เกลเซอร์ ชี้ผีไม่จำเป็นต้องพึ่งความสำเร็จในสนาม เพื่อสร้างอำนาจทางการค้า
เกลเซอร์ ชี้ผีไม่จำเป็นต้องพึ่งความสำเร็จในสนามเพื่อสร้างอำนาจทางการค้า
Laurie Whitwell (Tier 1, The Athletic) ได้เขียนสกู๊ปเปิดเผยถึงมุมมองของ อัฟราม เกลเซอร์ ประธานร่วมสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เชื่อว่ามูลค่าทางการค้าของสโมสรไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานในสนาม พร้อมถอดบทเรียนกรณีศึกษาจากทีมเบสบอลอย่าง นิวยอร์ก แยงกีส์ และทีมอเมริกันฟุตบอล ดัลลัส คาวบอยส์
------------------------------------
อัฟราม เกลเซอร์ ได้กล่าวต่อหน้าเหล่านักการเงินว่า ทีมกีฬาในระดับเดียวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผลงานในสนามเพื่อสร้างอำนาจทางการค้า
อัฟราม เกลเซอร์ เจ้าของร่วมทีมปีศาจแดงได้ปรากฏตัวและกล่าวสุนทรพจน์ ในงานสัมมนาการลงทุนด้านกีฬา ของ ดอยช์ แบงก์ ที่กรุงลอนดอน โดยแหล่งข่าวในงานที่ขอไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า เกลเซอร์ มองว่ามูลค่าสโมสรของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานในสนาม เหมือนกับที่ นิวยอร์ก แยงกีส์ (ทีมเบสบอล) และ ดัลลาส คาวบอยส์ (ทีมอเมริกันฟุตบอล) ยังคงเป็นแบรนด์ระดับโลกได้แม้นานๆ ทีจะประสบความสำเร็จ"
แยงกีส์ ได้แชมป์ เวิลด์ ซีรีส์ ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2009 ขณะที่ คาวบอยส์ ไม่เคยสัมผัสถ้วย ซูเปอร์โบวล์ อีกเลยนับตั้งแต่ปี 1995 อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแฟรนไชส์ต่างมีความเกรียงไกรในประวัติศาสตร์ โดย แยงกีส์ คว้าแชมป์ เวิลด์ ซีรีส์ ไปถึง 27 สมัย ซึ่งมากที่สุดในวงการเบสบอลแบบทิ้งห่างคู่แข่ง ส่วน คาวบอยส์ ก็ได้แชมป์ ซูเปอร์โบวล์ ถึง 5 สมัย เป็นรองแค่ นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ และ พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส (ที่ได้ 6 สมัยเท่ากัน) ในศึก NFL
สำหรับ ยูไนเต็ด พวกเขาได้แชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งล่าสุดในปี 2013 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และนับตั้งแต่เขาลงจากตำแหน่ง สโมสรก็ยังไม่เคยขึ้นมาลุ้นแชมป์แบบเต็มตัวได้อีกเลย โดยทำได้ดีที่สุดเพียงแค่อันดับสองในปี 2018 ยุคของ โชเซ่ มูรินโญ และปี 2021 ยุคของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ทั้งนี้ ยูไนเต็ด ถือครองสถิติครองแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษมากที่สุดถึง 20 สมัย
เกลเซอร์ ได้แสดงความคิดเห็นนี้ไว้เมื่อเดือนกันยายน ในช่วงที่ ยูไนเต็ด เริ่มต้นฤดูกาลด้วยฟอร์มที่ไม่ค่อยดีนัก ก่อนที่สโมสรจะตกอยู่ในวิกฤตอย่างหนักในอีกสองสัปดาห์ต่อมา ซึ่งเป็นช่วงที่ตำแหน่งของ ไมเคิล คาร์ริก ตกอยู่ในความเสี่ยงหลังจากทีมร่วงไปอยู่อันดับที่ 17 ของพรีเมียร์ลีก แฟนบอลต่างพากันร้องเพลงตะโกนขับไล่ตระกูลเกลเซอร์, เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ และเหล่าผู้บริหาร ในเกมที่แพ้ บอร์นมัธ 0-3, แพ้ เชลซี 0-2 และเกมที่พลิกกลับมารับชัยชนะเหนือ โรม่า 3-2
--------------------------------------
เกลเซอร์ ถูกถามโดยผู้ร่วมฟังเสวนาถึงความสัมพันธ์ระหว่างผลงานในสนามกับแรงดึงดูดทางการค้าของสโมสร คำตอบของเขามีความคล้ายคลึงกับมุมมองที่ เอ็ด วู้ดเวิร์ด อดีตรองประธานบริหารของยูไนเต็ด ที่เคยให้ไว้ระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2018
ในตอนนั้น ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งถาม วู้ดเวิร์ด ว่า ผลงานที่ดีขึ้นในพรีเมียร์ลีก ที่ มูรินโญ่ พาทีมขยับจากอันดับ 6 ขึ้นมาเป็นรองแชมป์ มีส่วนสำคัญที่ทำให้สโมสรทำรายได้สร้างสถิติใหม่ที่ 590 ล้านปอนด์ต่อปีหรือไม่ ซึ่ง วู้ดเวิร์ด ตอบกลับไปว่า “ผลงานในการแข่งขันไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งที่เราสามารถทำได้ในแง่ธุรกิจทางการค้า”
นั่นคือข้อความเดียวกับที่ถูกส่งต่อภายในสโมสรทั้งในตอนนั้นและหลังจากนั้น โดยเจ้าหน้าที่ในฝั่งธุรกิจได้รับแจ้งว่า พวกเขาไม่สามารถใช้ฟอร์มการเล่นที่ไม่แน่นอนของทีมมาเป็นข้ออ้างในการทำรายได้ไม่เข้าเป้าได้
ทว่าผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้กลับมองว่า ในความเป็นจริงแล้ว การเซ็นสัญญามูลค่ามหาศาลในช่วงที่ผลงานในสนามตกต่ำนั้นทำได้ยากกว่ามาก แม้ว่าสโมสรจะมีชื่อเสียงและบารมีสะสมมาอย่างยาวนานก็ตาม
มีรายงานว่า ตระกูลเกลเซอร์ ใช้การจัดอันดับสโมสรที่มีมูลค่าสูงสุดของนิตยสาร ฟอร์บส์ (Forbes) เป็นเกณฑ์อ้างอิงหลัก ซึ่งในระยะหลังมานี้ ยูไนเต็ด มีอันดับที่ลดลง โดยในเดือนพฤษภาคมปี 2026 นิตยสารธุรกิจจากอเมริกาฉบับนี้จัดให้ ยูไนเต็ด อยู่ในอันดับ 3 ของตารางสโมสรฟุตบอล ด้วยมูลค่า 7,200 ล้านดอลลาร์ เป็นรอง บาร์เซโลนา (7,500 ล้านดอลลาร์) และ เรอัล มาดริด (9,500 ล้านดอลลาร์) ในขณะที่ปี 2025 ยูไนเต็ด เคยอยู่อันดับ 2 ด้วยมูลค่า 6,600 ล้านดอลลาร์ โดยมี บาร์เซโลน่า ตามหลังที่ 5,650 ล้านดอลลาร์ และ มาดริด นำหน้าอยู่เล็กน้อยที่ 6,750 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ยูไนเต็ด เคยครองอันดับหนึ่งในปี 2017, 2018 และในช่วงปี 2007 ถึง 2012
เพื่อเทียบให้เห็นภาพ ฟอร์บส์ ได้จัดให้ ดัลลัส คาวบอยส์ เป็นทีมกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกมาโดยตลอด โดยประเมินมูลค่าไว้สูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ขณะที่ นิวยอร์ก แยงกีส์ ได้รับการยกย่องให้เป็นแฟรนไชส์เบสบอลที่มีมูลค่ามากที่สุด โดยล่าสุดอยู่ที่ 8,500 ล้านดอลลาร์
--------------------------------
คำพูดของ เกลเซอร์ แม่นยำแค่ไหน และส่งผลอย่างไรต่อ ยูไนเต็ด?
ผู้ที่คุ้นเคยกับ อัฟราม เกลเซอร์ ระบุว่า การที่เขาเลือกปรากฏตัวและพูดในงานของ ดอยช์ แบงก์ ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทระบุว่า งานนี้เป็นการรวมตัวกันของ นักลงทุน เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ผู้ให้คำปรึกษา และผู้กำหนดนโยบายมากกว่า 350 ราย เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวโน้มการเป็นเจ้าของ การประเมินมูลค่า กระแสเงินทุน และปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางอนาคตของการลงทุนในธุรกิจกีฬา
เกลเซอร์ มีชื่อเป็นหนึ่งในวิทยากร โดยระบุตำแหน่งของเขาว่าเป็น ประธานร่วมของยูไนเต็ด, เจ้าของทีม แทมปาเบย์ บัคคาเนียร์ส และประธานบริษัท Innovate Corp
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การปรากฏตัวของเขาแสดงให้เห็นว่า เขายังคงเปิดรับโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ และคำกล่าวเกี่ยวกับ ยูไนเต็ด ก็มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดของสโมสรในแง่มุมนั้น การแสดงให้เห็นว่า ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีความแข็งแกร่งในการสร้างรายได้ทางการค้า ไม่ว่าจะทำผลงานบนสนามแข่งอย่างไรก็ตาม ย่อมช่วยให้สโมสรกลายเป็นเป้าหมายการลงทุนที่น่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มีความแตกต่างออกไปเล็กน้อย หลังจากที่รายได้ทางการค้าเคยพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากฤดูกาลสุดท้ายของ ป๋าเฟอร์กี้ ในปี 2012-13 ที่ทำได้ 152 ล้านปอนด์ มาเป็น 276 ล้านปอนด์ ในช่วงฤดูกาล 2017-18 ที่ วูดเวิร์ด เคยให้ความเห็นไว้ รายได้ของสโมสรก็เริ่มค่อนข้างคงที่ โดยตัวเลขของฤดูกาล 2025-26 ถูกรายงานไว้อยู่ที่ 317 ล้านปอนด์
แม้ว่า ยูไนเต็ด จะได้รับการปกป้องในฐานะมหาอำนาจด้านสปอนเซอร์จากบารมีและประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมานานหลายปี แต่ท่ามกลางกลุ่มสโมสรฟุตบอลระดับแถวหน้าด้วยกัน สิ่งที่เกิดขึ้นบนสนามแข่งขันก็ยังคงส่งผลต่อมูลค่าของสัญญาข้อตกลงที่สามารถเจรจาได้อยู่ดี
ภายใต้สภาวะแวดล้อมเช่นนี้เอง ยูไนเต็ด ได้บรรลุข้อตกลงมูลค่ากว่า 10 ล้านปอนด์กับ Amazon เพื่อถ่ายทำสารคดี ‘All or Nothing’ โดย ยูไนเต็ด ระบุว่านี่คือค่าตอบแทนการเข้าถึงข้อมูลภายในที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
ที่ผ่านมา เคยมีข้อเสนอจากผู้ให้บริการสตรีมมิงเข้ามาแล้วหลายครั้ง แต่ ยูไนเต็ด มองว่าตัวเงินที่ได้รับนั้นไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงจากการอนุญาตให้กล้องเข้ามาถ่ายทำในพื้นที่ส่วนตัว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเงินของสโมสร ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงบุคลากรบริหารภายหลังจากที่ แรตคลิฟฟ์ เข้ามาลงทุน ได้จุดประกายให้เกิดการทบทวนเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง
กล้องได้เริ่มบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ มาตั้งแต่ช่วงปรีซีซัน และกำลังทำงานอยู่ ณ สนามซ้อมแคร์ริงตัน ระหว่างการสุนทรพจน์เดี่ยวความยาว 5 นาทีของ คาร์ริค ก่อนเกมพบ บอร์นมัธ ซึ่งเขาได้ปลุกใจด้วยการอ้างถึงประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจของยูไนเต็ด
ทั้ง อัฟราม และ โจเอล เกลเซอร์ ยังคงมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการอนุมัติงบประมาณ แม้ว่าจะมอบอำนาจการบริหารส่วนฟุตบอลให้ แรตคลิฟฟ์ หลังจากที่เขาเข้าซื้อหุ้น 28.9% ของสโมสรในเดือนธันวาคม 2023 โดยพวกเขายังร่วมหารือในการตัดสินอนาคตของ คาร์ริค อีกด้วย
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 ยูไนเต็ด มีหนี้สินทางการเงินรวมทั้งสิ้น 689 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 52 ล้านปอนด์จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นภาระหนี้ที่สโมสรค้างชำระกับธนาคารเนื่องมาจากการกู้เงินมาเทกโอเวอร์กิจการของตระกูลเกลเซอร์เมื่อปี 2005
ในจำนวนดังกล่าว ยูไนเต็ด แบกรับหนี้ระยะสั้นอยู่ 110 ล้านปอนด์จากวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน และมีการเบิกถอนเงินสุทธิเพิ่มเติมอีก 90 ล้านปอนด์ ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนกันยายน
ที่มา : ดูบอลกับแนท