แปลบทสัมภาษณ์ของ Imaizumi Yui (ซูมิน) ความยาว 10,000 ตัวอักษร จากนิตยสาร B.L.T. vol.22
ตอนนี้จะเป็นบทสัมภาษณ์ตอนที่ 3 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายครับ
-
บทสัมภาษณ์ตอนที่ 1
https://www.facebook.com/groups/Keyakizaka46.Thailand.Group/permalink/1857123597934388/
บทสัมภาษณ์ตอนที่ 2
https://www.facebook.com/groups/Keyakizaka46.Thailand.Group/permalink/1858129391167142/
-
ในบทสัมภาษณ์ตอนที่ 3 นี้จะมีเนื้อหาที่สำคัญคือ
・ยูนิต Yuichazu
・การเต้นเพลง Fukyouwaon
・ความรู้สึกของซูมินช่วงหยุดพักงาน
・สิ่งที่ซูมินอยากจะบอกทุกคน
-
-
=== ตอนที่ 3 ===
-
-
Spoil
== ส่วนเพลงใหม่ล่าสุดของยูนิต Yuichanzu ซึ่งคือเพลง “Ichigyoudake no Airmail” นั้นก็จะรอติดตามฟังนะคะ แต่พูดถึงยุยปงซึ่งเป็นเมมเบอร์ในยูนิตเดียวกันนี่ เห็นมีอ่านเจอในบล็อกว่าซูมินกับยุยปงเองก็ชอบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยๆเรื่องเพลง เลยอยากรู้ว่ามีพูดคุยอะไรกันบ้างคะ?==
-
ซูมิน : กับยุยปงนั้นหนูชอบพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องเพลงอยู่บ่อยๆค่ะ ตอนก่อนขึ้นแสดงเพลงเมื่อ 6 เมษายนที่ผ่านมา เราทั้งคู่ต่างก็แสดงความคิดเห็นต่างๆเยอะแยะไปหมดค่ะ เรียกว่ายิ่งใกล้ขึ้นเวทีนี่เราพุดกันไม่หยุดเลยค่ะ และก็วันก่อนหน้าคอนเสิร์ตนั้น ยุยปงมีบอกว่า “เราจะเล่นกีตาร์ให้เต็มที่ ส่วนซูมินก็ขอให้ร้องเพลงออกมาแบบโดนๆไปเลยนะ” ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำให้หนูรู้สึกสบายใจขึ้นค่ะ เพราพเนื่องจากทั้งเพลงทั้งกีตาร์นั้นต่างก็เป็นสิ่งที่สำคัญ หนูก็เลยไม่สบายใจตรงนี้ แต่พอยุยปงบอกว่าจะจัดการเล่นกีตาร์เอง ทำให้ความกดดันมีน้อยลง เลยสามารถแสดงสดร้องเพลงได้อย่างสนุกสนานค่ะ พอมาถึงช่วงออกเพลงใหม่นั้น ยูนิตของเราก็เปลี่ยนไปพอสมควรค่ะ จนกระทั่งถึงตอนนี้เราทั้งสองคนจะชอบร้องเพลงในสไตล์ที่ตัวเองชอบค่ะ แต่ในคราวนี้เราจะร้องเพลงด้วยสไตล์ที่เข้ากับเพลงนั้นไปเลยค่ะ ซึ่งได้มีการพูดคุยปรึกษากันและจากนั้นก็ทำการอัดเพลงค่ะ เป็นเรื่องที่ดีมากค่ะที่เราสามารถปรึกษากันได้ ตอนนี้เราทั้งสองคนต่างมีความเป็นตัวเองกันมากมายก็ตาม แต่การที่เราอยู่ด้วยกันสองคนนั้นก็ช่วยให้เราสามารถคิดเรื่องการทำเพลงได้มากขึ้น ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่หนูดีใจค่ะ
-
-
== การได้พูดคุยกันเรื่องเพลงนั้นก็ช่วยให้พลังความคิดสร้างสรรค์นั้นมีมากขึ้น ==
-
ซูมิน : ช่วงซิงเกิ้ลแรกและซิงเกิ้ลที่สองนั้น (Shibuya Kawa , Bob Dylan wa Kaesanai) ความรู้สึกคือเหมือนกับเราได้รับเพลงมาแล้วเราก็ลองร้องเพลงดูยังไงยังงั้นค่ะ แต่พอมาซิงเกิ้ลที่ 4 (Tuning) นั้นเรามีความตั้งใจเพิ่มขึ้นมาค่ะ เพราะปกติเราก็จะได้เพลงที่ดีมากๆอยู่แล้ว เราก็เลยเปลี่ยนความคิดว่าเราอยากที่จะพยายามให้ถึงที่สุดเพื่อที่จะให้เพลงนั้นออกมาดีที่สุดค่ะ
-
-
== ว้าว เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากๆเลยค่ะ อย่างนั้นเรามาพูดถึงวงเคยากิซากะ 46 กันดีกว่า พอซูมินถอยห่างจากวงไปก้าวหนึ่งแล้วได้เห็นอะไรบ้างคะ?==
-
ซูมิน : นั่นสินะ….. ตอนที่หนูหยุดไปหนูก็ได้เห็นการเต้นของทุกคนจากทีวีแล้วรู้สึกเลยว่าทุกๆวันวงนี้จะเต้นสุดยอดขึ้นเรื่อยๆค่ะ ดังนั้นถึงแม้ว่าตัวเองจะมีคิดว่าโดนคนอื่นทิ้งห่างไปแล้ว และก็ครั้งสุดท้ายที่หนูเต้นกับทุกคนก็ตอนซิงเกิ้ล Fukyouwaon ตอนงานวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นแบบนี้แล้วก็เหมือนกับว่าคนอื่นๆเค้าก็พัฒนาขึ้นไปแล้ว มันก็เริ่มมีช่องว่างระหว่างคนอื่นกับตัวหนูเองขึ้นมาค่ะ ถ้าหนูกลับเข้าวงมาตอนนี้ ระดับการเต้นของหนูคงจะด้อยกว่าเพื่อนค่ะ เพราะว่าตอนนี้เรียกว่าการเต้นของวงได้ก้าวขึ้นไปพอสมควรแล้วค่ะ
-
-
== แต่ว่าตอนดู MV Fukyouwaon นั้น รู้สึกว่าซูมินนั้นช่วงท่อนฮุคนี่เต้นซ้ายขวา เต้นแบบสไลด์ลงน้ำหนักทั้งตัวเลย แต่ก็เห็นได้เลยว่าซูมินนี่เต้นหนักเต้นแรงเลยค่ะ ==
-
ซูมิน : ทาคาฮิโระเซ็นเซย์นี่เป็นคนสอนหนูเองค่ะ เป็นเพราะว่าในวงนั้นหนูเป็นคนที่เตี้ยค่ะ ถ้าหนูไม่เต้นแรงกว่าคนอื่นแล้วล่ะก็มันจะดูไม่ดีอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ ถ้าทุกคนขยับครึ่งก้าว หนูก็ต้องขยับหนึ่งก้าวค่ะ คือต้องขยับให้มากกว่าคนอื่น และก็ต้องลงน้ำหนักเวลาเต้นมากขึ้นอีกเท่าตัวด้วยค่ะ ซึ่งหนูต้องฝึกซ้อมตรงนี้ค่ะ
-
-
== ก็จริงนะ! และก็อีกคนที่ความสูงพอๆกันอย่างรินะเนี่ย ก็เต้นแบบคล้ายๆกันใช่ไหมค่ะ?==
-
ซูมิน : ใช่ค่ะ ประมาณนั้น หนูเองกับรินะก็ไม่ค่อยได้พูดอะไรกันเรื่องท่าเต้นเท่าไรค่ะ (หัวเราะ) สำหรับเราสองคนเวลาคุยกันก็จะคุยกันแบบประมาณว่าอะไรก็ได้หรือไม่ก็คุยกันแต่เรื่องไร้สาระค่ะ
-
-
== สำหรับรินะนั้นก็มีออกนิตยสารของเราในฉบับที่แล้วค่ะ และก็ความจริงเธอก็มีช่วงเวลาที่คิดเหมือนกันว่า “การที่ตัวเองมาอยู่ในวงเคยากิซากะ 46 เนี่ยมันมีความหมายตรงไหน” ค่ะ ==
-
ซูมิน : หนูก็มีคิดเหมือนกันแบบว่า “การมาอยู่วงนี้จะดีหรือเปล่าน๊า?” ค่ะ แต่ว่าความจริงแล้วก็คือ พอหนูได้หยุดพักและก็ถอยห่างจากวงไป แล้วก็จนถึงตอนนั้นเนี่ยหนูอยู่กับเมมเบอร์คนอื่นๆทุกวันเลย พอมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตามลำพังเนี่ยมันนึกไม่ออกเลยค่ะว่าจะทำอะไรดี บางทีตอนอยู่บ้านนี่ก็ไม่ได้ออกจากบ้านติดกันหลายวันเลยค่ะ และก็เหมือนที่หนูพูดไปแล้วเมื่อกี๊ คือเป็นเพราะหนูยังรักการร้องเพลงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงค่ะ หนูจึงไปเรียนร้องเพลงแค่อย่างเดียวเท่านั้นค่ะ และที่มากกว่านั้นคือถ้ามีเวลาเหลือก็จะยิ่งไปบ่อยขึ้นกว่าเดิมค่ะ เป็นที่แน่นอนว่าเวลาที่หนูอยู่บ้านเนี่ย ในทางกลับกันคือหนูจะมีความเครียดสะสมเพิ่มขึ้นค่ะ ดังนั้นหนูเลยคิดว่าหะไรสนุกซักอย่างทำดีกว่าค่ะ ที่บ้านก็คอยเอาใจใส่ดูแลหนูเหมือนกัน มีถามว่า “จะออกไปไหน?” หรือบางทีก็ถามว่า “อยากกินอะไรมั้ย?” ซึ่งหนูรู้สึกซาบซึ้งในความใจดีมากค่ะ
-
-
== การที่มีครอบครัวคอยดูแลสนับสนุนนี่เป็นสิ่งที่น่าซาบซึ้งจริงๆนะ ==
-
ซูมิน : แต่ว่า ในการหยุดพักงานนั้น…….เออคือว่า ถ้าจะให้พูดมันอาจจะดูขัดๆไปหน่อยแต่ว่า หนูมีคิดว่าก่อนที่หนูจะหยุดพักงานเนี่ย หนูเป็นคนที่อ่อนแอค่ะ น่าจะพยายามมากกว่านี้ซักหน่อยค่ะ แต่ว่าจากนี้ไปหนูก็อยากจะใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งค่ะ
-
-
== ซูมินคิดอย่างนี้นี่เอง แต่เป็นเพราะว่าซูมินเองเวลาที่ยิ้มแล้วทำให้ทุกอย่างรอบๆดูสว่างสดใส ซึ่งแค่นี้ก็ถือได้ว่าเป็นความเข้มแข็งที่มากที่สุดแล้วค่ะ ==
-
ซูมิน : ขอบคุณค่ะ แต่หนูคิดว่าความตั้งใจแน่วแน่ของหนูยังอ่อนด้อยเกินไปค่ะ อย่างเช่นบางทีเมื่อสักครู่ยังเพิ่งพูดอยู่เลยว่าจะพยายาม แต่พอเผลอๆก็ยอมแพ้แบบพูดว่า ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้วค่ะ
-
-
== ซูมินอาจจะไม่ค่อยโอ้อวดเท่าไร แต่ตัวเองก็คิดอะไรแบบนี้บ่อยๆอยู่สินะ (หัวเราะ) แต่ว่าจากที่อยู่ด้วยกันในวันนี้ ได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความตั้งใจมุ่งมั่นของซูมิน และก็เรื่องที่หยุดพักงาน ทำให้รู้สึกว่าซูมินเองก็ดูแลร่างกายและจิตใจเป็นอย่างดีเลยนะคะ==
-
ซูมิน : จริงเหรอคะเนี่ย? ความจริงแล้วคือแม้ว่าจนถึงตอนนี้หนูก็ไม่มีเวลาที่จะไปออกกำลังกายได้ แต่หนูชอบที่จะให้ร่างกายได้ออกแรงจนเหงื่อออกบ้างค่ะ ก็เลยพยายามมีช่วงเวลาที่ได้ทำแบบนี้ประมาณชั่วโมงต่อวันค่ะ ส่วนเรื่องอาหารนั้นเมื่อก่อนถ้ารู้สึกว่าอาหารประเภทไหนที่กินแล้วอ้วนแล้วล่ะก็จะยอมอดทนไม่กินค่ะ แต่ว่ามันกลับทำให้หนูมความเครียดขึ้นมาค่ะ เลยเปลี่ยนเป็นว่าตัวเองจะออกกำลังกายจากส่วนที่กินไปค่ะ ทำให้หนูรู้สึกว่าสภาพร่างกายของหนูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
-
-
== เมื่อกี้มีพูดไว้ว่า ซูมินดูคมขึ้นนะ ถ่ายรูปแล้วดูออกมาลงตัวมากเลย ==
-
ซูมิน : ดีใจจังเลยค่ะ! แล้วต่อไป b.l.t. จะมาติดต่อหนูให้ไปถ่ายแบบอีกหรือเปล่าคะ?
-
-
== ขอแค่เพียงซูมินโอเคก็ได้ค่ะ จะเป็นถ่ายแบบเดี่ยวก็ได้ หรือจะถ่ายแบบในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของเคยากิก็โอเคค่ะ ถ้าซูมินยังไม่ไปไหนนะ ==
-
ซูมิน :นั่นสินะ เพื่อคนที่กำลังรอหนูอยู่ หนูก็อยากที่จะพยายามเต็มที่เพื่อให้ได้กลับมาที่วงเร็วๆค่ะ และก็อยากที่จะกลับไปร่วมงานจับมือเร็วๆค่ะ แฟนๆมากมายที่รอจับมือกับหนูแต่ต้องผิดหวังที่หนูตัดสินใจพักงานไปนั้น หนูก็เลยอยากที่จะให้แฟนๆได้เห็นความร่าเริงสดใสของหนูค่ะ
-
-
== เรื่องชอบการจับมือกับแฟนๆนี่ ซูมินเคยมีพูดก่อนหน้านี้แล้วตอนที่มีสัมภาษณ์ในนิตยสารฉบับแรกสุดเลยนี่คะ ==
-
ซูมิน : ใช่ค่ะ ดังนั้นหนูจึงอยากเจอแฟนๆเร็วๆค่ะ แต่ว่าก่อนอื่นหนูก็จะใช้การถ่ายกราเวียร์และบทสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นการประกาศว่า “ตอนนี้หนูสบายดีแล้วค่ะ” (หัวเราะ) เออว่าแต่ ทุกคนจะได้อ่านกันหรือเปล่าน๊า จะได้อ่านกันอย่างตั้งใจหรือเปล่าน๊า
-
-
== ไม่จำเป็นต้องไปกังวลเรื่องนั้นหรอกค่ะ (หัวเราะ) ……. และก็เราก็คุยกันมา 1 ชั่วโมง 20 นาทีแล้ว ดังนั้นเรามาสรุปสิ่งที่เราได้คุยกันมาดีกว่าค่ะ ==
-
ซูมิน : เอ๋….. ไม่อยากให้จบเลยค่ะ! ไม่อยากให้วันที่มีความสุขวันนี้จบลงเลยค่ะ
-
-
== ตอนถ่ายแบบครั้งแรกก็พูดแบบ “ไม่อยากให้จบเลย” แบบนี้เหมือนกันนี่หน่า (หัวเราะ)
-
ซูมิน : ใช่ค่ะ หนูพูดแบบนี้ค่ะ! อ๊า...... ทำไมรู้สึกเหมือนจะคิดถึงการไปที่เกาะโอชิมะแล้ว
-
-
== ไม่ใช่แล้ว มันเพิ่งจะวันนี้เองนะคะ ==
-
ซูมิน : เอ๋…. แต่ว่าการได้ไปที่เกาะโอชิมะละก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารที่ขายอาหารทะเลสดๆเนี่ย หนูรู้สึกว่าเหมือนเป็นสิ่งที่ผ่านไปนานแล้ว อ๊า….. อยากไปทำงานนอกสถานที่อีกค่ะ
-
-
== เห็นการพูดแบบนี้ของซูมินแล้วทำให้นึกถึงรายการคาเคไน ตอนที่ทางรายการเอากล้องไปซ่อนไว้ในห้องพักรอของเหล่าเมมเบอร์ แล้วตอนนั้นซูมินก็มีพูดว่าอยากจะเจออาริมูระ คาซุมิ ซึ่งดูแล้วเหมือนกันเลย
-
ซูมิน : คิดถึงตอนนั้นจังเลยค่ะ! นั่นก็ผ่านไปตั้ง 1 ปีพอดีเลยค่ะ จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้นี่หนูก็คงจะเติบโตขึ้นไปบ้างแล้วน๊า หนูอยากจะให้มีคนมาบอกว่าหนูเติบโตขึ้นแล้วค่ะ (หัวเราะ)
-
-
=== จบการสัมภาษณ์ ===
Cr. คุณ Gook Natthapon