แสดงความเห็น
1, 2, 3 ... 5072, 5073, 5074 ... 6407, 6408, 6409
ไปที่หน้า
GO
ชมรมคนรัก AKB48 & Nogizaka46 @ SOCCERSUCK
สมาชิก 184 คน, จำนวนคอมเมนต์ 96135
Description
ชมรมสำหรับพูดคุย แลกเปลี่ยน ข้อมูลของตระกูล48 แบบเจาะลึกชนิดพ่อแม่พวกเธอยังงง(ว่าพวกมรึงรู้กันได้ยังไง)

ระเบียบการชมรม

  • สมาชิกที่ต้องการเข้าร่วมชมรมให้กดปุ่ม join ที่อยู่ด้านบนของกระทู้
  • สมาชิกที่เข้าร่วมชมรมเสีย 10 แผล่บครั้งเดียวถาวร(หัวหน้าไม่เสีย)
  • สมาชิกที่เข้าร่วมแล้วเสีย 10 แผล่บจะได้รับการคืนหากหัวหน้ากดปฏิเสธไม่ให้ร่วมกลุ่ม
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
เข้าร่วม: 09 Apr 2009
ตอบ: 1345 (บอร์ดเก่า 1033)
ที่อยู่: ในใจนานะมิน
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 18:36
ArM_FreeDoM พิมพ์ว่า:
เดี๋ยว ทำไมถึงบังอาจมายุ่งกับซาโตชิของผมครับ  


มาซาโตชิของผม อะไรกัน
Sakurai Reika|Fukagawa Mai|Hashimoto Nanami X Nogizaka46




My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 17 Nov 2008
ตอบ: 7933 (บอร์ดเก่า 6246)
ที่อยู่: โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงมิลาน
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 18:56
น้องไก่ ดี้ด้าจังนะน่ารักเกินไปแล้ว
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 17 Nov 2008
ตอบ: 7933 (บอร์ดเก่า 6246)
ที่อยู่: โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงมิลาน
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 18:59
ตัวอย่างรายการที่กรุงเทพของทีม8มาแล้ว วันไหนเนี่ย
My Locker
ออฟไลน์
แขวนสตั๊ด
Status:
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 18458
ที่อยู่: With Naachan
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 18:59
Love me Love my life พิมพ์ว่า:
ArM_FreeDoM พิมพ์ว่า:
เดี๋ยว ทำไมถึงบังอาจมายุ่งกับซาโตชิของผมครับ  


มาซาโตชิของผม อะไรกัน  

My Locker
ออฟไลน์
แขวนสตั๊ด
Status:
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 18458
ที่อยู่: With Naachan
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 19:06
=Love ประกาศซิงที่ 3 แล้ว มาเดือนพค เห็นแล้วดีใจแทนศรีกับน้องๆนะ แฟนๆเยอะขึ้นมาก
งานก็เยอะ มีอีเวนท์ ออกงาน แสดงแทบทุกวัน ขนาดไม่ได้ตามยังพอรู้มาบ้าง
แถมเห็นว่าจะได้ไปแสดงที่งานอะไรที่ไต้หวันเลยด้วย มา TIF ที่ไทยหน่อยมั้ย เอาศรีมาด้วยเลย

My Locker
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 1535 (บอร์ดเก่า 19)
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 19:21
ArM_FreeDoM พิมพ์ว่า:
=Love ประกาศซิงที่ 3 แล้ว มาเดือนพค เห็นแล้วดีใจแทนศรีกับน้องๆนะ แฟนๆเยอะขึ้นมาก
งานก็เยอะ มีอีเวนท์ ออกงาน แสดงแทบทุกวัน ขนาดไม่ได้ตามยังพอรู้มาบ้าง
แถมเห็นว่าจะได้ไปแสดงที่งานอะไรที่ไต้หวันเลยด้วย มา TIF ที่ไทยหน่อยมั้ย เอาศรีมาด้วยเลย

https://pbs.twimg.com/media/DWUMR2VUQAAg8Pv.jpg:large  


สุดยอดจริงๆคนเนี้ย นับถือๆ
My Locker
ออฟไลน์
แขวนสตั๊ด
Status:
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 18458
ที่อยู่: With Naachan
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 19:55
ภรรยาออนโชวรูม มีซึจจังด้วย

https://www.showroom-live.com/48_Nana_Okada
My Locker
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 3893
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 20:16
ArM_FreeDoM พิมพ์ว่า:
ภรรยาออนโชวรูม มีซึจจังด้วย

https://www.showroom-live.com/48_Nana_Okada  


เตียงเดียวกันด้วย
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 17 Nov 2008
ตอบ: 7933 (บอร์ดเก่า 6246)
ที่อยู่: โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงมิลาน
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 20:28
โชว์รูมภาพไม่ขึ้นทั้งคอมทั้งโทรศัพท์ เป็นไรเนี่ยอยากดูนาจังกับซึจจัง
My Locker
ออฟไลน์
แขวนสตั๊ด
Status:
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 18458
ที่อยู่: With Naachan
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 20:52
chanawee03 พิมพ์ว่า:
โชว์รูมภาพไม่ขึ้นทั้งคอมทั้งโทรศัพท์ เป็นไรเนี่ยอยากดูนาจังกับซึจจัง  

ถ้าของนาจัง นางแบตหมดครับ เลยค้าง
My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 17 Nov 2008
ตอบ: 7933 (บอร์ดเก่า 6246)
ที่อยู่: โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงมิลาน
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 20:56
ArM_FreeDoM พิมพ์ว่า:
chanawee03 พิมพ์ว่า:
โชว์รูมภาพไม่ขึ้นทั้งคอมทั้งโทรศัพท์ เป็นไรเนี่ยอยากดูนาจังกับซึจจัง  

ถ้าของนาจัง นางแบตหมดครับ เลยค้าง  


ไอเราก็ว่าโทษเนตตัวเองตั้งนาน แต่ไม่มีคิดโทษฝั่งนาจังเลยแห๊ะ
My Locker
ออฟไลน์
แข้งบุนเดสลีกา
Status:
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7710
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 21:02
Gangjjang พิมพ์ว่า:
แปลบทสัมภาษณ์ของ ฮิราเตะ ยูรินะ จากนิตยสาร Quick Japan Vol.135

เธอไม่ได้ป่วย เธอไม่ได้สูญเสียแรงจูงใจ ถึงแม้ว่าสาวน้อยคนนี้จะไม่สามารถเอ่ยคำพูดง่ายๆ
ออกมาให้เราฟังได้ แต่เธอก็เข้าใจถึงความงดงามของมัน เธอผู้นี้มีชื่อว่า ฮิราเตะ ยูรินะ เธอผู้
ที่พร้อมที่จะถ่ายทอดความเจ็บปวดของเธอให้คนให้วัยรุ่นในวัยเดียวกันของเธอได้รับรู้ ภาพ
ของเธอผู้ซึ่งใช้พลังทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะได้ตะโกนบอกความรู้สึกขณะที่เธอกำลังเดินอยู่
บนพื้นที่อันว่างเปล่าปราศจากผู้คนนั้นถึงจะมีความหม่นหมองอยู่มากแต่ก็มีความบริสุทธิ์
สูงส่งอยู่มากเช่นกัน

Spoil
ก่อนอื่นเลยอยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเทะจิค่ะ ปีนี้เทะจิก็ได้ขึ้นเรียนชั้นมัธยมปลายแล้ว อยากจะถามว่าอะไรคือสื่งที่สนุกที่สุดของชีวิตการเป็นนักเรียนม.ปลายคะ?---
เทะจิ : คือฉันมีคนที่สามารถพูดคุยด้วยได้ คือไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกคนนี้ว่าเป็นเพื่อนได้หรือเปล่า แต่เวลาอยู่ด้วยกันกับพวกเธอแล้วก็ทำให้ฉันลืมเรื่องภาระหน้าที่การงานที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ลงไปได้ค่ะ เรียกได้ว่าพวกเธอทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองก็เป็นแค่นักเรียนม.ปลายทั่วไปค่ะ
-
--- จะเรียกพวกเธออย่างภาคภูมิใจว่าเป็นเพื่อนก็ได้ค่ะ แล้วปกติเวลาอยู่ด้วยกันนี่จะคุยเรื่องอะไรกันบ้างคะ? ---
เทะจิ : ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี่แหละค่ะ...... แบบว่าเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปค่ะ อย่างบางทีก็มีคนมาปรึกษาว่า “เราแอบชอบคนนี้อยู่ เธอคิดว่าอย่างไรล่ะ” แนวประมาณปรึกษาเรื่องความรักค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมีคนชอบมาปรึกษาฉันเรื่องนี้ค่ะ (หัวเราะ)
-
--- แต่ก็คงจะเป็นเพราะเทะจิเองแหละ ถึงมีคนเข้ามาปรึกษาอยู่มากมาย แล้วคนที่มาขอคำปรึกษาเค้าคาดหวังว่าเทะจิจะต้องตอบให้คำปรึกษาที่ดีหรือเปล่า?---
เทะจิ : แต่ว่า ส่วนใหญ่ฉันก็ไม่สามารถให้คำแนะนำได้เท่าไรค่ะ ส่วนใหญ่ฉันจะตอบได้แค่ว่า “ทุกคนต่างก็มีความคิดไม่เหมือนกันหรอก” หรือว่า “อย่างนี้ก็ดีนะ” ประมาณนี้ค่ะ ถึงจะตอบแบบนี้แล้วเพื่อนๆอาจจะงงบ้าง แต่ว่าตอนนี้พวกเราไม่ใช่เด็กนักเรียนม.ต้นอีกต่อไปแล้ว แต่ได้เข้าสู่ช่วงวัยที่เราสามารถคิดอะไรได้ด้วยตัวเองแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าไม่เป็นไรค่ะ
-
--- แต่เวลาอยู่ในวงเคยากินี่เทะจิก็จะรู้สึกหมือนกับมีสวิตช์ปรับโหมดของตัวเองให้เป็นอีกแบบนึง ? ---
เทะจิ : จะว่าไงดีน๊า.... คือฉันก็มีคิดเหมือนกัน อย่างเช่น เวลาได้ยินคำพูดเมมเบอร์กับสตาฟคุยกันก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาเองเลยว่า ”เป็นอย่างนี้นี่เอง” ค่ะ และก็ตอนอยู่ที่ทำงานฉันก็จะมีความรู้สึกตื่นตัวค่ะ
-
--- แล้วเทะจิมีช่วงเวลาที่สามารถผ่อนคลายอยู่บ้างหรือเปล่า ? ---
เทะจิ : ฉันชอบเดินเล่นมากๆค่ะ เวลาช่วงพักเบรกจากการถ่ายทำ ฉันก็จะชอบเดินไปเดินมาค่ะ เป็นเพราะว่าตัวเองไม่ชอบอยู่แต่ที่เดิมๆตลอดด้วยค่ะ และก็นานๆทีฉันก็มีไปเดินเล่นกับผู้จัดการส่วนตัวด้วยค่ะ แล้วบางทีเราก็มีพูดคุยกันแบบสบายๆด้วย ฉันชอบช่วงเวลาแบบนั้นมากๆค่ะ อย่างเช่น คุยกันว่า “ถ้าเทะจิเลือกเกิดใหม่ได้อยากจะเกิดเป็นอะไร?” ฉันก็ตอบว่า “เกิดเป็นดอก dandelion ค่ะ” คุยกันแบบไม่มีสาระแบบนี้ค่ะ (หัวเราะ) ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้น่าจะเป็นช่วงที่ผ่อนคลายที่สุดแล้วค่ะ
-
-
แล้วคุณรู้จักฉันดีหรือยัง?
-
--- ในปีนี้ (2017) การที่ตัวเองมีงานทัวร์คอนเสิร์ตหน้าร้อน งาน Rock Fes และก็งานอีเว้นต์ต่างๆที่มีมากมายนั้น และการแสดงบนเวทีแต่ละครั้งก็หนักมาก อย่างนี้เรียกว่าต้องเป็นอะไรที่ทรมานทั้งสภาพร่างกายและจิตใจแน่ๆเลย
เทะจิ : มีคนพูดแบบนี้ให้ฟังบ่อยๆเหมือนกันค่ะ แต่ว่าฉันเองไม่ได้รู้สึกไม่ชอบการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตค่ะ ถึงบางทีเรื่องร่างกายของเราอาจจะไม่ไหวบ้าง แต่ตอนช่วงงาน Rock in Japan 2017 นั้น อยู่ดีๆก็อยากจะเทน้ำราดหัวตัวเอง ก็เลยไปขอทางสต๊าฟค่ะ แต่ว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าหนูรู้สึกร้อนหรืออยากจะได้แรงกระตุ้นอะไรหรอกค่ะ แค่คิดว่าอยากจะเทน้ำใส่ตัวเองเท่านั้นเองค่ะ (หัวเราะ)
-
--- ตอน Arena Tour นั้นในการแสดงสุดท้าย มีร้องเพลง “Jibun no Kan” และก็ยังมีดีดกีตาร์ ขณะที่ตนเองถูกล้อมรอบไปด้วยเปลวไฟด้วย ซึ่งเมื่อได้เห็นสภาพแบบนั้นแล้วมันดูมีพลังเกินคำบรรยายจริงๆค่ะ
เทะจิ : การแสดงแบบนี้เป็นอะไรที่ต้องคิดอยู่มากๆเหมือนกันค่ะ เพราะว่าเป็นการแสดงที่ทำได้แค่ครั้งเดียว จะมาแสดงซ้ำอีกก็ไม่ได้แล้วค่ะ (หัวเราะ) คือในการแสดงคือตอนแรกจะมีโลงศพอยู่ แล้วฉันจะเข้าไปอยู่ในโลงศพนั้น แล้วจากนั้นโลงศพก็จะถูกเผาด้วยไฟค่ะ ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนั้นฉันก็ต้องรีบไปเปลี่ยนเป็นชุดคอสตูมของซิงเกิ้ล Fukyouwaon ค่ะ เป็นการแสดงที่เหนื่อยทุลักทุเลอยู่เหมือนค่ะ คือการแสดงฉันเองไม่ได้ทำแบบเล่นๆสนุกๆค่ะ เพลงนี้เป็นเพลงที่ฉันทุ่มเทออกไอเดียมากที่สุดค่ะ อย่างเราจะนำเสนออย่างไรหรือจะแสดงให้คนดูเห็นอย่างไรค่ะ แม้แต่กีตาร์นั้นฉันก็ดีดเองค่ะ เพราะว่ามันจะสื่ออะไรออกมาได้ดีกว่า ซึ่งฉันก็เลยตั้งใจดีดกีตาร์บนเวทีค่ะ
-
--- ด้วยการแสดงที่มีภาพลักษณ์ดูน่าทึ่งแบบนี้นั้น ทางเทะจิได้มีคุยกับทางสต๊าฟอย่างไรบ้างคะ?---
เทะจิ : หลังจากฟังเพลงเสร็จแล้วนั้น ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ ภาพที่ตัวเองอยู่ท่ามกลางเปลวไฟค่ะ ซึ่งทางสต๊าฟก็เลยลองค้นหาภาพที่ใกล้เคียงจากอินเตอร์เน็ตดูค่ะ แต่ภาพที่ส่งมาให้ก็มักจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับภาพที่ตัวเองคิดเท่าไรนัก อย่างบางทีส่งภาพทั้งหมดมาให้ดู แล้วก็ถามว่าคิดยังไงบ้างค่ะ (หัวเราะ)
-
--- เรารู้เรื่องการแสดงไปแล้ว คราวนี้อยากจะถามว่าตอนทำอัลบั้มแรกของวง (ฉันอยากทำให้ผ้าขาวแปดเปื้อน) นั้น เป็นอย่างไรบ้างคะ? ---
เทะจิ : ปีนี้ฉันคิดว่าอยากจะให้มีเพลงโดนๆบ้างค่ะ ดังนั้นจึงคิดว่าในอัลบั้มนั้นทั้งภาพ ทั้งการออกแบบ รวมไปถึงลำดับของเพลงนั้นถ้าทำออกมาในแบบที่ต้องการได้ มันก็จะช่วยส่งให้เพลงดูมีพาวเวอร์ สื่อได้มากขึ้นค่ะ ถึงปกติแล้วฉันจะคิดว่าจะสื่อออกมาอย่างไรเวลาอยู่บนเวทีก็ตาม แต่การคิดอยู่แค่นั้นเนี่ยมันไม่ได้ค่ะ ฉันก็เลยมีบอกว่าอยากจะเขียนแต่งเนื้อเพลงเข้าไปในเพลง Getsuyobi no Asa Skirt wo Kirareta ด้วยค่ะ
-
--- แล้วทำไมถึงอยากจะแต่งเนื้อเพลงเข้าไปในเพลงนั้นด้วยคะ?---
เทะจิ : ตอนนั้นฉันค่อนข้างกำลังสับสนไม่รู้จะเขียนความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างไรค่ะ ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับตัวอัลบั้มค่ะ แต่เป็นเพลงตัดกระโปรงนี่แหละ ซึ่งเป็นเพลงเด่นสุดของอัลบั้มค่ะ ซึ่งตรงส่วนที่คนร้องตะโกนออกมาว่า “เธอรู้จักฉันดีหรือยัง” เนี่ยเป็นเนื้อเพลงส่วนที่ใส่พิ่มเข้าไปค่ะ
-
--- สิ่งที่เทะจิเองอยากจะนำเสนออกมานั้น เป็นอะไรที่มองเห็นได้ชัดเจนเลยนะคะ---
เทะจิ : ใช่ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น พวก set list ในงานคอนเสิร์ตนั้นส่วนใหญ่จะคิดกันเสร็จ 1-2 เดือนก่อนหน้าแล้วค่ะ โดยทั้งหมดจะนำมาแชร์ให้กับทุกคน แต่คุณทาคาฮิโระจะมีส่วนกับขั้นตอนต่างๆมากมายค่ะ อย่าง MV หรือภาพของอัลบั้มนั้นฉันเองก็จะทำงานร่วมกับผู้กำกับและช่างภาพคนเดิมตลอดค่ะ ถือได้ว่ามีผลดีกับงานมากๆค่ะ
-
--- ส่วนใหญ่แล้วเวลาจะอธิบายถึงจุดสำคัญที่วงเคยากิและเทะจิพยายามสื่อออกมา หลักๆเลยก็มักจะเป็นเรื่อง “การไม่เชื่อใจต่อผู้ใหญ่” แต่ว่าที่จริงแล้วไม่ใช่เลยใช่ไหมคะ? ---
เทะจิ : การที่ฉันมีบอกว่า “ไม่เชื่อใจผู้ใหญ่” นั้นก็คือ ....เอ่อ จะพูดยังไงดีน๊า คือมันเป็นเหมือนกับเราลองทำอารมณ์แบบนี้ขึ้นมาดู แบบว่าก่อนอื่นลองทำดู ประมาณนี้ค่ะ คือฉันก็จะใช้แค่อารมณ์แบบว่ารู้สึกเกลียดมากๆค่ะ ไม่ได้ไปนำมาจากชีวิตจริงของคนอื่นๆที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นคล้ายๆกับคุณทาคาฮิโระหรือสต๊าฟหลายๆคนค่ะ
-
--- เป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นก็เรียกว่า “ไม่เชื่อใจในวิธีคิดของผู้ใหญ่” ก็น่าจะได้นะ ---
เทะจิ:ช่วงที่ฉันเสียงแหบนั้น ทาง director ที่รับผิดชอบเรื่องการอัดเสียงนั้นก็ช่วยดูแลให้เป็นอย่างดีมากๆค่ะ แน่นอนว่าช่วงที่ทำอัลบั้มนั้นคนรอบข้างก็พยายามเร่งรีบที่จะทำอัลบั้มให้เสร็จ แต่ว่าทาง director บอกกับฉันว่าไม่เป็นไรค่ะ และก็อย่างอื่นก็เช่น เวลากำลังอัดเสียงก็ช่วยหรี่ไฟให้มืดลง และพยายามใช้คนให้น้อยมากที่สุด หรือว่าเวลาไปกินข้าวก็ไปด้วยกัน และก็เวลาร้องเพลงตัดกระโปรง ตรงช่วงที่ร้องว่า “เธอรู้จักฉันดีหรือยัง” ก็พยายามช่วยกันหาวิธีว่าจะร้องออกมาแบบไหนค่ะ ส่วนสต๊าฟทุกคนนั้นก็เข้าใจความรู้สึกของฉันค่ะ บางทีถ้าคิดไม่เหมือนกัน หรือว่ามีไอเดียใหม่ๆออกมาก็จะมานั่งถกถียงกันว่า อย่างนู้นดี อย่างนี้ไม่ดี ซึ่งกลับเป็นอะไรที่สนุกค่ะ
-
ถ้าไม่ได้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวล่ะก็คงไม่มีทางั้จะสื่อสารออกมาได้แน่
-
--- “อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง” นั่นคือสิ่งเทะจิคิดตอนเข้ามาออดิชั่นกับวงเคยากิซากะ 46 แล้วในตอนนั้นเนี่ยเทะจิมีคิดหรือเปล่าว่าตัวเองนั้นเริ่ม positive ขึ้นมาแล้ว?---
เทะจิ : ไม่ได้คิดเลยค่ะ คงไม่ใช่หรอกค่ะ (หัวเราะ) แต่มีคิดว่าตัวเองอยากจะมีเพลงที่สามารถส่งต่อถึงคนอื่นๆได้ แค่คิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสทำอะไรหลายๆอย่างค่ะ อย่างการแสดง ทั้งชุดคอสตูม ทั้งบล็อกกิ้งนั้น และก็ทั้งส่วนที่เป็นวิดีโอที่ผ่านการถ่ายทำ เราก็จะพยายามดูหลายต่อหลายครั้ง ถ้าเกิดมันดูไม่ดีก็ต้องบอกให้รู้ค่ะ
-
--- ถ้าอย่างนี้ มันก็เหมือนกับว่าเราแบกภาระไว้คนเดียว อย่างนี้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือคะ? ---
เทะจิ : ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ปรึกษากับเมมเบอร์คนอื่นๆในเรื่องพวกนี้ค่ะ แต่แน่นอนค่ะว่าตัวเองก็รู้สึกโดดเดี่ยวค่ะ แต่ว่า….. ฉันก็มีคิดว่าเป็นเพราะว่าตอนนี้ฉันอายุ 16 ปีแล้วด้วยค่ะ ถ้าฉันโตขึ้นมากกว่านี้ ความคิดอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ค่ะ
-
--- ถ้าอย่างนี้ก็คือ ตอนนี้ตัวเองก็มีส่วนที่ยอมรับกับเรื่องความโดดเดี่ยวนี้บ้างใช่ไหมคะ? ---
เทะจิ : ถ้าตัวเองไม่รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวล่ะก็ ฉันก็จะไม่สามารถส่งต่อความรู้สึกให้กับคนในวัยเดียวกันที่มีความรู้สึกเหมือนกันได้ค่ะ การจะทำให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวดคนเดียวนั้นมันไม่ได้หรอกค่ะ ในตอนนี้ ฉันก็จะส่งต่อความรู้สึกให้กับคนอื่นๆในวัยเดียวกันด้วยค่ะ การมีคนวัยเดียวกันที่มีความรู้สึกเหมือนๆกันอยู่นั้นมันให้แรงบันดาลใจกับฉันค่ะ
-
--- ความรู้สึกอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถส่งถึงได้หมดค่ะ และก็ความรู้สึกต่างๆที่เราอาจจะลืมไปแล้วนั้นมันก็ช่วยให้เราหวนกลับมาคิดถึงอีกครั้ง ซึ่งความรู้สึกที่แท้จริงนี้เป็นสิ่งที่ทางวงพยายามสื่อออกมาค่ะ ---
เทะจิ : ใช่ค่ะ! จริงค่ะ! ทุกคนต่างก็แค่ลืมมันไปเท่านั้น ทุกๆคนต่างก็มีความรู้สึกเหล่านี้อยู่ในส่วนหนึ่งของจิตใจทั้งนั้นค่ะ ตัวฉันนั้นไม่ได้เข้าวงเคยากิมาเพราะว่าอยากจะให้คนคิดว่าตัวเองน่ารักหรือว่าเท่ค่ะ..... แค่อยากจะแสดงความรู้สึกที่แท้จริงจากที่คนเราไม่อยากจะแสดงออกหรือว่าไม่สามารถแสดงออกมาได้ค่ะ
-
---พูดออกมาได้ดีเลยค่ะ ด้วยเหตุนี้ทำให้เค้าบอกกันว่าการแสดงของเทะจินั้นดูเอาจริงเอาจังมากค่ะ ---
เทะจิ : คือฉันอยากที่จะสื่อความรู้สึกที่แท้จริงแบบนั้นออกมาค่ะ ถึงมันจะออกมาดูไม่ดีก็ไม่เป็นไรค่ะ การที่ออกมาดูไม่ดีอาจจะเป็นอะไรที่ดีกว่าด้วยค่ะ
-
--- มันคือการแสดงความรู้สึกออกมาแบบไม่เน้นว่าต้องดูดีสินะ ---
เทะจิ : ฉันไม่ชอบอะไรที่มันดูสวยงามค่ะ และฉันก็ไม่ชอบคนที่ปิดบัง โกหก หรือไม่ซื่อสัตย์ค่ะ ซึ่งในงานทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ฉันก็เลยแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆแบบที่สามารถทำได้เลยค่ะ ดังนั้นอยากจะให้ทุกคนได้เห็นมันค่ะ
-
--- เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าตัวเทะจิเองก็อยากที่จะแสดงออกแบบตรงๆมากกว่านี้ค่ะ และก็ไม่รู้จะพูดดีหรือเปล่านะ แต่การที่ได้มาพูดคุยกับเทะจิในวันนี้โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยค่ะ ---
เทะจิ : (หัวเราะ) จริงๆแล้วทุกวันเวลาคิดอะไรขึ้นมาก็จะจดในสมุดโน๊ตค่ะ แต่สมมติว่าถ้าตัวเองจะเขียนแต่งเนื้อเพลงขึ้นมาก็อยากจะเก็บไว้เป็นความลับค่ะ เพราะว่าคงจะต้องมีคนพูดถึงแน่ๆค่ะ (หัวเราะ)
-
---อย่างนี้ก็อยากที่จะฟังเพลงที่เทะจิแต่งจังเลยค่ะ---
เทะจิ : ก็ตอนแรกอาจจะแอบปล่อยเพลงออกมา แล้วพอเวลาผ่านไปนานๆเข้าก็ประกาศอย่างชัดเจนไปเลยว่า “ฉันแต่งเพลงนี้ขึ้นมาค่ะ” คงจะน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ (หัวเราะ)
 


Cr. Keyakizaka Sensation

https://www.facebook.com/keyakizakasensation/posts/148338525851749

 


ขอบคุณครับ
My Locker
ออฟไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status:
เข้าร่วม: 21 Sep 2007
ตอบ: 7724 (บอร์ดเก่า 1237)
ที่อยู่: ร้านขายเสื้อผ้าที่หัวใจโมนะอยู่ตรงนั้น
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 21:17
patcharaphon พิมพ์ว่า:
Gangjjang พิมพ์ว่า:
แปลบทสัมภาษณ์ของ ฮิราเตะ ยูรินะ จากนิตยสาร Quick Japan Vol.135

เธอไม่ได้ป่วย เธอไม่ได้สูญเสียแรงจูงใจ ถึงแม้ว่าสาวน้อยคนนี้จะไม่สามารถเอ่ยคำพูดง่ายๆ
ออกมาให้เราฟังได้ แต่เธอก็เข้าใจถึงความงดงามของมัน เธอผู้นี้มีชื่อว่า ฮิราเตะ ยูรินะ เธอผู้
ที่พร้อมที่จะถ่ายทอดความเจ็บปวดของเธอให้คนให้วัยรุ่นในวัยเดียวกันของเธอได้รับรู้ ภาพ
ของเธอผู้ซึ่งใช้พลังทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะได้ตะโกนบอกความรู้สึกขณะที่เธอกำลังเดินอยู่
บนพื้นที่อันว่างเปล่าปราศจากผู้คนนั้นถึงจะมีความหม่นหมองอยู่มากแต่ก็มีความบริสุทธิ์
สูงส่งอยู่มากเช่นกัน

Spoil
ก่อนอื่นเลยอยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเทะจิค่ะ ปีนี้เทะจิก็ได้ขึ้นเรียนชั้นมัธยมปลายแล้ว อยากจะถามว่าอะไรคือสื่งที่สนุกที่สุดของชีวิตการเป็นนักเรียนม.ปลายคะ?---
เทะจิ : คือฉันมีคนที่สามารถพูดคุยด้วยได้ คือไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกคนนี้ว่าเป็นเพื่อนได้หรือเปล่า แต่เวลาอยู่ด้วยกันกับพวกเธอแล้วก็ทำให้ฉันลืมเรื่องภาระหน้าที่การงานที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ลงไปได้ค่ะ เรียกได้ว่าพวกเธอทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองก็เป็นแค่นักเรียนม.ปลายทั่วไปค่ะ
-
--- จะเรียกพวกเธออย่างภาคภูมิใจว่าเป็นเพื่อนก็ได้ค่ะ แล้วปกติเวลาอยู่ด้วยกันนี่จะคุยเรื่องอะไรกันบ้างคะ? ---
เทะจิ : ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี่แหละค่ะ...... แบบว่าเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปค่ะ อย่างบางทีก็มีคนมาปรึกษาว่า “เราแอบชอบคนนี้อยู่ เธอคิดว่าอย่างไรล่ะ” แนวประมาณปรึกษาเรื่องความรักค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมีคนชอบมาปรึกษาฉันเรื่องนี้ค่ะ (หัวเราะ)
-
--- แต่ก็คงจะเป็นเพราะเทะจิเองแหละ ถึงมีคนเข้ามาปรึกษาอยู่มากมาย แล้วคนที่มาขอคำปรึกษาเค้าคาดหวังว่าเทะจิจะต้องตอบให้คำปรึกษาที่ดีหรือเปล่า?---
เทะจิ : แต่ว่า ส่วนใหญ่ฉันก็ไม่สามารถให้คำแนะนำได้เท่าไรค่ะ ส่วนใหญ่ฉันจะตอบได้แค่ว่า “ทุกคนต่างก็มีความคิดไม่เหมือนกันหรอก” หรือว่า “อย่างนี้ก็ดีนะ” ประมาณนี้ค่ะ ถึงจะตอบแบบนี้แล้วเพื่อนๆอาจจะงงบ้าง แต่ว่าตอนนี้พวกเราไม่ใช่เด็กนักเรียนม.ต้นอีกต่อไปแล้ว แต่ได้เข้าสู่ช่วงวัยที่เราสามารถคิดอะไรได้ด้วยตัวเองแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าไม่เป็นไรค่ะ
-
--- แต่เวลาอยู่ในวงเคยากินี่เทะจิก็จะรู้สึกหมือนกับมีสวิตช์ปรับโหมดของตัวเองให้เป็นอีกแบบนึง ? ---
เทะจิ : จะว่าไงดีน๊า.... คือฉันก็มีคิดเหมือนกัน อย่างเช่น เวลาได้ยินคำพูดเมมเบอร์กับสตาฟคุยกันก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาเองเลยว่า ”เป็นอย่างนี้นี่เอง” ค่ะ และก็ตอนอยู่ที่ทำงานฉันก็จะมีความรู้สึกตื่นตัวค่ะ
-
--- แล้วเทะจิมีช่วงเวลาที่สามารถผ่อนคลายอยู่บ้างหรือเปล่า ? ---
เทะจิ : ฉันชอบเดินเล่นมากๆค่ะ เวลาช่วงพักเบรกจากการถ่ายทำ ฉันก็จะชอบเดินไปเดินมาค่ะ เป็นเพราะว่าตัวเองไม่ชอบอยู่แต่ที่เดิมๆตลอดด้วยค่ะ และก็นานๆทีฉันก็มีไปเดินเล่นกับผู้จัดการส่วนตัวด้วยค่ะ แล้วบางทีเราก็มีพูดคุยกันแบบสบายๆด้วย ฉันชอบช่วงเวลาแบบนั้นมากๆค่ะ อย่างเช่น คุยกันว่า “ถ้าเทะจิเลือกเกิดใหม่ได้อยากจะเกิดเป็นอะไร?” ฉันก็ตอบว่า “เกิดเป็นดอก dandelion ค่ะ” คุยกันแบบไม่มีสาระแบบนี้ค่ะ (หัวเราะ) ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้น่าจะเป็นช่วงที่ผ่อนคลายที่สุดแล้วค่ะ
-
-
แล้วคุณรู้จักฉันดีหรือยัง?
-
--- ในปีนี้ (2017) การที่ตัวเองมีงานทัวร์คอนเสิร์ตหน้าร้อน งาน Rock Fes และก็งานอีเว้นต์ต่างๆที่มีมากมายนั้น และการแสดงบนเวทีแต่ละครั้งก็หนักมาก อย่างนี้เรียกว่าต้องเป็นอะไรที่ทรมานทั้งสภาพร่างกายและจิตใจแน่ๆเลย
เทะจิ : มีคนพูดแบบนี้ให้ฟังบ่อยๆเหมือนกันค่ะ แต่ว่าฉันเองไม่ได้รู้สึกไม่ชอบการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตค่ะ ถึงบางทีเรื่องร่างกายของเราอาจจะไม่ไหวบ้าง แต่ตอนช่วงงาน Rock in Japan 2017 นั้น อยู่ดีๆก็อยากจะเทน้ำราดหัวตัวเอง ก็เลยไปขอทางสต๊าฟค่ะ แต่ว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าหนูรู้สึกร้อนหรืออยากจะได้แรงกระตุ้นอะไรหรอกค่ะ แค่คิดว่าอยากจะเทน้ำใส่ตัวเองเท่านั้นเองค่ะ (หัวเราะ)
-
--- ตอน Arena Tour นั้นในการแสดงสุดท้าย มีร้องเพลง “Jibun no Kan” และก็ยังมีดีดกีตาร์ ขณะที่ตนเองถูกล้อมรอบไปด้วยเปลวไฟด้วย ซึ่งเมื่อได้เห็นสภาพแบบนั้นแล้วมันดูมีพลังเกินคำบรรยายจริงๆค่ะ
เทะจิ : การแสดงแบบนี้เป็นอะไรที่ต้องคิดอยู่มากๆเหมือนกันค่ะ เพราะว่าเป็นการแสดงที่ทำได้แค่ครั้งเดียว จะมาแสดงซ้ำอีกก็ไม่ได้แล้วค่ะ (หัวเราะ) คือในการแสดงคือตอนแรกจะมีโลงศพอยู่ แล้วฉันจะเข้าไปอยู่ในโลงศพนั้น แล้วจากนั้นโลงศพก็จะถูกเผาด้วยไฟค่ะ ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนั้นฉันก็ต้องรีบไปเปลี่ยนเป็นชุดคอสตูมของซิงเกิ้ล Fukyouwaon ค่ะ เป็นการแสดงที่เหนื่อยทุลักทุเลอยู่เหมือนค่ะ คือการแสดงฉันเองไม่ได้ทำแบบเล่นๆสนุกๆค่ะ เพลงนี้เป็นเพลงที่ฉันทุ่มเทออกไอเดียมากที่สุดค่ะ อย่างเราจะนำเสนออย่างไรหรือจะแสดงให้คนดูเห็นอย่างไรค่ะ แม้แต่กีตาร์นั้นฉันก็ดีดเองค่ะ เพราะว่ามันจะสื่ออะไรออกมาได้ดีกว่า ซึ่งฉันก็เลยตั้งใจดีดกีตาร์บนเวทีค่ะ
-
--- ด้วยการแสดงที่มีภาพลักษณ์ดูน่าทึ่งแบบนี้นั้น ทางเทะจิได้มีคุยกับทางสต๊าฟอย่างไรบ้างคะ?---
เทะจิ : หลังจากฟังเพลงเสร็จแล้วนั้น ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ ภาพที่ตัวเองอยู่ท่ามกลางเปลวไฟค่ะ ซึ่งทางสต๊าฟก็เลยลองค้นหาภาพที่ใกล้เคียงจากอินเตอร์เน็ตดูค่ะ แต่ภาพที่ส่งมาให้ก็มักจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับภาพที่ตัวเองคิดเท่าไรนัก อย่างบางทีส่งภาพทั้งหมดมาให้ดู แล้วก็ถามว่าคิดยังไงบ้างค่ะ (หัวเราะ)
-
--- เรารู้เรื่องการแสดงไปแล้ว คราวนี้อยากจะถามว่าตอนทำอัลบั้มแรกของวง (ฉันอยากทำให้ผ้าขาวแปดเปื้อน) นั้น เป็นอย่างไรบ้างคะ? ---
เทะจิ : ปีนี้ฉันคิดว่าอยากจะให้มีเพลงโดนๆบ้างค่ะ ดังนั้นจึงคิดว่าในอัลบั้มนั้นทั้งภาพ ทั้งการออกแบบ รวมไปถึงลำดับของเพลงนั้นถ้าทำออกมาในแบบที่ต้องการได้ มันก็จะช่วยส่งให้เพลงดูมีพาวเวอร์ สื่อได้มากขึ้นค่ะ ถึงปกติแล้วฉันจะคิดว่าจะสื่อออกมาอย่างไรเวลาอยู่บนเวทีก็ตาม แต่การคิดอยู่แค่นั้นเนี่ยมันไม่ได้ค่ะ ฉันก็เลยมีบอกว่าอยากจะเขียนแต่งเนื้อเพลงเข้าไปในเพลง Getsuyobi no Asa Skirt wo Kirareta ด้วยค่ะ
-
--- แล้วทำไมถึงอยากจะแต่งเนื้อเพลงเข้าไปในเพลงนั้นด้วยคะ?---
เทะจิ : ตอนนั้นฉันค่อนข้างกำลังสับสนไม่รู้จะเขียนความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างไรค่ะ ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับตัวอัลบั้มค่ะ แต่เป็นเพลงตัดกระโปรงนี่แหละ ซึ่งเป็นเพลงเด่นสุดของอัลบั้มค่ะ ซึ่งตรงส่วนที่คนร้องตะโกนออกมาว่า “เธอรู้จักฉันดีหรือยัง” เนี่ยเป็นเนื้อเพลงส่วนที่ใส่พิ่มเข้าไปค่ะ
-
--- สิ่งที่เทะจิเองอยากจะนำเสนออกมานั้น เป็นอะไรที่มองเห็นได้ชัดเจนเลยนะคะ---
เทะจิ : ใช่ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น พวก set list ในงานคอนเสิร์ตนั้นส่วนใหญ่จะคิดกันเสร็จ 1-2 เดือนก่อนหน้าแล้วค่ะ โดยทั้งหมดจะนำมาแชร์ให้กับทุกคน แต่คุณทาคาฮิโระจะมีส่วนกับขั้นตอนต่างๆมากมายค่ะ อย่าง MV หรือภาพของอัลบั้มนั้นฉันเองก็จะทำงานร่วมกับผู้กำกับและช่างภาพคนเดิมตลอดค่ะ ถือได้ว่ามีผลดีกับงานมากๆค่ะ
-
--- ส่วนใหญ่แล้วเวลาจะอธิบายถึงจุดสำคัญที่วงเคยากิและเทะจิพยายามสื่อออกมา หลักๆเลยก็มักจะเป็นเรื่อง “การไม่เชื่อใจต่อผู้ใหญ่” แต่ว่าที่จริงแล้วไม่ใช่เลยใช่ไหมคะ? ---
เทะจิ : การที่ฉันมีบอกว่า “ไม่เชื่อใจผู้ใหญ่” นั้นก็คือ ....เอ่อ จะพูดยังไงดีน๊า คือมันเป็นเหมือนกับเราลองทำอารมณ์แบบนี้ขึ้นมาดู แบบว่าก่อนอื่นลองทำดู ประมาณนี้ค่ะ คือฉันก็จะใช้แค่อารมณ์แบบว่ารู้สึกเกลียดมากๆค่ะ ไม่ได้ไปนำมาจากชีวิตจริงของคนอื่นๆที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นคล้ายๆกับคุณทาคาฮิโระหรือสต๊าฟหลายๆคนค่ะ
-
--- เป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นก็เรียกว่า “ไม่เชื่อใจในวิธีคิดของผู้ใหญ่” ก็น่าจะได้นะ ---
เทะจิ:ช่วงที่ฉันเสียงแหบนั้น ทาง director ที่รับผิดชอบเรื่องการอัดเสียงนั้นก็ช่วยดูแลให้เป็นอย่างดีมากๆค่ะ แน่นอนว่าช่วงที่ทำอัลบั้มนั้นคนรอบข้างก็พยายามเร่งรีบที่จะทำอัลบั้มให้เสร็จ แต่ว่าทาง director บอกกับฉันว่าไม่เป็นไรค่ะ และก็อย่างอื่นก็เช่น เวลากำลังอัดเสียงก็ช่วยหรี่ไฟให้มืดลง และพยายามใช้คนให้น้อยมากที่สุด หรือว่าเวลาไปกินข้าวก็ไปด้วยกัน และก็เวลาร้องเพลงตัดกระโปรง ตรงช่วงที่ร้องว่า “เธอรู้จักฉันดีหรือยัง” ก็พยายามช่วยกันหาวิธีว่าจะร้องออกมาแบบไหนค่ะ ส่วนสต๊าฟทุกคนนั้นก็เข้าใจความรู้สึกของฉันค่ะ บางทีถ้าคิดไม่เหมือนกัน หรือว่ามีไอเดียใหม่ๆออกมาก็จะมานั่งถกถียงกันว่า อย่างนู้นดี อย่างนี้ไม่ดี ซึ่งกลับเป็นอะไรที่สนุกค่ะ
-
ถ้าไม่ได้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวล่ะก็คงไม่มีทางั้จะสื่อสารออกมาได้แน่
-
--- “อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง” นั่นคือสิ่งเทะจิคิดตอนเข้ามาออดิชั่นกับวงเคยากิซากะ 46 แล้วในตอนนั้นเนี่ยเทะจิมีคิดหรือเปล่าว่าตัวเองนั้นเริ่ม positive ขึ้นมาแล้ว?---
เทะจิ : ไม่ได้คิดเลยค่ะ คงไม่ใช่หรอกค่ะ (หัวเราะ) แต่มีคิดว่าตัวเองอยากจะมีเพลงที่สามารถส่งต่อถึงคนอื่นๆได้ แค่คิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสทำอะไรหลายๆอย่างค่ะ อย่างการแสดง ทั้งชุดคอสตูม ทั้งบล็อกกิ้งนั้น และก็ทั้งส่วนที่เป็นวิดีโอที่ผ่านการถ่ายทำ เราก็จะพยายามดูหลายต่อหลายครั้ง ถ้าเกิดมันดูไม่ดีก็ต้องบอกให้รู้ค่ะ
-
--- ถ้าอย่างนี้ มันก็เหมือนกับว่าเราแบกภาระไว้คนเดียว อย่างนี้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือคะ? ---
เทะจิ : ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ปรึกษากับเมมเบอร์คนอื่นๆในเรื่องพวกนี้ค่ะ แต่แน่นอนค่ะว่าตัวเองก็รู้สึกโดดเดี่ยวค่ะ แต่ว่า….. ฉันก็มีคิดว่าเป็นเพราะว่าตอนนี้ฉันอายุ 16 ปีแล้วด้วยค่ะ ถ้าฉันโตขึ้นมากกว่านี้ ความคิดอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ค่ะ
-
--- ถ้าอย่างนี้ก็คือ ตอนนี้ตัวเองก็มีส่วนที่ยอมรับกับเรื่องความโดดเดี่ยวนี้บ้างใช่ไหมคะ? ---
เทะจิ : ถ้าตัวเองไม่รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวล่ะก็ ฉันก็จะไม่สามารถส่งต่อความรู้สึกให้กับคนในวัยเดียวกันที่มีความรู้สึกเหมือนกันได้ค่ะ การจะทำให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวดคนเดียวนั้นมันไม่ได้หรอกค่ะ ในตอนนี้ ฉันก็จะส่งต่อความรู้สึกให้กับคนอื่นๆในวัยเดียวกันด้วยค่ะ การมีคนวัยเดียวกันที่มีความรู้สึกเหมือนๆกันอยู่นั้นมันให้แรงบันดาลใจกับฉันค่ะ
-
--- ความรู้สึกอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถส่งถึงได้หมดค่ะ และก็ความรู้สึกต่างๆที่เราอาจจะลืมไปแล้วนั้นมันก็ช่วยให้เราหวนกลับมาคิดถึงอีกครั้ง ซึ่งความรู้สึกที่แท้จริงนี้เป็นสิ่งที่ทางวงพยายามสื่อออกมาค่ะ ---
เทะจิ : ใช่ค่ะ! จริงค่ะ! ทุกคนต่างก็แค่ลืมมันไปเท่านั้น ทุกๆคนต่างก็มีความรู้สึกเหล่านี้อยู่ในส่วนหนึ่งของจิตใจทั้งนั้นค่ะ ตัวฉันนั้นไม่ได้เข้าวงเคยากิมาเพราะว่าอยากจะให้คนคิดว่าตัวเองน่ารักหรือว่าเท่ค่ะ..... แค่อยากจะแสดงความรู้สึกที่แท้จริงจากที่คนเราไม่อยากจะแสดงออกหรือว่าไม่สามารถแสดงออกมาได้ค่ะ
-
---พูดออกมาได้ดีเลยค่ะ ด้วยเหตุนี้ทำให้เค้าบอกกันว่าการแสดงของเทะจินั้นดูเอาจริงเอาจังมากค่ะ ---
เทะจิ : คือฉันอยากที่จะสื่อความรู้สึกที่แท้จริงแบบนั้นออกมาค่ะ ถึงมันจะออกมาดูไม่ดีก็ไม่เป็นไรค่ะ การที่ออกมาดูไม่ดีอาจจะเป็นอะไรที่ดีกว่าด้วยค่ะ
-
--- มันคือการแสดงความรู้สึกออกมาแบบไม่เน้นว่าต้องดูดีสินะ ---
เทะจิ : ฉันไม่ชอบอะไรที่มันดูสวยงามค่ะ และฉันก็ไม่ชอบคนที่ปิดบัง โกหก หรือไม่ซื่อสัตย์ค่ะ ซึ่งในงานทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ฉันก็เลยแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆแบบที่สามารถทำได้เลยค่ะ ดังนั้นอยากจะให้ทุกคนได้เห็นมันค่ะ
-
--- เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าตัวเทะจิเองก็อยากที่จะแสดงออกแบบตรงๆมากกว่านี้ค่ะ และก็ไม่รู้จะพูดดีหรือเปล่านะ แต่การที่ได้มาพูดคุยกับเทะจิในวันนี้โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยค่ะ ---
เทะจิ : (หัวเราะ) จริงๆแล้วทุกวันเวลาคิดอะไรขึ้นมาก็จะจดในสมุดโน๊ตค่ะ แต่สมมติว่าถ้าตัวเองจะเขียนแต่งเนื้อเพลงขึ้นมาก็อยากจะเก็บไว้เป็นความลับค่ะ เพราะว่าคงจะต้องมีคนพูดถึงแน่ๆค่ะ (หัวเราะ)
-
---อย่างนี้ก็อยากที่จะฟังเพลงที่เทะจิแต่งจังเลยค่ะ---
เทะจิ : ก็ตอนแรกอาจจะแอบปล่อยเพลงออกมา แล้วพอเวลาผ่านไปนานๆเข้าก็ประกาศอย่างชัดเจนไปเลยว่า “ฉันแต่งเพลงนี้ขึ้นมาค่ะ” คงจะน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ (หัวเราะ)
 


Cr. Keyakizaka Sensation

https://www.facebook.com/keyakizakasensation/posts/148338525851749

 


ขอบคุณครับ  


เล่มนี้บทสัมภาษณ์แต่ละคนยาวๆทั้งนั้นอยากให้คนแปลเค้าแปลทุกคน

My Locker
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
เข้าร่วม: 17 Nov 2008
ตอบ: 7933 (บอร์ดเก่า 6246)
ที่อยู่: โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงมิลาน
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 21:24
https://www.facebook.com/joey.pong1/videos/10155460814564506/

ย้อนหลังแข่งอดนอน เด็กๆดูไว้นี่แหละ akb ไอดอลวาไรตี้มันต้องแบบนี้ แต่ละคน
My Locker
ออฟไลน์
แข้งบุนเดสลีกา
Status:
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7710
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Feb 18, 2018 21:27
Gangjjang พิมพ์ว่า:
patcharaphon พิมพ์ว่า:
Gangjjang พิมพ์ว่า:
แปลบทสัมภาษณ์ของ ฮิราเตะ ยูรินะ จากนิตยสาร Quick Japan Vol.135

เธอไม่ได้ป่วย เธอไม่ได้สูญเสียแรงจูงใจ ถึงแม้ว่าสาวน้อยคนนี้จะไม่สามารถเอ่ยคำพูดง่ายๆ
ออกมาให้เราฟังได้ แต่เธอก็เข้าใจถึงความงดงามของมัน เธอผู้นี้มีชื่อว่า ฮิราเตะ ยูรินะ เธอผู้
ที่พร้อมที่จะถ่ายทอดความเจ็บปวดของเธอให้คนให้วัยรุ่นในวัยเดียวกันของเธอได้รับรู้ ภาพ
ของเธอผู้ซึ่งใช้พลังทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะได้ตะโกนบอกความรู้สึกขณะที่เธอกำลังเดินอยู่
บนพื้นที่อันว่างเปล่าปราศจากผู้คนนั้นถึงจะมีความหม่นหมองอยู่มากแต่ก็มีความบริสุทธิ์
สูงส่งอยู่มากเช่นกัน

Spoil
ก่อนอื่นเลยอยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเทะจิค่ะ ปีนี้เทะจิก็ได้ขึ้นเรียนชั้นมัธยมปลายแล้ว อยากจะถามว่าอะไรคือสื่งที่สนุกที่สุดของชีวิตการเป็นนักเรียนม.ปลายคะ?---
เทะจิ : คือฉันมีคนที่สามารถพูดคุยด้วยได้ คือไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกคนนี้ว่าเป็นเพื่อนได้หรือเปล่า แต่เวลาอยู่ด้วยกันกับพวกเธอแล้วก็ทำให้ฉันลืมเรื่องภาระหน้าที่การงานที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ลงไปได้ค่ะ เรียกได้ว่าพวกเธอทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองก็เป็นแค่นักเรียนม.ปลายทั่วไปค่ะ
-
--- จะเรียกพวกเธออย่างภาคภูมิใจว่าเป็นเพื่อนก็ได้ค่ะ แล้วปกติเวลาอยู่ด้วยกันนี่จะคุยเรื่องอะไรกันบ้างคะ? ---
เทะจิ : ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนนี่แหละค่ะ...... แบบว่าเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปค่ะ อย่างบางทีก็มีคนมาปรึกษาว่า “เราแอบชอบคนนี้อยู่ เธอคิดว่าอย่างไรล่ะ” แนวประมาณปรึกษาเรื่องความรักค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมีคนชอบมาปรึกษาฉันเรื่องนี้ค่ะ (หัวเราะ)
-
--- แต่ก็คงจะเป็นเพราะเทะจิเองแหละ ถึงมีคนเข้ามาปรึกษาอยู่มากมาย แล้วคนที่มาขอคำปรึกษาเค้าคาดหวังว่าเทะจิจะต้องตอบให้คำปรึกษาที่ดีหรือเปล่า?---
เทะจิ : แต่ว่า ส่วนใหญ่ฉันก็ไม่สามารถให้คำแนะนำได้เท่าไรค่ะ ส่วนใหญ่ฉันจะตอบได้แค่ว่า “ทุกคนต่างก็มีความคิดไม่เหมือนกันหรอก” หรือว่า “อย่างนี้ก็ดีนะ” ประมาณนี้ค่ะ ถึงจะตอบแบบนี้แล้วเพื่อนๆอาจจะงงบ้าง แต่ว่าตอนนี้พวกเราไม่ใช่เด็กนักเรียนม.ต้นอีกต่อไปแล้ว แต่ได้เข้าสู่ช่วงวัยที่เราสามารถคิดอะไรได้ด้วยตัวเองแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าไม่เป็นไรค่ะ
-
--- แต่เวลาอยู่ในวงเคยากินี่เทะจิก็จะรู้สึกหมือนกับมีสวิตช์ปรับโหมดของตัวเองให้เป็นอีกแบบนึง ? ---
เทะจิ : จะว่าไงดีน๊า.... คือฉันก็มีคิดเหมือนกัน อย่างเช่น เวลาได้ยินคำพูดเมมเบอร์กับสตาฟคุยกันก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาเองเลยว่า ”เป็นอย่างนี้นี่เอง” ค่ะ และก็ตอนอยู่ที่ทำงานฉันก็จะมีความรู้สึกตื่นตัวค่ะ
-
--- แล้วเทะจิมีช่วงเวลาที่สามารถผ่อนคลายอยู่บ้างหรือเปล่า ? ---
เทะจิ : ฉันชอบเดินเล่นมากๆค่ะ เวลาช่วงพักเบรกจากการถ่ายทำ ฉันก็จะชอบเดินไปเดินมาค่ะ เป็นเพราะว่าตัวเองไม่ชอบอยู่แต่ที่เดิมๆตลอดด้วยค่ะ และก็นานๆทีฉันก็มีไปเดินเล่นกับผู้จัดการส่วนตัวด้วยค่ะ แล้วบางทีเราก็มีพูดคุยกันแบบสบายๆด้วย ฉันชอบช่วงเวลาแบบนั้นมากๆค่ะ อย่างเช่น คุยกันว่า “ถ้าเทะจิเลือกเกิดใหม่ได้อยากจะเกิดเป็นอะไร?” ฉันก็ตอบว่า “เกิดเป็นดอก dandelion ค่ะ” คุยกันแบบไม่มีสาระแบบนี้ค่ะ (หัวเราะ) ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้น่าจะเป็นช่วงที่ผ่อนคลายที่สุดแล้วค่ะ
-
-
แล้วคุณรู้จักฉันดีหรือยัง?
-
--- ในปีนี้ (2017) การที่ตัวเองมีงานทัวร์คอนเสิร์ตหน้าร้อน งาน Rock Fes และก็งานอีเว้นต์ต่างๆที่มีมากมายนั้น และการแสดงบนเวทีแต่ละครั้งก็หนักมาก อย่างนี้เรียกว่าต้องเป็นอะไรที่ทรมานทั้งสภาพร่างกายและจิตใจแน่ๆเลย
เทะจิ : มีคนพูดแบบนี้ให้ฟังบ่อยๆเหมือนกันค่ะ แต่ว่าฉันเองไม่ได้รู้สึกไม่ชอบการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตค่ะ ถึงบางทีเรื่องร่างกายของเราอาจจะไม่ไหวบ้าง แต่ตอนช่วงงาน Rock in Japan 2017 นั้น อยู่ดีๆก็อยากจะเทน้ำราดหัวตัวเอง ก็เลยไปขอทางสต๊าฟค่ะ แต่ว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าหนูรู้สึกร้อนหรืออยากจะได้แรงกระตุ้นอะไรหรอกค่ะ แค่คิดว่าอยากจะเทน้ำใส่ตัวเองเท่านั้นเองค่ะ (หัวเราะ)
-
--- ตอน Arena Tour นั้นในการแสดงสุดท้าย มีร้องเพลง “Jibun no Kan” และก็ยังมีดีดกีตาร์ ขณะที่ตนเองถูกล้อมรอบไปด้วยเปลวไฟด้วย ซึ่งเมื่อได้เห็นสภาพแบบนั้นแล้วมันดูมีพลังเกินคำบรรยายจริงๆค่ะ
เทะจิ : การแสดงแบบนี้เป็นอะไรที่ต้องคิดอยู่มากๆเหมือนกันค่ะ เพราะว่าเป็นการแสดงที่ทำได้แค่ครั้งเดียว จะมาแสดงซ้ำอีกก็ไม่ได้แล้วค่ะ (หัวเราะ) คือในการแสดงคือตอนแรกจะมีโลงศพอยู่ แล้วฉันจะเข้าไปอยู่ในโลงศพนั้น แล้วจากนั้นโลงศพก็จะถูกเผาด้วยไฟค่ะ ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนั้นฉันก็ต้องรีบไปเปลี่ยนเป็นชุดคอสตูมของซิงเกิ้ล Fukyouwaon ค่ะ เป็นการแสดงที่เหนื่อยทุลักทุเลอยู่เหมือนค่ะ คือการแสดงฉันเองไม่ได้ทำแบบเล่นๆสนุกๆค่ะ เพลงนี้เป็นเพลงที่ฉันทุ่มเทออกไอเดียมากที่สุดค่ะ อย่างเราจะนำเสนออย่างไรหรือจะแสดงให้คนดูเห็นอย่างไรค่ะ แม้แต่กีตาร์นั้นฉันก็ดีดเองค่ะ เพราะว่ามันจะสื่ออะไรออกมาได้ดีกว่า ซึ่งฉันก็เลยตั้งใจดีดกีตาร์บนเวทีค่ะ
-
--- ด้วยการแสดงที่มีภาพลักษณ์ดูน่าทึ่งแบบนี้นั้น ทางเทะจิได้มีคุยกับทางสต๊าฟอย่างไรบ้างคะ?---
เทะจิ : หลังจากฟังเพลงเสร็จแล้วนั้น ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ ภาพที่ตัวเองอยู่ท่ามกลางเปลวไฟค่ะ ซึ่งทางสต๊าฟก็เลยลองค้นหาภาพที่ใกล้เคียงจากอินเตอร์เน็ตดูค่ะ แต่ภาพที่ส่งมาให้ก็มักจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับภาพที่ตัวเองคิดเท่าไรนัก อย่างบางทีส่งภาพทั้งหมดมาให้ดู แล้วก็ถามว่าคิดยังไงบ้างค่ะ (หัวเราะ)
-
--- เรารู้เรื่องการแสดงไปแล้ว คราวนี้อยากจะถามว่าตอนทำอัลบั้มแรกของวง (ฉันอยากทำให้ผ้าขาวแปดเปื้อน) นั้น เป็นอย่างไรบ้างคะ? ---
เทะจิ : ปีนี้ฉันคิดว่าอยากจะให้มีเพลงโดนๆบ้างค่ะ ดังนั้นจึงคิดว่าในอัลบั้มนั้นทั้งภาพ ทั้งการออกแบบ รวมไปถึงลำดับของเพลงนั้นถ้าทำออกมาในแบบที่ต้องการได้ มันก็จะช่วยส่งให้เพลงดูมีพาวเวอร์ สื่อได้มากขึ้นค่ะ ถึงปกติแล้วฉันจะคิดว่าจะสื่อออกมาอย่างไรเวลาอยู่บนเวทีก็ตาม แต่การคิดอยู่แค่นั้นเนี่ยมันไม่ได้ค่ะ ฉันก็เลยมีบอกว่าอยากจะเขียนแต่งเนื้อเพลงเข้าไปในเพลง Getsuyobi no Asa Skirt wo Kirareta ด้วยค่ะ
-
--- แล้วทำไมถึงอยากจะแต่งเนื้อเพลงเข้าไปในเพลงนั้นด้วยคะ?---
เทะจิ : ตอนนั้นฉันค่อนข้างกำลังสับสนไม่รู้จะเขียนความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างไรค่ะ ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับตัวอัลบั้มค่ะ แต่เป็นเพลงตัดกระโปรงนี่แหละ ซึ่งเป็นเพลงเด่นสุดของอัลบั้มค่ะ ซึ่งตรงส่วนที่คนร้องตะโกนออกมาว่า “เธอรู้จักฉันดีหรือยัง” เนี่ยเป็นเนื้อเพลงส่วนที่ใส่พิ่มเข้าไปค่ะ
-
--- สิ่งที่เทะจิเองอยากจะนำเสนออกมานั้น เป็นอะไรที่มองเห็นได้ชัดเจนเลยนะคะ---
เทะจิ : ใช่ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น พวก set list ในงานคอนเสิร์ตนั้นส่วนใหญ่จะคิดกันเสร็จ 1-2 เดือนก่อนหน้าแล้วค่ะ โดยทั้งหมดจะนำมาแชร์ให้กับทุกคน แต่คุณทาคาฮิโระจะมีส่วนกับขั้นตอนต่างๆมากมายค่ะ อย่าง MV หรือภาพของอัลบั้มนั้นฉันเองก็จะทำงานร่วมกับผู้กำกับและช่างภาพคนเดิมตลอดค่ะ ถือได้ว่ามีผลดีกับงานมากๆค่ะ
-
--- ส่วนใหญ่แล้วเวลาจะอธิบายถึงจุดสำคัญที่วงเคยากิและเทะจิพยายามสื่อออกมา หลักๆเลยก็มักจะเป็นเรื่อง “การไม่เชื่อใจต่อผู้ใหญ่” แต่ว่าที่จริงแล้วไม่ใช่เลยใช่ไหมคะ? ---
เทะจิ : การที่ฉันมีบอกว่า “ไม่เชื่อใจผู้ใหญ่” นั้นก็คือ ....เอ่อ จะพูดยังไงดีน๊า คือมันเป็นเหมือนกับเราลองทำอารมณ์แบบนี้ขึ้นมาดู แบบว่าก่อนอื่นลองทำดู ประมาณนี้ค่ะ คือฉันก็จะใช้แค่อารมณ์แบบว่ารู้สึกเกลียดมากๆค่ะ ไม่ได้ไปนำมาจากชีวิตจริงของคนอื่นๆที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นคล้ายๆกับคุณทาคาฮิโระหรือสต๊าฟหลายๆคนค่ะ
-
--- เป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นก็เรียกว่า “ไม่เชื่อใจในวิธีคิดของผู้ใหญ่” ก็น่าจะได้นะ ---
เทะจิ:ช่วงที่ฉันเสียงแหบนั้น ทาง director ที่รับผิดชอบเรื่องการอัดเสียงนั้นก็ช่วยดูแลให้เป็นอย่างดีมากๆค่ะ แน่นอนว่าช่วงที่ทำอัลบั้มนั้นคนรอบข้างก็พยายามเร่งรีบที่จะทำอัลบั้มให้เสร็จ แต่ว่าทาง director บอกกับฉันว่าไม่เป็นไรค่ะ และก็อย่างอื่นก็เช่น เวลากำลังอัดเสียงก็ช่วยหรี่ไฟให้มืดลง และพยายามใช้คนให้น้อยมากที่สุด หรือว่าเวลาไปกินข้าวก็ไปด้วยกัน และก็เวลาร้องเพลงตัดกระโปรง ตรงช่วงที่ร้องว่า “เธอรู้จักฉันดีหรือยัง” ก็พยายามช่วยกันหาวิธีว่าจะร้องออกมาแบบไหนค่ะ ส่วนสต๊าฟทุกคนนั้นก็เข้าใจความรู้สึกของฉันค่ะ บางทีถ้าคิดไม่เหมือนกัน หรือว่ามีไอเดียใหม่ๆออกมาก็จะมานั่งถกถียงกันว่า อย่างนู้นดี อย่างนี้ไม่ดี ซึ่งกลับเป็นอะไรที่สนุกค่ะ
-
ถ้าไม่ได้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวล่ะก็คงไม่มีทางั้จะสื่อสารออกมาได้แน่
-
--- “อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง” นั่นคือสิ่งเทะจิคิดตอนเข้ามาออดิชั่นกับวงเคยากิซากะ 46 แล้วในตอนนั้นเนี่ยเทะจิมีคิดหรือเปล่าว่าตัวเองนั้นเริ่ม positive ขึ้นมาแล้ว?---
เทะจิ : ไม่ได้คิดเลยค่ะ คงไม่ใช่หรอกค่ะ (หัวเราะ) แต่มีคิดว่าตัวเองอยากจะมีเพลงที่สามารถส่งต่อถึงคนอื่นๆได้ แค่คิดว่าตัวเองจะได้มีโอกาสทำอะไรหลายๆอย่างค่ะ อย่างการแสดง ทั้งชุดคอสตูม ทั้งบล็อกกิ้งนั้น และก็ทั้งส่วนที่เป็นวิดีโอที่ผ่านการถ่ายทำ เราก็จะพยายามดูหลายต่อหลายครั้ง ถ้าเกิดมันดูไม่ดีก็ต้องบอกให้รู้ค่ะ
-
--- ถ้าอย่างนี้ มันก็เหมือนกับว่าเราแบกภาระไว้คนเดียว อย่างนี้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือคะ? ---
เทะจิ : ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ปรึกษากับเมมเบอร์คนอื่นๆในเรื่องพวกนี้ค่ะ แต่แน่นอนค่ะว่าตัวเองก็รู้สึกโดดเดี่ยวค่ะ แต่ว่า….. ฉันก็มีคิดว่าเป็นเพราะว่าตอนนี้ฉันอายุ 16 ปีแล้วด้วยค่ะ ถ้าฉันโตขึ้นมากกว่านี้ ความคิดอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ค่ะ
-
--- ถ้าอย่างนี้ก็คือ ตอนนี้ตัวเองก็มีส่วนที่ยอมรับกับเรื่องความโดดเดี่ยวนี้บ้างใช่ไหมคะ? ---
เทะจิ : ถ้าตัวเองไม่รู้สึกถึงความโดดเดี่ยวล่ะก็ ฉันก็จะไม่สามารถส่งต่อความรู้สึกให้กับคนในวัยเดียวกันที่มีความรู้สึกเหมือนกันได้ค่ะ การจะทำให้ตัวเองรู้สึกเจ็บปวดคนเดียวนั้นมันไม่ได้หรอกค่ะ ในตอนนี้ ฉันก็จะส่งต่อความรู้สึกให้กับคนอื่นๆในวัยเดียวกันด้วยค่ะ การมีคนวัยเดียวกันที่มีความรู้สึกเหมือนๆกันอยู่นั้นมันให้แรงบันดาลใจกับฉันค่ะ
-
--- ความรู้สึกอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถส่งถึงได้หมดค่ะ และก็ความรู้สึกต่างๆที่เราอาจจะลืมไปแล้วนั้นมันก็ช่วยให้เราหวนกลับมาคิดถึงอีกครั้ง ซึ่งความรู้สึกที่แท้จริงนี้เป็นสิ่งที่ทางวงพยายามสื่อออกมาค่ะ ---
เทะจิ : ใช่ค่ะ! จริงค่ะ! ทุกคนต่างก็แค่ลืมมันไปเท่านั้น ทุกๆคนต่างก็มีความรู้สึกเหล่านี้อยู่ในส่วนหนึ่งของจิตใจทั้งนั้นค่ะ ตัวฉันนั้นไม่ได้เข้าวงเคยากิมาเพราะว่าอยากจะให้คนคิดว่าตัวเองน่ารักหรือว่าเท่ค่ะ..... แค่อยากจะแสดงความรู้สึกที่แท้จริงจากที่คนเราไม่อยากจะแสดงออกหรือว่าไม่สามารถแสดงออกมาได้ค่ะ
-
---พูดออกมาได้ดีเลยค่ะ ด้วยเหตุนี้ทำให้เค้าบอกกันว่าการแสดงของเทะจินั้นดูเอาจริงเอาจังมากค่ะ ---
เทะจิ : คือฉันอยากที่จะสื่อความรู้สึกที่แท้จริงแบบนั้นออกมาค่ะ ถึงมันจะออกมาดูไม่ดีก็ไม่เป็นไรค่ะ การที่ออกมาดูไม่ดีอาจจะเป็นอะไรที่ดีกว่าด้วยค่ะ
-
--- มันคือการแสดงความรู้สึกออกมาแบบไม่เน้นว่าต้องดูดีสินะ ---
เทะจิ : ฉันไม่ชอบอะไรที่มันดูสวยงามค่ะ และฉันก็ไม่ชอบคนที่ปิดบัง โกหก หรือไม่ซื่อสัตย์ค่ะ ซึ่งในงานทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ฉันก็เลยแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆแบบที่สามารถทำได้เลยค่ะ ดังนั้นอยากจะให้ทุกคนได้เห็นมันค่ะ
-
--- เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าตัวเทะจิเองก็อยากที่จะแสดงออกแบบตรงๆมากกว่านี้ค่ะ และก็ไม่รู้จะพูดดีหรือเปล่านะ แต่การที่ได้มาพูดคุยกับเทะจิในวันนี้โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยค่ะ ---
เทะจิ : (หัวเราะ) จริงๆแล้วทุกวันเวลาคิดอะไรขึ้นมาก็จะจดในสมุดโน๊ตค่ะ แต่สมมติว่าถ้าตัวเองจะเขียนแต่งเนื้อเพลงขึ้นมาก็อยากจะเก็บไว้เป็นความลับค่ะ เพราะว่าคงจะต้องมีคนพูดถึงแน่ๆค่ะ (หัวเราะ)
-
---อย่างนี้ก็อยากที่จะฟังเพลงที่เทะจิแต่งจังเลยค่ะ---
เทะจิ : ก็ตอนแรกอาจจะแอบปล่อยเพลงออกมา แล้วพอเวลาผ่านไปนานๆเข้าก็ประกาศอย่างชัดเจนไปเลยว่า “ฉันแต่งเพลงนี้ขึ้นมาค่ะ” คงจะน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ (หัวเราะ)
 


Cr. Keyakizaka Sensation

https://www.facebook.com/keyakizakasensation/posts/148338525851749

 


ขอบคุณครับ  


เล่มนี้บทสัมภาษณ์แต่ละคนยาวๆทั้งนั้นอยากให้คนแปลเค้าแปลทุกคน  


ก็มันยาวนี่แหละ เค้าเลยแปลไม่กี่คน
My Locker
1, 2, 3 ... 5072, 5073, 5074 ... 6407, 6408, 6409
ไปที่หน้า
GO
ดูทีวีย้อนหลัง
แสดงความเห็น