BLOG BOARD_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @saless เบอร์โทรศัพท์ 0654695416 , 0654693944 โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
BLOG BOARD_B
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @saless เบอร์โทรศัพท์ 0654695416 , 0654693944 โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 180
ที่อยู่: ดาวพลูโต
โพสเมื่อ: Sun Oct 13, 2013 13:15
5 อารยธรรมที่น่าสะพรึงกลัวสุดๆ ในประวัติศาสตร์ของโลก
ตอนเรียนประวัติศาสตร์ คงมีคนหลายคนสงสัยว่าจะเรียนไปทำไม เนื้อหาพูดแต่เรื่องอดีต ไม่เห็นน่าสนใจหรือมีประโยชน์อย่างไรเลย แต่ถึงอย่างนั้น สำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์แล้ว การเรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ก็เพื่อไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะบางครั้งประวัติศาสตร์ก็ได้แสดงให้ถึงความโหดร้ายผิดมนุษย์เหลือเกิน จนไม่อยากจะเชื่อว่าเขาทำอย่างนั้นกันได้อย่างไร

บทความนี้จะนำพาทุกท่านไปพบกับ 5 อารยธรรมสุดโหดที่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ


เดอะเซลท์ (The Celts)



เนื่องจากชนกลุ่มนี้มักจะมีปัญหากับชาวโรมันอยู่เสมอๆ ในประวัติศาสตร์ได้ทำการบันทึกไว้ว่า หากชนกลุ่มนี้รบชนะคู่ต่อสู้แล้วก็จะทำการตัดหัวของคู่ต่อสู้มาทำการประดับบ้าน ทั้งในและนอกบ้าน เรียกกันว่าเข้าไปชนกลุ่มนี้เมื่อไหร่ ได้เห็นหัวคนห้อยระโยงรยางค์เต็มไปหมด ยิ่งบ้านไหนมีมากแสดงว่าเป็นบ้านของนักรบที่เก่งกาจ




ชาวแอซแทค (The Aztecs)



จากการบันทึกทางประวัติศาสตร์ทำให้เราได้ทราบว่าวิธีกำจัดศัตรูของชาวแอซแทคว่าหฤโหดเกินจินตนาการแค่ไหน โดยวิธีการของเขาก็คือจะนำเอาศัตรูมาอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายก่อน จากนั้นก็จะนำเสื้อคลุมของเทพดวงอาทิตย์มาใส่ให้จากนั้นก็นำขึ้นไปบนหอคอยสูงประมาณสัก 30 เมตร แล้วจากนั้นก็จะให้นักบวชชาวแอซแทคจับแขนขาไว้คนละข้างทำการยึดเอาไว้ จากนั้นก็จะมีนักบวชอีกคนค่อยๆ ใช้หินมีดผ่าเปิดหน้าอกช้าๆ (ศัตรูคงร้องและดิ้นร้นน่าดูเลย) แล้วจึงดึงหัวใจที่กำลังเต้นออกมาแล้วทำการชูไปที่ดวงอาทิตย์ แล้วก็ถีบศพทิ้งมาลงตามบันได้ ให้คนควักเอาตับ ไต ไส้พุง รวมถึงอวัยวะต่างๆ กินกันดิบๆ อย่างนั้นเลย บางครั้งพวกนักบวชจะถลกหนังเหยื่อและนำมาคลุมร่างไว้ราว 20 วันโดยไม่ทำการอาบน้ำเลย ซึ่งจากประวัติศาสตร์ที่ได้ทำการบันทึกไว้ ทำให้เราทราบว่ามีคนไม่ต่ำกว่า 20,000 คนที่ตายด้วยวิธีนี้ภายในเวลาเพียง 4 วัน




ชาวอัสซีเรียน (Assyrians)



ชนกลุ่มนี้มีอารยธรรมอยู่ประมาณ 3000 ปีก่อนคริสตกาล มีถิ่นฐานอยู่ในดินแดนทางตอนเหนือของเมโสโปเตเมีย แถบลุ่มแม่น้ำไทกรีส มีความเจริญสูงสุดในช่วง 745-626 B.C. เหล่านักรบของอัสซีเรียน ได้ชือว่ามีความสามารถในการรบอย่างน่ากลัวที่สุด โดยในการรบจะใช้กองทัพธนูเหล็กเป็นทัพหน้าตามด้วยกองพันทหารม้าและรถศึก นอกจากนี้พวกเขายังมีอาวุธที่สุดมหัศจรรย์นั่นก็คือ เหล็ก (พวกอื่นยังใช้ทองแดงกับสำริดอยู่) ดังนั้นเมื่อปะทะอาวุธกัน จึงไม่ต้องคิดเลยว่าใครจะได้เปรียบ หลังจากการรบแล้วจะทำการเผา และทำการกวาดต้อนเชลยมารวมกันทำการสังหารหมู่ และนำหัวมาแขวนไว้ข่มขวัญศัตรู




ชาวสปาตัน (The Spartans)



จำหนังเรื่อง 300 ได้หรือไม่ครับ นั่นละคือชนเผ่านี้ แต่ในความจริงแล้ว ชนเผ่านี้นะ โหดกว่าที่ในภาพยนตร์แสดงเยอะเลย ฉากที่โยนเด็กทารกจากหน้าผานะ ในประวัติศาสตร์นะมีจริงนะครับ พวกเขาจะกำจัดเด็กที่บกพร่องทางร่างกาย (รูปร่างผิดปรกติและพิกลพิการ) ด้วยการโยนจากหน้าผา พวกที่อยู่นั้นพออายุ 7 ปี เด็กผู้ชายก็จะถูกพรากไปจากพ่อและแม่ ไปทำการฝึกเป็นนักรบ และทำการเคี่ยวโดยการให้รบกันเองจนเหลือสุดยอดนักรบ




จักรวรรดิมองโกล



นี่ละสุดยอดนักรบในตำนาน มหาโหด จนสุดโหด กล่าวได้ว่าหากเจงกิสข่านไม่ตายซะก่อนมีหวังโลกทั้งโลกได้อยู่ในอุ้งเท้าของชนกลุ่มนี้แน่ๆ นักรบกลุ่มนี้โหดแค่ไหน ดูจากชื่อเรียกที่ชาวยุโรปเรียกเอาก็แล้วกันครับ Tartar ซึ่งแปลว่าผู้มาจากทาทารัส ซึ่งคุณเจ้าทาทารัสนี่คือนรกที่ลึกที่สุดในตำนานของกรีก

คำนวณกันว่าระหว่างที่ชาวมองโกลเผยแพร่อิทธพลอยู่นั้นมีคนเสียชีวิตไปไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน และทำให้ภายให้เวลาเพียง 50 ปี ประชาชนในประเทศจีนลดลงไปครึ่งหนึงทีเดียว (ภาษาชาวบ้านเรียกว่าตายกันแหลกราญ) สาเหตุที่คนตายกันแบบวินาศเช่นนี้เพราะชาวมองโกลมักจะทำการฆ่าแบบล้างเผ่าพันธุ์สำหรับชนเผ่าที่ไม่ยอมจำนน เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับศัตรู

ในปี ค.ศ. 1346 กองทัพมองโกลเข้าโจมตีเมือง แคฟฟา ของอิตาลี กองทัพของมองโกลไม่สามารถตีเข้าเมืองได้ และในจังหวะนั้นได้เกิดมีกาฬโรคขึ้นในกองทัพมองโกล ไม่รุ้ไปได้แนวคิดสุดโหดมาจากไหน ขณะที่ทหารกำลังตายเป็นใบไม้ร่วง แทนที่จะนำศพไปฝังหรือเผา กับนำเอาศพเหล่านั้นแทนก้อนหินใส่เครื่องยิงเข้าไปในเมืองแคฟฟาทำให้คนในเมืองแตกตื่นจนขวัญหนีเมื่อเป็นศพที่ถูกยิงเข้ามา และแน่นอนโรคนี้ก็เข้าไประบาดในเมือง จนคนล้มตายเป็นจำนวนมาก นี่อาจจะเป็นการใช้อาวุธเชื้อโรคครั้งแรกที่มีการบันทึกก็ได้

แต่ความโหดของกองทัพนี้ยังไม่ได้หยุดแค่นี้ หลังจากตีเมืองแคฟฟาได้แล้วก็ลุยต่อไปข้างหน้าเพื่อโจมตีเกาะชิชิลี และยุโรปตะวันออก โดยใช้วิธีเดียวกันนี้ เล่นเอาในการรบคราวนี้มีคนล้มตายเพราะอาวุธเชื้อโรคชนิดนี้ไปน่าจะไม่ต่ำกว่า 25 ล้านคน

ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cartoonthai&month=23-07-2013&group=231&gblog=130

ปล. ถ้าชอบขอแผลบเป็นกำลังใจด้วยนะครับ เพื่อจะหาสิ่งที่น่าสนใจมานำเสนอท่านต่อไป
แผลบๆ ขอบคุณครับ

กระทู้อื่่นๆ ที่น่าสนใจ

- สุดยอด 30 ภาพทิวทัศน์ แห่งน่านน้ำ
- 24 เมืองร้าง บนโลกใบนี้
- Ark Hotel โรงแรมล้ำ รับมือภัยพิบัติ
- 5 "สุดยอดคน" ..มีอยู่จริง ที่เกิดมาพร้อมพลังเหนือมนุษย์
- 10 แข้งจอมอึด คงกระพันฆ่าไม่ตาย
- รวมบุคคล "ร่ำรวย" ที่สุดตลอดกาลของโลก!!
- Wolke7 บ้านบินได้ แห่งอนาคต
- 10 โรงแรมแห่งอนาคต
- 10 อันดับ ถ้ำ สวยที่สุดในโลก
- "โรงงานผลิตศพ!!"....คุกโหด กูลัก นรกบนดิน ยุคสตาลิน แห่ง โซเวียต
- 800 ล้าน ! เช็คคลองจั่น "จ่าย" ธัมมชโย
- เป็นไปได้ไหม ไฮเปอร์ลูป วิ่งเร็ว 900 Km/h?
- 10 อาการ Narcissism (หลงตัวเอง) ของ Gen Me
- ดูว่ามีใครแอบส่องเฟสเราบ้าง
- สุดยอดนายพลโซเวียต
- ออฟฟิศผีหลอก สุดสยอง เก้าอี้เลื่อนได้ คอมเปิดเอง
- [แก้ไขแล้ว]10 อันดับ "สิ่งประดิษฐ์ที่สมควรมีในอนาคต"
- ความเชื่อจากหนังโป๊ที่ไม่เหมือนชีวิตจริง
- 10 ถนนแห่งความตาย " ไปแล้วอาจไม่ได้กลับ!!! "
- "3 นาที เห็นแล้วแชร์ต่อไป"
- นารุเสะ ริสะ อดีต AKB48 ดารา AV คนใหม่
- ปรากฎการณ์หายากชายหาดเรืองแสงน้ำเงินเข้ม
- Give a Shout: เบน ฟรีคิก SuckSeed แห่งวงการฟุตบอลไทย
- ความเร้นลับของ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้
- จอมพล เออร์วิน รอมเมล "จิ้งจอกทะเลทราย"
- โรงงานเเห่งความตาย
- ร้อยเอกไมเคิล วิทมาน เสือรถถังผู้ยิ่งใหญ่
- บ้านแพงที่สุดในโลก มูลค่ากว่า 3.6 แสนล้าน อีกหนึ่งผลงานล่าสุดจาก สจ๊วร์ต ฮิวจ์ส
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status: Don't trust me, Try me.
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2009
ตอบ: 2069
ที่อยู่: Uji/Japan
โพสเมื่อ: Sun Oct 13, 2013 13:20
[RE: 5 อารยธรรมที่น่าสะพรึงกลัวสุดๆ ในประวัติศาสตร์ของโลก]
ใครไม่ยอมต่อเราชาวมองโกลเมืองนั้นจะแตกย่อยยับทัน

ยอมรับเลยว่ายุคนั้นหาเมืองสู้มองโกลยากมาก
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

รักนะMay J
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status: หัมแหล ณ ดอยช้าง
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 09 Apr 2009
ตอบ: 3066
ที่อยู่: ทุ่งแสงตะวัน
โพสเมื่อ: Sun Oct 13, 2013 13:52
[RE: 5 อารยธรรมที่น่าสะพรึงกลัวสุดๆ ในประวัติศาสตร์ของโลก]


นี้ก็น่าสะพรึง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 1117
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Oct 13, 2013 14:07
[RE: 5 อารยธรรมที่น่าสะพรึงกลัวสุดๆ ในประวัติศาสตร์ของโลก]
อ่านของแอซเทคแล้วคุ้นๆเหมือนเคยดูจากหนังสักเรื่องเลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 120
ที่อยู่: คณะ เชิญยิ้ม
โพสเมื่อ: Sun Oct 13, 2013 14:59
[RE: 5 อารยธรรมที่น่าสะพรึงกลัวสุดๆ ในประวัติศาสตร์ของโลก]
Rhapsodies พิมพ์ว่า:
อ่านของแอซเทคแล้วคุ้นๆเหมือนเคยดูจากหนังสักเรื่องเลย  




3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 10 Jan 2011
ตอบ: 292
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Oct 13, 2013 15:28
[RE: 5 อารยธรรมที่น่าสะพรึงกลัวสุดๆ ในประวัติศาสตร์ของโลก]
เรื่องจักรวรรดิทำไหมยุโรปสู้ไม่ได้เหรอครับ หรือว่าเทคโนโลยีด้านอาวุธไกล้เคียงกัน

หรือว่ารับมือกับอาวุธเชื่อโรคไม่ไหว อย่างเดียวครับ(แต่ยุคนั้นโรคระบาดนี่น่ากลัวสุดๆ)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ที่ดูบอลดูด้วยใจรักและความชอบ ไม่ใช้ดูไว้เพื่อไปทับถมคนอื่น
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel