ดาวซัลโวยุโรป
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Jun 2009
ตอบ: 12037
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Nov 01, 2026 21:14
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสอยู่กับมือ ที่จะคว้าตัวแฮร์รี่ เคน มาครอบครอง แต่สุดท้ายใจไม่ถึง
เลือกจะไม่เอาเอง ทำให้เคนตัดสินใจย้ายไปบาเยิร์น มิวนิคแทน
การย้ายไปบาเยิร์น ส่งผลให้ชีวิตของเคน พุ่งทะยานเป็นจรวด เขาเล่นดีขึ้นกว่าอีกเยอะ และก้าวไปถึงบัลลงดอร์ได้สำเร็จ
ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พอไม่ได้เคน ก็เสียเงินมากมาย ไปกับกองหน้าตัวเป้าหลายคน แต่ไม่เจอคำตอบเสียที จนมีคนย้อนกลับไปคิดว่า ถ้าวันนั้นยอมกัดฟันซื้อเคนไปซะ ชีวิตจะแตกต่างไปจากนี้ไหม
ทุกคนทราบดีว่า แฮร์รี่ เคน คือความภูมิใจของสเปอร์ส จากเด็กปั้นสโมสร พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นยอดดาวยิงตัวท็อปได้สำเร็จ
ถ้าพูดถึงเรื่องผลงานส่วนตัว เคนได้มาเยอะแล้ว ทั้งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 3 สมัย, ติดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก 6 ฤดูกาล รวมถึงได้ดาวซัลโวฟุตบอลโลกกับทีมชาติอังกฤษด้วย
แต่ทว่าในเรื่องผลงานกับทีม เคนนับว่าล้มเหลว เพราะอยู่สเปอร์สมา 12 ซีซั่น ยังไม่เคยได้แชมป์อะไรเลย อย่างดีสุดก็แค่เข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ก็ไปไม่ถึงแชมป์เช่นกัน
เมื่อจบฤดูกาล 2022-23 สเปอร์สจบอันดับ 8 ไม่ได้ไปเล่นถ้วยยุโรป เป็นความตกต่ำขีดสุด แถมสโมสรก็ปั่นป่วนมีการเปลี่ยนโค้ชหลายครั้ง หาความมั่นคงไม่ได้เลย
จุดนี้ทำให้เคน เลือกไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่ ความหมายก็คือขอย้ายทีมนั่นแหละ เพราะเขาก็อายุเกือบ 30 ปีแล้ว ถ้าไม่ย้ายตอนนี้ อาจไม่มีโอกาสอีกแล้วก็ได้
ยิ่งบวกกับเรื่องสัญญาที่เหลืออีก 1 ซีซั่นเท่านั้น จึงเป็นช่วงที่เหมาะสม เพราะสเปอร์สยังไงก็คงต้องยอมขาย ถ้าหากไม่อยากเสียฟรีๆ แบบไม่ได้เงินกลับมาบ้างเลย
สำหรับเคนนั้น ไม่ใช่ว่าไม่รักสเปอร์ส แต่เขาไม่อยากเป็นราชาไร้มงกุฎ มันถึงเวลาแล้วที่ต้องย้ายออกไป เพื่อความสำเร็จของตัวเอง เพื่อโทรฟี่แชมป์ครั้งแรกในชีวิต
แฟนสเปอร์ส เสียใจ ผิดหวัง แต่โกรธไม่ลง เพราะรู้ว่าเคนทำดีที่สุดแล้ว เขาสู้เพื่อทีมอย่างสุดความสามารถ เท่าที่นักเตะคนหนึ่งจะทำได้ ดังนั้นจึงมีแต่คำอวยพร ให้ประสบความสำเร็จในอนาคตกับทีมใหม่
แต่ประเด็นคือ เคนจะไปทีมไหน?
เป้าหมายแรกที่เคนมองไว้ก่อน คือทีมจากอังกฤษ เพราะเขายิงประตูไปแล้ว 213 ลูกในพรีเมียร์ลีก อีกแค่นิดเดียวจะทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาล ของอลัน เชียเรอร์ (260 ลูก) ได้แล้ว ดังนั้นการไม่ย้ายข้ามลีก จึงดูสมเหตุสมผล
แล้วอายุที่ใกล้จะ 30 แล้ว การย้ายประเทศ ต้องเรียนภาษา เรียนวัฒนธรรม ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เอาจริงๆ มีนักเตะอังกฤษน้อยคนมาก ที่จะไปประสบความสำเร็จในลีกต่างแดน
ทีนี้ ในบรรดาทีมจากพรีเมียร์ลีก ถ้าเคนย้ายไป ก็ต้องไปทีมระดับท็อปเท่านั้น เช่น แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล, เชลซี และ ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นทีมระดับลุ้นแชมป์ และสามารถจ่ายค่าเหนื่อยให้เขาไหว
เจมี่ คาร์ราเกอร์ ฟันธงว่า แมนฯ ยูไนเต็ด นี่แหละ คือชอยส์เดียวที่เป็นไปได้ เพราะแมนฯ ซิตี้ เพิ่งซื้อเออร์ลิ่ง ฮาแลนด์เข้ามา เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล เพิ่งซื้อดาร์วิน นูนเยซ ดังนั้นคงจะยาก ที่จะจ่ายเงินซื้อกองหน้าเบอร์ 9 อีกคนมาทับตำแหน่งกัน
ส่วนอาร์เซน่อล กับ เชลซี ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเคนคงไม่ทำร้ายจิตใจแฟนบอลสเปอร์ส ด้วยการย้ายไปร่วมทีมคู่ปรับในลอนดอน
ดังนั้นจึงเหลือแค่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเท่านั้น ที่ตรงสเป็กทุกอย่าง ได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก, ฐานะร่ำรวยพอ และ ไม่ได้เป็นคู่ปรับโดยตรง
ฝั่งทีมปีศาจแดงก็สื่อสารชัดเจนว่าอยากได้เคน เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีมตอนนั้น ให้สัมภาษณ์ว่า "เราขาดกองหน้าเบอร์ 9 และผมอยากได้นักเตะสัญชาติอังกฤษ"
ปัญหาใหญ่ ที่ทำให้ดีลนี้ติดขัดคือเรื่อง "ค่าตัว" เพราะแม้จะเหลือสัญญาปีเดียว แต่แดเนียล เลวี่ ซีอีโอของสเปอร์ส ตั้งราคาเคนไว้สูงมากๆ นั่นคือ 100 ล้านปอนด์
เลวี่นั้นขึ้นชื่อเรื่องการเจรจาสุดยากอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่อยากจะดีลซื้อนักเตะสเปอร์สเลย
คนสุดท้ายที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อมาจากสเปอร์สโดยตรง คือดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ (ปี 2008) จากนั้นมาก็ไม่มีใครย้ายมาอีกเลย ดังนั้นกับกรณีของเคน ต้องทำใจเลยว่า สเปอร์สไม่มีเมตตา ยอมลดราคาให้อยู่แล้ว
ด้วยตัวเลข 100 ล้านปอนด์ ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องอึ้งไปเหมือนกัน เพราะเป็นราคาที่สูงมาก ผู้บริหารแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มั่นใจว่าจะซื้อดีไหม
เอริค เทน ฮาก พยายามกระตุ้นผู้บริหารว่าให้ซื้อเถอะ เขาบอกว่า "นักเตะอังกฤษ จะมีราคาแพงกว่าปกติ นั่นคือความจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้ว เรื่องคุณภาพสำคัญที่สุด"
สำหรับคนที่ดูแลการซื้อขายของแมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานั้น คือจอห์น เมอร์ทัฟ ผู้อำนวยการฟุตบอล นี่เป็นดีลที่ต้องตัดสินใจให้รอบคอบมากๆ
จริงอยู่ว่าเคน พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว แถมเป็นนักเตะอังกฤษ แต่เขาอายุก็กำลังจะ 30 ปีแล้ว มันจะใช้การได้นานแค่ไหน ถ้าเล่นแค่ 1-2 ปีแล้วแผ่ว แบบนี้จะไม่กลายเป็นไอ้โง่หรอกหรือ ที่จ่าย 100 ล้านปอนด์
ยิ่งบวกกับในยุคของเมอร์ทัฟ เวลาจ่ายใครแพงๆ มักจะเจ๊งทุกที เช่น อันโตนี่ (81.3 ล้านปอนด์ จากอาแจ๊กซ์) และ เจดอน ซานโช่ (73 ล้านปอนด์ จากดอร์ทมุนด์) ดังนั้นพอคิดว่าต้องจ่ายแพงขนาดนั้นให้เคน ก็เลยเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมา
สุดท้ายแล้ว มิถุนายน 2023 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจ "ชักปลั๊ก" ไม่เดินหน้าต่อกับดีลนี้ โดยให้เหตุผลว่า "เงินที่ใช้ในการดึงตัวแฮร์รี่ เคนมาร่วมทีม เป็นตัวเลขที่สูงเกินจริง"
เรื่องราวของแมนฯ ยูไนเต็ด กับ เคน ก็เลยกลายเป็นเส้นขนาน ไม่ได้ร่วมงานกันอย่างน่าเสียดายมาก คลาดกันไปนิดเดียวจริงๆ
เอริค เทน ฮาก ยังต้องการกองหน้าตัวเป้า ซึ่งเมื่อไม่ได้ตัวเคนแล้ว จอห์น เมอร์ทัฟ ตัดสินใจไปซื้อกองหน้าที่หนุ่มกว่า และน่าจะใช้งานได้หลายปีมากกว่า นั่นคือ ราสมุส ฮอยลุนด์ จากสโมสรอตาลันต้า ด้วยค่าตัว 72 ล้านปอนด์
ฮอยลุนด์ อายุ 20 ปี ยังหนุ่มยังแน่น สูง 191 ซม. (สูงกว่า เคน 3 ซม. ด้วยซ้ำ) ดูๆ แล้วก็ตรงสเป็คของทีม แถมค่าตัว กับค่าเหนื่อย ก็ถูกกว่าเคนเยอะมาก
มุมของเมอร์ทัฟ แทนที่คุณจะไปเสี่ยงกับตัวอายุ 30 ก็มาลุ้นกับเด็กหนุ่มอายุ 20 ดีกว่า เล่นไม่ดี ก็น่าจะขายต่อได้
จอห์น เมอร์ทัฟ บอกว่า "ราสมุส เป็นนักเตะพรสวรรค์สูงสุด เขาเทคนิคดี ร่างกายก็ดี เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เก่งที่สุดในโลกด้วย" ในมุมของเขา นี่คือชอยส์ที่ดีกว่าเคน
เหตุการณ์ต่อจากนั้น เมื่อดีลกับแมนฯ ยูไนเต็ดไม่สำเร็จ ทำให้บาเยิร์น มิวนิค ที่กำลังจับตาดูสถานการณ์อยู่ ได้รีบเบียดแทรกเข้ามาทันที
คือทีมเสือใต้อยากได้กองหน้าคนใหม่เอามาแทนโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้อยู่แล้ว ถ้าได้เคน ก็ถือว่าลงล็อกเลย ส่วนเรื่องอายุ ผู้บริหารบาเยิร์นคิดว่า ไม่ใช่ปัญหา 30 ในยุคนี้
ก่อนหน้านี้ พวกเขาจ่ายเงินซื้อซาดิโอ มาเน่ วัย 30 ปีจากลิเวอร์พูลมาแล้วหนึ่งคน จะซื้อเคนอีกสักคนก็ได้ ถ้าคุณเก่งพอ คุณก็เด็กพอ
บาเยิร์น ยื่นข้อเสนอ 3 รอบแรก ให้สเปอร์ส พิจารณา ได้แก่
60 ล้านปอนด์ (รอบแรก) สเปอร์สปฏิเสธ
68 ล้านปอนด์ (รอบสอง) สเปอร์สก็ปฏิเสธ
86 ล้านปอนด์ (รอบสาม) สเปอร์สก็ยังปฏิเสธอีก
จุดยืนของเลวี่ ชัดเจนมาก ว่า 100 ล้าน ก็คือ 100 ล้าน เขามั่นใจในศักยภาพของเคนว่าถ้าจะปล่อยก็ต้องราคานี้ ต่อให้เหลือสัญญาแค่ปีเดียวก็ตาม
สุดท้ายบาเยิร์นตัดใจ ยื่นข้อเสนอรอบที่ 4 เข้ามา ด้วยราคา 86 ล้าน + โบนัส 17 ล้าน ซึ่งถ้าเคนเคลียร์เงื่อนไขได้ครบทุกข้อ สเปอร์สจะได้เงิน รวมทั้งสิ้น 103 ล้านปอนด์
นี่เป็นราคาที่สเปอร์สพอใจ ตรงกับตัวเลขที่วางไว้ และสุดท้ายก็เซย์เยส ขายเคนให้กับบาเยิร์น มิวนิคในที่สุด
สำหรับเคน อาจผิดหวังที่อดทำสถิติยิงสูงสุดในพรีเมียร์ลีก แซงหน้าอลัน เชียเรอร์ แต่การย้ายไปบาเยิร์น ก็ถือว่าสมเหตุสมผล เพราะนี่คือทีมใหญ่ ที่จะทำให้เขาได้รู้จัก "โทรฟี่แชมป์" เป็นหนแรกในชีวิต
นอกจากนั้น เมื่อได้เล่นร่วมกับผู้เล่นระดับโลกคนอื่นๆ เขาก็น่าจะยกระดับฝีเท้าขึ้น ให้กลายเป็นผู้เล่นที่เก่งกาจยิ่งกว่าเดิมอีก
เรื่องราวก็จบลงตรงนี้ ในซัมเมอร์ 2023 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ราสมุส ฮอยลุนด์ ส่วน บาเยิร์น ได้แฮร์รี่ เคน โดยทั้ง 2 คน มีค่าตัวห่างกันไม่เยอะ
เอาเป็นว่า ราสมุส ฮอยลุนด์ + อันเดร โอนาน่า ที่ย้ายมาใกล้ๆ กัน สองคนนี้ค่าตัวที่แมนฯ ยูไนเต็ดจ่ายไป รวมกันแล้ว แพงกว่าที่บาเยิร์นจ่ายให้สเปอร์ส เพื่อซื้อแฮร์รี่ เคนเสียอีก
สำหรับเส้นทางของเคน เมื่อย้ายไปบาเยิร์น ก็ต้องบอกว่า ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กับทีมเสือใต้ เคนได้สัมผัสแชมป์รายการแรกในชีวิต ปลดเปลื้องคำสาป "ตัวซวย" ที่ใครๆ ก็แซะเขาได้เสียที
และเมื่อมีความสำเร็จแบบจับต้องได้ ยิงประตูถล่มทลาย ทำให้ชื่อของเขา ถูกจัดวาง ไปอยู่ในเลเวลเดียวกับ ผู้เล่นระดับท็อปในยุคปัจจุบัน ทั้งคีลียัน เอ็มบัปเป้ หรือ วินิซิอุส จูเนียร์
ขณะที่เรื่องเทคนิคต่างๆ นั้น ต้องบอกว่า เคนเก่งขึ้นจริงๆ จากเป็นกองหน้าตัวจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม เขากลายเป็นสุดยอดเพลย์เมกเกอร์ไปพร้อมๆ กันด้วย เป็นหัวหอกที่ครบเครื่องที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้
แค่ 2 ปีนิดๆ ที่เลือกไปบาเยิร์น เคนก็ก้าวไปคว้าบัลลงดอร์ได้สำเร็จ นี่คือการย้ายทีม ที่เปลี่ยนชีวิตได้แบบสุดๆ แล้ว
ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัวที่เลือกซื้อมา ราสมุส ฮอยลุนด์ เล่นได้ไม่คุ้มราคาที่จ่ายไป ลงเล่นพรีเมียร์ลีก 62 นัด ยิงได้ 14 ประตู เฉลี่ยแล้ว ประมาณ 4 เกมนิดๆ จะยิงได้สักลูกนึง สถิติแย่มาก ทำให้ทีมไม่มีทางเลือก ต้องปล่อยให้นาโปลีแบบยืมตัว และเพิ่งขายขาดไปเรียบร้อยด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์ ยอมขาดทุนครึ่งนึง
นับจนถึงวันที่พลาดเคน แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้หลายคนยืนกองหน้าตัวเป้า ทั้งฮอยลุนด์, เซสโก้, เอ็มเบอโม่, คุนญ่า แต่ปฏิเสธไม่ได้ ว่าไม่มีใครเทียบเคียงเคนได้เลย
นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์ Sliding Door ของโลกฟุตบอลครับ มีคนคิดกันเสมอว่า ถ้าวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ถอนสมอ เดินหน้าจ่าย 100 ล้านปอนด์ เพื่อเอาเคนมาให้ได้ เรื่องราวของทีมจะเป็นอย่างไรนะ
สมมุติมีผู้เล่นเกรดดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกย้ายเข้ามาล่ะก็ จะมายกระดับทีมได้แค่ไหน จะช่วยให้แมนฯ ยูไนเต็ด ลุ้นไกลถึงแชมป์ยุโรปได้เลยไหม น่าคิดเหมือนกัน
แต่สิ่งนั้นก็เป็นแค่ What if... เฉยๆ ครับ มันไม่เกิดขึ้นจริง
เพราะความจริงที่เป็นในวันนี้ คือ แฮร์รี่ เคน ก้าวไปสู่จุดสูงสุดของอาชีพ ได้บัลลงดอร์อย่างยิ่งใหญ่ ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องมาดิ้นรนหนีตกชั้น และยังไม่เห็นทางสว่างว่าจะรอดพ้นจากวิกฤตินี้ได้อย่างไรด้วย
เครดิต วิเคราะห์บอลจริงจัง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ