ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
29 July 2020 13:47 by เบน ฟรีคิก
“ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก



หลัง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ฉลองแชมป์ในเกมที่ชนะ เชลซี 5-3 ผมนั่งดูไฮท์ไลท์ เสพภาพในโลกโซเชี่ยล ซึมซับกันมันเต็มที่ถึงแค่วันถัดมาอีกวันเดียว

ถึงแม้จะปลื้มใจดีใจแต่ลึกๆแล้วผมรอคอยอยากฉลองแบบเต็ม 100 ในฤดูกาลปกติและมีแฟนบอลในสนามมากกว่า เหมือนมันยังคาใจอยู่

ส่วนตัวผมไม่ค่อยได้ตามอ่านบทความหรือคำพรรณาในโลกโซเชี่ยลที่ลากยาวเป็นอาทิตย์ๆซักเท่าไหร่ ผมเป็นคนที่รับความหวานได้ไม่ค่อยเยอะ ถ้าปริมาณเยอะผมจะเลี่ยน ฮา

ถ้าถามว่าผมทำอะไรช่วงนั้น ไม่รู้อารมณ์ไหนผมจู่ๆผมปัดฝุ่นหยิบหนังฟุตบอลย้อนยุคที่ทุกท่านคงผ่านตากันมานานแล้วคือเรื่อง damned united ซึ่งอิงจากเรื่องจริงของ ไบรอัน คลัฟฟ์ ผู้ล่วงลับ

จำไม่ได้ว่ารอบที่เท่าไหร่แล้ว ไม่น่าต่ำกว่า 3-4 รอบพอๆกับเรื่อง United 2011 อันโด่งดัง

อาจจะเป็นเพราะ ลีดส์ ยูไนเต็ด เพิ่งเลื่อนชั้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกจนผมอยากเอาใจช่วย น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ อีกทีม ที่ดูแล้วยังไงก็เข้าป้ายได้เตะเพลย์ออฟแน่ๆ

ถ้าขึ้นพรีเมียร์ลีกพร้อมกันคงดีไม่น้อยกับฤดูกาล “วันพบญาติ”

แต่เหมือนฟ้าผ่ากลางสนาม ซิตี้ กราวนด์ ทั้งๆที่ก่อนเกม “เจ้าป่า” ซึ่งอยู่อันดับ 6 ที่นอนมาโอกาสไปเพลย์ออฟ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ 99%

แต้มนำที่ 7 สวอนซีอยู่ 3 แต้มและประตูได้เสียดีกว่า 5 ลูก

กล่าวคือนัดสุดท้าย เสมอก็ลอยตัว หรือ แพ้ซักลูกสองลูกก็ยังไหว แต่ ฟอเรสต์ ไม่เอาซักอย่างครับแพ้แม่ง 4-1 คาบ้านซะเลย และแพ้ให้ใครไม่แพ้มาแพ้ สโต๊ค ที่ซีซั่นนี้เล่นนัดเยือนขี้กากมากเตะ 23 นัดชนะแค่ 5

ประจวบเหมาะกับ สวอนซี ดันบุกไปชนะ เรดดิ้ง ด้วยสกอร์เดียวกัน 4-1 ทำให้ประตูได้เสียพลิกกลายเป็นตัวแทนจาก เวลส์ ดีกว่า 2 ลูกขึ้นมาอยู่ที่ 6 ได้ตั๋วไปเพลย์ออฟซะงั้น

จะว่าไปแล้ว ฟอเรสต์ นี่น่าเขกกะโหลกตัวเองแรงๆเพราะก่อนลงเตะนัดสุดท้ายฟอร์มห่วยมากไม่ชนะใครมา 5 นัดติด

มีโอกาสตั้ง 5-6 นัดแต้มเดียวทำไม่ได้

สาเหตุที่เอาใจช่วย ฟอเรสต์ นอกจากเป็นทีมเก่าทีมแก่ยิ่งใหญ่ถึงขนาดได้แชมป์ยุโรป 2 สมัยแถมเป็นการคว้า 2 ปีติด (79 และ 80)

อีกเหตุผลก็เพราะผมเองก็ชอบ ไบรอัน คลัฟฟ์ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย

ในระหว่างที่กำลังเอาใจช่วย “เจ้าป่า” ลุ้นเพลย์ออฟก็เลยนึกถึง “คลัฟฟ์” พอนึกถึง “คลัฟฟ์” ก็นึกถึง damned united

ผมชอบหนังที่สร้างจากเรื่องจริงและถ้าเกี่ยวกับฟุตบอลมันก็ต้องสำเนียงอังกฤษเท่านั้นครับ ถึงจะได้อารมณ์ เป็นสำเนียงบริติชที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกถึงความบ้านๆและกลิ่นอายของประวัติศาสตร์

อาจจะฟังยากกว่าพวกอเมริกัน ยิ่งถ้าเป็นสเกาเซอร์หายห่วงครับ ผมเคยไปดู ลิเวอร์พูล เสมอ แมนฯยูฯ สมัย โจเซ่ มูรินโญ่ ยังคุมอยู่ สกอร์ 0-0 ตอนบอลจบก็รอเพื่อนๆที่เข้าห้องน้ำอยู่

เจ้าหน้าที่สนามคนนึงพยายามเคลียร์คนออกเรื่อยๆ ก็มาไล่ให้ผมไปรอข้างนอก ผมก็ไม่ออกไงบอกรอเพื่อนอยู่แป๊บนึง ทีนี้เจ้าหน้าที่อีกคนท่าทางใจดีกว่าก็ไม่ได้ว่าอะไรก็ชวนผมคุย

ถามผมตอนแรก ผมก็งงถามไรวะฟังไม่รู้เรื่อง ผมก็บอกขออีกที เค้าก็ถามอีก ผมก็ยังไม่เข้าใจ สุดท้ายผมบอกสำเนียงคุณผมฟังไม่ออกช่วยพูดช้าๆหน่อย

เออ พอพูดช้าๆถึงพอจับใจความได้ ก็ถามว่าบินมาที่นี่นานไหม ใช้เวลาเท่าไหร่ ผมก็ตอบๆแล้วก็บอกนี่มาดูบอลแอนฟิลด์ 2 หนแล้วนะ ไม่ชนะเลย ปีสองปีก่อนแพ้ เชลซี 2-0 มานัดนี้เสมอ 0-0 มูรินโญ่ ทั้ง 2 เกมเลย อุดเก่งจริงๆ

ถึงแม้ damned united จะ based on true story แต่พอหนังฉายมีการฟ้องร้องและโจมตีอย่างหนักโดยเฉพาะ ตระกูล “คลัฟฟ์” นำโดย ไนเจล คลัฟฟ์ ลูกชาย ปฏิเสธไปร่วมงานเปิดตัวหนังเรื่องนี้กันเลยทีเดียว

ถ้าไม่อยากถูกหนังจูงให้เชื่อสิ่งที่บิดเบือนแนะนำสารคดี The Brian Clough Story (2009) ที่แม่นยำและมาจากปากผู้เกี่ยวข้องโดยตรง

คลัฟฟ์ สร้างชื่อให้ตัวเองหลังพาทีมบ้านๆไม่มีชื่อเสียงอย่าง ดาร์บี้ ที่คลุกฝุ่นอยู่ในดิวิชั่น 2 (เดิม) เป็นสิบปีๆก่อนเลื่อนชั้นในปี 1969 และใช้เวลาแค่ 3 ปี คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ในตอนนั้นยุคปลาย 60 จนถึง 70 ต้องยกให้ ลีดส์ เขาเลย กุนซืออย่าง ดอน เรวี่ วางรากฐานมาตั้งแต่ 1961 ยัน 1974 แต่มากอบโกยแชมป์ช่วงกลางๆ 70

ลิเวอร์พูล ตอนนั้นก็เริ่มมาๆแล้วแต่มาปล่อยของแบบพรวดพราดตอนปลาย 70 ที่แชมป์ลีกและแชมป์ยุโรปเต็มตู้ไปหมด

แต่ “แกะเขาเหล็ก” ทีมที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ากลับเข้าป้ายคว้าแชมป์ลีกเหนือ ลีดส์ และ ลิเวอร์พูล แค่แต้มเดียว (ยูงทอง กับ หงส์ ชนะ เสมอ แพ้ เท่ากันหมด แต่ลูกได้เสียทีมของ เรวี่ ดีกว่า)

ทีมกำลังไปได้สวยแต่หลังจากนั้นปีเดียว คลัฟฟ์ ก็มีปัญหากับผู้บริหารอย่างหนักก่อนลาออกพร้อมมือขวาคู่ใจอย่าง ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ท่ามกลางแฟนบอลที่ช็อกและประท้วงเรียกร้องให้บอร์ดลาออก แต่ไม่เป็นผลครับ ไม่มีใครใหญ่เกินสโมสร

ถ้าให้เปรียบเทียบบุคคลิกของ คลัฟฟ์ กับผู้จัดการทีมในปัจจุบันคงหนีไม่พ้น โจเซ่ มูรินโญ่ ที่ฉายา “ปากตะไกร” ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

ด้วยความที่แกเป็นคนตรง, ขวานผ่าซาก จึงสร้างปัญหาให้ตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้ง คลัฟฟ์ และ เทย์เลอร์ ตั้งใจจะเดินตามรอย ดาร์บี้ ด้วยการปั้นทีมต่างจังหวัดอีกทีมคือ ไบรจ์ตัน ซึ่งตอนนั้นอยู่ดิวิชั่น 3 (เดิม) แต่รับงานได้เพียงแค่ 8 เดือน จุดหักเหครั้งสำคัญของ คลัฟฟ์ ก็มาถึง

เมื่อ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ฤดูกาลถัดมาคือ 1972-73 ซึ่งจบที่ 3 (ลิเวอร์พูลได้แชมป์) เกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อ ดอน เรวี่ โกอินเตอร์รับงานคุมทีมชาติอังกฤษ ตำแหน่งจึงว่างลง

“ยูงทอง” จึงเบนเป้ามาหา “คลัฟฟ์” ซึ่งถือว่าเซอร์ไพรซ์มากที่ “กุนซือปากตะไกร” เลือกรับงานที่ เอลแลนด์โร้ด เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าแกเกลียด ลีดส์ ยิ่งกว่าอะไร

คลัฟฟ์ อยู่ทำทีม ไบรจ์ตัน ยังไม่ถึงปีแล้วผลงานไม่ค่อยสู้ดีชนะแค่ 12 จาก 32 เกม จากที่เมื่อ 8 เดือนก่อนหน้านี้คู่แข่งในบอลยุโรปคือ ยูเวนตุส แต่ตอนนี้พา ไบรจ์ตัน แพ้ทีมนอกลีก 4-0 ใน เอฟเอ คัพ

ยังดีที่ชื่อเสียงเก่าๆกับ ดาร์บี้ ยังพอขายได้อยู่ทำให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด คิดว่าเขาคือคนที่เหมาะสมที่จะรับงานต่อจาก เรวีส์

จะว่าไปแล้ว คลัฟฟ์ แค้นฝังหุ่น เรวี่ มาตั้งแต่สมัยที่ “แกะเขาเหล็ก” ยังอยู่ดิวิชั่น 2 (เดิม) และทั้งคู่มาเจอกันในรายการ เอฟเอ คัพ เมื่อปี 1968 แต่จะด้วยความที่เผลอหรือรีบอะไรก็แล้วแต่ เรวี่ ไม่ยอมจับมือด้วย

การที่ ดาร์บี้ เปรียบเสมือนภัยคุกคามเบียดกับ ลีดส์ นับตั้งแต่เลื่อนชั้นจนสามารถแย่งแชมป์ไปด้วยนั้นทำให้ทั้งคู่ยิ่งไม่ถูกกัน

คลัฟฟ์ วิจารณ์ ลีดส์ ชุด “บิ๊กดอน” ว่าเล่นบอลเถื่อนถ่อยและขี้โกง ออกแนวลูกอันธพาล เขาต้องการสร้างทีมในแบบฉบับตัวเอง ที่ดีกว่า, สนุกกว่า, ขาวสะอาดกว่า

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่การออกตัวล้อฟรีครั้งนี้ทำให้นักเตะ “ยูงทอง” ที่ยังรักและเทิดทูน เรวี่ พร้อมใจกันเล่น “ไล่คลัฟฟ์”

ผลลัพท์ที่ตามมาคือ คลัฟฟ์ อยู่คุม ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้เพียงแค่ 44 วัน ทิ้งผลงานสุดห่วยชนะแค่นัดเดียวจาก 6 เกม(รั้งที่ 4 จากท้าย) เป็นรอยด่างเดียวตลอดอาชีพการทำงานของแก

การปลด คลัฟฟ์ หนนั้นทำให้มีการจ่ายเงินชดเชยราว 98,000 ปอนด์ซึ่งในสมัย 1974 ถือว่าเยอะมาก

วีรกรรมที่เป็นที่โจษจัน (แต่ไม่มีการยืนยันว่าจริงแค่ไหน) คือการซ้อมทีมวันแรก คลัฟฟ์ โชว์พาวด้วยการแขวะลูกทีมว่า

“ทิ้งเหรียญแชมป์ลงถังขยะซะเพราะที่ได้มามันไม่ขาวสะอาด”

ถ้าลองผมเป็นนักเตะแล้วมีผู้นำคนใหม่พูดจาแบบนี้ยังไงก็ไม่พร้อมยอมตายในสนามให้แน่ๆ ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ไม่ค่อยมีทรงและไม่ฉลาดเอาซะเลย

ที่ตลกไปกว่านั้นคือ คลัฟฟ์ สั่งให้คนขนโต๊ะทำงานของ เรวี่ ออกจากออฟฟิศให้ไวเพราะคนอย่างเขาไม่ใช้ของร่วมกับคนที่เขาเกลียดที่สุดอย่างแน่นอน

จุดพีคไม่หยุดแค่นี้ครับเพราะหลัง คลัฟฟ์ ตกงานไม่นาน ITV เชิญทั้ง คลัฟฟ์ และคู่อริ เรวี่ มา debate พร้อมถ่ายทอดทั่วประเทศ

คลิปนี้เคยมีคนเอาลงในยูทูปเมื่อ 11 ปีก่อนสั้นๆแค่ 5 นาทีแต่เมื่อ 2 ปีก่อน ITV เอามาลงใหม่ตัวเต็มความยาว 26 นาทีมียอดวิว 1.1 ล้าน ซึ่งถือว่าเป็นคลิปที่สุด classic ขึ้นหิ้งตำนานที่ damned united ยกมาเป็นส่วนหนึ่งของหนังอย่างไม่ต้องสงสัย

ในคลิปเห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ไม่กินเส้นกันทั้งสายตาท่าทางซึ่งบางช่วงพิธีกรแทบไม่ได้อ้าปากพูดอะไรเลยเมื่อทั้ง คลัฟฟ์ และ เรวี่ เปิดประเด็นเถียงกันเองอย่างเมามัน

จนนักข่าวคนนึงนิยามการเจอกันครั้งนี้ของทั้งคู่ว่า “เหมือนนั่งดูผัวเมียเถียงกันเรื่องการหย่าร้าง“

เส้นทางชีวิตของ คลัฟฟ์ ทำท่าจะลงเหวแต่ราวๆ 12 สัปดาห์ที่อยู่บ้านแกก็ตอบรับงานเป็นผู้จัดการทีมให้ทีมเล็กๆที่ไม่มีคนรู้จักเท่าไหร่นักอย่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

เส้นทางของ “เจ้าป่า” คล้ายๆ “แกะเขาเหล็ก” คือเป็นทีมภูธร เล่นอยู่ในระดับดิวิชั่น 2 (เดิม) ไม่เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดแถมแชมป์เมเจอร์สุดท้ายคือ เอฟเอ คัพ ที่ได้เมื่อปี 1959 นู่นเลย

คลัฟฟ์ ใช้เวลาไม่นานเลย แค่ 2 ฤดูกาลก็พา “เจ้าป่า” ขึ้นดิวิชั่น 1 (เดิม) และดาวซัลโวในปีที่เลื่อนชั้นก็ไม่ใช่ใครอิ่นครับเป็น ปีเตอร์ วิธ อดีตโค้ชทีมชาติไทยนั่นเอง

ที่บ้าคลั่งไปกว่านั้นก็คือหลังเลื่อนชั้นขึ้นมาปุ๊บก็เหมือนแกรีบยังไงไม่รู้ คลัฟฟ์ พา ฟอเรสต์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดซีซั่น 1977-78 ทันที ทิ้งอันดับ 2 อย่าง ลิเวอร์พูล กระจุย 7 แต้ม เป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมที่เลื่อนชั้นแล้วคว้าแชมป์ได้ในปีต่อมา

ความสำเร็จนี้ คลัฟฟ์ จึงกลายเป็น 1 ใน 4 ผู้จัดการทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดกับ 2 สโมสร

ความยิ่งใหญ่ที่ทำให้ทั่วยุโรปรู้จักชื่อของ ฟอเรสต์ คือฤดูกาลต่อมาที่พวกเขาอาจหาญคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพในชื่อเดิม หรือ แชมเปี้ยนส์ลีก ในปัจจุบัน

และเป็นการคว้า 2 ปีติดในปี 1978-79 และ 1979-80

นักเตะโลกไม่ลืมชุดนั้นเด่นๆมี ปีเตอร์ ชิลตัน, วีฟ แอนเดอร์สัน (นักเตะผิวสีคนแรกที่ติดทีมชาติอังกฤษและเป็นการเซ็นสัญญาแข้งคนแรกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่มาคุม แมนฯยูฯ ในปี 1987) จอห์น โรเบิร์ตสัน (เล่นแบ็คซ้ายสไตล์บุกคล้ายๆ โรเบิร์ตสัน ของลิเวอร์พูล), มาร์ติน โอนีล (อดีตบอส เลสเตอร์) , เทรเวอร์ ฟรานซิส (นักเตะ 1 ล้านปอนด์คนแรกของผู้ดี), อาร์ชี่ เกมมิล (ลูกชาย สก็อตต์ โตมาก็เล่นให้ ฟอเรสต์)

รวมถึง จอห์น แม็คโกเวิร์น คนนี้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่เนื่องจากเป็นนักเตะคู่บุญของ คลัฟฟ์ ย้ายตามไปทุกที่เริ่มตั้งแต่ ฮาร์เทิ่ลพูล, ดาร์บี้, ลีดส์ และ ฟอเรสต์

หลังเถลิงแชมป์ยุโรปแล้ว ฟอเรสต์ เป็นทีมระดับ top อยู่ได้ราวๆ 10 ปีแต่การคว้าแชมป์ลีกสูงสุดและยุโรปเริ่มเป็นของไกลตัวตามสภาพขุมกำลังที่โรยรา

แชมป์เมเจอร์ที่ได้จึงเป็นแค่แชมป์ลีก คัพ 2 สมัยติด ในฤดูกาล 88-89 และ 89-90 (แชมป์สุดท้ายที่ได้จนถึงทุกวันนี้)

“เจ้าป่า” หนีไม่พ้นสัจธรรมของวงจรชีวิตลูกหนังที่แต่ละสโมสรเมื่อก้าวถึงสูงสุดมันจะไม่มีทางไปสูงกว่านี้ อยู่ที่ว่าใครจะลงมากลงน้อย

บังเอิญ ฟอเรสต์ ลงเยอะไปหน่อยอีก 2 ปีให้หลัง(หลังได้แชมป์ลีกคัพ)ตกไปเล่นในดิวิชั่น 1 (เดิม) ก่อนตกต่ำสุดขีดด้วยการร่วงไปลีกวัน (ดิวิชั่น 3 เดิม)

จากนั้นก็ขึ้นๆลงๆพรีเมียร์ ดิวิชั่น 1 อยู่รอบนึงจนกระทั่งเปลี่ยนชื่อเป็น เดอะ แชมเปี้ยนชิพโดยครั้งสุดท้ายที่อยู่ในลีกสูงสุดก็คือฤดูกาล 1998-99 หรือ 21 ปีที่แล้ว

ตอนนี้แฟนบอล “เจ้าป่า” กำลังอยู่ในความโศกเศร้าสุดขีดที่แม้แต่เพลย์ออฟก็ไม่ได้ลุ้นทั้งๆที่วาดฝันถึงการกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกกันเลยทีเดียว

ปัจจุบัน ฟอเรสต์ มีเจ้าของทีมคือ อีวานเจลอส มารินากิส ชาวกรีซ ซึ่งยังเป็นเจ้าของ โอลิมเปียกอส อีกด้วย พวกเราชาวไทยอาจจะคุ้นหูช่วงที่แกติด โควิด แล้วมาดูเกมทีมบ้านเกิดพบ อาร์เซนอล ที่เอมิเรสต์ สเตเดียม นั่นแหละฮะ

คงต้องตามดูกันต่อว่านักธุรกิจวัย 52 ปีผู้นี้ซึ่งเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2017 จะปรับทัพสร้างทีมในช่วงโควิดระบาดนี้อย่างไรต่อไป

ที่บอกให้ตามดูเพราะ 3 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนโค้ชไปแล้ว 4 คนแถมเมื่อฤดูกาล 2017-18 ไอตอร์ การันก้า อดีตผู้จัดการทีม(เคยเล่นให้ เรอัล มาดริด) เซ็นสัญญานักเตะใหม่ถึง 14 คน เจ้าของก็บ้าจี้ตาม

อยู่ได้แค่ 1 ปี การันก้า ก็ขอยกเลิกสัญญาจนได้ มาร์ติน โอนีล เข้ามารับเผือกร้อนแทนในเดือนมกราคม 2019 แต่อดีตบิ๊กบอสทีมชาติ ไอร์แลนด์ มีอายุขัยแค่ 6 เดือนก็ต้องไขก๊อกจากการไม่กินเส้นกับนักเตะทีมชุดใหญ่หลายคน

ซาบรี้ ลามูชี่ ในวัย 48 ปีคือผู้จัดการทีมรายล่าสุดที่เราทราบกันดีว่าพาทีมแผ่วปลายจนชวดตั๋วเพลย์ออฟ อนาคตจะหัวขาดหรือได้รับโอกาสต่อผมก็ไม่อาจทราบได้

ไม่มีใครการันตีอนาคตของตัวเองได้เลยครับเนื่องจาก มารินากิส แกเองก็บ้าดีเดือดเอาเรื่อง เคยแม้กระทั่งอยากให้นักเตะ โอลิมเปียกอส คนนึงย้ายมา ซิตี้ กราว์นต แต่ติดตรงที่ตลาดปิดไปแล้ว

แกเลยแก้ปัญหาแบบกำปั้นทุบดืนด้วยการยกเลิกสัญญานักเตะคนนั้นให้เป็นฟรีเอเยนต์ไร้สังกัดแล้วก็ให้ ฟอเรสต์ ไปเซ็นมาร่วมทีมสบายใจเฉิบไม่ผิดกฏ

นอกจากแฟน “เจ้าป่า” ต้องลุ้นผลงานในสนามแล้ว ผมว่านอกสนามก็มีอะไรให้ตื่นเต้นไม่แพ้กันครับ...



คลัฟฟ์ ปะทะ เรวี่ ของจริง


คลัฟฟ์ ปะทะ เรวี่ ในหนัง


เช็คโปรแกรมฟุตบอลวันนี้  สรุปผลบอลเมื่อคืน  ผลบอลวันนี้
แก้ไขล่าสุดโดย เบน ฟรีคิก เมื่อ Wed Jul 29, 2020 22:55, ทั้งหมด 10 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Jul 2010
ตอบ: 3020
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jul 29, 2020 13:55
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
โคตรคิดถึงเลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ตามเชียร์แมนยูมาตั้งแต่ปี 90
ติดตามยูเว่ บาร์เยิน แอตมาดริด มาร์กเซย
ชลรี ในสายเลือด
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 1095
ที่อยู่: NAPOLI LIVERPOOL
โพสเมื่อ: Wed Jul 29, 2020 13:59
“ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก
"แพ้สโต๊ค​คาบ้าน​ 1-4 โครตขี้กากเลยครับ"
Credit​ นายกเบน​
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Sep 2017
ตอบ: 4534
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jul 29, 2020 14:24
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
ยาว ไม่อ่าน
หยอกๆ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status: liverpool 1981
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Aug 2007
ตอบ: 3898
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jul 29, 2020 14:59
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
สแตนคอลลีมอ ปิแอฟานหอยดอง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Liverpool Is My Life


https://www.youtube.com/channel/UCQ3qi4MTr0_FIACHBCh3sAA
ฝากช่องยูทูปด้วยครับ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: ค้นหาแรงบันดาลใจ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 29 Jan 2009
ตอบ: 187
ที่อยู่: Suwannabhumi
โพสเมื่อ: Wed Jul 29, 2020 17:31
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]

ปกติอ่านบทความ คุณเบน เหมือนเราจะอายุไล่ๆกัน..
แต่จากบทความนี้ เหมือนน่าจะห่างกันพอสมควร 555

สำหรับฟอเรส ผมจำได้แต่ เจสัน ลี.. จำไม่มีวันลืม
กองหน้าอัลไร เตะบอลยังกับเตะฟีลโกล์รักบี้ 555


0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นายกฯซ็อคเกอร์ซัค
Status: IG : benfreekick
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Feb 2005
ตอบ: 3883
ที่อยู่: เซิร์ฟเวอร์ซอคเกอร์ซัค
โพสเมื่อ: Wed Jul 29, 2020 17:47
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
pstp พิมพ์ว่า:

ปกติอ่านบทความ คุณเบน เหมือนเราจะอายุไล่ๆกัน..
แต่จากบทความนี้ เหมือนน่าจะห่างกันพอสมควร 555

สำหรับฟอเรส ผมจำได้แต่ เจสัน ลี.. จำไม่มีวันลืม
กองหน้าอัลไร เตะบอลยังกับเตะฟีลโกล์รักบี้ 555


 


ไล่ๆกันแหละครับ ผมไปค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Mar 2020
ตอบ: 153
ที่อยู่: Old Trafford
โพสเมื่อ: Thu Jul 30, 2020 08:36
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
เอียน โวน เปิดมาทางซ้าย สตีฟสโตนได้จับบอล ส่งให้ สแตน คอลี่มอร์ซัดด้วยขวา เสียบมุมสามเหลี่ยม
สจ๊วต เพียร์วิ่งมาดีใจ ที่ผมจำความได้ ผมแฟนปีศาจแดง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status: Mihael Keehl
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 2607
ที่อยู่: Fox River State Penitentiary
โพสเมื่อ: Fri Jul 31, 2020 21:53
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
ฟอเรสต์ นี้เป็นอีกทีมที่ผมแอบเชียร์ให้ตื่นอีกครั้งไวๆ คิดถึงมาก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
“ Nothing is certain except for death and taxes. ”
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 27
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Aug 01, 2020 02:18
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
คิดถึง ฟอเรสต์ โคเวนทรี เชฟฟิวส์ เว้นส์เดย์
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Jun 2008
ตอบ: 228
ที่อยู่: Thailand
โพสเมื่อ: Sat Aug 01, 2020 09:50
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
อารมณ์เดียวกันเลยครับ รอให้หงส์ได้แชมป์มานานแต่กลับดีใจกับแชมป์นี้แค่สั้นๆ1-2วันแค่นั้น อย่างแชมป์อื่นๆจะตามไปซื้อซ็อคเกอร์ตามอ่านคอลัมน์เขียนชื่นชม5วัน7วันละ

อาจจะเพราะแต้มมันห่างเลยไม่ค่อยจะลุ้นแล้ว อาจจะเพราะมีโควิดมาขั้นอารมณ์เลยไม่ต่อเนื่อง อาจจะเพราะแข่งแบบไม่มีคนดูในสนาม บรรยากาศมันเลยกร่อยๆ

อาจจะเพราะชีวิตส่วนตัวมีอะไรให้คิดเยอะช่วงโควิด ความบ้าฟุตบอลเลยลดไป
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 1110
ที่อยู่: นครราชสีมา
โพสเมื่อ: Sun Aug 02, 2020 07:49
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
คิดถึงเหมือนกัน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Oct 2010
ตอบ: 3130
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Aug 02, 2020 10:18
[RE: “ฟอเรสต์” ยักษ์หลับ(ลึก) ที่ยังรอการปลุก]
ฤดูกาลแรกที่ดูบอล 1994-1995 ก็เห็นสจ๊วต เพียซ คอลลีมอร์ ตอนนั้นเก่งมาก น้าผมก็เชียร์ฟอเรสต์มาตั้งแต่ตอนนั้น

มาแล้วครับเจ้าป่า น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เสียงพากย์ย.โย่ง ในรายการเจาะสนาม
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel