Re: ในวันที่ "หมอ" ตกงาน มาถึงแล้ว!!
อาเจ่กCumแบค พิมพ์ว่า:
แก่นนคร พิมพ์ว่า:
อ่านไปอ่านมามันครอบคลุมเฉพาะพวกฉีกทุน เป็นหมอความงาม อยู่ กทม หางานในคลินิกไม่ได้ เลยต้องมาโพสต์รับเวร ER
ก็น่าจะสัก 0.1% ของหมอทั้งประเทศมั้ง
ผมก็ยังไม่เห็นพวกที่โพสต์ในกลุ่มนะ เเต่ก็มองว่า ถ้ามีคอนเนคชั่นสักนิด อาชีพแพทย์นี่คือไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้อ่ะ ทีนี้ดันฉีกทุนเขาไปแล้วไง จะเอาคอนเนคชั่นจากไหน
แล้วไม่ใช่ว่าก็ไปมีปัญหากับพวกคลินิกความงามอะไรด้วยไหม ซึ่งตัวเองก็คงรู้อยู่ว่าออกนอก กทม แล้วอาจจะไม่ได้ราคาค่าคอร์ส อัพไม่ได้เท่า กทม คงต้องทำงานหนัก เลยต้องทนอยู่ๆไป
เพราะ คุณยังไม่รู้ว่าระบบ สาธา ในไทย ปัจจุบันมันเน่าเฟะแค่ไหนมากกว่า รุ่นน้องเจ่ก เป็นหมออยู่หรูกินสบาย จบมาถูกจับไปใช้ทุน ตจว 3 ปี แถวภาคอีสาน เป็นผู้หญิงขาวลูกคุณหนู ไปถึงหอพักแพทย์ ทุเรศกว่าหอพักนนักศึกษา ห้องน้ำรวม พัดลม เตียงไม่มี ประตูลอคไม่ได้ โดนแทะโลมจาก บุคลากรใน รพ
เงินเดือน 18,000 ทำงานหามรุ่งหามคำ่ วันดีคืนดี ทำงานเต็มที่ คนดันมาตาย ญาติเดินมาล้อมหมอ บอกต้องตั้งโต๊ะแถลงทำไมถึงตาย ตอนเอาเข้ามายังพูดได้ ทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก่อนเข้ามา อาการเป็นตาย 30-70 แล้ว
ผอ โรงบาล ก็ราชการชั้นผู้ใหญ่ กดดันให้หมอต้องแทบกราบคนไข้ จ่าย 3 แสนแลกสุขภาพจิตในอนาคตยังไงก็คุ้ม
แต่ถามว่า ปัญหาถูกซุกไว้ในพรหม ไม่มีใครคิดเอาออกมาแก้ไข ใส่เสือ้กาวน์คนเดินไหว้ทั้ง รพ แต่ลืมไปว่า รพ มีหมอคนเดียว
ก็ผมนี่แหละคนในระบบ ตจว ที่ว่า
ที่เจ่กพูดมาน่ะมันใช่ มันก็มีแหละ ถึงคราวซวยมันก็ซวย คน ตจว ก็ไม่ได้น่ารักไปหมดหรอก แต่ประเด็นที่พูดมาน่ะมันคือหมอตกงานไม่ใช่เหรอ หมอ ตจว อุบาทว์ขนาดไหนมันก็ไม่ตกงาน ถูกมะ มีเรื่องมากๆ สสจ ก็สั่งย้าย แค่นั้นส่วนใหญ่ย้ายไปมาไม่เกินสองสามที่หรอก แล้วก็จะแต่งงานก็ขอย้ายตามสามีเข้าเมืองได้ง่าย ระบบแพทย์มันเป็นแบบนั้น มันไปง่ายมาง่ายกว่าเพราะคนอนุมัติก็เป็นหมอ นายแพทย์ สสจ ไม่ใช่เหมือนบุคลากรอื่นกว่าจะย้ายได้พ่อต้องเกือบตายก่อนนะ อันนี้เรื่องจริง
ที่ผมพูดเรื่องนี้คือผมจะให้กลุ่มที่พูดมันเล็กลง ตรงไปที่หมอความงามอย่างที่ว่า แล้วเท่าที่ไล่อ่านไปก็มีกลุ่มเฉพาะทางเพิ่มมาอีก
แต่เท่าที่ผมดู คือเฉพาะทางเนี่ย มันเป็นปกติที่จะต้องอยู่ในเมืองคือ รพท เพราะ รพ อื่นไม่มีศักยภาพ หรือถ้าไป รพช ขนาดใหญ่ซึ่งหลังๆมันขยายขนาดมา มันยังใหม่ก็เกิดปัญหา
ยกตัวอย่างพอน้องเฉพาะทางมาใหม่ ทุนก็ต้องใช้ งานก็มี มือก็อยากลอง แต่อุปกรณ์ไม่มี อย่างหมอศัลย์เงี้ย รพช เอามาก็ไม่มีเครื่องมือผ่าตัดให้ ต้องรอบริจาค เพราะงบตอนนี้ก็ง่อยแดกขยับตัวไม่ได้มาหลายปี หมอเฉพาะทางก็ต้องไปขึ้นเวรตึกอื่นก่อนอยู่แล้ว มันเป็นกันหลายที่ ที่ติดที่คาอยู่แบบนี้ แต่ถ้ามีอุปกรณ์ให้เขา เขาก็ได้ทำงานและขึ้นเวรของเขาปกติ
ส่วนใน รพท สมมุติเป็นน้องเฉพาะทางจบใหม่ ผมว่าก็มีเวรอยู่แล้ว แต่จะไปเปิดคลินิกสู้กับหมอเดิม มันก็ไม่ไหวถูกมะ ความรู้อัพเดทอยู่ เรียนเก่ง แต่บารมีไม่ได้อ่ะ อยู่กับลูกค้ามายังไม่พอ อยู่ๆไปเปิดเลยก็ไม่มีคน มันต้องรอเวลา
เพราะฉะนั้นผมมองว่า ในแง่หมอเฉพาะทางเนี่ย มันเป็นอะไรที่ชั่วคราว ต้องรอเวลา
ส่วนพวกหมอความงามที่เจ่กเปิดประเด็น ก็ตามที่ผมพูดตอนแรกแหละ มันเป็นที่บุคคล อีกอย่างตอนนี้หมอความงามเนี่ย มันเป็นอะไรที่พูดกันมาเยอะแล้วว่า ผลิตเยอะเกินไปไหม คนสนใจเยอะเกินไปไหม
อะไรที่เยอะเกินมันก็เหมือนปลูกข้าวปลูกข้าวโพดนั่นแหละ มันจะด้อยค่าด้วยตัวมันเอง อันนี้เราไปแทรกแซงไม่ได้หรอก ผลิตมาเยอะแล้วจะผลักดันให้คนไทยทำศัลยกรรมมากขึ้น หรือจะดันเป็นศัลยกรรม hub ก็ต้องถามว่าเรามีอะไรดีสู้เกาหลีได้อ่ะ