ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status: Don't trust me, Try me.
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2009
ตอบ: 2069
ที่อยู่: Uji/Japan
โพสเมื่อ: Wed Jan 20, 2016 00:31
ยามาโมโต้ ยาเอะ:ยอดหญิงแห่งไอซึ
สวัสดีพวกลื้อทั้งหลาย

น่าเสียดายผลบอลจังเลยน่อ แต่เอาเถอะทำดีแล้วล่ะ!

วันนี้อั๊วมีเรื่องของยอดหญิงที่ญี่ปุ่นคนนึง

ที่ว่ากันว่าเป็นสไนเปอร์สาวของญี่ปุ่นคนแรกด้วย

และก็ได้รับฉายาว่าเป็นไนติงเกลแห่งญี่ปุ่นด้วย

และสตรีผู้นั้นคือ
"ยามาโมโต้ ยาเอะ"
-------------------------------------------------------------



ยามาโมโต้ ยาเอะ(山本八重)ยอดหญิงแห่งไอซึ(ปัจจุบันคือจังหวัดฟุคุชิม่า)ในยุคสมัยของปลายสมัยโชกุนโทคุงาว่าหรือยุคบาคุมัตซึ(幕末)

ตระกูลของเธอนั้นเป็นซามูไรที่รับใช้ตระกูลมัตซึไดระเจ้าเมืองไอซึมาหลายชั่วคน

ยาเอะนั้นมักจะชอบการเล่นแบบผู้ชายตั้งแต่เด็กและให้ความสนใจปืนไรเฟิลเป็นพิเศษ

แต่กว่าจะถึงจุดนั้นก็ผ่านอะไรมาเยอะเช่นกัน



(ภาพจากเรื่องYae no Sakuraช่องNHK)

ยาเอะนั้นสนใจปืนไฟของพี่ชายเธอ"ยามาโมโต้ คาคุมะ"มาตั้งแต่เด็กแต่ว่าด้วยเป็น

ผู้หญิงและยังเล็กอยู่ทำให้พ่อของเธอสั่งห้ามเธอมายุ่งเรื่องของผู้ชายเด็ดขาด

Spoil


ยามาโมโต้ คาคุมะ(山本覚馬)ซามูไรและยอดสไนเปอร์แห่งไอซึ

คาคุมะนั้นเป็น1ในยอดนักแม่นปืนที่หาได้ยากในแผ่นดินญี่ปุ่นสมัยก่อน

ว่ากันว่าไม่ว่าเป้าเล็กแค่ไหนก็เข้าตรงจุด.นอกจากจะเป็นนักแม่นปืนด้วยแล้ว

วิชาอาวุธประชิดอย่างดาบและหอกก็ไม่แพ้กับวิชาปืนไฟเลยทีเดียว.หลังจากสงครามโทบะ-ฟุชิมิ,คาคุมะนั้นต้องตาบอดไป2ข้าง

เนื่องจากการระเบิดของปืนใหญ่ แม้ว่าจะตาบอดแต่ในสมัยเมจิเจ้าตัวก็อุทิศตนเป็นทั้งอาจารย์

และนักการเมืองตาบอดคนแรกของญี่ปุ่นอีกด้วย

คาคุมะก็จัดเป็นThe Last Samuraiเช่นกัน  


แต่ในภายหลังทั้งพ่อทั้งคาคุมะเห็นแววในตัวยาเอะจึงสอนทุกสิ่งทุกอย่างของวิชาปืนและระเบิด

ไว้ใช้ต่อสู้และปกป้องแคว้นของตนเองนั้นเอง



(ภาพจากเรื่องYae no Sakuraช่องNHK)

หลายปีต่อมายาเอะก็โตเป็นสาวแต่ฝีมือแม่นปืนก็ไม่ได้หายไปจากเธอซักนิดเดียว

จนกระทั่งปี1868สงครามโบชินก็เริ่มขึัน.แม้ว่าโทคุงาว่าประกาศคืนอำนาจทั้งหมดสู่องค์จักรพรรดิเหมือนเดิม

แต่ว่าทางเหนือนั้นไม่ยอมโดยมีแกนนำหลักคือเจ้าเมืองไอซึ"มัตซึไดระ คาตาโมริ"
Spoil



มัตซึไดระ คาตาโมริ(松平容保)เจ้าเมืองแห่งไอซึ

เป็นไดเมียวที่จงรักภักดีกับตระกูลโทคุงาว่ามากๆซึ่งมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเจ้าตัวก็พร้อมช่วยทันที

ในบรรดาเจ้าเมืองหลายคนที่จงรักภักดีโทคุงาว่ามักจะหัวโบราณไม่รับตะวันตก

แต่คาตาโมรินั้นต่างกัน เพราะเมืองไอซึนั้นเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาด้วย

คาตาโมรินั้นกลับเป็นคนที่ทำให้ไอซึผสมผสานระหว่างยุคเก่าและใหม่ได้ดีคนนึงเลยละ

และไม่กีดกันของตะวันตกด้วย(ถ้ากีดกั้นคนตระกูลยามาโมโต้ไม่ได้ยิงปืนแล้วล่ะ)

ภายหลังสงครามโบชิน คาตาโมริถูกให้จองจำไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก

ว่ากันว่าถ้าคาตาโมริเป็นคนยุคปัจจุบันสามารถเป็นไอดอลชายหรือดาราได้สบายเลยล่ะ  


รัฐบาลเมย์จิในเวลานั้นได้เปิดศึกกับแคว้นไอซึ,ด้านยาเอะเองก็รับบทเป็นคนดูแลคนฝ่ายในและเด็กเล็กทั้งหลาย

และสอนเรื่องปืนไรเฟิลแก่ผู้หญิงและเด็กจนกระทั่งศึกระหว่างทั้ง2เริ่มขึ้น

ยาเอะนั้นได้ปลงผมและแต่งกายให้เหมือนชายแทบทุกอย่าง

และยิ่งข้าศึกไปก็หลายคน เวลาผ่านไปซักระยะไอซึประกาศยอมแพ้และให้รัฐบาลเมย์จิเข้าเมือง.

คนที่เกี่ยวข้องกับสงครามจะต้องถูกเนรเทศหรือโดนจองจำ

แต่ทว่ายาเอะรอดจากเหตุการณ์นี้เพราะการช่วยเหลือของคนในไอซึนั้นเอง



ชีวิตหลังสงครามและช่วงปฏิรูปประเทศ,ยาเอะนั้นได้ตามหาพี่ชายคาคุมะเจอที่เกียวโต

คาคุมะนั้นตาบอดมองไม่เห็น.คาคุมะนั้นให้ยาเอะนั้นไปสอนหนังสือที่โรงเรียนแห่งนึง

ในเกียวโต.หลังจากนั้นโชคชะตาของเธอก็ได้มาเจอกับนิจิม่าโจ(新島襄)

Spoil


นิจิม่า โจ(新島襄)หรือJoseph Hardy Neesima

เป็นมิชชั่นนารีญี่ปุ่นและเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยโดชิชะ(同志社大学)และวิทยาลัยสตรีโดชิชะ(同志社女子大学)ในเกียวโต  


ทั้งคู่ได้แต่งงานกันและยาเอะเปลี่ยนรีตเป็นศาสนาคริสต์(ในเวลาต่อมาทั้งบ้านก็เปลี่ยนเป็นคริสต์หมด)

ทั้งคู่ได้ก่อตั้งโรงเรียนโดชิชะขึ้น แม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องของคนเกียวโตก็ตาม

ในตอนแรกเป็นโรงเรียนโดชิชะในเวลาภายหลังเป็นมหาวิทยาลัยโดชิชะจนถึงทุกวันนี้

แต่ทว่าเวลาก็ผลัดพลากทั้ง2ไป ศาสตราจารย์เนจิม่าได้เสียชีวิตเพราะโรคหัวใจ

โดยศพได้ฝั่งที่เกียวโต.ยาเอะก็คงสานเจตนารมณ์ของโจต่อไป



หลังจากการเสียชีวิตของศาสตราจารย์เนจิม่า,ยาเอะนั้นได้ผันตัวเองจากอาจารย์มาเรียนรู้

การเป็นพยาบาลในสภากาชาติจนกระทั่งเกิดสงครามจีนกับญี่ปุ่นครั้งที่1

ทหารจำนวนมากนั้นได้บาดเจ็บและถูกส่งตัวกลับมารักษา

นอกจากนั้นก็มีคนจีนที่อยู่ในญี่ปุ่นได้รับบาดเจ็บเพราะต่อสู้กับทหารญี่ปุ่นด้วย

แต่ยาเอะและพรรคพวกพยาบาลนั้นได้ทำการรักษาทั้งคนญี่ปุ่นและคนจีนที่ถูกส่งมาอย่างเท่าเทียมกัน

ไม่มีแบ่งแยกกูญี่ปุ่นมึงมันจีน

หลังจากจบสงครามยาเอะนั้นได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์รัตนมงกุฎจากจักรพรรดิเมจิ

และต่อมาก็รับหน้าที่พยายาลชั้นผู้ใหญ่ในสงครามรัสเซียกับญี่ปุ่น



ยาเอะได้เสียชีวิตลงในปี1932ในอายุ86ปี

โดยสุสานของเธอนั้นได้ตั้งอยู่ที่สุสานโดชิชะในเกียวโต

แม้ตำนานของเธอจะจบลงแต่ชาวญี่ปุ่นจะจดจำเธอที่เป็นทั้งวีรสตรี

และยอดนางพยาบาลให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และเป็นแบบอย่างตลอดไป

(ในรูปถ่ายกับนายพลหญิงคนแรกของอังกฤษ:อีวาเจลีน บูท)

-----------------------------------------------------------

เรื่องราวของยอดหญิงแห่งไอซึก็จบลงแล้ว

อาจจะมีเขียนงงๆหน่อยเพราะไม่ได้เขียนมานาน ก็ขออภัยด้วย

สำหรับคืนนี้....ราตรีสวัสดิ์ครับพี่น้องชาวSS
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

รักนะMay J
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status: อะไรก็ยอม...
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Jul 2010
ตอบ: 1777
ที่อยู่: ในใจคนอ่านนนนน.....
โพสเมื่อ: Wed Jan 20, 2016 00:32
[RE: ยามาโมโต้ ยาเอะ:ยอดหญิงแห่งไอซึ]
ขอบคุณสำหรับความรู้จ้าาาา
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Sep 2007
ตอบ: 16055
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 20, 2016 00:54
[RE: ยามาโมโต้ ยาเอะ:ยอดหญิงแห่งไอซึ]
อยากดูเรื่องนี้จัง
เรื่องเจ้าหญิงอัตสึก็ดูซ้ำตั้งสองรอบ



0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Oct 2007
ตอบ: 30847
ที่อยู่: แขนของทางช้างเผือก
โพสเมื่อ: Wed Jan 20, 2016 01:44
[RE: ยามาโมโต้ ยาเอะ:ยอดหญิงแห่งไอซึ]
เจ้แกอยู่ตั้งแต่สมัย ปฏิวัติเลยแฮะ แถมมีส่วนในสงครามโบชินอีก ไอซึมีเจ๋งสุดก็ชินเซ็นกุมิเนี่ยแหละ หัวกลั่นที่สุดแล้ว แต่หลังจบโทบะฟุชิมิก็แทบจะหมดแล้วตอนรอบหลังก็แทบไม่เหลืออะไรสู้ได้ล่ะ ทีมโทกุกาว่าไม่มีทางชนะเลยตอนเจอ ซัทสึมะ โจซู โทสะ รวมกัน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel