ประธานศาลอุทธรณ์ มีคำวินิจฉัยชี้ขาดประชาชนสามารถฟ้องเอาผิดกับกกต.ได้
วันนี้ (6 พฤศจิกายน) วิธูร คลองมีคุณ ประธานศาลอุทธรณ์ มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในสำนวนคดีที่ผู้สมัคร สว. ในบัญชีรายชื่อสำรองยื่นฟ้องเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรรมการ กกต. รวม 8 คน กรณีถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับการเลือก สว. โดยวินิจฉัยว่า คดีดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมวินิจฉัยว่าประชาชนมีสิทธิยื่นฟ้องได้โดยตรง เนื่องจากประชาชนทุกคนย่อมเป็นผู้เสียหาย
คำวินิจฉัยส่วนหนึ่งระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 12 ส่วนที่ 2 มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินการให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จำเลยที่ 1 เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 เป็นกรรมการการเลือกตั้ง จำเลยทั้ง 8 จึงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้ง 8 หลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือกระทำการใดเพื่อเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัคร เพื่อให้การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไม่สุจริตและเที่ยงธรรม อันเป็นการร่วมและส่งเสริม หรือสนับสนุนให้การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และพรากอำนาจอธิปไตยไปจากปวงชนชาวไทย ประชาชนทุกคนย่อมเป็นผู้เสียหายตามวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และมาตรา 28 (2) เช่นกัน
เมื่อโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดโดยจำเลยที่ 1 เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 32, 58, 69, 88 ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 38 กำหนดว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยทั้งแปดให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเจ้าพนักงานของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 ดังนั้น คดีนี้จึงเป็นคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 วรรคหนึ่ง (1) วินิจฉัยว่า คดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
เครดิตตามภาพ
ตั้งตี้กันเลยดีไหม