นักบอลถ้วย ง.
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Jul 2025
ตอบ: 3783
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Oct 28, 2026 15:27
เงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นไปถึงเมื่อไร
ทศวรรษที่หายไปของภาคการผลิตตะวันตก
ถึงไม่ทันสังเกตกัน แต่ช่วงนี้ไม่ใช่แค่ AI ที่วิ่งเร็ว เงินเฟ้อก็วิ่งด้วย อเมริกา 3.7% ยุโรป 3.8% ตัวดันหลักคือพลังงาน ส่วนหนึ่งก็มาจากการแบนรัสเซียนั่นแหละ
แต่ที่น่าคิดกว่าคือ ทำไมตะวันตกรับแรงกระแทกแบบนี้ได้น้อยลงเรื่อยๆ
คำตอบง่ายๆ ตั้งแต่จีนเข้า WTO ปี 2001 อเมริกากับยุโรปก็โยนการผลิตพื้นฐานไปให้จีนแทบหมด นายทุนได้กำไร คนในประเทศได้ของถูก ทุกคนแฮปปี้
แต่อย่าคิดว่าจีนชนะเพราะถูกอย่างเดียวนะ วันนี้ค่าแรงจีนแพงกว่าเวียดนามแล้ว ของก็ยังต้องผ่านจีนอยู่ดี เพราะ 20 ปีที่ผ่านมา เขาเอาโอกาสนั้นไปสร้างคลัสเตอร์โรงงาน วิศวกร และโครงสร้างพื้นฐานที่ลอกกันไม่ได้ง่ายๆ
ฝั่งอเมริกา 20 กว่าปีผลักเด็กเข้ามหาลัยกับงานออฟฟิศ สายช่างกลหนักกลายเป็นทางเลือกของคนเรียนไม่ต่อ ตอนนี้เลยขาดช่างเรื้อรัง ยุโรปก็พอกัน ได้คนใช้เทคโนโลยีเป็นเต็มเมือง แต่คนผลิตเป็นเหลือน้อย แล้ว know-how ก็ไม่ได้อยู่แค่ในหลักสูตร มันอยู่ในโรงงาน พอโรงงานปิด ความรู้ก็หายไปด้วย
พอจะกีดกันจีนแล้วกลับมาผลิตเอง ก็ต้องจ่าย ค่าแรงแพง supplier ยังไม่มี ของก็แพงขึ้น คนจ่ายสุดท้ายคือผู้บริโภค พลังงานแพงฝั่งหนึ่ง ของแพงอีกฝั่ง เงินเฟ้อแบบนี้น่าจะอยู่กับเราอีกนาน
นี่ยังไม่รวมเส้นทางอาร์กติกนะ ปีนี้จีนเพิ่งเดินเรือคอนเทนเนอร์ผ่านน่านน้ำรัสเซียไปยุโรปแบบประจำเป็นปีแรก ยังเล็กอยู่ แต่มันคือเชือกอีกเส้นที่ผูกจีนกับรัสเซียแน่นขึ้น ที่ตลกคือ ยุโรปแบนรัสเซีย แต่ของจีนวิ่งผ่านรัสเซียมาขึ้นท่ายุโรป
ทศวรรษที่หายไปนี้ไม่มีใครตั้งใจ แต่ทุกคนมีส่วน และบิลไม่ได้ส่งไปแค่อเมริกา มันส่งมาถึงค่าน้ำมันกับค่าครองชีพของเราด้วย คำถามเลยไม่ใช่แค่ว่าอเมริกาจะพลิกได้เมื่อไร แต่คือระหว่างทาง เราต้องจ่ายไปอีกนานแค่ไหน
สรุปง่ายๆคือ อำนาจโลกเนี่ยมันอาจจะถูกกำหนดด้วยคนกลุ่มหนึ่ง พอตัวเองดูดเลือดสร้าง wealth เยอะแล้วจนที่ใดที่หนึ่งชักจะเริ่มล่มจม ถึงค่อยกลับมาฟื้นสภาพให้ พอเริ่มฟื้นจนยืนได้ คนกลุ่มนั้นก็จะกลับมาสูบเลือดต่อ วนไปวนมา
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ