ล่าสุดสำนักข่าว Fox News มีการออกการคาดการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯในปี 2026
ล่าสุดสำนักข่าว Fox News มีการออกการคาดการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯในปี 2026
โดยคาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครต จะชนะอย่างแน่นอนในสภาผู้แทนราษฎรโดยจะได้ที่นั่งอย่างน้อยที่สุด 223 ที่นั่ง และในขณะที่ รีพับลิกัน อาจได้อย่างน้อย 195 ที่นั่ง โดยมี 17 เขต ทำหน้าที่ตัดสินว่า รีพับลิกันจะเสียมากน้อยแค่ไหนเพราะยังไงก็แพ้
แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ ในวุฒิสภา เพราะ วุฒิสภา เลือกใหม่เพียง 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก โดยคาดการณ์ว่า เดโมแครต จะได้อย่างน้อย 48 ที่นั่ง และ รีพับลิกัน อย่างน้อย 47 ที่นั่ง โดยมี 5 ที่นั่งที่จะตัดสินว่าใครจะได้ที่นั่งเสียงข้างมาก โดย รีพับลิกัน จะต้องพยายามดึงมาให้ได้อย่างน้อย 3 ที่นั่ง(กรณีที่คะแนนเสียงของสองฝ่ายในวุฒิสภาเท่ากัน เจดี แวนซ์ จะเป็นผู้ชี้ขาดในฐานะประธานวุฒิสภาโดยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีอยู่แล้ว) ในขณะที่ เดโมแครต ต้องดึงมาให้ได้อย่างน้อย 3 เสียง เพื่อ หักล้างอำนาจของรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์
โดยหาก เดโมแครต ชนะ 2 สภา สิ่งที่จะเป็นคือ
(1) การตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะ Donald Trump , Elon Musk และ RFK Jr
รวมไปถึงหน่วยงานปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่าง EPA ที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมามักมีเรื่องอื้อฉาว การถูกฟ้องร้องโดยกลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ไปจนถึงการสอบสวน Chris Wright รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานจากการที่ร่วมมือกับกลุ่มที่สงสัยโมเดลการวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทำรายงานโดยตัดผลกระทบที่มาจากมนุษย์ออกไปจนทำให้รายงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของรัฐบาลมีความผิดพลาดโดยอาจตรวจสอบในแง่ของการปลอมแปลงและบิดเบือนข้อมูลของรัฐบาลกลาง ในขณะที่ Elon Musk และ DOGE อาจถูกสอบสวนในหลายประเด็นอย่างมากโดยเฉพาะ การปลดเจ้าหน้าที่นิวเคลียร์ออก ระหว่างการตัดลดค่าใช้จ่าย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การปลดดังกล่าวอาจเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็น กฎหมายพลังงานงานปรมาณู 1954  หรือแม้แต่กฎหมายปฏิรูปข้าราชการพลเรือน ซึ่งหากตรวจพบว่ามีการประมาทในการปลด เรื่องอาจจะไม่ได้จบแค่การสอบสวนของ สภาครองเกรส แต่ยังรวมไปถึง การสอบสวนโดย DOJ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการโดนคดีอาญา
RFK Jr อาจถูกสอบสวนในข้อหาให้การเท็จต่อวุฒิสภาขณะยืนยันตำแหน่งในประเด็นการไปที่ซามัว หรือแม้แต่การตรวจสอบการใช้อำนาจในตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อแทรกแซงหน่วยงานวิทยาศาสตร์และบั่นทอนความเป็นอิสระของการงานของหน่วยงานวิทยาศาสตร์อย่าง CDC และแม้แต่อดีตคณะกรรมาธิการแนะนำวัคซีนอย่าง ACIP ที่ถูกปลดยกชุด
และอาจยังมีบุคคลภายในรัฐบาลอื่นๆที่อาจถูกสอบสวนด้วยเช่นกันซึ่งต้องรอติดตามครับ
(2) การตรวจสอบการเข้าถึงข้อมูลของรัฐบาลกลางโดย DOGE โดยไม่ได้รับอนุญาต
หนึ่งในประเด็นที่เดโมแครตน่าจะตรวจสอบเช่นกันคือ การเข้าถึงข้อมูลประชาชนของรัฐบาลกลางครับซึ่งเดโมแครตเคยตั้งคำถามอย่างรุนแรงจากการที่ ทีมงานของ DOGE ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ไม่มีประสบการณ์ และอายุน้อยและไม่ได้ผ่านการคัดกรองตามกฎหมาย มีการนำข้อมูลอ่อนไหวของประชาชน เช่น ข้อมูลประกันสังคม ใช้หรือเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยผ่านช่องทางสื่อสารที่ไม่รัดกุมจริงหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเล่นเล่นครับเพราะเนื่องจากมีการฟ้องร้องกันในศาลจริงและศาลก็ตัดสินให้รัฐบาลผิดจริง แต่ถึงอย่างไรก็ตามคดีที่ฟ้องร้องเป็นคดีทางแพ่งและทางปกครองซึ่งแปลว่ายังไม่ได้มีการเอาผิดตัวบุคคลจริงๆ เนื่องจากว่าทางกระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจในการดำเนินคดีทางอาญาก็เป็นหน่วยงานฝ่ายบริหารที่อยู่ภายใต้ทำเนียบขาวดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการฟ้องร้องทางอาญาแต่ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่ปฎิเสธไม่ได้ก็คือหาก เดโมแครต กลับมาชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีและมีการสอบสวนเรื่องดังกล่าวจริงก็อาจมีการฟ้องร้องทางอาญาได้เช่นกันกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯได้เช่นกันหากมีการสอบสวนเพราะ Elon Musk เป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่มีอิทธิพลมหาศาลต่อตลาดทุนของอเมริกา
ส่วนอีกอย่างนึงพี่น่าจะโดนสอบสวนหนักก็คือ การมีข่าวแฉว่า DOGE พยายามเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของประชาชนผ่าน Integrated Data Retrieval System ของ IRS หรือกรมสรรพากรของสหรัฐอเมริกา
หากมีการสอบสวนเรื่องนี้จริงจะถือว่าไม่ปกติมากครับเพราะ IRS คือหนึ่งในหน่วยงานของรัฐบาลกลางที่มีข้อมูลของประชาชนมากที่สุดและข้อมูลดังกล่าวมีความเป็นส่วนตัวอย่างถึงที่สุดไม่สามารถเอามาเปิดเผยต่อสาธารณะได้และเป็นหน่วยงานเดียวที่มีข้อมูลธุรกิจผิดกฎหมายจำนวนมากแต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ไม่ได้มีการเอามาเปิดเผย เพราะมีกฎหมายคุ้มครอง ซึ่งสำนักข่าว The Grardian เคยรายงานว่าเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ Elon Musk อย่างไร ใน หัวข้อ ‘Elon is my prophet’: how Musk’s Doge team took a wrecking ball to Washington
ซึ่งหากประเด็นดังกล่าวมีการสอบสวนอย่างเปิดเผยในรัฐสภารวมถึงการสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมแล้วก็เป็นไปได้ว่าหากมีการกระทำที่จงใจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจริงตามที่กล่าวอ้างอาจมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องครับซึ่งหมายความว่าจำคุกไม่น้อยกว่า 5 ปี
(3) การยกเลิกเงินทุนและการเลิกจ้างที่อาจเข้าข่ายมิชอบด้วยกฏหมาย
ข้อนี้ ก็จะเป็นหนึ่งในประเด็นที่สอบสวนอย่างหนักได้เช่นกันครับเพราะแม้ว่าฝ่ายบริหารจะอ้างว่าลดงบที่มีประสิทธิภาพลงหรืออะไรแต่ต้องเข้าใจก่อนว่าอำนาจของงบประมาณอยู่ที่รัฐสภาตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ และรัฐสภาก็เคยมีการออกกฏหมาย Impoundment Control Act ซึ่งจำกัดอำนาจฝ่ายบริหารในการระงับงบประมาณที่รัฐสภาอนุมัติมาแล้ว ในขณะที่การเลิกจ้าง ข้าราชการของรัฐบาลกลางแบบผิดกฎหมายแม้ว่าจะมีการเรียกกลับเข้ามาทำงานบางส่วนเช่นกระทรวงเกษตรที่มีการเรียกกลับทั้งหมดหรือเจ้าหน้าที่นิวเคลียร์ที่มีการเรียกกลับทั้งหมดแต่ถึงอย่างไรก็ตามในทางกฏหมายถือว่าความผิดมันสำเร็จไปแล้วซึ่งหาก เดโมแครต ชนะเลือกตั้งรัฐสภาจริงแล้วมีการสอบสวนประเด็นนี้ อาจมีการออกหมายเรียกข้าราชการของรัฐบาลที่เคยถูกปลดเข้าให้การกับรัฐสภาทันทีเพื่อดูว่ารัฐบาลปลดยังไง หรือแม้แต่ความพยายามของฝ่ายบริหารที่ถอนความคุ้มครองข้าราชการประจำในระดับ GS-13 ถึง GS-15 ให้เป็นตำแหน่งที่ปลดออกได้ตามใจชอบก็กลายเป็นประเด็นการฟ้องร้องของสหภาพแรงงานข้าราชการรัฐบาลกลางโดยในปัจจุบันศาลยังไม่ได้มีคำตัดสินอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวและอยู่ในประเด็นการสอบสวนอยู่
โดยปกติหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐสามารถปลดคนออกด้วยเหตุผลทางงบประมาณหรือโครงสร้างหรือแม้แต่การยุบหน่วยย่อยต่างๆได้ครับแต่ต้องทำผ่านกระบวนการที่มีความรัดกุมซึ่งถูกควบคุมโดยกฎระเบียบของสำนักงานบริหารบุคคลแห่งชาติที่มีกรอบกฏหมายของรัฐสภากำหนดแล้ว
ที่มา
https://www.facebook.com/groups/thewildchronicles/posts/2806247296461471?locale=th_TH