาย ^^^^^^^^^^^

:ผักชีไทย สรรพคุณมากมาย





ผักชีไทย...สรรพคุณมาก.....แต่โรคไตให้โยนิโสก่อนนะ

การรับประทานผักชีควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม หากรับประทานมากจนเกินไปอาจจะทำให้มีกลิ่นตัวแรง มีอาการตาลาย ลืมง่ายได้
และส่วนตัว คิดว่าไม่สามารถช่วยในกรณีไตวายได้นะคะ เพราะมีเกลือโปตัสเซี่ยมสูง อันตรายต่อไตค่ะ ลองดูว่ามีอะไรบ้างในสารอาหาร

คุณค่าทางโภชนาการของผักชีสดต่อ 100 กรัม พลังงาน 23 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 3.67 กรัม
น้ำตาล 0.87 กรัม
เส้นใย 2.8 กรัม
ไขมัน 0.52 กรัม
โปรตีน 2.13 กรัม
น้ำ 92.21 กรัม
วิตามินเอ 337 ไมโครกรัม (42%)
เบต้าแคโรทีน 3,930 ไมโครกรัม (36%)
ลูทีน และ ซีแซนทีน 865 ไมโครกรัม
วิตามินบี1 0.067 มิลลิกรัม 6%
วิตามินบี2 0.162 มิลลิกรัม 14%
วิตามินบี3 1.114 มิลลิกรัม 7%
วิตามินบี5 0.57 มิลลิกรัม 11%
วิตามินบี6 0.149 มิลลิกรัม 11%
วิตามินบี9 62 ไมโครกรัม 16%
วิตามินบี12 0 ไมโครกรัม 0%
วิตามินซี 27 มิลลิกรัม 33%
วิตามินอี 2.5 มิลลิกรัม 17%
วิตามินเค 310 ไมโครกรัม 295%
ธาตุแคลเซียม 67 มิลลิกรัม 7%
ธาตุเหล็ก 1.77 มิลลิกรัม 14%
ธาตุแมกนีเซียม 26 มิลลิกรัม 7%
ธาตุแมงกานีส 0.426 มิลลิกรัม 20%
ธาตุฟอสฟอรัส 48 มิลลิกรัม 7%
ธาตุโพแทสเซียม 521 มิลลิกรัม 11%
ธาตุโซเดียม 46 มิลลิกรัม 3%
ธาตุสังกะสี 0.5 มิลลิกรัม 5%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

ประโยชน์ของผักชี

ผักชีช่วยบำรุงและรักษาสายตา

ช่วยให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดเป็นผงรับประทาน หรือนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ผล,ใบ)

ประโยชน์ของผักชี ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ใบ)

ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ (ใบ)

ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (ใบ)

ช่วยกระตุ้นการทำงานของเลือดพลาสมาและกล้ามเนื้อ (ใบ)

ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง (ใบ)

ช่วยขับเหงื่อ ด้วยการใช้ต้นสดประมาณ 60 กรัมนำไปต้มกับน้ำดื่ม หรือจะคั้นเอาเฉพาะน้ำมาดื่มแก้อาการก็ได้ (ทั้งต้น)

ใช้เป็นน้ำกระสายยา ช่วยกระทุ้งพิษไข้หัว ไข้อีดำอีแดง(ราก)

ประโยชน์ของผักชี ช่วยแก้อาการหวัด (ใบ)

ช่วยแก้ไอ (ใบ)

ช่วยละลายเสมหะ ด้วยการใช้ต้นสดประมาณ 60 กรัมนำไปต้มกับน้ำดื่ม หรือจะคั้นเอาเฉพาะน้ำมาดื่มแก้อาการก็ได้ (ทั้งต้น)

ผักชี ประโยชน์ช่วยแก้อาการสะอึก (ใบ)

ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน (ใบ)

ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ (ใบ)

ประโยชน์ของผักชีไทย แก้อาการอาหารเป็นพิษ (ใบ)

ใช้แก้อาการปวดฟัน เจ็บปาก ด้วยการใช้ผลนำมาต้มน้ำ แล้วนำมาอมบ้วนปากบ่อยๆ (ผล)

ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร ด้วยการใช้ผลแห้งนำมาบดเป็นผงรับประทาน หรือนำมาต้มกับน้ำดื่ม (ผล)

ผลแก่ใช้เป็นเครื่องเทศ มีกลิ่นหอมเมื่อใช้ผสมกับตัวยาอื่น จะช่วยกระตุ้นต่อมในกระเพาะอาหารและลำไส้ เพิ่มน้ำดีให้มากขึ้น (ผลแก่)

สรรพคุณของผักชี ช่วยรักษาอาการปวดท้อง (ผล)

ช่วยแก้อาการบิด ถ่ายเป็นเลือด ด้วยการใช้ผลประมาณ 1 ถ้วยชา นำมาตำผสมกับน้ำตาลทราย แล้วนำมาผสมน้ำดื่ม (ผล)

ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ด้วยการใช้ผลประมาณ 2 ช้อนชานำมาต้มกับน้ำดื่ม (ผล)

ช่วยย่อยอาหาร (ผล,ใบ)

ผักชี สรรพคุณช่วยขับลมในกระเพาะ (ใบ)

ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร มีเลือดออก ด้วยการใช้ผลสดนำมาบดให้แตกผสมกับเหล้าดื่มวันละ 5 ครั้ง หรือจะใช้ต้นสดประมาณ 120 กรัม นำมาใส่นม 2 แก้วผสมน้ำตาลดื่ม (ผล,ต้นสด)

ช่วยแก้พิษตานซาง ช่วยแก้ตับอักเสบ (ใบ)

สรรพคุณผักชี ช่วยขับลมพิษ (ใบ)

ช่วยแก้โรคหัด ใช้รักษาเหือดหิด อีสุกอีใส (ราก)

สรรพคุณผักชี ช่วยต่อต้านเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และไข่ของแมลง (ใบ)

ช่วยแก้เด็กเป็นผื่นแดง ไฟลามทุ่ง ด้วยการใช้ต้นสด นำมาหั่นเป็นฝอยๆ ใส่ลงไปในเหล้าแล้วต้มให้เดือด นำมาใช้ทา (ต้นสด)

ช่วยให้ผื่นหัดออกเร็วขึ้น โดยใช้ต้นสดนำมาหั่นเป็นฝอยๆ ใส่ลงไปในเหล้า ต้มให้เดือด นำมาใช้ทา (ต้นสด)

ช่วยลดอาการปวดบวมตามข้อ (ใบ)

ใบนำมารับประทานเป็นผักแนมรับประทานกับอาหารอื่น หรือนำมาใช้ปรับแต่งหน้าอาหาร ประโยชน์ผักชี ช่วยถนอมอาหาร (ใบ) ช่วยดับกลิ่นเนื้อและกลิ่นคาวต่างๆ (ผล)

อ้างอิงจาก:
ปณิตา (ทางแพทย์สายพุทธ)
แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์ www.rspg.or.th, เว็บไซต์www.samunpri.com, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี,http://www.greenerald.com/  
 



2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Dec 24, 2016 01:22
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
https://www.google.co.th/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C+soccersuck.com&oq=%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C+soccersuck.com+&aqs=chrome..69i57.27047j0j4&sourceid=chrome&ie=UTF-8

http://www.soccersuck.com/boards/topicstore/1127677

2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Dec 24, 2016 01:29
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
ถามชื่อ และ ไอจี นักร้องหญิง 3 คน ในคลิป ในทู้นี้ (โดยเฉพาะคนชุดดำ)
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1428633


^^^^^^^^^^^^ เอาละ 7 อันดับ“เส้น”ที่กินแล้วอ้วน ภาค 1 ^^^^^^^^^^^
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1303218



บร๊ะ........10 เทคนิค MS Word สุดคูล..ไม่ดูไม่ได้แล้ว!!!+++
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1265705



เทคนิคคู่ครัวทอดไข่ดาวให้ดูฟองโตชวนน่ากิน
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1241241



อัยยะ หน่อไม้ฝรั่ง ผักมหัศจรรย์ มากคุณประโยชน์เลยนะ
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1182652




บรอกโคลี หรือ กะหล่ำดอกอิตาลี ผักดีมีประโยชน์...ภาค1
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1181357



( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต
http://www.soccersuck.com/boards/topic/925252




ฉลอง 4 เรื้อน พระตรีมูรติ ที่พึ่งในศรัทธาแห่งความรัก
http://www.soccersuck.com/boards/topic/907874




สรรพคุณ "น้ำมันหมู" ของดีที่เรากำลังหลงลืม
http://www.soccersuck.com/boards/topic/907798





วันนี้ลองทำไข่เจียว แล้วค้นพบว่า อร่อย ฮ่าๆๆ ใครมีสูตรไข่เจียวอร่อยๆ บ้างอะ
http://www.soccersuck.com/boards/topic/907793











2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Dec 24, 2016 11:53
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]





Spoil

.........................


“บร็อคโคลี่” ผักดีมีประโยชน์....นะจ๊ะ





สารพัดประโยชน์ ในบร็อคโคลี่ ผักดี ๆ ที่หาทานได้ไม่ยาก บร็อคโคลี่ ชื่อภาษาอังกฤษ Broccoli หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Brassica oleracea var. italica จัดอยู่ในตระกูล Cruciferae ซึ่งมีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ในทางตอนใต้ของยุโรป แถว ๆ ประเทศอิตาลี และภายหลังได้มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย โดยแหล่งที่ปลูกบร็อคโคลี่มากที่สุดในบ้านเราก็คือ จังหวัดเพชรบูรณ์ กาญจนบุรี และกรุงเทพ




ต้นบร็อคโคลี่ มีลักษณะเป็นทรงพุ่มใหญ่เก้งก้าง ลำต้นใหญ่และอวบ ลักษณะของดอกมีขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 16 เซนติเมตร จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มช่อหนาแน่นมีสีเขียวเข้ม ส่วนลักษณะของใบจะกว้างมีสีเขียวเข้มออกเทา ริมขอบใบหยัก ตามปกติแล้วเราจะนิยมบริโภคในส่วนที่เป็นดอกและในส่วนของลำต้นจะนิยมรองลงมา แต่คุณค่าทางอาหารกลับมีอยู่มากในส่วนของลำต้น ดังนั้นการรับประทานทั้งสองส่วน ร่างกายก็จะได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดนั่นเองจากการศึกษาวิจัยของมหาลัยอิลลินอยส์พบว่าการรับประทานบร็อคโคลี่ โดยเฉพาะหน่อหรือต้นอ่อนของบร็อคโคลี่นั่น เมื่อรับประทานร่วมกับ ต้นอ่อนของบร็อคโคลี่จะช่วยต่อต้านโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ! เนื่องจากในหน่อหรือต้นอ่อนบร็อคโคลี่นั้นมีเอนไซม์ไมโรซิเนส (Myrosinase) จะมีปริมาณมากกว่าต้นบร็อคโคลี่ที่โตแล้ว ซึ่งการรับประทานบร็อคโคลี่เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจะต้องไม่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอาหารที่มีระยะเวลานานจนเกินไป เพราะจะไปทำลายเอนไซม์ไมโรซิเนสและซัลโฟราเฟนได้



บร็อคโคลี่เป็นผักที่รสชาติหวานกรอบ สามารถรับประทานสดได้ หรือจะนำมาประกอบอาหาร ก็ได้หลากหลายเมนู อีกทั้งบร็อคโคลี่ยังมีคุณค่าทางสารอาหารที่สูงด้วย เพราะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร เบต้าแคโรทีน วิตามิน C และสารอาหารอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงสารเคมีทางธรรมชาติที่มีชื่อว่า ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) และสารอินดอล (indole) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านมะเร็ง และการรับประทานบร็อคโคลี่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1/2 ถ้วย ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก
การเลือกซื้อบร็อคโคลี่นั้น จะต้องซื้อที่มีดอกแน่น กระชับ มีสีเขียวเข้ม ก้านต้องแข็งแรงเหนียวนุ่ม ไม่ควรเลือกซื้อบร็อคโคลี่ที่มีดอกสีเหลือง มีใบเหี่ยวเฉา และมีก้านใบแข็งหรือหนาจนเกินไป



หมอแป้ง


ประโยชน์ของบร็อคโคลี่

1. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
2. ช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง ช่วยชะลอผิวพรรณไม่ให้เหี่ยวย่น ทำให้ดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา (ซีลีเนียม)
3. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก
4. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน เรื่องจากบร็อคโคลี่เป็นผักที่มีแคลเซียมสูง
5. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยสามารถ
6. ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปทำลายเซลล์และทำลาย DNA ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง
7. ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก
8. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
9. ผักในตระกูลกะหล่ำ มีความสัมพันธ์กับการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมองได้ (Strokes)
10. ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
11. ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรงยิ่งขึ้น
12. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคปอดร้ายแรง จากงานวิจัยของ ดร.ชีแอม บิสวัล (วิทยาลัยแพทยศาสตร์จอห์นส ฮอฟกินส์ USA) พบว่าสารในบร็อคโคลี่อาจช่วยยับยั้งการทำลายที่นำไปสู่ไปการเป็นโรคปอดร้ายแรง หรือที่เรียกว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ (Chronic Obsructive Pulmonary Disease หรือ COPD) โดยโรค COPD มักมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ โดยสารซัลโฟราเฟนในบร็อคโคลี่จะช่วยส่งเสริมให้ยีน NRF2 ในเซลล์ปอดเกิดกิจกรรมเพิ่มขึ้น จึงช่วยป้องกันเซลล์ดังกล่าวไม่ให้ถูกทำลายจากสารพิษต่างๆในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ได้ และผู้ป่วย COPD ระยะก้าวหน้าจะมีการทำกิจกรรมกับยีน NRF2 ในระดับต่ำกว่ากลุ่มอื่น โดยยีนดังกล่าวจะทำหน้าที่เปิดให้กลไกหลายอย่างเพื่อขับพิษและสารก่อพิษต่างๆทำงาน เพื่อไม่ให้สารพิษทำลายเซลล์ปอด
13. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
14. สารซัลโฟราเฟนสามารถช่วยป้องกันการทำลายของหลอดเลือดที่เกิดจากโรคเบาหวานได้มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
15. ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยคิง คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่ามีเพียงผักผลไม้ 5 ชนิดเท่านั้นที่มีารประกอบที่ทำหน้าที่คล้ายยาที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งได้แก่ บร็อคโคลี่ ส้ม แอปเปิ้ล หัวไชเท้า และมันฝรั่ง โดยบร็อคโคลี่นั้นเป็นผักที่มีสารดังกล่าวมากที่สุด
16. ช่วยป้องกันความผิดปกติของเด็กแรกเกิด
17. ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันเนื่องจากบร็อคโคลี่มีวิตามินซีที่สูงมาก
18. บร็อคโคลี่มีส่วนช่วยลดความถี่ของอาการไมเกรนลง เนื่องจากเป็นผักที่มีแมกนีเซียมสูง
19. สารซัลโฟราเฟนในบร็อคโคลี่ เป็นตัวช่วยทำให้ตับขับสารพิษในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบร็อคโคลี่ต้นอ่อนที่มีอายุเพียง 3 วัน
20. ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก
21. บร็อคโคลี่มีสารเคอร์เซทิน (Quercetin) ซึ่งเป็นตัวช่วยเพิ่มความอึด แรงดี ออกกำลังได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคหอบหืด ภูมิแพ้ มะเร็ง โรคหัวใจได้อีกด้วย
22. การรับประทานบร็อคโคลี่จะช่วยป้องกันและลดการลุกลามของโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีแนวโน้มการแข่งตัวอย่างรวดเร็ว (งานวิจัยของคุณหมอ Steven Schwartz มหาวิทยาลัย Ohio State University เมือง Columbus)
23. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขข้อ
24. บร็อกโคลี่มีโฟเลตสูง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับหญิงตั้งครรภ์ในระยะเริ่มแรก เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากการพิการทางสมองของเด็กรารก






คุณค่าทางโภชนาการของบร็อกโคลี่ ต่อ 100 กรัม มีทั้ง พลังงาน 34 กิโลแคลอรี, คาร์โบไฮเดรต 6.64 กรัม, น้ำตาล 1.7 กรัม, เส้นใย 2.6 กรัม, ไขมัน 0.37 กรัม, โปรตีน 2.82 กรัม, น้ำ 89.3 กรัม, วิตามินเอ 31 ไมโครกรัม 4%, เบต้าแคโรทีน 361 ไมโครกรัม 3%, ลูทีน และ ซีแซนทีน 1,403 ไมโครกรัม, วิตามินบี1 0.071 มิลลิกรัม 6%, วิตามินบี2 0.117 มิลลิกรัม 10%, วิตามินบี3 0.639 มิลลิกรัม 4%, วิตามินบี5 0.573 มิลลิกรัม 11%, วิตามินบี6 0.175 มิลลิกรัม 13%, วิตามินบี9 63 ไมโครกรัม 16%, วิตามินซี 89.2 มิลลิกรัม 107%, วิตามินอี 0.78 มิลลิกรัม 5%, วิตามินเค 101.6 ไมโครกรัม 97%, ธาตุแคลเซียม 47 มิลลิกรัม 5%, ธาตุเหล็ก 0.73 มิลลิกรัม 6%, ธาตุแมกนีเซียม 21 มิลลิกรัม 6%, ธาตุแมงกานีส 0.21 มิลลิกรัม 10%, ธาตุซีลีเนียม 2.5 ไมโครกรัม, ธาตุฟอสฟอรัส 66 มิลลิกรัม 9%, ธาตุโพแทสเซียม 316 มิลลิกรัม 7%, ธาตุสังกะสี 0.41 มิลลิกรัม 4%







 






2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Dec 24, 2016 15:50
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
อิมเมจรูปเดียว นี้คือความเหลื่อมล้ำของชนชาติผู้หญิง







2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Dec 24, 2016 17:38
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
ยุทธการแบคกัง (Battle of Baekgang) ปิดฉากสามก๊กแห่งเกาหลี...









ยุทธการแบคกัง (Battle of Baekgang) ปิดฉากสามก๊กแห่งเกาหลี



ยุทธการแบคกัง หรือที่เรียกในชื่อญี่ปุ่นว่า สงครามแห่งฮากุสึคิโนเอะ เป็นการรบระหว่างแพคเจและอาณาจักรยามาโตะแห่งญี่ปุ่น กับกองทัพพันธมิตรของซิลลาและราชวงศ์ถังของจีน สมรภูมินี้เกิดขึ้นในที่ราบลุ่มแม่น้ำเกอุมในมณฑลจอลลาบุคโด ประเทศเกาหลี



เมื่อพันห้าร้อยปีก่อน คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งเป็นสามอาณาจักรหรือสามก๊ก ประกอบด้วย แพคเจ ซิลลาและโกคูรยอ โดยทั้งสามอาณาจักรต่างก็ทำสงครามกันมาหลายร้อยปีเพื่อครองดินแดนตลอดคาบสมุทร นอกจากนี้โกคูรยอยังทำสงครามกับราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถังของจีนที่มารุกรานด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งสามอาณาจักรก็ไม่ได้อยู่ในสภาพของศัตรูกันอย่างถาวร โดยบางครั้งสองในสามอาณาจักรจะรวมตัวเป็นพันธมิตรกันและทำสงครามต่อต้านอีกอาณาจักรหนึ่ง

ในปี ค.ศ.620 ซิลลาได้ทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับราชวงศ์ถังของจีนซึ่งเพิ่งสถาปนาขึ้นไม่นาน จากนั้นราชวงศ์ถังได้ทำสงครามกับโกคูรยอเป็นเวลานับสิบปีแต่ก็ยังไม่อาจเอาชัยได้ ซึ่งในการรุกรานทุกครั้ง กองทัพจีนจะบุกจากทางเหนือเข้าโจมตีโกคูรยอ ซึ่งหลังประสบความล้มเหลวหลายครั้ง ทางราชวงศ์ถังก็กำหนดแผนยุทธศาสตร์ใหม่ โดยจะเข้าโจมตีโกคูรยอพร้อมกันทั้งจากเหนือและใต้ โดยทางใต้จะอาศัยกำลังพลจากซิลลาที่เป็นพันธมิตร อย่างไรก็ตาม การจะดำเนินแผนนี้ได้ ทั้งราชวงศ์ถังและซิลลาจำเป็นต้องกำจัดแพคเจเสียก่อน เพื่อกันไม่ให้กลายมาเป็นพันธมิตรของโกคูรยอและเพื่อตั้งฐานกำลังสำหรับแนวรบที่สองในภาคใต้ของเกาหลี



ค.ศ.660 กองทัพพันธมิตร ถัง – ซิลลา ซึ่งมีรี้พลร่วมสองแสนนายเข้าโจมตีแพคเจและยึดเมืองซาบี เมืองหลวงของแพคเจ รวมทั้งจับตัวพระเจ้าอุยจา กษัตริย์องค์สุดท้ายของแพคเจรวมทั้งพระราชวงศ์เกือบทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตาม ไม่นานจากนั้น ประชาชนทางภาคเหนือของแพคเจก็ได้ก่อกบฏต่อต้านการปกครองของต้าถังกับซิลลา โดยแม่ทัพชาวแพคเจ ชื่อ บ็อคซิน ได้พยายามนำกองทหารเข้ายึดเมืองทั้งสี่สิบเมืองที่เสียไป กลับคืน ทั้งยังได้อัญเชิญเจ้าชายบูโยปังที่ประทับอยู่ที่ญี่ปุ่นมาเป็นประมุขของกองกำลังกู้ชาติและสถาปนาเจ้าชายขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของแพคเจ


https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/95/0c/fe/950cfe75069e96c8f4895198c1db7e1c.jpg



แม้ว่ากองกำลังกู้ชาติจะประสบความสำเร็จในการต่อต้านกองทัพถังและซิลลา ทว่าในปี ค.ศ.662 พวกเขาก็เกิดปัญหาขัดแย้งภายใน อีกทั้งเมืองหลวงใหม่ที่ป้อมชูริวก็ถูกข้าศึกปิดล้อมและในระหว่างนั้นเองแม่ทัพบ็อคซินก็ถูกสังหาร

แม้สถานการณ์กำลังสิ้นหวัง ทว่าแพคเจก็ยังเหลือพันธมิตรสำคัญอยู่ นั่นคือ อาณาจักรยามาโตะแห่งญี่ปุ่น ซึ่งนับแต่อดีต แพคเจและราชวงศ์ยามาโตะได้มีความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรที่ยาวนานนับร้อยปี นอกจากนี้พระราชวงศ์ทั้งสองฝ่ายยังมีความผูกพันทางสายเลือดกันด้วย โดยชาวญี่ปุ่นเรียกแคว้นแพคเจ ว่า คุดาระ ซึ่งการล่มสลายของซาบีเมืองหลวงของแพคเจใน ค.ศ.660 ทำให้บรรดาพระราชวงศ์ของยามาโตะตระหนกตกใจเป็นอันมาก

พระจักรพรรดินีไซเมอิและยุพราชนากาโนะโอเอะ(ซึ่งต่อมาคือ จักรพรรดิเทนจิ)ตัดสินพระทัยส่งกองทัพไปช่วยเหลือแพคเจฟื้นฟูอาณาจักร โดยทรงให้ อาเบะโนะฮิราฟุเป็นแม่ทัพนำกองทัพจำนวนพล42000นาย ข้ามไปยังคาบสมุทรเกาหลี

ในการส่งกองทัพเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ครั้งนี้ จักรพรรดินีไซเมอิทรงย้ายเมืองหลวงเป็นการชั่วคราวไปที่อาซาคุระซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือในภาคเหนือของเกาะคิวชู เพื่อทรงควบคุมการเคลื่อนพล ทว่าหลังจากกองทหารยามาโตะชุดสุดท้ายเคลื่อนพลไปแล้ว พระนางก็สวรรคต องค์ยุพราชนากาโนะได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิเทนจิ

ในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.661 แม่ทัพอาเบะโนะฮิราฟุพร้อมเรือรบ170ลำและทหาร 5,000 นายได้มาถึงเขตควบคุมของกองกำลังกู้ชาติแพคเจ ก่อนที่กำลังทหารญี่ปุ่น 27000 นายที่นำโดยคามิสึเคโนะโนะคิมิวะคะโคะและกองทหารอีกหนึ่งหมื่นนายที่นำโดยโอะฮาระโนะคิมิจะมาถึงในต้นปี ค.ศ.662



แม่น้ำเกอุม

ในปี ค.ศ.663 กองทัพเรือพันธมิตรแพคเจและยามาโตะได้เคลื่อนพลเข้าสู่ภาคใต้ของแพคเจเพื่อทำลายการปิดล้อมป้อมชูริวของกองทัพซิลลา กองเรือยามาโตะส่งทหารราบขึ้นบกเข้าสู่ป้อมชูริวใกล้แม่น้ำเกอุม(Geum) และสลายการปิดล้อมของข้าศึกได้ ทว่ากองทัพถังได้ส่งทหาร 7,000 นายพร้อมเรือรบ 170 ลำเข้าสกัดกองหนุนของฝ่ายยามาโตะ

แม้กองทัพยามาโตะจะมีกำลังพลมากกว่า แต่การที่แม่น้ำช่วงนั้นแคบทำให้กองเรือต้าถังสามารถรักษาที่มั่นของตนไว้ได้ ขณะที่ฝ่ายญี่ปุ่นก็ได้ยกพลเข้าตีถีงสามครั้งแต่ก็ต้องล่าถอยออกมาทุกครั้งจนกำลังพลเริ่มอ่อนแอลง

ฝ่ายกองทัพราชวงศ์ถังได้ฉวยโอกาสที่กองทัพข้าศึกอ่อนแรง เคลื่อนพลรุกกลับอย่างฉับพลันและทำลายเรือรบญี่ปุ่นลงไปเป็นอันมาก ทหารยามาโตะจำนวนมากจมน้ำตายและถูกสังหารด้วยอาวุธ นายทัพยามาโตะ นามว่า อิชิโนะตาคุสึ ถูกทหารจีนรุมสังหารสิ้นชีพในสนามรบ



การรบที่แบคกัง

การรบครั้งนี้ ฝ่ายญี่ปุ่นสูญเสียเรือรบ 400 ลำ และกำลังทหารกว่าหนึ่งหมื่นนาย ในเวลาเดียวกัน ซิลลาก็ส่งกองทหารม้าเข้าตีกองทหารราบแพคเจที่กำลังรอกองหนุนจากทัพเรือยามาโตะจนแตกพ่ายและกองทัพซิลลาก็เข้ายึดป้อมชูริวได้สำเร็จในวันที่ 7 กันยายน ค.ศ.663 กษัตริย์บูโยปังทรงลงเรือพร้อมผู้ติดตามจำนวนหนึ่งหลบหนีไปโกคูรยอ

ยุทธการแบคกังเป็นความพ่ายแพ้ในการรบนอกประเทศ ครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในยุคโบราณ(ไม่นับการรุกรานเกาหลีของฮิเดโยชิในศตวรรษที่ 16) โดยนอกจากจะสูญเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมากแล้ว ยังเสียที่มั่นและพันธมิตรสำคัญบนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกไปด้วย ส่วนอาณาจักรแพคเจนั้น ความพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้ได้ดับความหวังทั้งมวลที่จะฟื้นฟูอาณาจักรอีกครั้ง ชาวแพคเจจำนวนมากได้ลี้ภัยไปอยู่ในโกคูรยอและบางส่วนก็ข้ามไปญี่ปุ่น



สำหรับราชวงศ์ถัง ชัยชนะเหนืออาณาจักรแพคเจทำให้พวกเขาได้ควบคุมพื้นที่เดิมของแพคเจและสร้างฐานทัพทางตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลีเพื่อประสานกับซิลลาในการเข้ารุกรานโกคูรยอ โดยกองทัพพันธมิตรซิลลา – ราชวงศ์ถังได้เข้ายึดกรุงเปียงยาง เมืองหลวงของโกคูรยอได้ในปี ค.ศ.668

หลังจากพิชิตโกคูรยอลงได้ ราชวงศ์ถังกับซิลลาก็ขัดแย้งกันจนกลายเป็นสงคราม และแม้ว่ากองทัพซิลลาจะขับไล่ทหารจีนออกจากคาบสมุทรได้ ทว่าดินแดนเดิมของโกคูรยอส่วนที่อยู่เหนือคาบสมุทรเกาหลีก็ถูกผนวกเข้ากับจีน ส่วนซิลลาได้ครอบครองส่วนที่เป็นคาบสมุทรเกาหลีทั้งหมดและถือเป็นการปิดฉากยุคสามก๊กแห่งเกาหลี





อ้างอิงจาก:


เครดิต

ข้อมูลจากเว็บ komkid.com
ภาพประกอบ Google


 
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Dec 25, 2016 10:20
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
เว็บรอเปิด

รอ22222222


คลิปน่าสน

น่าสนใจ0222


แก้ไขล่าสุดโดย มินจุงโฮ เมื่อ Mon Dec 26, 2016 23:24, ทั้งหมด 2 ครั้ง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Dec 26, 2016 11:45
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
[ที่ฐานดวง เอี๊ยง ฮะ โง่ว ฮะ สุก เป็นซาฮะ ธาตุไฟ ฐานเดือนถูกฮะ [ที่ฐานดวง เอี๊ยง ฮะ โง่ว ฮะ สุก เป็นซาฮะ ธาตุไฟ ฐานเดือนถูกฮะ

:: ทำนายอาชีพ มงคลคู่ดวง จากหลักดิถี::



ดวงประจำตัวของคุณเป็นธาตุน้ำอ่อนแอ
มีอาชีพที่ส่งเสริมดวงชะตา 3 ธาตุคือ
อาชีพของธาตุน้ำ ต้องเกี่ยวกับน้ำ เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง น้ำดื่ม ประมง ขนส่ง ชลประทาน อาหารทะเล น้ำมัน ซื้อมา-ขายไป เล่นหุ้น เจ้ามือหวย การพนัน เสี่ยงโชค ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอบายมุข ขายสินค้าเงินสด ห้องเย็น ตู้เย็น แอร์ ชิปปิ้ง ส่งออก แท็กซี่ ขับเรือ รถรับจ้าง นักเคมี โรงเรียนสอนภาษา การเดินทาง ต่างประเทศ ร้านประดับยนต์ งานกลางคืน บาร์เบียร์ อาชีพลับๆ

อาชีพของธาตุทอง ต้องเกี่ยวกับโลหะ ทอง เงิน เหล็ก รถยนต์ โรงงานต่างๆ โรงกลึง อู่ซ่อมรถ เครื่องกรองน้ำ แข็งแรง ทนทาน โรงงานอุตสาหกรรม วิศวกรรม อาชีพเกี่ยวกับกฎหมาย นักสืบ นักกฎหมาย อัยการ ทหาร ตำรวจ ผู้พิพากษา ราชการ อาชีพที่มีความเสี่ยง การเมือง ขายทอง ของมีค่า โหงวกิม สแตนเลส งานที่ต้องมีความสามารถพิเศษ

อาชีพของธาตุดิน ต้องเกี่ยวกับดิน ที่ดิน บ้าน อาคาร ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า เงินทุน หลักทรัพย์ ขายประกัน ธนาคาร บริหารธุรกิจ เล่นหุ้น การพนัน เสี่ยงโชค เจ้ามือหวย รับเหมาก่อสร้าง รับเหมาถมที่ ดิน อิฐ หิน ปูน ทราย กรมที่ดิน หมอ วัสดุก่อสร้าง อัญมณี ขายเพชรพลอย ขายปุ๋ย รับเหมาก่อสร้าง ท่าทราย ขายอาหารสัตว์ ทำถนน ขนม คอนโด บ้านเช่า อยู่กับที่ มีหน้าร้าน


2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Dec 26, 2016 22:27
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
Manchester United........ Since 1994


http://.th/images/fighting_games/Avatar_Fortress_Fight_2.png



ลายเซนต์
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Dec 31, 2016 19:08
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
ตารางเวลา-นาฬิกาชีวิต





นาฬิกาชีวภาพ (นาฬิกาชีวิต)

เหตุใดระบบการทำงานในร่างกายคนเราถึงทำงานได้เป็นเวลาคล้ายมีโปรแกรมตั้งเวลาระบบไว้ ที่ทำเช่นนี้ได้เพราะในร่างกายมีนาฬิกาชีวิตหรือนาฬิกาชีวภาพ (biological clock) ตั้งอยู่ที่ suprachiasmatic nucleus(SCN)ของสมอง ไฮโพธาลามัส ทำหน้าที่บริหารระบบในร่างกายให้ทำงานสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมของธรรมชาติ เพราะสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติมีปฏิสัมพันธ์กันตลอดเวลา ประกอบกับ ธรรมชาติไม่หยุดนิ่ง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นผลมาจากโลกหมุนรอบตัวเองและรอบดวงอาทิตย์ ทำให้โลกอยู่ภายใต้อิทธิพลของแสงจากดวงอาทิตย์ เกิดเป็นวงจรของวัน(circadian rhythm) ใช้ระยะเวลา 24 ชั่วโมงต่อการหมุนรอบตัวเองของโลก 1 รอบ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงมืด(กลางคืน) กับช่วงสว่าง(กลางวัน) ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตจะต้องปรับสภาวะร่างกายให้ทำงานสอดคล้องกับวงจรของวันใน ธรรมชาติ มิเช่นนั้นแล้วจะทำให้มีอายุขัยสั้นลง

ด้วยเหตุนี้นาฬิกาชีวภาพของคนจึงทำงานเป็นวงจรและใช้ระยะเวลา 24 ชั่วโมงเช่นกัน โดยมี 2 ช่วง คือ ช่วงมืด กับช่วงสว่าง

สำหรับช่วงสว่าง แสงจะกระตุ้น SCN โดยอาศัยตัวรับแสง(melanopsin) ซึ่งอยู่ ที่เรตินา(จอตา) กับที่เส้นใยประสาท retinohypothalamic tract

ส่วนช่วงมืด(กลางคืน) ต่อมไพเนียลของสมองจะหลั่งเมลาโทนิน(melatonin) มากระตุ้น SCN เมื่อ SCN ถูกกระตุ้นก็จะส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทและฮอร์โมนไปควบคุมการทำงานของอวัยวะ และต่อมต่างๆ เพื่อให้สภาวะร่างกายดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับวงจรของวันในธรรมชาติ ซึ่งได้แก่ อุณหภูมิของร่างกาย, ความดันเลือด, การเต้นของหัวใจ และวงจรการหลับ-ตื่น

เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อร่างกายมาก โดยชักนำให้เกิดการนอนหลับ ปรับการทำงานของนาฬิกาชีวภาพ ช่วยชะลอความแก่ และป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง

แต่เมลาโทนินจะถูกหลั่งออกมาในช่วงกลางคืนเท่านั้น เนื่องจากถูกยับยั้งโดยแสง แม้แสงจะมีความเข้มต่ำเพียง 0.1 ลักซ์(เทียบได้กับแสงในคืนพระจันทร์เต็มดวง) ก็ส่งผลให้ร่างกายหลั่งเมลาโทนินน้อยลงได้

ปัจจัยที่ทำให้นาฬิกาชีวภาพทำงานผิดปกติ ได้แก่ พฤติกรรมการใช้ชีวิต (เช่น การนอนไม่เป็นเวลา นอนดึก) ความชรา และโรคบางชนิด เช่น อัลไซเมอร์ มะเร็ง พาร์คินสัน โรคทางจิตเภท (schizophrenia) โรคซึมเศร้า เป็นต้น โดยเซลล์ประสาทใน SCN จะหลั่ง vasopressin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกายและยังส่งผลไปควบคุมสภาวะร่างกาย เช่น อุณหภูมิของร่างกาย การตื่นตัว/ความกระฉับกระเฉง เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น vasopressinและเมลาโทนินจะถูกหลั่งออกมาน้อยลง ส่งผลให้นาฬิกาชีวภาพทำงานผิดปกติ คนชราจึงมีอาการต่างๆ เช่น นอนไม่ค่อยหลับ ใช้ระยะเวลาให้เริ่มหลับนาน ระยะเวลานอนหลับสั้นลง นอนหลับไม่ลึก และเข้านอนเร็ว ทั้งนี้เป็นเพราะตัวรับแสงและตัวรับสัญญาณอื่นๆ ในร่างกายเสื่อมสภาพลง

ส่วนผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางเป็นเวลานาน (jet lag) ร่างกายจะต้องปรับการทำงานของนาฬิกาชีวภาพใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ จึงเกิดอาการสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ขณะที่นาฬิกาชีวภาพของผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะทำงานช้าลง ทำให้ช่วงเวลาที่อุณหภูมิของร่างกายลดลงต่ำสุดแตกต่างจากคนปกติ คือ จะลดลงในช่วง 9.00 น. ถึงช่วงเย็น แทนที่จะลดลงในช่วง 4.00 – 5.00 น. เหมือนคนปกติ ทำให้ตารางเวลาชีวิตเปลี่ยนไป

โดยช่วงกลางคืนจะมีภาวะวิตกเครียดและนอนไม่หลับ จึงลุกขึ้นมาทำกิจกรรมและนอนหลับในช่วงกลางวันหรือช่วงเย็นแทน

สำหรับผู้ป่วยโรคจิตเภท นาฬิกาชีวภาพจะทำงานเร็วผิดปกติ ผู้ป่วยจะนอนหลับไม่สนิทเนื่องจากมีภาวะรบกวนขณะหลับ โดยพบว่า 40-65% ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักจะนอนไม่หลับขั้นรุนแรง คาดว่าเป็นผลมาจากการนอนหลับในช่วงเย็น ทำให้เวลาเข้านอนดึก หลังเวลา 2.00 – 3.00 น. ร่างกายจึงไม่หลั่งหรือหลั่งเมลาโทนินออกมาน้อย

ดังนั้น ในขณะนอนหลับจึงไม่ควรเปิดไฟทิ้งไว้ เพราะมีผลไปยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน และไม่ควรรนอนหลับในช่วงเย็นเพราะจะทำให้ช่วงเวลาเข้านอนต้องเลื่อนออกไป

การแพทย์จีนได้ใช้ทฤษฎี หยิน-หยาง อธิบายความสัมพันธ์ 2 ด้านที่ต่อต้าน/ตรงกันข้ามกัน แต่มีความเกี่ยวเนื่องควบคุมและสัมพันธ์กันตลอดเวลา โดย หยิน หมายถึง เย็น/ร่ม การหยุดนิ่ง กลางคืน ส่วนหยาง หมายถึง ร้อน/สว่าง กลางวัน การเคลื่อนไหว

ดังนั้นหยิน-หยางจึงเปรียบได้กับสภาวะธรรมชาติ ซึ่งมีทั้งกลางวันและกลางคืน และเปรียบได้กับอวัยวะต่างๆ ในร่างกายที่ทำงานเชื่อมโยงกันและสอดคล้องกับวงจรของวันโดยแต่ละช่วงเวลาจะ มีอวัยวะบางชนิดหรือบางระบบในร่างกายที่ต้องทำงานหนัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า อวัยวะอื่นๆ จะหยุดทำงาน อวัยวะทั้งหมดยังคงทำงานเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันตลอดเวลา

ความสัมพันธ์ระหว่างอวัยวะ(ระบบ)ของร่างกายกับช่วงเวลาในวงจรของวัน

เวลา 3.00 – 5.00 น. เป็นช่วงเวลาของปอด เพื่อให้ระบบหายใจได้ทำงานได้เต็มที่ และเซลล์ต่างๆ ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะที่สมอง สมองที่ได้รับออกซิเจนน้อยหรือไม่เพียงพอจะมีผลความจำของคนเราเสื่อมลงได้

และช่วง 4.00 – 5.00 น เป็นช่วงที่อุณหภูมิของร่างกายลดลงต่ำสุด ร่างกายควรได้รับความอบอุ่น หลีกเลี่ยงสภาวะอากาศเย็น ช่วงนี้จึงเหมาะต่อการตื่นนอนเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์และออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้ปอดทำงานดีขึ้น สำหรับคนที่ระบบหายใจหรือปอดมีปัญหา หายใจติดขัด ไอ จาม มีน้ำมูก โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบต้องระวังสุขภาพ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่อาการกำเริบได้ง่าย

เวลา 5.00 – 7.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ เพื่อขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย และมีการหลั่ง cortisol เพื่อช่วยให้ร่างกายกระปรี่กระเปร่า ช่วงนี้จึงควรดื่มน้ำเพื่อกระตุ้นระบบขับถ่าย และตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ความดันเลือดในร่างกายจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น สำหรับคนที่มีสุขภาพอ่อนแอ จะมีอาการคัดจมูก มีน้ำมูก หายใจติดขัด โดยเฉพาะคนที่เป็นโรค หืดควรระวังอาการกำเริบ

เวลา 7.00 – 9.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร เนื่องจากร่างกายต้องการพลังงาน ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารมื้อเช้า สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคไมเกรน ภูมิแพ้ ไขข้ออักเสบรูมาทอยด์ ช่วงเวลานี้ควรระวังอาการกำเริบได้

เวลา 9.00 – 11.00 น. เป็นช่วงเวลาของม้ามและตับอ่อน โดยม้ามทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย กำจัดเม็ดเลือดแดงที่เสื่อมสภาพ ส่วนตับอ่อนจะผลิตเอนไซม์มาช่วยย่อยอาหารที่ลำไส้เล็ก ร่างกายช่วงนี้จะมีความตื่นตัวมาก จึงเป็นช่วงที่เหมาะต่อการ ทำงาน/ทำกิจกรรม

เวลา 11.00 – 13.00 น. เป็นช่วงเวลาของหัวใจ ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุด ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดและสารอาหารไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ช่วงนี้ระดับความดันเลือดในร่างกายยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ดัง นั้นคนที่หัวใจผิดปกติ ช่วงนี้จะมีเหงื่อออกมากและรู้สึกร้อน อบอ้าว

เวลา 13.00 – 15.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมอาหาร หากมื้อกลางวันไม่รับประทานอาหารหรือรับประทานอาหารไม่เพียงพอ ช่วงนี้จะรู้สึกหิวและทรมาน

เวลา 15.00 – 17.00 น. เป็นช่วงเวลาของกระเพาะ ปัสสาวะ ซึ่งทำหน้าที่เก็บน้ำกรองจากไต โดยช่วง 17.00 น. เป็นช่วงที่หลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อในร่างกายมีความแข็งแรง จึงเหมาะต่อการออกกำลังกาย

เวลา 17.00 – 19.00 น. เป็นช่วงเวลาของไต เพื่อกรองของเสียออกจากเลือดและรักษาสมดุลในร่างกาย ช่วง 18.30 น. ระดับความดันเลือดจะเพิ่มขึ้นสูงสุด และ ช่วงนี้จึงควรดื่มน้ำสะอาด (ไม่ควรดื่มน้ำเย็น) และไม่ควรนอนหลับในช่วงนี้ เพราะจะทำให้นอนไม่หลับในช่วงกลางคืน

เวลา 19.00 – 21.00 น. เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของหัวใจ และเป็นช่วงของระบบหมุนเวียนโลหิต โดยช่วง 19.00 น. อุณหภูมิในร่างกายจะเพิ่มขึ้นสูงสุด ผู้ป่วยเป็นโรคผิวหนัง ช่วงนี้ควรระวังอาการกำเริบ

เวลา 21.00 – 23.00 น. เป็นช่วง เวลาของระบบทั้ง 3 (triple heater) ได้แก่ ระบบหายใจ ส่งผลต่อร่างกายช่วงบน(หัวใจ-ปอด) ระบบย่อยอาหารมีผลต่อช่วงกลางลำตัว(กระเพาะ อาหาร ม้าม ตับ) และระบบขับถ่ายมีผลต่อร่างกายช่วงล่าง(ไต กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้เล็ก) เป็นช่วงที่ร่างกายปรับสมดุลความร้อนและเป็นช่วงที่อุณหภูมิในร่างกายจะค่อยๆ ลดลง การขับถ่ายอุจจาระจะหยุดพักชั่วคราว ร่างกายจะเริ่มหลั่งเมลาโทนิน ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ควรนอนหลับพักผ่อน

เวลา 23.00 – 1.00 น. เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี เพื่อเก็บน้ำดีที่ได้จากตับและส่งน้ำดีมาช่วยย่อยไขมันที่ลำไส้เล็ก ถุงน้ำดีและตับ จึงเป็นอวัยวะที่ทำงานเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กันอย่างมาก

เวลา 1.00 – 3.00 น. ช่วงเวลาของตับ เพื่อกำจัดสารพิษในร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยนำมาสังเคราะห์และเก็บสะสมในรูปไกลโคเจน และสร้างน้ำดีมาเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี ช่วงนี้ควรเป็น ช่วงที่หลับสนิทเพื่อให้เลือดไหลเวียนมาที่ตับได้ดี เนื่องจากเวลา 2.00 น ร่างกายจะหลั่งเมลาโทนินได้สูงสุด การนอนไม่หลับ เครียด ได้รับสารพิษ หรือรับประทานอาหารหวานจัด จะส่งปัญหาถึงตับ สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจ ช่วงนี้อาจทำให้อาการกำเริบและหัวใจล้มเหลวได้

ทีนี้ลองพิจารณาพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวเราสิว่า สอดคล้องกับตารางเวลาของนาฬิกาชีวิตหรือไม่? เพราะโรคบางโรค อาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรา


สรุปช่วงเวลา ระบบที่เกี่ยวข้อง ข้อควรปฏิบัติ

01.00 – 03.00 น. [ตับ] นอนให้หลับสนิท
03.00 – 05.00 น. [ปอด] ตื่นนอน สูดอากาศบริสุทธ์
05.00 – 07.00 น. [ลำใส้ใหญ่] ขับถ่ายอุจจาระ
07.00 – 09.00 น. [กระเพาะอาหาร] กินอาหารเช้า
09.00 – 11.00 น. [ม้าม] พูดน้อย กินน้อย ไม่นอนหลับ
11.00 – 13.00 น. [หัวใจ] หลีกเลี่ยงความเครียดทั้งปวง
13.00 – 15.00 น. [ลำไส้เล็ก] งดกินอาหารทุกประเภท
15.00 – 17.00 น. [กระเพาะปัสสาวะ] ทำให้เหงื่อออก(ออกกำลัง)
17.00 – 19.00 น. [ไต] ทำให้สดชื่น ไม่ง่วงเหงา
19.00 – 21.00 น. [เยื่อหุ้มหัวใจ] สวดมนต์ ทำสมาธิ
21.00 – 23.00 น. [ระบบความร้อนของร่างกาย] ทำร่างกายให้ อบอุ่น
23.00 – 01.00 น. [ถุงน้ำดี] ดื่มน้ำก่อนเข้านอน

ที่มา

1. อรพินทร์ เชียงปิ๋ว. นาฬิกาชีวภาพ. วารสารวิทยาศาสตร์. 2550;1:47-54
2. Archive for the organ and channel category. [online] [cited 2008 Sep] Available from:http://acupunctureiseasy.com/category/organ-and-channels/
3. Coturnix. Circadian quackery. [online] [cited 2008 Sept] Available from:http://scienceblogs.com/clock/2005/05/circadian_quackery_1.php
4. Kraft U. Rhythm and blues. Sci Am. 2007;18:62-5
5. Lewith GT. The basic principles of chinese traditional medicine. [online] [cited 2008 Sep] Available from:http://www.healthy.net/scr/article.asp?id=1707
6. Nadu T. Clock theory for human organs. [online] 2006[cited 2008 Sep] Available from:http://www.hinduonnet.com/thehindu/thscrip/print.pl?file=200609
7. Phillips RH. Chinese Time Clock & VidaCell. [online] 2007[cited 2008 Sep] Available from:http://www.avalonhealthinfo.com/articles/2/1/Chinese-Time-Clock-amp-VidaCell/Page1.html
8. Wright K. Time of our lives. Sci Am. 2006;16:27-33





เครดิต http://xn--22ck6bneezbp5c6bf3hdec0b1d5sja.blogspot.com/2013/05/body-cloak.html

2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 02, 2017 00:34
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]







2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 02, 2017 01:09
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
ด่วนๆ น้อง นิก ชัฏชฎา live facebook 15+



https://www.facebook.com/GSportsTH/videos/vb.524321531096427/594603787401534/?type=3&theater








2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 02, 2017 19:32
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
: Maxim แค่ปกก็เสร็จล่ะ 18+]






























2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 02, 2017 19:52
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]


: sisters aaronsky 18+ จะได้ฝันดี รูปขึ้นแว้วว]
















ที่เหลือหาไม่เจอแว้วว[/img][/imgl]
โชะ


http://www.soccersuck.com/boards/topic/910385/1

2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 20681
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 02, 2017 19:54
[RE: ( คุก! คุก! ) พลอยชมพูสู้ๆ .. สาวใสวัย 13 ปีคนนี้ ทำให้ตรูทึ่ง ตรูเสี่ยงเข้าซังเต]
https://www.instagram.com/jomjamspch/





สะเด้ยยย ชอบมาตั้งแต่เล่นลูกพี่ลูกน้องแล้ว เมื่อคืนเกือบจำไม่ได้ โคตรน่าร๊ากกก


http://www.soccersuck.com/boards/topic/1404287/1/#32746414




http://www.soccersuck.com/boards/topic/1404287/1/#32746414


2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3 ... 22, 23, 24 ... 33, 34, 35
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel