ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Feb 2011
ตอบ: 1955
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 16:16
(Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ
ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่ได้ประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีข่าวจาก Tier1 หลายๆเจ้าว่าดีลของ Enzo Maresca เสร็จสิ้นแล้วด้วยระยะเวลาสัญญา 5 ปี + 1 ปี

เลยจะพามาทำเข้ารู้จักสไตล์การเล่นของเขา และสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นไปปีที่แล้วกันครับ จะได้ทราบกันคร่าวๆว่าเล่นสไตล์แบบไหน และทำไมสองผู้อำนวยการกีฬาของเราจึงปลื้มว่าที่โค้ชใหม่คนนี้เหลือเกิน



Background

สมัยเป็นนักเตะ Enzo Maresca เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง เริ่มจากเป็นนักเตะเยาวชน AC Milan เป็นที่ที่เค้าสานสัมพันธ์กับ Roberto De Zerbi ในฐานะเพื่อน จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับ West Bromwich Albion ตอนอายุได้เพียง 18 ปี

จากนั้นในปี 2000 ก็ย้ายไปอยู่กับ Juventus ได้เล่นภายใต้การคุมทีมของ Carlo Ancelotti, Marcello Lippi เป็นช่วงที่ยูเว่มีนักเตะอย่าง Zidane, Conte, Del Piero, Inzaghi, Davids, Nedved, Trezeguet, Thuram, Buffon ระหกระเหินไปเรื่อยจนได้ไปเล่นให้ Malaga ในปี 2012 เป็นที่ที่เค้าได้พบเจอกับ Manuel Pellegrini และย้ายทีมไปเรื่อยๆจนแขวนสตั๊ดกับ Hellas Verona



Maresca เริ่มอาชีพโค้ชในปี 2018 โดยเริ่มจากตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชที่ Ascoli ทีมใน Serie B และในปีเดียวกันย้ายมาที่ Sevilla ในตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชของ Vincenzo Montella

จากนั้นในปี 2019 ก็ได้มาร่วมงานกับเจ้านายเก่าที่ West Ham โดยเป็นผู้ช่วยของ Manuel Pellegrini พาทีมจบอันดับ 10 ของตาราง

ในซีซั่นถัดมาก็ได้รับหน้าที่คุมทีม U23 ที่ Manchester City พาทีมคว้าแชมป์ลีกในปี 2020–2021 โดยเป็นที่ที่เขาได้เจอกับ Joe Shields หัวหน้าฝ่ายสรรหาของเชลซีในปัจจุบัน และมีส่วนสำคัญในการพัฒนานักเตะอย่าง Cole Palmer, Romeo Lavia ขึ้นมา



สุดท้ายโอกาสในการคุมชุดใหญ่ก็มาถึง โดยเริ่มจากการเป็นผู้จัดการทีม Parma ใน Serie B แต่คุมได้เพียง 14 นัดก็ต้องถูกปลดเพราะผลงานไม่ดี

แต่ถึงอย่างนั้น Pep ก็ยังเห็นถึงศักยภาพของเขาอยู่ เลยชักชวนให้กลับมาที่ City อีกครั้งในฐานะผู้ช่วยโค้ช และปีนั้นเขาคว้าทริปเปิ้ลแชมป์

ก่อนจะคว้าแชมป์กับเลสเตอร์ในฐานะผู้จัดการทีมในปีถัดมา



และตอนนี้เขากำลังจะกลายเป็นผู้จัดการคนที่ 5 ของเชลซีภายใต้การบริหารงานของกลุ่ม BlueCo หลังจากการที่แยกทางกับเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ด้วยเหตุผลที่พอชไม่เหมาะกับการทำงานภายใต้โครงสร้างการบริหารแบบนี้ และ สไตล์การเล่นที่ไม่ได้เป็นการครองบอลกดใส่คู่ต่อสู้ยับๆ อย่างที่เหล่าผู้บริหารต้องการให้เป็น

ถึงขั้นมีข่าวออกมาว่า Egbahli ทำการหอบสถิติต่างๆเข้ามาคุยกับพอชว่ามันยังไม่ดีพอ และลงเอยด้วยการแยกทาง

หากใครอยากทราบว่าสถิติต่างๆในปีที่ผ่านมาของ Chelsea เป็นยังไงบ้าง
สามารถตามไปอ่านได้ในลิ้งนี้ครับ ผมเขียนไว้ละเอียดยิบเลย :)

https://www.soccersuck.com/boards/topic/2445445

เรามาทำความรู้จักสไตล์การเล่นกันก่อนดีกว่าครับ

สไตล์การเล่น

Enzo Maresca ให้คำนิยามสไตล์การเล่นของตัวเองว่าเป็น Positional Play หรือการเล่นแบบเน้นการครอบครองตำแหน่งในสนาม ซึ่งแต่ละจุดในสนามจะต้องมีนักเตะของทีมเราประจำตำแหน่งอยู่ เป็นการเปิดโอกาสให้ครอบครองบอลและสร้างเกมส์รุกได้มากขึ้น





Positional Play นั้นอาศัยความเชื่อใจในแผนงานของโค้ช เชื่อใจเพื่อร่วมทีมเป็นอย่างมาก แม้ในบางครั้งนักเตะจะอยากออกจากพื้นที่เพื่อที่จะไปช่วยเพื่อน หากโค้ชไม่ได้สั่งก็ต้องหักห้ามใจไว้

มีครั้งนึง Theiry Henry เคยถูก Pep เปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งเพียงเพราะว่าไม่ยอมประจำตำแหน่งในฝั่งซ้าย ถึงแม้การออกจากตำแหน่งครั้งนั้นจะทำให้เขายิงประตูได้ก็ตาม

Henry เคยกล่าวไว้ว่า “เมื่อเป๊บมีแผน คุณต้องเคารพแผนของเขา คุณต้องอยู่ในพื้นที่ของคุณ โดยเชื่อใจเพื่อนร่วมทีมว่าบอลจะมาถึงคุณ”

แต่หลายคนชอบคิดกันไปเองว่า Positional Play คือการทำลายความคิดสร้างสรรค์ของนักเตะ มันไม่จริงซะทีเดียว มันอยู่ที่โค้ชด้วยว่าวางหมากให้นักเตะแต่ละคนทำอะไรได้บ้าง ยกตัวอย่างคนที่เคยเล่นในระบบนี้ ชัดๆเลยคือ Leoniel Messi, Andres Iniesta, Joshua Kimmich, Kevin De Bruyne, David Silva เราจะเห็นได้ว่านักเตะเหล่านี้แทบจะมีฟอร์มการสร้างสรรค์ประตูที่ดีที่สุดในชีวิตภายใต้ระบบนี้เลยก็ว่าได้



แต่ข้อเสียจริงๆของ Positional Play นั้นเป็นเรื่องของคุณภาพของผู้เล่น ครั้งนึง Pep เคยพูดว่า “สิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ Tactic หรอก จะ 442, 433 อะไรก็ช่าง ถ้าคุณภาพผู้เล่นไม่ถึง ทุกอย่างก็จบ” (หาคลิปไม่เจอ น่าจะเกือบ 10 ปีละ ขออภัยคร้าบ) หรือการสัมภาษณ์เรื่อง Tactic ของ Pep แต่ละครั้ง มักจะเน้นย้ำไปที่คุณภาพเป็นหลัก

และดูเหมือนเรื่องนี้จะจริง เพราะตั้งแต่ 2008 มาจนถึงปัจจุบัน มีซักกี่ทีมที่อยากเล่น Positional Play ครองบอลยับๆแบบ Pep มีกี่ทีมที่ทำได้ แล้วเวลาเจอกับ City ทำไมทีมเหล่านั้นครองบอลเป็นรอง? คุณภาพคือตัวแปรที่สำคัญ

มีโค้ชหลายคนที่อยากเล่นแบบนี้แล้วล้มเหลว บ้างก็เป็นตัว U บ้างก็สร้างสรรค์เกมส์รุกไม่ได้ บ้างก็ส่งบอลผิดพลาดจนเสียประตู เอาแบบชัดๆก็คือ Burnley ในฤดูกาลที่พึ่งจบไป เพราะฉะนั้นหากอยากให้ทีมเล่น Positional Play ให้ดี ก็ต้องมีคุณภาพผู้เล่นที่ดีด้วย ซึ่ง Chelsea ของเรามีศักยภาพที่จะทำได้ดี

ในปีที่ผ่านมาสไตล์การครองบอลของเลสเตอร์จะเน้นต่อบอลกันช้าๆเพื่อหาช่อง แต่ก็ไม่ได้มีการโจมตีอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเน้นความแน่นอนมากกว่า



แกนแนวนอนบ่งบอกถึงการครอบครองบอลนานแค่ไหน ยิ่งอยู่ขวาเยอะ แปลว่ายิ่งครองบอลไว้ได้นานจนกว่าจะมีการจบสกอร์ การถูกแย่งบอล และการบล็อค

แกนแนวตั้งบ่งบอกว่าทีมนั้นๆลำเลียงบอลเข้าไปทำประตูได้รวดเร็วแค่ไหน (หน่วยเป็นเมตร/วินาที) กราฟยิ่งสูงก็แปลว่าทีมใช้บอลไดเร็คในการโจมตีบ่อย

เมื่อนำมาเทียบกับทีมในพรีเมียร์ลีกก็จะเป็นแบบนี้



ถ้าถามว่า Enzo Maresca มีสไตล์การทำทีมที่คล้ายใคร คงต้องตอบว่าคล้าย Arteta + De Zerbi มากกว่าจะไปคล้าย Pep

คล้าย Arteta ในแง่ของการเล่นบอลที่ไดเร็คมากกว่า และคล้าย De Zerbi ในแง่ของการเล่น Build-up ที่ลึก แบบลึกมากๆ เพื่อล่อให้คู่ต่อสู้เข้ามาแย่งบอล เมื่อคู่ต่อสู้เข้ามาแย่งบอล ก็จะเปิดช่องให้จ่ายบอลทะลุขึ้นไปเพื่อสร้างโอกาสการโจมตี ไม่ได้เน้นการเอาบอลไปเล่นในแดนคู่แข่งเป็นหลักแบบ Arteta และ Pep

Spoil
นอกเรื่องนิดนึง.. Ipswitch กับ Man United นี่สไตล์ใกล้เคียงกันมากเลย ถ้าสมมติ Ten Hag ออกแล้วได้ McKenna มาแทน ไม่รู้จะมีอะไรที่เปลี่ยนบ้างรึเปล่า  


คนที่เข้าใกล้สไตล์ของ Pep มากที่สุด คือ Russell Martin จาก Southamton โดยภาพด้านล่างจะมีพื้นที่สีฟ้าซึ่งหมายถึงโซนในการครองบอลที่ใกล้เคียงกับ Man City



อธิบาย: สีฟ้าคือทีมได้ครองบอลเยอะสุดบริเวณนั้น สีแดงคู่แข่งครองบอลเยอะสุดบริเวณนั้น สีเทาก็กลางๆไม่มีอะไร

พื้นที่ในการครองบอลของสีฟ้าเลสเตอร์ก็แอบคล้าย Chelsea และ Brighton อยู่เหมือนกันนะ คือเน้นครองบอลแดนตัวเอง และกลางสนามเป็นหลัก ไม่ค่อยครองบอลบริเวณ Half-Space (พื้นที่ระหว่างเซ็นเตอร์กับฟูลแบ็ค) และบริเวณพื้นที่ 30 หลา

ให้ภาพด้านล่างช่วงยืนยันอีกเสียง ให้สังเกตุพื้นที่สีม่วงๆ นั่นคือบริเวณที่ทีมได้สัมผัสบอลเยอะสุด ยิ่งม่วงเข้ม ยิ่งสัมผัสบอลตรงนั้นเยอะ



อธิบายสี: สีม่วงแสดงถึงบริเวณที่ทีมสัมผัสบอลเยอะสุด, สีเขียวคือทีมคู่แข่ง, และสีเทาคือทั้งเราและคู่แข่งสัมผัสบอลตรงนั้นกันเยอะ

ตอนนี้ให้เราโฟกัสสีเทา จะบ่งบอกได้ถึงเกมส์การแข่งขันว่า มีการต่อสู้กันตรงไหนมากที่สุดเมื่อทีมนั้นลงเตะ เอาแบบให้เห็นภาพง่ายๆ ให้มองหา Manchester City และตรงที่สีเทาเข้มๆนั่นแหละ คือเกมส์ของ City ส่วนใหญ่จะเล่นตรงนั้น ไม่ว่าจะเจอกับใครก็ตาม

ของเลสเตอร์หมายความว่า
* ทีมจะลำเลียงบอลจากปากประตูขึ้นมาบริเวณวงกลมครึ่งสนาม (สีม่วง)
* หลังจากนั้นการต่อสู้มักจะดวลกันบริเวณเลยเส้นครึ่งสนามมานิดนึง (สีเทา) โดยเน้นขึ้นบอลทางกราบซ้าย โดยใช้การประสานงานของนักเตะฝั่งนั้น และความสามารถเฉพาะตัวของ Mavididi

ส่วนของ Chelsea ที่เอียงขวานั้นเรารู้กันดีนั่นก็เป็นเพราะ Gusto+Palmer+Madueke มักจะต่อบอลกันตรงนั้น และคู่แข่งก็เข้ามารุมพื้นที่บริเวณนั้นกันบ่อยๆนั่นเอง

การที่สไตล์การเล่นนั้นมีคุณภาพหรือไม่นั้นสามารถวัดได้จากค่า xGD (Expected Goal Different) เป็นค่าวัดความแข็งแกร่งในเกมส์รุกและเกมส์รับโดยรวมของทีม

โดยคำนวณจาก xG (คุณภาพการจบสกอร์) ลบด้วย xGA (คุณภาพการโดนล่อเป้า) ค่า xGD ที่เป็นบวกแปลว่าทีมกำลังสร้างโอกาสคุณภาพสูงมากกว่าที่พวกเขาเสียไป ในขณะที่ค่า xGD เป็นลบบ่งชี้ถึงสิ่งที่ตรงกันข้าม



เมื่อรวมกันแล้ว สไตล์การเล่นของ Maresca นั้นถือว่าเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในลีกรอง หากวัดจากค่า xGD (Expected Goal Different) ที่ 42.2 คะแนน

แท็คติค

การ Build-up แบบปกติ
การ Build-up แบบปกติ แกชอบใช้ 5 คนในการขึ้นเกมส์ ในภาพจะอธิบายว่า หลัง 3 คนคือ 2 Center-Back, 1 Full Back และ 2 Midfield คือ 1 Full-Back กับ 1 Midfield

ในกรณีของทีมเรา Full-back เราแต่ละคนสายทะลุทะลวงกันทั้งนั้น James, Gusto, Chilwell เว้น Cucu ไว้คนนึง ให้เดาว่าแรกๆ เราอาจจะใช้แผนนี้ไปก่อน เพราะสานต่อจากพอช แต่พอเวลาผ่านไป ศักยภาพของ Full-Back ของเรามันดีเกินจะมาเล่น Inverted ในความคิดผมคืออาจจะไม่จำเป็นต้องเป็น Inverted Full-Back ก็ได้ และเป็นไปได้ที่จะเป็นในรูปแบบอื่น แต่ยังคงคอนเส็ปหลัง 5 คนไว้



การ Build-up แบบ 3+1
เป็นการ build-up ในกรณีที่คู่แข่งบีบเข้าใส่เราโดยใช้ผู้เล่นจำนวนที่มาก หรือไล่จี้ Center Back ตัวกลาง กรณีนี้ Maresca เลือกที่จะให้ผู้รักษาประตูออกมารับบอลนอกเขตโทษ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เล่นให้มากกว่าคู่ต่อสู้ และเพิ่มโอกาสในการแก้เพรสซิ่ง





การเล่นเกมส์รับ
เมื่อเสียบอลในแดนคู่แข่ง ทีมของมาเรสก้าจะยังคง Shape การยืนตำแหน่งแบบ 3–2 ในเกมส์รับจนกว่าเราจะแย่งบอลคืนมาได้ แต่ถ้าแย่งคืนมาไม่ได้ภายในการส่งบอล 6–8 ครั้ง และ บอลเริ่มเข้าใกล้แดนของเรา จากนั้นค่อยเปลี่ยนไปยืนหลัง 4 เหมือนเดิม



การจะ Pressing เอาบอลคืนมาได้รวดเร็วนั้นต้องอาศัยกับดักของการเพรสซิ่ง (Pressing Trap) โดยกับดักนี้เป็นการวิ่งโดยการต้อนคู่แข่งให้ไปอยู่มุมใดมุมนึงของสนาม และพอจนมุมแล้วทีมฝ่ายรับก็เข้าปะทะในทันที

การจะทำ Pressing Trap นี้กองหน้า หรือ Midfield หมายเลข 8 คนใดคนนึงต้องเป็นคนเริ่มในการวิ่งทำทาง ปิดทางการส่งบอล และเพื่อต้อนคู่แข่งให้เข้ามุม มุมที่ว่านี้อาจจะเป็นบริเวณริมเส้น หรืออาจจะเป็นตรงกลางสนามก็ได้ขึ้นอยู่กับว่ากับดักของเราอยู่ตรงไหน





เมื่อเพรสซิ่งสูงไม่ได้ผล
ก็จะถอยลงมารับต่ำโดยยืนเป็น 442 โดยจะใช้หมายเลข 8 อย่าง Dewsbury-Hall ขึ้นไปยืนคู่กองหน้า แผนนี้เชลซีเราคุ้นตาอยู่แล้วในสมัยของพอช เพราะในตอนเกมส์รับคนที่ขึ้นไปยืนคู่กองหน้าบ่อยๆคือ Conor Gallagher



และเมื่อคู่แข่งเข้าไปใกล้เขตโทษจะยังคงยืน 442 แต่มิดฟิลด์หมายเลข 8 คนใดคนนึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ Half-Space ไว้ (พื้นที่ระหว่าง center และ full-back) เนื่องจากปีกและ ฟูลแบ็คถูกถ่างออกไปประกบผู้เล่นริมเส้น



สถิติเกมส์รุก

xG จาก Open Play
เลสเตอร์สร้าง xG (คุณภาพการจบสกอร์) จากลูก open play ได้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของลีก โดยมีประตูที่ควรจะยิงได้ 65.82 ลูก แต่ยิงได้ 65 ลูก




พอมาดู xG จาก Set Play นี่คนละเรื่องกันเลย เป็นอันดับที่ 22 ของลีก โดยทั้งฤดูกาลลุ้นประตูจากลูก Set Play ไป 9.75 ลูก ห่างจาก Millwall ทีมที่ดีที่สุดด้าน Set Play เป็นเท่าตัวเลยก็ว่าได้ โดยทั้งฤดูกาล Millwall ได้ลุ้นไป 18.51 ประตู



การโจมตีด้วยการ Build-up
ทั้งฤดูกาลเลสเตอร์โจมตีด้วยการ Build-up (การต่อบอลจากแดนหลังขึ้นมา) 202 ครั้ง เป็นอันดับ 2 ของลีก เป็นรอง Southamton ที่โจมตีจากการต่อบอลขึ้นมาได้ 266 ครั้ง เยอะมากกก



วัดความคมของทีม
เราจะวัดความคมของทีมจากสถิติ Np: G-xG (Non-Penalty: Goal — expected Goal, ประตูที่ได้ลบกับประตูที่ควรจะได้แบบไม่รวมจุดโทษ) หากค่านี้เป็นบวกเยอะ แปลว่าทีมยิงคมมากๆ

ดูเผินๆสถิตินี้เหมือนจะเป็นเรื่องของคุณภาพผู้เล่น ดูว่ายิงคมแค่ไหนเทียบกับโอกาสที่ได้มา แต่จริงๆแล้วเราดูวิธีการเล่นผ่านสถิตินี้ได้เหมือนกันนะ

ก่อนอื่นทำความเข้าใจก่อนว่า xG คำนวณแบบไหน


xG คำนวณโอกาสที่ควรจะเป็นประตูเมื่อบอลออกจากเท้าผู้เล่น บ่งบอกคุณภาพการยิงนั้นดีแค่ไหน ระยะทางการยิงนั้นดีแค่ไหน ซึ่งหากผู้เล่นยิงไกล ค่า xG จะยิ่งต่ำ (โอกาสเป็นประตูต่ำ) แต่หากผู้เล่นทำการแท็ปอินโล่งๆ สบายๆ ค่า xG ก็จะยิ่งเข้าใกล้เลข 1 (โอกาสเป็นประตูสูง)



ในกรณีของ Ipswich Town นั้นประตู +14.3 นั้นหมายความว่าอะไรครับ?…

ครับ ตามนั้นเลย Ipswich เขายิงไกลแล้วได้ประตูบ่อยๆ ซึ่งการยิงไกลนี้เป็นเอกลักษณ์ของกลยุทธ์ McKenna เลยก็ว่าได้

Spoil
สถิติที่น่าตกใจคือ Ipswich เป็นทีมที่หาโอกาสจากการซ้ำลูกยิงไกลได้มากถึง 94 ครั้ง เป็น 16 ประตู ดูไฮไลท์ประกอบด้วยก็จะเห็นว่ายิงไกลกันมันส์จริงๆ ไม่หวังเข้าก็หวังได้ซ้ำแหละ



 


ตัดกลับมาที่เลสเตอร์ พวกเขาได้ประตูเกินมาจากที่ควรจะได้ +1.3 ประตู หากดูไฮไลท์ประกอบ เราก็จะเห็นว่าเลสเตอร์เน้นยิงในกรอบเขตโทษ หรือแบบแท็บอินจ่อๆซะเยอะ แต่สถิติก็คือสถิติ ความจริงก็คือเลสเตอร์มีความคมเป็นอันดับที่ 13 ของลีก



สถิติเกมส์รับ

เกมส์รับ Open Play
เลสเตอร์มีสถิติเกมส์รับจาก open play ดีเป็นอันดับ 2 ของลีก โดยทั้งฤดูกาลควรจะเสีย 29.67 ประตู แต่โดนไปจริงๆแค่ 27 ประตู



เกมส์รับ Set Play
ในส่วนของเกมส์รับ Set Play เลสเตอร์จัดว่าเป็นพวก average หรือกลางๆ ไม่ได้ดี แต่ก็ไม่ได้แย่ อยู่อันดับที่ 13 ของลีก เสียไป 13 ประตู จากที่ควรจะเสีย 12.84 ประตู



การเล่นเพรสซิ่ง
เลสเตอร์เป็นทีมที่แย่งบอลกลับมาครองได้เร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 ของลีก โดยวัดจากค่า PPDA โดยคู่แข่งผ่านบอลได้เพียง 11.1 ครั้ง ก่อนจะเสียบอลให้เลสเตอร์

(ช่อง PPDA มาจาก Passes Allowed Per Defensive Action แปลว่าคู่แค่ผ่านบอลในแดนบนได้กี่ครั้งก่อนเสียบอลให้เรา)



แต่น่าแปลกใจตรงที่ว่าการแย่งบอลของเลสเตอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการเข้าปะทะในพื้นที่สุดท้าย แต่กลับเป็นบริเวณกลางสนามมากกว่า โดยทั้งฤดูกาลเข้าปะทะบริเวณพื้นที่สุดท้ายเพียง 92 ครั้งเอง

ทีมที่แย่งบอลแดนบนได้ดีที่สุดคือ Leeds, Southamton, Ipswich Town ตามลำดับ



แต่เลสเตอร์กลับเป็นทีมที่ได้ประตูจากการแย่งบอลมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของลีก ที่ 12 ประตู



สถิติผู้รักษาประตู
เลสเตอร์มีประตูที่ดีที่สุดในลีก โดยป้องกันลูกยากๆได้ถึง 6.7 ลูก จากที่ควรจะเสีย 46.7 ประตู แต่กลับโดนยิงไปแค่ 40 ประตู จากการถูกส่อง 153 ครั้ง



ภาพด้านล่างบ่งบอกว่าประตูมีส่วนกับเกมส์รับมากแค่ไหน แกนแนวตั้งบ่งบอกว่าออกมาตัดบอลต่อเกมส์บ่อยแค่ไหน และแกนแนวนอนบ่งบอกว่าออกมาไกลแค่ไหน



การออกมาตัดบอลของผู้รักษาประตูของเลสเตอร์ถือว่าออกมาไกลสุดในลีกที่ 18.8 หลา และออกมาตัดบอลบ่อยเป็นอันดับ 3 ของลีกที่ 1.67 ครั้งต่อเกมส์ เป็นรองอิปสวิตช์และแบล็คเบิร์น

สถิติการครองบอล และ การสร้างโอกาส

การครองบอลที่ดีคือการครองบอลแบบมีจุดหมาย ครั้งนึง Pep เคยพูดไว้ว่า “เขาเองไม่ชอบการครองบอลแบบ Tiki-Taka เพราะมันฟังดูเป็นการครองบอลแบบไร้ซึ่งจุดมุ่งหมาย” เพราะการครองบอลของ Pep คือการพยายามพาบอลเข้าไปในเขตโทษของคู่แข่งให้ได้มากที่สุด

สถิติด้านล่างแสดงให้เห็นว่าแต่ละทีมครองบอลเยอะแล้วสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษเยอะตามไปด้วยหรือเปล่า โดยกราฟแนวนอนหมายถึงเปอร์เซนต์การครองบอล และกราฟแนวครั้งหมายถึงการสัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่งต่อ 90 นาที

ยิ่งสูงและยิ่งอยู่ขวา แปลว่าดีสำหรับแนวทางการทำทีมแบบครองบอล นั่นแปลว่าทีมกำลังครองบอลแบบมีจุดมุ่งหมาย ไม่ครองบอลไปเรื่อยแบบไร้เหตุผล



ทีมที่ทำได้ดีที่สุดคือ Southampton (อีกแล้ว) ส่วนเลสเตอร์ครองบอลเป็นอันดับ 2 ของลีกและสัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่งเป็นอันดับ 3 รองจาก Southampton และ Leeds

การสร้างโอกาสแต่ละครั้งแบ่งเป็น
การเลี้ยงจี้เข้ากรอบเขตโทษ 6.74 ครั้งต่อเกมส์ เป็นอันดับ 4 ของลีก



ผ่านบอลเข้ากรอบเขตโทษ 10.2 ครั้งต่อเกมส์เป็นอันดับ 2 ของลีก เป็นรองเซาท์แธมป์ตันที่ 12.9 ครั้งต่อเกมส์



ดูสถิติต่างๆแล้วผมรู้สึกตื่นเต้นจริงๆที่จะได้เห็น Southamton ในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

ความเหมาะสมในการทำงานกับบอร์ดบริหาร

ครั้งนึงเคยตอบนักข่าวเรื่องอำนาจในการซื้อขายที่เลสเตอร์ไว้ว่า

"ไม่ล่ะ ผมไม่ได้ขออำนาจในการซื้อขายที่มากขึ้น ผมจะทำในสิ่งที่ผมถูกจ้างมาให้ทำเท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น"



นี่แหละที่บอร์ดเราต้องการ 555

คนอื่นพูดถึงในแง่บวก และ แง่ลบว่ายังไงบ้าง

ในแง่ที่ดี

Pep Guardiola:
"ผมรู้สึกว่า Enzo Meresca จะเป็นผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมในอนาคต เหมือนที่ผมรู้สึกแบบเดียวกันกับ Mikel Arteta"



Harry Winks

"Enzo Meresca เป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดที่ฉันเคยทำงานด้วยเลย เขาน่าเหลือเชื่อมาก ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขากำลังก้าวไปสู่จุดสูงสุดในแง่ของความสามารถในการเป็นผู้จัดการทีม"

"เขามีครบทุกอย่าง เขาเป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม เขามีแท็กติกที่น่าทึ่ง และวิธีที่เขามองเกมเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนในวงการฟุตบอล"

หากเรายังจำกันได้ Harry Winks เคยร่วมงานกับ Poch, Mourinho, Conte มาก่อน



ในแง่ลบ


จากแฟนๆของเลสเตอร์

* ประตูส่วนใหญ่เสียจากการ transition (เสียบอลระหว่างการขึ้นเกมส์และกลับมาประจำตำแหน่งไม่ทัน) เลสเตอร์มี Center-Back ช้า เชลซีต้องการเซ็นเตอร์แบ็คที่มีความเร็ว

* แฟนเลสเตอร์รำคาญกับฟุตบอลที่เชื่องช้าและต้องอดทนรอ บางทีก็มีการตะโกนว่า “ไปข้างหน้าซักทีสิโว้ย” มาเรสก้าเป็นผู้จัดการทีมที่แตกต่างจากร็อดเจอร์ส และคนอื่นๆ แฟนเชลซีในสนามต้องอดทน

จาก Carlo Ancelotti พูดถึงสไตล์ของ De Zerbi

ไม่ได้พูดถึง Enzo Maresca โดยตรง แต่สไตล์ของเขามีความคล้ายคลึงกับ RDZ อย่างมากโดยเฉพาะการ Build-up ลึกจากแดนหลัง เพื่อล่อให้คู่แข่งเข้ามาแย่งบอล และเปิดช่องให้แทงขึ้นหน้า



"การพยายามสร้างเอกลักษณ์ให้กับทีมของคุณนั้นมีขีดจำกัด

เราเล่นเกมหนึ่งในแชมเปี้ยนส์ลีกกับชัคตาร์ โดเน็ตส์ก ซึ่งเป็นทีมที่ดีมาก โรแบร์โต เด แซร์บีเป็นโค้ชของพวกเขา สิ่งที่เขาทำกับฟูลแบ็คและตำแหน่งที่แตกต่างกัน นั้นมันดีจริงๆนะ

แต่ผมบอกกับนักเตะของผมว่าพวกเขาต้องการให้คุณเพรส ดังนั้นอย่าเพรส ถ้าคุณเพรส พวกเขาจะจ่ายบอลไปรอบๆตัวคุณ อย่าเพรส แล้วพวกเขาจะเสียบอลให้คุณ เราไม่ได้เพรส — และเราชนะ 5–0"

นี่เป็นเส้นแบ่งระหว่างผู้จัดการทีมที่เก่งกับผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยม ผมก็หวังไว้ว่า Maresca จะไม่ดื้อดึงในแนวทางบางอย่างจนเกินไป และปรับทีมให้เหมาะสมตามแต่ละสถานการณ์ เหมือนที่เขาเป็นหนึ่งในคนที่ผลักดัน John Stones ขึ้นไปเล่นเป็นมิดฟิลด์จนคว้า 3 แชมป์เมื่อสองปีก่อน

สรุป

เมื่อนำสิ่งต่างๆมารวมกันทั้งสไตล์การเล่น สถิติในการครองบอล สถิติในการสร้างเกมส์รุก ประวัติในการพัฒนานักเตะ และความสามารถในการทำงานกับบอร์ดบริหารของ Chelsea ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเหตุผลว่าทำไมบอร์ดบริหารจึงเลือก Enzo Maresca มาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่

สถิตินั้นสวยงามก็จริง แต่สิ่งที่สถิติไม่เคยบอกคือ
* การบริหารคน การสร้างแรงจูงใจเพื่อให้ทีมกลายเป็นหนึ่งเดียว
* คาแรคเตอร์ของผู้ชนะ
* ความสามารถในการอดทนต่อสถานการณ์ที่วิกฤตเพื่อการพลิกสถานการณ์
* การรับมือแรงกดดันจากการทำงานในระดับสูง เช่นการขับเคี่ยวบนหัวตารางเพื่อคว้าแชมป์ การเล่นรอบน็อคเอาท์ในแชมป์เปียนส์ลีก

เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สถิติไม่เคยบอก สิ่งเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้จัดการบางคนเท่านั้น ต่อให้สถิติสวยงามแค่ไหน แต่หาก Mentality ไม่ได้ ซื้อใจลูกทีมไม่ได้ ทุกอย่างก็จบ

จริงๆก็เหนื่อยๆกับการเปลี่ยนโค้ชเหมือนกันนะ เปลี่ยนแล้วไม่ลงตัวซักที ไม่เหมือนยุคก่อนของเรา ที่เปลี่ยนปุ๊บก็ปังเลย เราก็ได้แต่หวังว่า Enzo Meresca จะเป็นคนที่ใช่คนนั้น และพาเรากลับขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของฟุตบอลอีกครั้ง

สักที…

จบละครับ ขอบคุณมากๆที่อ่านถึงตรงนี้ครับ



ขอบคุณข้อมูลสถิติจาก Fbref.com, theanalyst.com, coachesvoice.com
152
0
หากโดน 259 เรื้อน จะถูกแบน
TuchelPUBGGG , popoom , SYNB , YouWe , NEGAN , Risotto , -[sZ]- , เอ็มยูทีดี , kidnapzhere , Nakkii , CaptainMudryk , Nakata_sushi , V_Chelsea_V , Sulyvahn , jezmare , GD-KwonJiYong , vctequila , fheyton , achitaka , GEHRMAN , Satsatkub , Mcsiri_ , T-Boh , JOMZA , THE ROMAN EMPIRE , London 1905 , WaterWan , Bj_space , PorchBlue , WaitAminute , Schwarzenegger , catwater , SNPY888 , DHNT , MEAKK , Oscar-Blue , 3-ara , unpungz , Sense- , little_rainnie , Chuxkie' , romeomd , Rafia , MiSaMo , derents , smartboy1990 , *SuGaRTEA* , ระยองฮิ , Hashpipe , chickenku , DaddyE , เหม่ง , yofriday , Corvus , Awesome_CFC , pandazz , zokatis , coco36149 , CaptainEnzo , Oreo`Tak'ky , John teddy , Prosmile , luciferzz , M.Shadow&CFC , ยับแม่! , JT.26 , METRONOME , GrootZilla , bajakung01 , Oaklandsurr , NNGHTMrE , PMT , UserBlue , haruichiban , NPpcp , ตุ๊แหง่ว` , nidtelroy , chellamp , Strange , SIRNAMMON , Kuroro x Lucifer , cross-x , Semishots , fathergods , innocenceXXX , chonbodee , Anelka , BandGold , BlueDevil_1975 , l2oManCe , earthchelsea , D.Drogba11 , DonDarko , ibazashi , fincher , Froge , boya , bigblue_ce , อารมณ์สุนทรีย์ , Lesson1_Of_Football , Tonhoro , rikillmaster , Unforgettable , D.Dave , peatld , share , thaitanium1989 , patonga7 , iyeanblrr' , L L A F , ReneBaeBae , Fathom , BBZEOS , Creepy , หมวดเจ๋ง , ekarat , kneskung , kakamac , comcom014 , Mazans , STICKY FINGERS , ปลัดบรรจง , Mr.Fantastic , ViperZ , Barber , my_chelsea , ddeawchelsea , AUZRY , Hyun , patcharaphon , Javier Zanetti , lucio_chelsea , SensatiOn* , Blue Sh!t , misuno , oatzkub , FrankNo.8 , Ishin2202 , surakank , min123456 , manarock , i3alLzs01 , ขวาตายซ้ายสลบ , alohabluelion , BOVIDAE , MuMiMaN , CsCP , Tamakoii , BU-say , LM10 , onenueng , tunito
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 1408
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 16:30
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
แผล่บ + โหวตก่อนเลย

งานดี งานละเอียด

1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: NoGodNoKingOnlyHuman
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 18224
ที่อยู่: West London
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 16:37
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
งานดีจัด
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
แข้งเจลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 May 2021
ตอบ: 5081
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 16:49
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
เป็ป จูเนียร์
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2015
ตอบ: 4312
ที่อยู่: Under the Bridge
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 16:49
(Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ
ขอบคุณครับ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status: Trance Family
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Sep 2021
ตอบ: 5766
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 16:58
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
ขอบคุณครับ แผล่บ ก่อนเลยอันดับแรก งานดีงานคุณภาพ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 4062
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 17:00
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
ขอบคุณครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
แข้งลีกเอิง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Sep 2020
ตอบ: 5329
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 17:04
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
เป็นนักข่างได้เลยนะ เขียนดีอยู่555
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Aug 2007
ตอบ: 6966
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 17:08
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
มีโอกาสได้เห็น เจมส์ อินเวิดมายืนคู่ เอ็นโซ่ แล้วสินะ
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Feb 2011
ตอบ: 1955
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 17:15
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
T-Boh พิมพ์ว่า:
มีโอกาสได้เห็น เจมส์ อินเวิดมายืนคู่ เอ็นโซ่ แล้วสินะ  


ดีไม่ดีเราอาจจะได้เห็น Colwill ในตำแหน่งของ John Stones, False 6
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2010
ตอบ: 2151
ที่อยู่: พื้นที่เล็กๆ
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 17:20
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
กลัววนักเตะจะไม่เชื่อฟังเนี่ยแหละ

ตอนเลสเตอร์ก็มีช่วงนึงที่แพ้รัวๆ แต่วาร์ดี้เป็นคนช่วยรวมใจทีมให้
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 5148
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 17:21
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
สุดยอดครับ

ลองแปลเอง จากcoachvoice เหนื่อยเลย
บางคำ ไม่รู้ใช้ภาษาไทย หรือ ภาษาบอลยังไง
คำeng เข้าใจกว่า

อยากเห็นปรีซีซั่นสุดๆๆๆ เท่าที่ตามข่าวมา ตอนเลสเตอร์ ้้

เคยรวมตัว2wk คุยเรื่องระบบ การเล่น จนนักเตะเข้าใจ

แต่ของเชลซี จะยากตรง มีบอลยูโร โคปา โอลิมปิก ทีีไม่รู้ นักเตะจะได้พร้อมหน้ากันตอนไหน กี่คน


เรื่องแผน หลักๆ มาเรสก้าบ้า positional play ,possesion play เพียงแต่รายละเอียดอาจขึ้นอยู่กับ นักเตะ (ตัวหมากที่มี) และสภาพทีม (ทุนทรัพย์)

ปาร์มา ก็ไม่ได้ใช้แผนแบบ ตอนคุมEDs manci , leicester ด้วย

รอดูเลย ว่า no8 คู่ จะให้ใครเล่นตำแหน่งสูงกว่า ยิ่งมี ลาเวีย ยุคพอช ยังไม่เห็น E C L แบบพร้อมๆกันเต็มเกม


1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Feb 2011
ตอบ: 1955
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 17:23
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
PorchBlue พิมพ์ว่า:
กลัววนักเตะจะไม่เชื่อฟังเนี่ยแหละ

ตอนเลสเตอร์ก็มีช่วงนึงที่แพ้รัวๆ แต่วาร์ดี้เป็นคนช่วยรวมใจทีมให้  


ผมว่าของเราเป็นทีมเด็ก น่าจะว่านอนสอนง่ายกว่าหลายๆทีม
อย่างเลสเตอร์อายุเฉลี่ย 25 ปีกว่าๆ แกก็รวมใจได้ ของเรา 24.2 ปี ผมว่าไม่น่ามีปัญหา
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Feb 2011
ตอบ: 1955
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 17:25
[RE: (Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ]
achitaka พิมพ์ว่า:
สุดยอดครับ

ลองแปลเอง จากcoachvoice เหนื่อยเลย
บางคำ ไม่รู้ใช้ภาษาไทย หรือ ภาษาบอลยังไง
คำeng เข้าใจกว่า

อยากเห็นปรีซีซั่นสุดๆๆๆ เท่าที่ตามข่าวมา ตอนเลสเตอร์ ้้

เคยรวมตัว2wk คุยเรื่องระบบ การเล่น จนนักเตะเข้าใจ

แต่ของเชลซี จะยากตรง มีบอลยูโร โคปา โอลิมปิก ทีีไม่รู้ นักเตะจะได้พร้อมหน้ากันตอนไหน กี่คน


เรื่องแผน หลักๆ มาเรสก้าบ้า positional play ,possesion play เพียงแต่รายละเอียดอาจขึ้นอยู่กับ นักเตะ (ตัวหมากที่มี) และสภาพทีม (ทุนทรัพย์)

ปาร์มา ก็ไม่ได้ใช้แผนแบบ ตอนคุมEDs manci , leicester ด้วย

รอดูเลย ว่า no8 คู่ จะให้ใครเล่นตำแหน่งสูงกว่า ยิ่งมี ลาเวีย ยุคพอช ยังไม่เห็น E C L แบบพร้อมๆกันเต็มเกม


 


เป็นไปได้ว่า Casadei เป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักของหมายเลข 8 แทนที่กัลลาเกอร์ที่น่าจะย้ายออกไป
ตอนอยู่เลสเตอร์ก็เติมไปยิงบ่อยอยู่
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status: Noob Master
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2014
ตอบ: 3059
ที่อยู่: stamford bridge
โพสเมื่อ: Wed May 29, 2024 17:37
(Chelsea) มาทำความรู้จัก Enzo Maresca ผ่านสถิติกันครับ
โชกโชน อยู่นะ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel