ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Dec 2017
ตอบ: 6702
ที่อยู่: Emirate stadium
โพสเมื่อ: Sun Jan 25, 2026 15:19
[RE: victim blaming เคสทนายกับเด็ก18]
ไม่เห็นมีใคร หรือส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้บอกว่าละเมิดได้ ไม่ผิด

คำถามคือ ละเมิดผิด แล้วผลของความผิดล่ะ สมเหตุสมผลไหม

เหมือนจงใจเหยียบเท้าเพราะโมโห คือผิด ถ้าสำนึกแล้ว ชดใช้ จ่ายเงินมากกว่าปกติ
แต่ไม่ยอม จะเอาให้ตาย เอาให้สาหัส คือ สมเหตุสมผลไหม

และคนที่ถูกเหยียบล่ะ มีส่วนยั่วยุไหม โอเคยั่วยุผิดน้อยกว่า เหยียบเท้าคือผิดมากกว่า
แล้วจะบอก ญ ไม่ผิดเลย อีกฝั่งผิดต้องเอาให้หนักที่สุด มันถูกต้องยุติธรรมใช่ไหม
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status: 4 แชมป์ยังไงให้โลกจำ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 5766
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Jan 25, 2026 16:26
[RE: victim blaming เคสทนายกับเด็ก18]
แมวมอง พิมพ์ว่า:
ไม่เห็นมีใคร หรือส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้บอกว่าละเมิดได้ ไม่ผิด

คำถามคือ ละเมิดผิด แล้วผลของความผิดล่ะ สมเหตุสมผลไหม

เหมือนจงใจเหยียบเท้าเพราะโมโห คือผิด ถ้าสำนึกแล้ว ชดใช้ จ่ายเงินมากกว่าปกติ
แต่ไม่ยอม จะเอาให้ตาย เอาให้สาหัส คือ สมเหตุสมผลไหม

และคนที่ถูกเหยียบล่ะ มีส่วนยั่วยุไหม โอเคยั่วยุผิดน้อยกว่า เหยียบเท้าคือผิดมากกว่า
แล้วจะบอก ญ ไม่ผิดเลย อีกฝั่งผิดต้องเอาให้หนักที่สุด มันถูกต้องยุติธรรมใช่ไหม
 


1. ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา (มาตรา 276)
กฎหมายมุ่งเน้นที่ "การใช้กำลังประทุษร้าย" หรือ "การกระทำโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม" เป็นหลักครับ

แม้ฝ่ายหญิงจะมีการแต่งกายยั่วยวน หรือมีพฤติกรรมเชิญชวนในตอนแรก แต่หากถึงจุดที่มีการร่วมเพศแล้วฝ่ายหญิง "ไม่ยินยอม" (Say No) หรือมีการใช้กำลังบังคับฝ่ายชายจะมีความผิดทันที

กฎหมายไม่มีบทบัญญัติ ที่ระบุว่าการยั่วยวนของเหยื่อทำให้ความผิดของคนร้ายหมดไปครับ

2. การยั่วยวนถือเป็น "การบันดาลโทสะ" หรือไม่?
ในทางกฎหมาย การบันดาลโทสะ (มาตรา 72) มักใช้กับเหตุการณ์ที่ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจนคุมสติไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ผ่านมา: ศาลไม่เคยรับรองว่า "การยั่วยวนทางเพศ" เป็นเหตุให้บันดาลโทสะจนสามารถไปข่มขืนผู้อื่นได้ ดังนั้นฝ่ายชายไม่สามารถนำเรื่องนี้มาอ้างเพื่อลดหย่อนโทษในลักษณะนั้นได้ครับ

3. ฝ่ายหญิงมีความผิดฐาน "ประมาทร่วม" หรือไม่?
ทางอาญา: ไม่มีคำว่าประมาทร่วมในคดีข่มขืนครับ เพราะการข่มขืนคือการกระทำโดย "เจตนา" ของฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว

ทางแพ่ง: ในอดีตอาจมีการยกเรื่องพฤติกรรมมาพิจารณาค่าเสียหายบ้าง แต่ปัจจุบันแนวคิดเรื่อง Victim Blaming (การโทษเหยื่อ) ถูกลดบทบาทลงมาก กฎหมายมุ่งคุ้มครองสิทธิในร่างกายของบุคคลเป็นสำคัญ

มุมมองในทางปฏิบัติ
แม้ในชั้นศาล ทนายฝ่ายจำเลย (ฝ่ายชาย) มักจะพยายามยกเรื่องการแต่งกายหรือพฤติกรรมของฝ่ายหญิงขึ้นมาอ้าง เพื่อให้ศาลเห็นว่า "เป็นการสมยอม" (Consent) ไม่ใช่การข่มขืน แต่ฝ่ายชายต้องเป็นคนพิสูจน์ให้ได้ว่าฝ่ายหญิงยินยอมจริงๆ

สรุป: ในทางกฎหมาย ฝ่ายหญิงไม่มีความผิดครับ ความรับผิดชอบในการยับยั้งชั่งใจและการเคารพสิทธิในร่างกายของผู้อื่นอยู่ที่ฝ่ายชาย 100%


กรณีนี้จะแตกต่างจากเรื่องเพศครับ เพราะเข้าข่ายข้อกฎหมายที่เรียกว่า "การบันดาลโทสะ" และ "ผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด" ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ

1. ฝ่ายหญิงผิดไหม? (ในทางกฎหมาย)
ในทางอาญา ฝ่ายหญิงที่ด่าทอหรือยั่วยุ "ไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย" (เพราะไม่ได้เป็นคนลงมือ) แต่อาจมีความผิดฐานอื่นแทน เช่น:

ดูหมิ่นซึ่งหน้า: หากเป็นการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย

หมิ่นประมาท: หากเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม

2. ฝ่ายชาย (คนกระทืบ) จะได้รับสิทธิลดหย่อนโทษ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 ระบุเรื่อง "การบันดาลโทสะ" ไว้ว่า:

"ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้"

เงื่อนไขที่จะถือว่า "ยั่วจนบันดาลโทสะ" ได้แก่:

ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม: เช่น ถูกด่าบุพการีอย่างหยาบคาย, ถูกถ่มน้ำลายใส่หน้า หรือถูกหาเรื่องอย่างหนัก

กระทำในขณะนั้น: ต้องทำทันทีที่โดนยั่ว ถ้าโดนยั่วตอนเช้า แล้วกลับไปเอามีดมาฟันตอนเย็น แบบนี้อ้างบันดาลโทสะไม่ได้ครับ เพราะถือว่ามีเวลาไตร่ตรองแล้ว

3. ค่าเสียหายทางแพ่ง (ประมาทร่วม)
หากฝ่ายหญิงฟ้องเรียกค่าเสียหาย (ค่ารักษาพยาบาล) ศาลมักจะมองว่าฝ่ายหญิงมีส่วนผิดที่ไปยั่วยุก่อน ตามมาตรา 442 ซึ่งอาจทำให้ "ฝ่ายชายไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายเต็มจำนวน" เพราะถือว่าฝ่ายหญิงมีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายนั้นด้วยครับ


สรุป อ่านแล้วตกใจ เอาการยั่วให้คนกระทืบมาผสมกับยั่วยวนทางเพศ

เอวัง ผมหลงอ่านมานานนึกว่าท่านเป็นนักกฏหมายตัวจริงเสียอีก


แก้ไขล่าสุดโดย Pepsi Man เมื่อ Sun Jan 25, 2026 16:28, ทั้งหมด 1 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Dec 2017
ตอบ: 6702
ที่อยู่: Emirate stadium
โพสเมื่อ: Sun Jan 25, 2026 18:32
[RE: victim blaming เคสทนายกับเด็ก18]
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
แมวมอง พิมพ์ว่า:
ไม่เห็นมีใคร หรือส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้บอกว่าละเมิดได้ ไม่ผิด

คำถามคือ ละเมิดผิด แล้วผลของความผิดล่ะ สมเหตุสมผลไหม

เหมือนจงใจเหยียบเท้าเพราะโมโห คือผิด ถ้าสำนึกแล้ว ชดใช้ จ่ายเงินมากกว่าปกติ
แต่ไม่ยอม จะเอาให้ตาย เอาให้สาหัส คือ สมเหตุสมผลไหม

และคนที่ถูกเหยียบล่ะ มีส่วนยั่วยุไหม โอเคยั่วยุผิดน้อยกว่า เหยียบเท้าคือผิดมากกว่า
แล้วจะบอก ญ ไม่ผิดเลย อีกฝั่งผิดต้องเอาให้หนักที่สุด มันถูกต้องยุติธรรมใช่ไหม
 


1. ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา (มาตรา 276)
กฎหมายมุ่งเน้นที่ "การใช้กำลังประทุษร้าย" หรือ "การกระทำโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม" เป็นหลักครับ

แม้ฝ่ายหญิงจะมีการแต่งกายยั่วยวน หรือมีพฤติกรรมเชิญชวนในตอนแรก แต่หากถึงจุดที่มีการร่วมเพศแล้วฝ่ายหญิง "ไม่ยินยอม" (Say No) หรือมีการใช้กำลังบังคับฝ่ายชายจะมีความผิดทันที

กฎหมายไม่มีบทบัญญัติ ที่ระบุว่าการยั่วยวนของเหยื่อทำให้ความผิดของคนร้ายหมดไปครับ

2. การยั่วยวนถือเป็น "การบันดาลโทสะ" หรือไม่?
ในทางกฎหมาย การบันดาลโทสะ (มาตรา 72) มักใช้กับเหตุการณ์ที่ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจนคุมสติไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ผ่านมา: ศาลไม่เคยรับรองว่า "การยั่วยวนทางเพศ" เป็นเหตุให้บันดาลโทสะจนสามารถไปข่มขืนผู้อื่นได้ ดังนั้นฝ่ายชายไม่สามารถนำเรื่องนี้มาอ้างเพื่อลดหย่อนโทษในลักษณะนั้นได้ครับ

3. ฝ่ายหญิงมีความผิดฐาน "ประมาทร่วม" หรือไม่?
ทางอาญา: ไม่มีคำว่าประมาทร่วมในคดีข่มขืนครับ เพราะการข่มขืนคือการกระทำโดย "เจตนา" ของฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว

ทางแพ่ง: ในอดีตอาจมีการยกเรื่องพฤติกรรมมาพิจารณาค่าเสียหายบ้าง แต่ปัจจุบันแนวคิดเรื่อง Victim Blaming (การโทษเหยื่อ) ถูกลดบทบาทลงมาก กฎหมายมุ่งคุ้มครองสิทธิในร่างกายของบุคคลเป็นสำคัญ

มุมมองในทางปฏิบัติ
แม้ในชั้นศาล ทนายฝ่ายจำเลย (ฝ่ายชาย) มักจะพยายามยกเรื่องการแต่งกายหรือพฤติกรรมของฝ่ายหญิงขึ้นมาอ้าง เพื่อให้ศาลเห็นว่า "เป็นการสมยอม" (Consent) ไม่ใช่การข่มขืน แต่ฝ่ายชายต้องเป็นคนพิสูจน์ให้ได้ว่าฝ่ายหญิงยินยอมจริงๆ

สรุป: ในทางกฎหมาย ฝ่ายหญิงไม่มีความผิดครับ ความรับผิดชอบในการยับยั้งชั่งใจและการเคารพสิทธิในร่างกายของผู้อื่นอยู่ที่ฝ่ายชาย 100%


กรณีนี้จะแตกต่างจากเรื่องเพศครับ เพราะเข้าข่ายข้อกฎหมายที่เรียกว่า "การบันดาลโทสะ" และ "ผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด" ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ

1. ฝ่ายหญิงผิดไหม? (ในทางกฎหมาย)
ในทางอาญา ฝ่ายหญิงที่ด่าทอหรือยั่วยุ "ไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย" (เพราะไม่ได้เป็นคนลงมือ) แต่อาจมีความผิดฐานอื่นแทน เช่น:

ดูหมิ่นซึ่งหน้า: หากเป็นการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย

หมิ่นประมาท: หากเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม

2. ฝ่ายชาย (คนกระทืบ) จะได้รับสิทธิลดหย่อนโทษ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 ระบุเรื่อง "การบันดาลโทสะ" ไว้ว่า:

"ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้"

เงื่อนไขที่จะถือว่า "ยั่วจนบันดาลโทสะ" ได้แก่:

ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม: เช่น ถูกด่าบุพการีอย่างหยาบคาย, ถูกถ่มน้ำลายใส่หน้า หรือถูกหาเรื่องอย่างหนัก

กระทำในขณะนั้น: ต้องทำทันทีที่โดนยั่ว ถ้าโดนยั่วตอนเช้า แล้วกลับไปเอามีดมาฟันตอนเย็น แบบนี้อ้างบันดาลโทสะไม่ได้ครับ เพราะถือว่ามีเวลาไตร่ตรองแล้ว

3. ค่าเสียหายทางแพ่ง (ประมาทร่วม)
หากฝ่ายหญิงฟ้องเรียกค่าเสียหาย (ค่ารักษาพยาบาล) ศาลมักจะมองว่าฝ่ายหญิงมีส่วนผิดที่ไปยั่วยุก่อน ตามมาตรา 442 ซึ่งอาจทำให้ "ฝ่ายชายไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายเต็มจำนวน" เพราะถือว่าฝ่ายหญิงมีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายนั้นด้วยครับ


สรุป อ่านแล้วตกใจ เอาการยั่วให้คนกระทืบมาผสมกับยั่วยวนทางเพศ

เอวัง ผมหลงอ่านมานานนึกว่าท่านเป็นนักกฏหมายตัวจริงเสียอีก


 


ผมไม่ใช่นักกฎหมายหลอกครับ

ผมเปรียบเปรย ไม่ได้จะเทียบทางกฎหมาย ถ้าสังเกตุใช้ความคิดดูดีๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดข้อกฎหมาย ผมตั้งใจจะพูดถึงความยุติธรรม สำหรับคนทำผิด
2.5 ล้านกับละเมิดเท่านี้ ละเมิดเท่านี้เหมาะสมกับหมิ่นประมาทขนาดนี้ สุ่มเสี่ยงรีดทรัพย์ ถ่าคิดว่าสมควรแล้ว ก็แล้วแต่เลยครับนานาจิตตัง

ถ้าจะคิดผิดไปเองยกบทอะไรมาซึ่งยังจับประเด็นไม่ได้ คนแบบนี้ อยากจะดูหมิ่นอะไรก็เอาเถอะครับตามสะบาย

เพิ่มเติม
และผมไม่คิดจะอ่านด้วยซ้ำครับ เห็นที่ยกมาประโยคแรกแล้ว ดูเพ้อเจ้อ คนละประด็น

คิดว่าผมไม่เข้าใจยั่วยุบันดาลโทสะหลอครับ โอเค ยกตัวอย่างอาจไม่ตรงเป๊ะๆ แต่มันไม่ใช่ประเด็น
ศาลจะลดโทษเท่าไหร่ก็ได้ ในเรื่องบันดาลโทสะ แล้วคุณ กระทืบเขาสาหัสได้หลอครับ
คนที่ยั่วยุ อาจจะไม่ตั้งใจยั่วยุก็ได้ แล้วไง คนเหยียบก็ผิด อาจจะไม่ลดโทษก็ได้
เขาเหยียบแล้วขอโทษ กลับบ้านไปเตรียมตัวเอาคืนให้สาหัส มันนับบันดาลโทสะหลอครับ


พยายามจะหาข้อมูลมา แเหมือนสักแต่จะหา วิเคราะห์ไม่เป็น


แก้ไขล่าสุดโดย แมวมอง เมื่อ Sun Jan 25, 2026 18:40, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status: 4 แชมป์ยังไงให้โลกจำ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 5766
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Jan 25, 2026 18:57
[RE: victim blaming เคสทนายกับเด็ก18]
แมวมอง พิมพ์ว่า:
Pepsi Man พิมพ์ว่า:
แมวมอง พิมพ์ว่า:
ไม่เห็นมีใคร หรือส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้บอกว่าละเมิดได้ ไม่ผิด

คำถามคือ ละเมิดผิด แล้วผลของความผิดล่ะ สมเหตุสมผลไหม

เหมือนจงใจเหยียบเท้าเพราะโมโห คือผิด ถ้าสำนึกแล้ว ชดใช้ จ่ายเงินมากกว่าปกติ
แต่ไม่ยอม จะเอาให้ตาย เอาให้สาหัส คือ สมเหตุสมผลไหม

และคนที่ถูกเหยียบล่ะ มีส่วนยั่วยุไหม โอเคยั่วยุผิดน้อยกว่า เหยียบเท้าคือผิดมากกว่า
แล้วจะบอก ญ ไม่ผิดเลย อีกฝั่งผิดต้องเอาให้หนักที่สุด มันถูกต้องยุติธรรมใช่ไหม
 


1. ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา (มาตรา 276)
กฎหมายมุ่งเน้นที่ "การใช้กำลังประทุษร้าย" หรือ "การกระทำโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม" เป็นหลักครับ

แม้ฝ่ายหญิงจะมีการแต่งกายยั่วยวน หรือมีพฤติกรรมเชิญชวนในตอนแรก แต่หากถึงจุดที่มีการร่วมเพศแล้วฝ่ายหญิง "ไม่ยินยอม" (Say No) หรือมีการใช้กำลังบังคับฝ่ายชายจะมีความผิดทันที

กฎหมายไม่มีบทบัญญัติ ที่ระบุว่าการยั่วยวนของเหยื่อทำให้ความผิดของคนร้ายหมดไปครับ

2. การยั่วยวนถือเป็น "การบันดาลโทสะ" หรือไม่?
ในทางกฎหมาย การบันดาลโทสะ (มาตรา 72) มักใช้กับเหตุการณ์ที่ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจนคุมสติไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ผ่านมา: ศาลไม่เคยรับรองว่า "การยั่วยวนทางเพศ" เป็นเหตุให้บันดาลโทสะจนสามารถไปข่มขืนผู้อื่นได้ ดังนั้นฝ่ายชายไม่สามารถนำเรื่องนี้มาอ้างเพื่อลดหย่อนโทษในลักษณะนั้นได้ครับ

3. ฝ่ายหญิงมีความผิดฐาน "ประมาทร่วม" หรือไม่?
ทางอาญา: ไม่มีคำว่าประมาทร่วมในคดีข่มขืนครับ เพราะการข่มขืนคือการกระทำโดย "เจตนา" ของฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว

ทางแพ่ง: ในอดีตอาจมีการยกเรื่องพฤติกรรมมาพิจารณาค่าเสียหายบ้าง แต่ปัจจุบันแนวคิดเรื่อง Victim Blaming (การโทษเหยื่อ) ถูกลดบทบาทลงมาก กฎหมายมุ่งคุ้มครองสิทธิในร่างกายของบุคคลเป็นสำคัญ

มุมมองในทางปฏิบัติ
แม้ในชั้นศาล ทนายฝ่ายจำเลย (ฝ่ายชาย) มักจะพยายามยกเรื่องการแต่งกายหรือพฤติกรรมของฝ่ายหญิงขึ้นมาอ้าง เพื่อให้ศาลเห็นว่า "เป็นการสมยอม" (Consent) ไม่ใช่การข่มขืน แต่ฝ่ายชายต้องเป็นคนพิสูจน์ให้ได้ว่าฝ่ายหญิงยินยอมจริงๆ

สรุป: ในทางกฎหมาย ฝ่ายหญิงไม่มีความผิดครับ ความรับผิดชอบในการยับยั้งชั่งใจและการเคารพสิทธิในร่างกายของผู้อื่นอยู่ที่ฝ่ายชาย 100%


กรณีนี้จะแตกต่างจากเรื่องเพศครับ เพราะเข้าข่ายข้อกฎหมายที่เรียกว่า "การบันดาลโทสะ" และ "ผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด" ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ

1. ฝ่ายหญิงผิดไหม? (ในทางกฎหมาย)
ในทางอาญา ฝ่ายหญิงที่ด่าทอหรือยั่วยุ "ไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย" (เพราะไม่ได้เป็นคนลงมือ) แต่อาจมีความผิดฐานอื่นแทน เช่น:

ดูหมิ่นซึ่งหน้า: หากเป็นการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย

หมิ่นประมาท: หากเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม

2. ฝ่ายชาย (คนกระทืบ) จะได้รับสิทธิลดหย่อนโทษ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 ระบุเรื่อง "การบันดาลโทสะ" ไว้ว่า:

"ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้"

เงื่อนไขที่จะถือว่า "ยั่วจนบันดาลโทสะ" ได้แก่:

ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม: เช่น ถูกด่าบุพการีอย่างหยาบคาย, ถูกถ่มน้ำลายใส่หน้า หรือถูกหาเรื่องอย่างหนัก

กระทำในขณะนั้น: ต้องทำทันทีที่โดนยั่ว ถ้าโดนยั่วตอนเช้า แล้วกลับไปเอามีดมาฟันตอนเย็น แบบนี้อ้างบันดาลโทสะไม่ได้ครับ เพราะถือว่ามีเวลาไตร่ตรองแล้ว

3. ค่าเสียหายทางแพ่ง (ประมาทร่วม)
หากฝ่ายหญิงฟ้องเรียกค่าเสียหาย (ค่ารักษาพยาบาล) ศาลมักจะมองว่าฝ่ายหญิงมีส่วนผิดที่ไปยั่วยุก่อน ตามมาตรา 442 ซึ่งอาจทำให้ "ฝ่ายชายไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายเต็มจำนวน" เพราะถือว่าฝ่ายหญิงมีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายนั้นด้วยครับ


สรุป อ่านแล้วตกใจ เอาการยั่วให้คนกระทืบมาผสมกับยั่วยวนทางเพศ

เอวัง ผมหลงอ่านมานานนึกว่าท่านเป็นนักกฏหมายตัวจริงเสียอีก


 


ผมไม่ใช่นักกฎหมายหลอกครับ

ผมเปรียบเปรย ไม่ได้จะเทียบทางกฎหมาย ถ้าสังเกตุใช้ความคิดดูดีๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดข้อกฎหมาย ผมตั้งใจจะพูดถึงความยุติธรรม สำหรับคนทำผิด
2.5 ล้านกับละเมิดเท่านี้ ละเมิดเท่านี้เหมาะสมกับหมิ่นประมาทขนาดนี้ สุ่มเสี่ยงรีดทรัพย์ ถ่าคิดว่าสมควรแล้ว ก็แล้วแต่เลยครับนานาจิตตัง

ถ้าจะคิดผิดไปเองยกบทอะไรมาซึ่งยังจับประเด็นไม่ได้ คนแบบนี้ อยากจะดูหมิ่นอะไรก็เอาเถอะครับตามสะบาย

เพิ่มเติม
และผมไม่คิดจะอ่านด้วยซ้ำครับ เห็นที่ยกมาประโยคแรกแล้ว ดูเพ้อเจ้อ คนละประด็น

คิดว่าผมไม่เข้าใจยั่วยุบันดาลโทสะหลอครับ โอเค ยกตัวอย่างอาจไม่ตรงเป๊ะๆ แต่มันไม่ใช่ประเด็น
ศาลจะลดโทษเท่าไหร่ก็ได้ ในเรื่องบันดาลโทสะ แล้วคุณ กระทืบเขาสาหัสได้หลอครับ
คนที่ยั่วยุ อาจจะไม่ตั้งใจยั่วยุก็ได้ แล้วไง คนเหยียบก็ผิด อาจจะไม่ลดโทษก็ได้
เขาเหยียบแล้วขอโทษ กลับบ้านไปเตรียมตัวเอาคืนให้สาหัส มันนับบันดาลโทสะหลอครับ


พยายามจะหาข้อมูลมา แเหมือนสักแต่จะหา วิเคราะห์ไม่เป็น


 


"ที่ผมยกข้อกฎหมายมา เพราะเรากำลังคุยกันบนบรรทัดฐานของสังคมที่ใช้ 'กฎหมาย' ตัดสินความถูกผิด ไม่ใช่ใช้ 'ความรู้สึกส่วนตัว' มาตัดสิน

1.การเปรียบเทียบ: คุณจะเอาเรื่องการเหยียบเท้าหรือด่ากัน มาเทียบกับการข่มขืนไม่ได้ เพราะกฎหมายคุ้มครอง 'สิทธิในเนื้อตัวร่างกาย' ต่างกันอย่างสิ้นเชิง การข่มขืนไม่มีเหตุยกเว้นโทษจากการยั่วยุครับ

2.ความยุติธรรม: ความยุติธรรมที่คุณพูดถึง คือความรู้สึกว่าฝ่ายชายโดนลงโทษหนักไป หรือเสียเงินเยอะไป (2.5 ล้าน) แต่นั่นเป็นเรื่องของดุลพินิจศาลในทางแพ่ง ไม่ใช่การบอกว่าฝ่ายหญิง 'ผิดร่วม' ในทางอาญา

3."เขาเหยียบแล้วขอโทษ กลับบ้านไปเตรียมตัวเอาคืนให้สาหัส มันนับบันดาลโทสะเหรอ"
ใช่ครับ แบบนั้นไม่นับบันดาลโทสะ แต่ต้นข้อความที่คุณพิมพ์คุณจะสื่อเรื่องยั่วยุ เข้าไปแทน ยั่วยวนทางเพศ ใช่ไหมครับ ผมว่าใครอ่านก็เข้าใจกันแบบนั้น

และคนที่ถูกเหยียบล่ะ มีส่วนยั่วยุไหม โอเคยั่วยุผิดน้อยกว่า เหยียบเท้าคือผิดมากกว่า
แล้วจะบอก ญ ไม่ผิดเลย อีกฝั่งผิดต้องเอาให้หนักที่สุด มันถูกต้องยุติธรรมใช่ไหม

ผมว่าอย่าแถเลยท่าน แค่ยกตัวอย่างก็คนละเรื่องแล้ว

แบบนี้แสดงว่า

"ถ้าผมเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ (ยั่วยุ/ประมาท) แล้วคุณเดินเข้ามาปล้นบ้านผม คุณจะบอกว่า 'ผมก็ผิดที่เปิดประตูบ้านทิ้งไว้ คุณเลยปล้น' แบบนี้เหรอครับ? แล้วศาลควรลดโทษให้โจร เพราะเจ้าของบ้านเปิดประตูทิ้งไว้อย่างนั้นเหรอ? ความประมาทหรือพฤติกรรมของเหยื่อ ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครทำผิดกฎหมายครับ"


เสริมนะ

1. "เงิน" ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ล่วงละเมิดใคร
การที่บอกว่าจ่าย 2.5 ล้านแล้วต้องจบ คือการดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ครับ ความผิดฐานอนาจาร (โดยเฉพาะกับเด็กอายุ 19 ซึ่งพ้นนิติภาวะแต่ยังเป็นเยาวชนในเชิงความรู้สึกสังคม) มันสร้างบาดแผลทางใจ เงินอาจจะเยียวยาค่ารักษาหรือค่าทำขวัญได้ แต่มันไม่ได้ลบความผิดที่เกิดขึ้นครับ การที่เหยื่อจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มันคือสิทธิในการทวงคืนความยุติธรรม ไม่ใช่เรื่อง "ความไม่พอดี" ของเหยื่อ

2. "วิชาชีพทนายความ" (จุดตายของคู่กรณี)
คนทำผิดไม่ใช่ตาสีตาสา แต่เป็น "ทนายความ" ซึ่งเป็นผู้รู้กฎหมายและมีใบประกอบวิชาชีพ ความยุติธรรมในกรณีนี้ไม่ได้จบที่เงิน แต่มันต้องจบที่ "จรรยาบรรณ" ครับ การที่เหยื่อไม่ยอมจบเพราะเขาอาจต้องการให้คนแบบนี้ "พ้นจากอาชีพทนาย" เพื่อไม่ไปทำแบบนี้กับใครอีก นี่คือความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่การกลั่นแกล้งเอาให้ตายครับ

3. ตรรกะ "จ่ายแล้วต้องจบ" คือตรรกะโจร
ถ้าผมเอามีดไปแทงคุณจนปางตาย แล้วผมบอกว่า "อ่ะ เอาไป 10 ล้าน แล้วจบกันนะ อย่ามาแจ้งความเอาผมติดคุกเลย" คุณจะยอมไหม? ถ้าคุณไม่ยอม แล้วผมด่าคุณว่า "จะเอาให้ตายเลยเหรอ?" แบบนี้ยุติธรรมไหมครับ?

ความผิดอาญา (อนาจาร) คือความผิดต่อรัฐ เงินเป็นเพียงส่วนของแพ่ง "การยอมความในทางแพ่ง ไม่ได้หมายความว่าความผิดทางอาญาหรือทางวินัยต้องหายไป"

4. 2.5 ล้าน กับ อนาจาร... ใครกำหนดว่า "พอแล้ว"?
การที่คุณบอกว่าจ่ายเงินมากกว่าปกติแล้วเหยื่อควรพอใจ คุณเอาเกณฑ์อะไรมาวัดความเจ็บปวดของคนอื่น? สำหรับทนายที่มีฐานะ เงิน 2.5 ล้านอาจจะเยอะ แต่มันคือการ "ซื้อความผิด" หรือเปล่า? หากเหยื่อมองว่า "ความถูกต้องซื้อไม่ได้ด้วยเงิน" นั่นคือความกล้าหาญของเหยื่อ ไม่ใช่ความผิดของเหยื่อครับ


เห็นที่คุณบอกไม่คิดจะอ่านเลยด้วยซ้ำ ผมเข้าใจว่าคุณน่าจะไม่เข้าใจอะไรเลยมากกว่ามั้งครับ

แก้ไขล่าสุดโดย Pepsi Man เมื่อ Sun Jan 25, 2026 18:59, ทั้งหมด 2 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
แข้งลีกเอิง
Status: once a blue, always a blue
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 7913
ที่อยู่: Stamford Bridge
โพสเมื่อ: Sun Jan 25, 2026 19:36
[RE: victim blaming เคสทนายกับเด็ก18]
โว้คโดยเฉลี่ย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
chelsea

ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel