HONOR X9e 5G มือถือระดับกลางที่น่าสนใจ
จอ AMOLED 6.8 นิ้ว 1.5K 120Hz สว่างสูงสุด 10,000 นิต
HONOR X9e Pro มากับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด 2,788 x 1,280 พิกเซล, Refresh Rate 120Hz ความสว่างสูงสุด 2,000 นิต ขอบเขตสี DCI-P3 100% และใช้กระจก Corning Gorilla Glass Victus 2 อีกทั้งหน้าจอรองรับการสัมผัสขณะนิ้วเปียกหรือสวมถุงมือได้อีกด้วย
จุดขายสำคัญของ HONOR X9e Pro ยังคงเป็นเรื่องความแข็งแรง โดยตัวเครื่องผ่านการรับรอง SGS 5 Stars ผ่านการทดสอบตกจากความสูงสูงสุด 3 เมตร ด้านการกันน้ำและฝุ่น รองรับมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K สามารถรองรับการใช้งานใต้น้ำได้ลึกสูงสุด 10 เมตร
HONOR X9e Pro มีดีไซน์โมดูลกล้องทรงกลมขนาดใหญ่ โดยให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Royal Purple, Reddish Brown, Dawn Gold และ Midnight Black ตัวเครื่องมีความหนาประมาณ 8.08 มม. และน้ำหนักประมาณ 203 กรัม
แบตเตอรี่ใหญ่เบิ้ม 11,000mAh ชาร์จไว 80W
แบตเตอรี่แบบ Silicon-Carbon ความจุสูงถึง 11,000mAh รองรับ HONOR SuperCharge 80W และรองรับการชาร์จย้อนกลับแบบสายได้ 27W ซึ่ง HONOR ระบุว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีแบตเตอรี่ความจุมากที่สุดที่เคยให้มา
HONOR เคลมว่าสามารถใช้ฟังเพลงได้นานสูงสุดประมาณ 164.5 ชม. ดูวิดีโอสั้น 35.6 ชม. หรือเล่นวิดีโอต่อเนื่องประมาณ 66.8 ชม. และแบตเตอรี่ถูกออกแบบให้มีการใช้งานได้นานประมาณ 6 ปี
กล้องหลัก 108MP OIS พร้อมถ่ายวิดีโอ 4K
HONOR X9e Pro มีกล้องหลัง 2 ตัว โดยกล้องหลักความละเอียด 108MP เซนเซอร์ขนาด 1/1.67 นิ้ว (f/1.75) รองรับระบบกันสั่น OIS และระบบป้องกันภาพสั่นไหวระดับ CIPA 6.0 + กล้องอัลตร้าไวด์ความละเอียด 5MP (f/2.2) ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 16MP (f/2.45)
สำหรับการถ่ายภาพใต้น้ำ มีระบบปรับแต่งสีใต้น้ำเพื่อปรับโทนสีและแสงเมื่อถ่ายภาพใต้น้ำ
พลังชิป Snapdragon 6 Gen 5 พร้อมจัดเต็ม AI
ด้านประสิทธิภาพ HONOR X9e Pro ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 6 Gen 5 มี RAM 6GB/8GB/12GB, Storage 128GB/256GB/512GB ส่วนระบบปฏิบัติการให้มาเป็น MagicOS 10 บนพื้นฐาน Android 16 และมาพร้อมฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ เช่น
AI Image To Video 2.0 สามารถนำภาพนิ่งมาสร้างเป็นวิดีโอด้วย Generative AI พร้อมปรับแต่งด้วย Prompt ได้
AI FreeGrip ที่ตรวจจับว่าผู้ใช้กำลังถือเครื่องด้วยมือซ้ายหรือขวา ก่อนปรับตำแหน่งปุ่มสำหรับรับสายให้อยู่ใกล้กับนิ้วมากขึ้น
AI Dual-Directional Noise Cancellation สำหรับช่วยลดเสียงรบกวนในการสนทนาทั้งฝั่งผู้พูดและผู้ฟัง
Outdoor Mode ปรับตั้งค่าต่าง ๆ ให้โดนอัตโนมัติ เช่น แจ้งเตือนเมื่อเจอสภาพอากาศรุนแรง / เพิ่มความสว่างหน้าจอ / ปรับสัญญาณเครือข่ายให้เสถียร / เปิดโหมด Hand-free
สเปค HONOR X9e Pro
จอภาพ: AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว
ความละเอียด: 2788 x 1280 พิกเซล
อัตรารีเฟรช: 120Hz
ความสว่างสูงสุด: 2,000 นิต
ชิปเซต: Snapdragon 6 Gen 5
RAM: 6GB / 8GB / 12GB
Storage: 128GB / 256GB / 512GB
กล้องหลัง: 108MP เซนเซอร์ขนาด 1/1.67 นิ้ว (f/1.75)
กล้องอัลตราไวด์: 5MP (f/2.2)
กล้องหน้า: 16MP (f/2.45)
ระบบเสียง: ลำโพงสเตอริโอ
(ฟีเจอร์บูสเสียง 400%)
แบตเตอรี่: 11,000mAh
รองรับชาร์จไว: 80W
ชาร์จย้อนกลับผ่านสาย: 27W
การเชื่อมต่อ:
5G
Wi-Fi 6e
Bluetooth 6.0
พอร์ตเชื่อมต่อ: USB-C 2.0
เซนเซอร์: สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
ทนน้ำทนฝุ่น: IP66 & IP68 & IP69 & IP69K
ระบบปฏิบัติการ: MagicOS 10 บนพื้นฐาน Android 16
ขนาด: 162.2 x 77 x 8.08 มม.
น้ำหนัก: 203 กรัม
ภายในกล่องของ HONOR X9e Pro 5G มีอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาด้วยดังนี้:
• ตัวเครื่อง HONOR X9e Pro 5G (พร้อมแบตเตอรี่ในตัว)
• อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ HONOR SuperCharge กำลังไฟ 80W
• สายเคเบิล USB Type-C สำหรับชาร์จและโอนถ่ายข้อมูล
• เคสกันรอย TPU แบบใส
• ฟิล์มกันรอย (ติดมาให้เรียบร้อยแล้วจากโรงงาน)
• เข็มจิ้มถาดซิม (SIM-eject tool)
• คู่มือเริ่มต้นใช้งานอย่างรวดเร็ว และใบรับประกันสินค้า
ราคาและการวางจำหน่าย
ตอนนี้มีวางจำหน่ายที่ประเทศมาเลเซียซึ่งจะมี 2 ความจุ คือ
ความจุ 8GB + 256GB ราคา 1,799 RM (ราว 14,000 บาท)
ความจุ 8GB + 512GB ราคา 2,299 RM (ราว 18,000 บาท)
สำหรับการวางจำหน่าย HONOR X9e Pro ในประเทศไทย ตอนนี้มีผ่านการรับรองจาก กสทช. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม 2026 นี้
ที่มา.............
https://droidsans.com/honor-x9e-pro-battery-11000mah-ip69k-spec/
ถือว่าเป็นมือถือระดับกลางที่น่าสนใจ เค้านิยามว่าเป็นมือถือที่อึด ทนทาน แบตเยอะ ของแถมให้มาครบ ไม่ต้องไปหาซื้อชาร์จเอง แต่สิ่งที่เสียดายคือแรมลดลงจาก 12 เหลือแค่ 8 ในรุ่นก่อนหน้านี้ คือ x9d รอดูแค่เปิดราคามาเท่าไหร่ซึ่งไม่น่าต่างจากมาเลย์นัก ในส่วน UI ก็ถือว่าโอเค มีแอปจีนมาแต่ไม่มีการติดตั้ง จะถูกเอาไปรวมไว้ในสโตร์ต่างหาก ไม่ไปยุ่งกับมันก็ไม่มีอะไร
ส่วนการอัพเดต เท่าที่อยู่ในกลุ่มน่าจะได้อัพแอนดรอยด์อย่างน้อย 2 เวอร์ชั่น ซึ่งตารางการอัพเดตแต่ละรุ่นก็จะไม่พร้อมกัน เป็นยี่ห้อที่คิดว่าหน้าจอสว่างมาก เปิดไม่ถึงครึ่งนึงเลยก็เพียงพอ ส่วนบัคบางอย่างมีบ้างแต่ก็มีแพทซ์ออกมาแก้ไขเรื่อยๆ