อินฟลูจีน วัย 23 หาเงินรักษามะเร็งเอง หลังพ่อแม่ตัดขาด สู้โรคนาน 5 ปี ก่อนเสียชีวิต
ข่าวการจากไปของ “เซี่ยจิ่นเหอ” หรือที่ชาวเน็ตจีนรู้จักกันในชื่อ “ฉีจี้เซี่ยเซี่ย” อินฟลูเอนเซอร์สาววัย 23 ปี สร้างความเศร้าใจให้กับผู้ติดตามจำนวนมาก โดยเธอเสียชีวิตที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา ภายหลังต่อสู้กับโรคมะเร็งกระดูกมานานกว่า 5 ปี
เซี่ยเซี่ยเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์จากความเข้มแข็งและการมองโลกในแง่ดีแม้เผชิญหน้ากับโรคร้าย โดยเฉพาะประโยคไวรัลสุดสะเทือนใจที่เธอเคยเอ่ยไว้ว่า “ช่วยบอกฉันทีว่า เจ้าหญิง ขอให้หายดีนะ!”
เซี่ยจิ่นเหอ เป็นชาวเมืองเหอเฝย มณฑลอันฮุย เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระดูกในวัยเพียง 18 ปี ขณะกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย แม้เธอจะสอบเข้าเรียนในวิทยาลัยครูได้สำเร็จ แต่อาการป่วยที่ทรุดลงทำให้ไม่สามารถเรียนต่อจนจบได้ กระทั่งในวัย 19 ปี เธอต้องตัดสินใจตัดขาขวาเพื่อรักษาชีวิต
ตลอด 5 ปีในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง เซี่ยเซี่ยต้องผ่านการผ่าตัดใหญ่ถึง 7 ครั้ง และทำเคมีบำบัดอีก 25 ครั้ง เธอเคยเปิดเผยว่าพ่อไม่เคยเดินทางมาเยี่ยมเธอหลังจากป่วย ส่วนแม่ตัดการติดต่อกับเธอหลังจากป่วยได้ประมาณหนึ่งปี ทำให้เธอต้องหาเงินค่ารักษาและซื้อขาเทียมด้วยตัวเอง รวมถึงต้องเซ็นเอกสารยินยอมเข้ารับการผ่าตัดเพียงลำพังทุกครั้ง แต่ถึงกระนั้น เธอก็ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา
ในช่วงแรกของการรักษา เซี่ยเซี่ยยังพอหารายได้ด้วยการตั้งแผงขายงานฝีมือในบ้านเกิดที่มณฑลอันฮุย แต่เมื่ออาการป่วยทรุดลงและต้องเดินทางไปโรงพยาบาลบ่อยครั้ง เธอจึงหันมาขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อหาเงินรักษาตัว เธอมักพูดกับคนใกล้ชิดว่าอยากหาเงินให้ได้มากขึ้นเพื่อยืดเวลาชีวิตของตัวเองและตั้งใจใช้ชีวิตในแต่ละวันให้ดีที่สุด
ระหว่างทางเซี่ยเซี่ยได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย ทั้งชาวเน็ตและคนแปลกหน้าที่หยิบยื่นน้ำใจให้ หนึ่งในนั้นคือเสิ่น เจ้าของสตูดิโอถ่ายภาพแห่งหนึ่งในเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งได้รู้จักกับเธอในปี 2025
จุดเริ่มต้นของมิตรภาพเกิดขึ้นเมื่อเซี่ยเซี่ยเห็นภาพถ่ายชุด “เกิดใหม่จากกองเพลิง” ภาพชุดนี้เป็นผลงานที่เสิ่นถ่ายให้กับเฉียวเหยียน หญิงสาวที่ได้รับฉายาว่า “นางฟ้าปีกหัก” หลังเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุไฟไหม้จนสูญเสียมือทั้งสองข้าง เซี่ยเซี่ยรู้สึกประทับใจภาพถ่ายชุดดังกล่าว จึงติดต่อเสิ่นเพื่อขอถ่ายภาพในธีมเดียวกัน เสิ่นช่วยให้เธอทำตามความปรารถนานี้ได้สำเร็จ และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
ต่อมา เสิ่นช่วยจัดหาที่พักชั่วคราวให้เซี่ยเซี่ยในเมืองซัวเถา โดยมีแม่ของเขาร่วมช่วยดูแลเธอในช่วงที่อาการป่วยทำให้การใช้ชีวิตยากลำบากขึ้น เสิ่นยังคงอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือเธออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีสุดท้ายของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่อาการของเธอทรุดลงอย่างมาก
ไม่กี่วันก่อนเสียชีวิต เซี่ยเซี่ยเอ่ยอยู่เสมอว่าอยากพบคุณย่าเป็นครั้งสุดท้าย เสิ่นเล่าว่าพ่อแม่ของเซี่ยเซี่ยออกไปทำงานตั้งแต่เธอยังเด็ก และคุณย่าเป็นผู้เลี้ยงดูเธอมาโดยตลอด เธอจึงผูกพันกับย่ามากและเป็นห่วงคุณย่าซึ่งมีอายุเกือบ 90 ปี
เสิ่นได้ติดต่อคุณอาของเซี่ยเซี่ยเพื่อช่วยประสานให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกัน แต่เนื่องจากคุณย่ามีอายุมากแล้ว จึงไม่สามารถเดินทางจากบ้านมายังนครเซี่ยงไฮ้ได้ ทั้งสองจึงได้พบกันผ่านวิดีโอคอลแทน เสิ่นเล่าว่า เซี่ยเซี่ยพยายามประคองตัวเองให้อยู่ต่ออีกสองวันเพื่อรอพูดคุยกับคุณย่า ในระหว่างการสนทนา คุณย่าเรียกชื่อเล่นของเธอซ้ำๆ และบอกให้เธออดทนสู้ต่อไป
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. แม่ของเซี่ยเซี่ยซึ่งไม่ได้พบกันมานานหลายปีได้เดินทางมาที่โรงพยาบาล ก่อนที่พ่อของเธอจะตามมาในวันที่ 27 ต.ค. เสิ่นเล่าว่าพ่อแม่ไม่ได้พูดอะไรกับเซี่ยเซี่ยมากนักและสีหน้าดูสงบนิ่ง แต่เมื่อเซี่ยเซี่ยหลับตาลงเป็นครั้งสุดท้าย แม่ของเธอก็ร้องไห้ออกมา
โพสต์แจ้งข่าวการจากไปบนโซเชียลมีเดียถูกเผยแพร่โดยเสิ่น ในคลิปวิดีโอดังกล่าวยังมีข้อความที่เธอพิมพ์ทิ้งไว้ให้เพื่อนบนโลกออนไลน์ขณะนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ซึ่งระบุว่า “ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ฉันได้พบเจอความรักมากมาย ได้เดินทางไปเห็นทะเล ปีนข้ามเขาไท่ซาน และได้ชมดอกไม้บานที่ลี่เจียงในยูนนาน โลกใบนี้ยังคงออนไลน์อยู่ ส่วนฉันขอออฟไลน์ก่อนนะคะ ขอโทษจริงๆ ที่รักษาสัญญาไว้ไม่ได้ ร่างของฉันจะถูกฝังไว้ใต้ร่มไม้ มีดอกไม้ใบหญ้าเคียงข้าง ได้นอนหลับอย่างสงบ ไม่มีความเจ็บปวดและไม่มีเรื่องให้ทุกข์ใจอีกต่อไป”
ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความอาลัย พร้อมฝากข้อความถึงเธอ เช่น “ราตรีสวัสดิ์นะเซี่ยเซี่ย” และ “ขอให้บนสวรรค์ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป เดินทางปลอดภัยนะ”
เสิ่นกล่าวว่า ขณะนี้เขากำลังช่วยจัดการเรื่องหลังการเสียชีวิตของเซี่ยเซี่ย พร้อมสานต่อความปรารถนาสุดท้ายของเธอ ซึ่งคือการก่อตั้งกองทุนในชื่อ “เซี่ยจิ่นเหอ” เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเผชิญความยากลำบาก เขาหวังว่าจะส่งต่อความรักและน้ำใจที่เซี่ยเซี่ยเคยได้รับให้แก่ผู้อื่นต่อไป
แม้ชีวิตของเธอจะสิ้นสุดลงในวัยเพียง 23 ปี แต่เรื่องราวการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ความพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อและความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้ติดตามจดจำจากหญิงสาวผู้ใช้ชื่อ “ฉีจี้เซี่ยเซี่ย” บนโลกออนไลน์
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1490081792985624&set=a.227288875931595