หยางลี่จวน ความคลั่งไคล้จนสุดโต่ง สุดท้ายพ่อต้องจบชีวิตลง
ช่วงปลายยุค 90 ชื่อของ หยางลี่จวน เคยเป็นหนึ่งในข่าวที่คนจีนพูดถึงกันทั่วประเทศ เพราะความหลงใหลหลิวเต๋อหัวแบบสุดๆ จนถึงขั้นยอมทิ้งการเรียน ทิ้งสังคมและชีวิตส่วนตัว เพื่อทำตามความฝันที่ต้องการจะได้เจอหน้าเฮียหลิวซักครั้ง
ช่วงวัยรุ่นหยางลี่จวนหมกมุ่นกับหลิวเต๋อหัวมากซะจนอยู่แต่ในโลกเพ้อฝันที่ตัวเองสร้างขึ้นมา พ่อแม่ห้ามไม่ได้ก็เลยเข้าร่วมช่วยสานฝันให้กับลูกสาว เริ่มด้วยการควักเงินถึง 9,900 หยวนให้หยางลี่จวนไปฮ่องกงกับกรุ๊ปทัวร์ในปี 1997 ด้วยความหวังว่าจะได้เจอศิลปินคนโปรด แต่สุดท้ายกลับไม่ได้เจอหลิวเต๋อหัวอย่างที่หวัง
หลังทุ่มเงินให้ลูกตามความฝันจนหมดเงินไปจำนวนมากแต่ก็ยังไม่สำเร็จ ทำให้ในปี 2003 พ่อแม่ต้องขายบ้านแล้วย้ายไปอยู่บ้านเช่าหลังเล็กๆ ฐานะครอบครัวก็เริ่มขัดสนแต่ความมุ่งมั่นของหยางลี่จวนก็ยังไม่เปลี่ยน
ปี 2004 พอได้รู้ว่าหลิวเต๋อหัวกำลังถ่ายหนังอยู่ในมณฑลกานซูเธอถึงกับไปยืนเฝ้าบนอาคารสูงตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นเฮียหลิวด้วยตาเนื้อ แต่สุดท้ายก็ต้องกลับบ้านด้วยความผิดหวังเหมือนเช่นเคย ระหว่างนั้นพ่อก็ได้หยิบยืมเงินคนรู้จัก 5,000 หยวนให้ลูกสาวไปดูคอนเสิร์ตหลิวเต๋อหัวที่ปักกิ่งแต่ก็ไม่ได้พบตัวต่อตัว
เพื่อสนับสนุนลูกสาวให้ได้พบกับศิลปินคนโปรดพ่อต้องขายบ้านพาลูกไปปักกิ่ง 6 ครั้ง ฮ่องกง 3 ครั้งซึ่งหลังๆ ต้องหยิบยืมเงินคนอื่น ทำให้พ่อพยายามขายไตแต่ไม่สำเร็จ ในปี 2006 พ่อได้กู้เงินจำนวน 11,000 หยวนในอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อพาลูกสาวไปงานแฟนมีตของหลิวเต๋อหัว และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด…
เดือนมีนาคม 2007 ครอบครัวหยางเดินทางไปฮ่องกงเป็นครั้งที่สาม ในที่สุดหยางลี่จวนก็มีโอกาสได้พบหลิวเต๋อหัวในงานแฟนมีต ครั้งนี้เธอได้ขึ้นไปบนเวทีและถ่ายภาพคู่กับหลิวเต๋อหัวสมใจ แทนที่จะมีความสุขหลังจากรอคอยมานานหลายปีหยางกลับไม่พอใจเพราะต้องการขอคุยเป็นการส่วนตัวซัก 10 นาที เพื่อให้หลิวเต๋อหัวได้รู้จักเธอแต่ก็ไม่สำเร็จ
และในวัดถัดมาพ่อของหยางลี่จวนก็ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงทะเลในฮ่องกงโดยทิ้งจดหมาย 7 หน้ากระดาษ ใจความกล่าวโทษว่าหลิวเต๋อหัวคือต้นเหตุหลังขอพบเป็นการส่วนตัวไม่ได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่และทำให้เรื่องของหยางลี่จวนถูกพูดถึงไปทั่วประเทศจีน
หลังจากนั้นหยางลี่จวนเดินทางกลับจีนพร้อมกับแม่ด้วยใจสลายที่ต้องสูญเสียพ่อไป และเรื่องราวของเธอก็กลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกพูดถึงเกี่ยวกับการคลั่งไคล้ศิลปินจนเกินเหตุและขอบเขตของการนำเสนอข่าวของสื่อ ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของเธออย่างเมามันขุดเรื่องนั้นมายำเรื่องนี้จนหยางลี่จวนรู้สึกว่าถูกคุกคามจากสื่อ
ต่อมาหยางลี่จวนได้ยื่นฟ้องนักข่าวที่ชื่อซ่งจู่เต๋อ กล่าวหาว่าเผยแพร่บทความหลายชิ้นที่ทำให้เธอและครอบครัวเสียชื่อเสียง แต่ในการพิจารณาคดีศาลเห็นว่าหยางไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าบทความดังกล่าวเป็นผลงานของซ่งจู่เต๋อ สุดท้ายศาลก็ยกฟ้อง
นอกจากนี้หยางยังฟ้องร้องสื่ออย่าง Southern Weekly เกี่ยวกับบทความที่วิเคราะห์เหตุการณ์ของครอบครัวเธอ หยางลี่จวนและแม่เรียกร้องค่าชดเชยรวม 300,000 หยวน พร้อมขอให้สื่อฟื้นฟูชื่อเสียงและขอโทษครอบครัวของเธอ แต่ศาลประชาชนระดับกลางกว่างโจวมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง
โดยมองว่าเหตุการณ์ของครอบครัวหยางกลายเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง แถมครอบครัวก็ยังให้สัมฯกับสื่อหลายครั้ง นั่นหมายถึงยอมให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในความสนใจของสาธารณะชนไม่ต่างอะไรกับบุคคลสาธารณะ ศาลเลยไม่ได้มองว่าเป็นการละเมิดสิทธิและความเป็นส่วนตัวตามที่ฟ้อง
ด้านหลิวเต๋อหัวหลังจากที่พ่อของหยางลี่จวนเสียชีวิตเค้าก็ออกมาพูดประมาณว่าไม่อยากให้มาตามติดแบบนี้ อยากให้กลับไปใช้ชีวิต กตัญญูกับพ่อแม่ และแอบช่วยใช้หนี้ให้ครอบครัวนี้โดยไม่เปิดเผยตัว ซึ่งหยางก็ได้ออกมาตอบโต้คำพูดของหลิวเต๋อหัวว่า “คุณจะพูดถึงฉันยังไงก็ได้ แต่จะมาบอกว่าฉันไม่กตัญญูไม่ได้”
หลังจากเหตุการณ์ที่สูญเสียพ่อในปี 2007 หยางก็หายหน้าไปจากสื่อไม่ยอมให้สัมฯ กลับไปใช้ชีวิตที่หลานโจวบ้านเกิด จนกระทั่งปี 2014 ก็ได้มาออกรายการโทรทัศน์รายการนึงซึ่งเป็นครั้งแรกที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้แบบจริงจัง
โดยยอมรับว่าตลอด 7 ปีที่ผ่านมาคิดทบทวนเรื่องในอดีตซ้ำแล้วซ้ำเล่า มองว่าความดื้อรั้นของตัวเองทำให้พ่อต้องตาย ขณะเดียวกันก็ยังมองว่าสื่อบางสำนักก็มีส่วนที่ทำให้เรื่องราวมันบายปลายด้วย
พร้อมกับเตือนคนที่กำลังคลั่งไคล้ดาราว่า อย่าเอาช่วงวัยรุ่นของตัวเองไปแลกกับการไล่ตามคนดังเลย ช่วงนึงของรายการหยางก็ร้องไห้ขณะที่อ่านจดหมายที่เขียนถึงพ่อผู้ล่วงลับ ภาพของหยางลี่จวนในวันนี้แตกต่างกับหยางลี่จวนเมื่อหลายปีก่อนอย่างมาก
หลังกลับไปหลานโจวหยางก็เผาหนังสือ ภาพ และข้าวของต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลิวเต๋อหัวทิ้งทั้งหมด เพราะของพวกนี้ทำให้เธอนึกถึงพ่อและเสียใจทุกครั้งที่ได้เห็น รวมถึงภาพถ่ายคู่กับหลิวเต๋อหัวที่หลายคนบอกว่าเธอคงดีใจ แต่หยางกลับบอกว่ามันเป็นงานแฟนมีตที่วุ่นวายมากแทบไม่ได้สบตาไม่ได้พูดกับหลิวเต๋อหัวอย่างที่ตั้งใจไว้ด้วยซ้ำ
จากข้อมูลในปี 2019 หยางลี่จวนอาศัยในห้องเช่าเล็กๆ กับแม่ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ทำงานเป็นพนักงานขายในซูเปอร์มาร์เก็ต รายได้ประมาณ 2,000 หยวนต่อเดือน ไม่ได้ติดตามวงการบันเทิงเหมือนเมื่อก่อน โดยพูดถึงอดีตด้วยความเสียใจพร้อมกับยอมรับว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะไม่บ้าคลั่งศิลปินจนทิ้งทุกอย่างแบบนั้น...
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1617486709835470&set=a.192403182343837