แปลจากบทความโดย Ryan McTernan จาก Thisisanfield
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและทุกๆแผล่บล่วงหน้าครับ
****************************************************************
SAS หรือ SVS กันแน่ ???
หลุยส์ ซัวเรสและ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คู่หูเพชฌฆาตเท่านั้น พวกเขายังผลักดันซึ่งกันและกัน และขณะเดียวกันก็เป็นคู่แข่งซึ่งกันและกัน
ลิเวอร์พูลมักจะทำได้ดีในตลาดหน้าหนาวเสมอๆ; Maxi Rodriguez, Daniel Agger, Alvaro Arbeloa, และ Javier Macherano ล้วนแต่ถูกเซ็นสัญญาในเดือนแรกของปี และเมื่อมองย้อนกลับไป พวกเขาคือการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น
โอเค คงไม่มีแฟนหงส์แดงคนไหนลืมดีล 35 ล้านปอนด์ แต่ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าโดยรวมๆแล้วลิเวอร์พูลมักจะทำได้โอเคในตลาดหน้าหนาว
จริงๆแล้ว "โอเค" ยังดูน้อยไป
ก่อนการมาของดาวเตะบราซิเลี่ยนและอิงลิช ไ่ม่มีใครสามารถหยุดยั้งดาวยิงอุรุกวัย รวมถึงนักเตะคนอื่นๆของเราจากการยิงชนคานได้ จริงๆแล้วไม่ใช่แค่คาน แต่ยังมีเสาอีกสองเสาด้วย
ถึงตอนนี้ แฟนๆกำลังตื่นเต้นกับการผนึกกำลังสามประสาน คูติญโญ่ สเตอร์ริดจ์ และ ซัวเรส ขอบคุณจริงๆที่เราได้สองคนแรกมา ทำให้ลิเวอร์พูลยิงประตูถล่มทลาย จาก 47ประตูในฤดูกาล 11/12 กลายมาเป็น 71 ในฤดูกาลที่แล้ว นี่คือพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจากการพยายามเล่นเกมรุกของร็อดเจอรส์และแน่นอน การเซ็นสัญญาสองนักเตะคุณภาพเข้ามาในช่วงกลางฤดูกาล
พวกเขาต่างมีพรสวรรค์ล้นเหลือ ทำให้สามารถผสมกลมกลืน ส่งเสริมกันได้อย่างลงตัว
เราได้เห็นเบรนแดน ร็อดเจอรส์ ปรับเปลี่ยนแผนการเล่นหลายแผนในฤดูกาลนี้ แต่เพื่อจะดึงความสามารถของสองดาวยิงออกมาให้ได้มากที่สุด เขาต้องยอมสูญเสียการครองบอลซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโปรดปราณ
จริงๆแล้ว ร็อดเจอรส์เคยบอกว่าเขาจะจับซัวเรสไปเล่นปีก เพื่อให้สเตอร์ริดจ์ยืนหน้าเดี่ยว และมี คูติญโญ่คอยสร้างสรรค์เกมในตำแหน่งนักเตะเบอร์ 10 หรือที่เรียกว่า 'trequartista' อย่างไรก็ตาม แฟนหงส์คงจะพอรู้แล้วล่ะว่า ร็อดเจอรส์ไม่ได้เป็นคนที่พูดในสิ่งที่เขาคิดจริงๆสักเท่าไหร่
อย่างที่เขาบอก ว่าจะให้ซัวเรสเล่นปีก แต่จริงๆ เขามักจะใช้สองแผนซึ่งไม่มีปีักเสียมากกว่า คือ 4-4-2 และ 3-5-2
และจากเท่าที่ดูมาจนถึงตอนนี้ ถือว่าเขาทำได้ดีทีเดียวในการตัดสินใจใช้หน้าคู่ ซัวเรสและสเตอร์ริดจ์ ทำ 11 ประตูเมื่อลงเล่นร่วมกัน และแอสซิสกันและกันอีก 5 ลูก (นับถึง 14 มกรา 57)
ก่อนที่จะเกิดปรากฏการณ์ SAS ในฤดูกาลนี้ สเตอร์ริดจ์คือนักเตะที่แบกทีมไว้อย่างแท้จริง หงส์แดงได้รับชัยชนะ 1-0 สามเกมแรกของฤดูกาล ซึ่งจริงๆแล้ว ก่อนที่ซํวเรสจะพ้นโทษแบน สเตอร์ริดจ์มีชื่อบนสกอร์บอร์ดในทุกๆนัด เว้นเพียงเกมกับ Southampton
และการกลับมาของหลุยส์ ซํวเรสก็ผลักดันให้ลิเวอร์พูลขยับขึ้นไปอีกระดับนึง ในพรีเมียร์ลีคเกมแรกของเขา เขาทำสองประตูจากการแอสซิสโดยสเตอร์ริดจ์ทั้งสองลูก; เป็นอีกครั้งที่ซันเดอร์แลนด์ตกเป็นเหยื่อของซัวเรส สเตอร์ริดจ์ทำประตูเบิกร่องโดยลูกเปิดจากเตะมุมของเจอร์ราร์ด
มันชัดเจนว่านี่ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของซัวเรส หลังจากที่มีพรีซีซั่นที่หดหู่ และไม่ได้สัมผัสเกมเลยตั้งแต่เมษา แต่ด้วยความช่วยเหลือของสเตอร์ริดจ์ ทำให้ซัวเรสได้ฉลองประตูให้แก่ลูกชายคนใหม่ของเขาจนได้
นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของคู่หูซัวเรสและสเตอร์ริดจ์ 'SAS'
สเตอร์ริดจ์ได้ออกมาพูดถึงความสัมพันธ์ของเขาและซัวเรส โดยกล่าวว่า
"ความสัมพันธ์ที่ว่า มันหมายถึง เรารู้ว่าเมื่อไหร่ที่จะต้องจ่ายให้กัน และเราก็รู้ว่าเมื่อไหร่ที่อีกคนจะวิ่งทำทาง มันเป็นไปตามธรรมชาติล้วนๆ
ซึ่งหมายความว่าเรายังสามารถสร้างเซอไพรส์และความแตกต่างได้อีกเยอะ เพราะเราต่างรู้ใจกันไงล่ะ"
คุณก็คงได้เห็นกันแล้ว การเคลื่อนที่และการจ่ายบอลของพวกเขา มันบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับคู่หูในอดีตอย่าง เจอร์ราร์ดและตอร์เรส
ลิเวอร์พูลจัดไปอีกสามประตูในเกมกับคริสตัล พาเลซที่แอนฟิลด์ ในสัปดาห์ถัดมา เบิกร่องโดยซัวเรสและตามด้วยสเตอร์ริดจ์ อย่างไรก็ตาม ในอีกสองเกมถัดมา เยือนนิวคาสเซิล และเปิดบ้านรับเวสบรอม แฟนๆอาจจะเริ่มเห็นอีกมุมนึงของซัวเรสและสเตอร์ริดจ์
เกมที่เสมอนิวคาสเซิล 2-2 แข่งบ่ายวันเสาร์หลังพักเบรกทีมชาติ ลิเวอร์พูลต้องตกเป็นฝ่ายดิ้นรนทั้งๆที่ Mapou Yanga-Mbiwa ถูกไล่ออก ลูกทีมออกร็อดเจอรส์ออกอาการเหนื่อย ล้า ชัดเจน แม้ว่าในท้ายที่สุดจะตีเสมอได้จากลูกโหม่งของสเตอร์ริดจ์ แอสซิสโดยหลุยส์ ซัวเรส แต่ในหลายๆจังหวะ การประสานงานกันของทั้งสองคน ดูไม่ค่อยจะไหลลื่นสักเท่าไหร่ การตัดสินใจของซัวเรสที่จะยิงเองทั้งๆที่สเตอร์ริดจ์อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า คือจุดแตกหักเล็กๆระหว่างทั้งคู่
ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไร พวกเขาทั้งสองคนคือศูนย์หน้า พวกเขาต้องการช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จ แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็มีเป้าหมายส่วนตัวเช่นกัน
มันจะมีบางโมเมนต์ที่คุณจะคิดขึ้นมาว่า คุณคือคนสำคัญบนสนามนั้น คุณคือคนที่จะตัดสินเกม มันจะต้องเป็นคุณที่กำหนดเรื่องราวด้วยตัวคุณเอง
ในเกมที่ชนะเวสบรอม 4-1 ซัวเรสได้ประกาศให้ทั้งพรีัเมียร์ลีคหันมามองเขา หลังจากที่ทำแฮตทริคแรกในแอนฟิลด์สำเร็จด้วยลูกยิงที่สุดยอดทั้งสามลูก
จนกระทั้งสเตอร์ริดจ์ ตัดสินใจว่า ถึงเวลาของเขาบ้างแล้ว...
ลูกชิพจากระยะ20หลาเศษ จัดว่าบ้าเอาการ ชวนให้เรานึกถึงยุครุ่งๆของแมธทิว เลอ ทิซซิเออ ในขณะเดียวกันก็เป็นการเตือนลิเวอร์พูลและหลุยส์ ซัวเรส ว่า แดเนียล สเตอร์ริดจ์ จะไม่ยอมตกอยู่ใต้ร่มเงาแน่
นั่นแหละคือจุดที่บ่งบอกว่า SAS คู่หูืำืทำลายล้าง ได้กลายมาเป็น SVS
Suarez vs. Sturridge
เหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อไป หลังจากที่สเตอร์ริดจ์โชว์ฟอร์มเปิดตัวหลังจากกลับมาจากการบาดเจ็บ ในค่ำคืนแห่งความเยี่ยวเหนียวที่บริทาเนีย สเตเดียม ลิเวอร์พูลทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบากเมื่อเสียถึงสามประตู ทั้งๆที่นำอยู่สองลูก แต่ท้ายที่สุดลูกทีมของร็อดเจอรส์ก็กดไปห้าประตู โดยไม่ใช่ใครอื่น แดเนียล สเตอร์ริดจ์ลงมาแอสซิสให้กับคู่หูของเขา และยิงประตูให้ตัวเองอีกหนึ่งลูก ด้วยความเยือกเย็น ทักษะ และความมุ่งมั่น ทั้งหมดมาจากลูกจ่ายออฟเดอะซีซั่น โดยหลุยส์ ซัวเรส
แฟนๆหงส์แดงเองก็คงจะพอรู้สึกได้ถึงความเป็นคู่แข่งกันของทั้งสองคน ทั้งซัวเรสและสเตอร์ริดจ์ พวกเขาต่างผลักกันซึ่งกันและกัน แข่งขันกันเพื่อรองเท้าทองคำ อาจจะรวมถึง โกลออฟเดอะซีซั่น พวกเขาเติมเต็มกันและกัน ช่วยกันถล่มประตู และขณะเดียวกัน ก็ผลักดันให้อีกฝ่ายเป็นนักเตะที่ดียิ่งขึ้น
มันชวนให้นึกถึงภาพความเป็นศัตรูกันระหว่าง John Lennon และ Paul McCartney ได้สะท้อนออกมาบนผืนหญ้าที่แอนฟิลด์ โดยผีเท้าของสเตอร์ริดจ์และซัวเรส Lennon และ McCartney ได้เขียนเพลงดังหลายๆเพลง ในตอนที่เป็นคู่หูกันใน The Beatles แต่ในขณะเดียวกัน ในฐานะศิลปินเดี่ยว ทุกๆครั้งที่มีการพูดถึง 'She loves you' จะต้องมี 'Imagine' ตามมาเสมอ และในตอนนี้ ทุกๆ'ลูกวอลเล่ 45 หลา' ก็จะมีลูก'ยิงเต็มข้อ' ตามมาเสมอเช่นกัน
ซัวเรสและสเตอร์ริดจ์จะยังคงหลอนกองหลังพรีเมียร์ลีคต่อไป (และหลังว่าจะหลอนกองหลังยุโรปในอนาคต) แต่ ทุกๆประตูที่เกิดขึ้นโดยหนึ่งคน ไม่ว่าคู่หูของเขาจะอยู่ในสนามหรือไม่ก็ตาม ทั้งซัวเรสและสเตอร์ริดจ์อาจจะกำลังคิดในสิ่งเดียวกันก็เป็นได้