[RE: victim blaming เคสทนายกับเด็ก18]
แมวมอง พิมพ์ว่า:
ไม่เห็นมีใคร หรือส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้บอกว่าละเมิดได้ ไม่ผิด
คำถามคือ ละเมิดผิด แล้วผลของความผิดล่ะ สมเหตุสมผลไหม
เหมือนจงใจเหยียบเท้าเพราะโมโห คือผิด ถ้าสำนึกแล้ว ชดใช้ จ่ายเงินมากกว่าปกติ
แต่ไม่ยอม จะเอาให้ตาย เอาให้สาหัส คือ สมเหตุสมผลไหม
และคนที่ถูกเหยียบล่ะ มีส่วนยั่วยุไหม โอเคยั่วยุผิดน้อยกว่า เหยียบเท้าคือผิดมากกว่า
แล้วจะบอก ญ ไม่ผิดเลย อีกฝั่งผิดต้องเอาให้หนักที่สุด มันถูกต้องยุติธรรมใช่ไหม
1. ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา (มาตรา 276)
กฎหมายมุ่งเน้นที่ "การใช้กำลังประทุษร้าย" หรือ "การกระทำโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม" เป็นหลักครับ
แม้ฝ่ายหญิงจะมีการแต่งกายยั่วยวน หรือมีพฤติกรรมเชิญชวนในตอนแรก แต่หากถึงจุดที่มีการร่วมเพศแล้วฝ่ายหญิง "ไม่ยินยอม" (Say No) หรือมีการใช้กำลังบังคับฝ่ายชายจะมีความผิดทันที
กฎหมายไม่มีบทบัญญัติ ที่ระบุว่าการยั่วยวนของเหยื่อทำให้ความผิดของคนร้ายหมดไปครับ
2. การยั่วยวนถือเป็น "การบันดาลโทสะ" หรือไม่?
ในทางกฎหมาย การบันดาลโทสะ (มาตรา 72) มักใช้กับเหตุการณ์ที่ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมจนคุมสติไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ผ่านมา: ศาลไม่เคยรับรองว่า "การยั่วยวนทางเพศ" เป็นเหตุให้บันดาลโทสะจนสามารถไปข่มขืนผู้อื่นได้ ดังนั้นฝ่ายชายไม่สามารถนำเรื่องนี้มาอ้างเพื่อลดหย่อนโทษในลักษณะนั้นได้ครับ
3. ฝ่ายหญิงมีความผิดฐาน "ประมาทร่วม" หรือไม่?
ทางอาญา: ไม่มีคำว่าประมาทร่วมในคดีข่มขืนครับ เพราะการข่มขืนคือการกระทำโดย "เจตนา" ของฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว
ทางแพ่ง: ในอดีตอาจมีการยกเรื่องพฤติกรรมมาพิจารณาค่าเสียหายบ้าง แต่ปัจจุบันแนวคิดเรื่อง Victim Blaming (การโทษเหยื่อ) ถูกลดบทบาทลงมาก กฎหมายมุ่งคุ้มครองสิทธิในร่างกายของบุคคลเป็นสำคัญ
มุมมองในทางปฏิบัติ
แม้ในชั้นศาล ทนายฝ่ายจำเลย (ฝ่ายชาย) มักจะพยายามยกเรื่องการแต่งกายหรือพฤติกรรมของฝ่ายหญิงขึ้นมาอ้าง เพื่อให้ศาลเห็นว่า "เป็นการสมยอม" (Consent) ไม่ใช่การข่มขืน แต่ฝ่ายชายต้องเป็นคนพิสูจน์ให้ได้ว่าฝ่ายหญิงยินยอมจริงๆ
สรุป: ในทางกฎหมาย ฝ่ายหญิงไม่มีความผิดครับ ความรับผิดชอบในการยับยั้งชั่งใจและการเคารพสิทธิในร่างกายของผู้อื่นอยู่ที่ฝ่ายชาย 100%
กรณีนี้จะแตกต่างจากเรื่องเพศครับ เพราะเข้าข่ายข้อกฎหมายที่เรียกว่า "การบันดาลโทสะ" และ "ผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด" ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้ครับ
1. ฝ่ายหญิงผิดไหม? (ในทางกฎหมาย)
ในทางอาญา ฝ่ายหญิงที่ด่าทอหรือยั่วยุ "ไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย" (เพราะไม่ได้เป็นคนลงมือ) แต่อาจมีความผิดฐานอื่นแทน เช่น:
ดูหมิ่นซึ่งหน้า: หากเป็นการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย
หมิ่นประมาท: หากเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม
2. ฝ่ายชาย (คนกระทืบ) จะได้รับสิทธิลดหย่อนโทษ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 ระบุเรื่อง "การบันดาลโทสะ" ไว้ว่า:
"ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้"
เงื่อนไขที่จะถือว่า "ยั่วจนบันดาลโทสะ" ได้แก่:
ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม: เช่น ถูกด่าบุพการีอย่างหยาบคาย, ถูกถ่มน้ำลายใส่หน้า หรือถูกหาเรื่องอย่างหนัก
กระทำในขณะนั้น: ต้องทำทันทีที่โดนยั่ว ถ้าโดนยั่วตอนเช้า แล้วกลับไปเอามีดมาฟันตอนเย็น แบบนี้อ้างบันดาลโทสะไม่ได้ครับ เพราะถือว่ามีเวลาไตร่ตรองแล้ว
3. ค่าเสียหายทางแพ่ง (ประมาทร่วม)
หากฝ่ายหญิงฟ้องเรียกค่าเสียหาย (ค่ารักษาพยาบาล) ศาลมักจะมองว่าฝ่ายหญิงมีส่วนผิดที่ไปยั่วยุก่อน ตามมาตรา 442 ซึ่งอาจทำให้ "ฝ่ายชายไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายเต็มจำนวน" เพราะถือว่าฝ่ายหญิงมีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายนั้นด้วยครับ
สรุป อ่านแล้วตกใจ เอาการยั่วให้คนกระทืบมาผสมกับยั่วยวนทางเพศ
เอวัง ผมหลงอ่านมานานนึกว่าท่านเป็นนักกฏหมายตัวจริงเสียอีก